กระนั้นเหอชุนฮวากลับเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “มีท่านเซียนอะไรที่ใดกัน ข้าไม่เห็นจะเคยพบเจอมาก่อน”
“ป้าสะใภ้รอง หากทุกคนเคยพบเจอท่านเซียน ทุกคนก็คงร่ำรวยกันหมดแล้ว นี่บ่งบอกว่าข้ามีบุญ อนาคตจะสุขสบาย”
เหอชุนฮวาแค่นเสียงหัวเราะเยาะ “ข้าไม่เชื่อ ตอบมาเถอะ ฮูหยินเฒ่าเป็ผู้มอบสูตรในการทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดให้เ้าใช่หรือไม่?”
ครั้นได้ยินดังนี้ หลี่อันหรานขมวดคิ้วยับย่นโดยพลัน “ป้าสะใภ้รองโปรดระวังวาจา ท่านย่าไม่เกี่ยวข้องกับเื่นี้ นางไม่รู้สูตรในการทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดแต่อย่างใด อีกอย่าง หากท่านย่ามีสูตรเช่นนี้จริง สกุลหลี่ของเราจะตกต่ำดังเช่นทุกวันนี้ได้อย่างไร? ท่านเคยได้ยินหรือว่าบรรพบุรุษของเรามีของแบบนี้ ท่านแต่งงานเข้าสกุลหลี่มาก็หลายปี น่าจะเข้าใจดีกว่าข้ามิใช่หรือเ้าคะ?”
คราวนี้เหอชุนฮวาถึงกับไปต่อไม่ถูก แต่นี่ไม่ได้หมายความว่านางจะยอมแพ้ ทว่าเมื่อนางจะโต้กลับ ฮูหยินเฒ่ากลับชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า “พอแล้ว พวกเ้าสองคนก็ได้ยินที่นางพูดแล้ว ข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสูตรแต่อย่างใด สกุลหลี่ของเราไม่เคยมีของแบบนี้ปรากฏเช่นกัน หากพวกเ้าอิจฉาหลานก็ลองหาเวลาขึ้นเขาดู ไม่แน่ว่าอาจได้พบกับท่านเซียนผู้นั้นบ้างก็เป็ได้”
ฮูหยินเฒ่าวิงเวียนศีรษะเล็กน้อยเพราะถูกเหอชุนฮวาทำให้โมโหเมื่อครู่ อายุมากแล้วก็แบบนี้
นางพลันปัดมือไล่ทุกคน “เอาละ กลับไปได้แล้ว ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ตอนนี้สกุลหลี่ของเราแยกบ้านกันหมดแล้ว พวกเ้าอยากมีชีวิตอย่างไรก็เลือกกันเอง อย่านำเื่แบบนี้มารบกวนข้าอีก”
ฮูหยินเฒ่ากล่าวจบแล้วให้สาวใช้ประคองกลับเข้าห้องไปพักผ่อนทันที เสิ่นอิ๋นหวนเห็นดังนี้ก็รีบรุดเข้าไปช่วยประคองด้วยเช่นกัน
เห็นดังนั้น สาวใช้จึงหลีกทางให้
“ท่านแม่ ข้าช่วยประคองเ้าค่ะ”
ทว่าฮูหยินเฒ่ากลับดันมือนางเบาๆ “แม่รู้ว่าเ้ากตัญญูต่อแม่ แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่เ้าควรอยู่ที่นี่ตามลำพัง มิเช่นนั้นข้าอาจถูกมองว่าเข้าข้างบ้านสามอีกก็เป็ได้ ต่อแต่นี้หากไม่จำเป็ก็อย่าไปมาหาสู่กับข้ามากนัก ผู้อื่นจะได้ไม่คิดว่าข้าแอบมอบสมบัติให้ครอบครัวเ้าอีก ไปเถอะ กลับไปได้แล้ว” สิ้นเสียง ฮูหยินเฒ่าก็ยกมือเรียกสาวใช้
สาวใช้คนเดิมเลยรีบเข้ามาประคองนางไปยังเรือนด้านหลัง
หลี่อันหรานรอจนฮูหยินเฒ่าจากไปแล้วจึงค่อยยิ้มให้หวางเถาฮวากับเหอชุนฮวา “ข้าไม่คิดมาก่อนว่าป้าสะใภ้ใหญ่กับป้าสะใภ้รองจะสนใจในสูตรการทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของบ้านพวกข้ามากถึงขนาดนี้ พวกท่านอยากรู้สูตรจริงๆ หรือเ้าคะ?”
เหอชุนฮวากลอกตามองบนแล้วบ่นอุบอิบ “ต่อให้ข้าอยากรู้จริงแล้วอย่างไร อย่างกับว่าเ้าจะยอมบอกอย่างไรอย่างนั้น”
หลี่อันหรานเผยยิ้มร่า “ต้องไม่บอกอยู่แล้วเ้าค่ะ หากบอกให้ท่านทราบ นั่นคงไม่ต่างกับตัดช่องทางทำมาหากินของตัวเอง หากทุกคนทำเป็กันหมด เช่นนั้นผู้ใดจะยังซื้อสินค้าของข้าอีกกัน ข้าพูดถูกหรือไม่เ้าคะป้าสะใภ้รอง?”
ยามนี้เหอชุนฮวาหมดอารมณ์มาก เดิมทีคิดว่าจะได้ตักตวงผลประโยชน์เสียหน่อย ทว่าสุดท้ายกลับคว้าน้ำเหลว นางจึงออกไปจากที่นี่ทันที
หวางเถาฮวาค่อยหันมาส่งยิ้มให้เสิ่นอิ๋นหวน “น้องสะใภ้รองเพียงแต่อิจฉาพวกเ้าก็เท่านั้น อย่าเก็บมาใส่ใจเลย นางก็เป็คนเช่นนี้มาั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว รู้จักกันมาหลายปีขนาดนี้ ต่อให้ข้าไม่พูด พวกเ้าก็น่าจะเข้าใจ”
หลี่อันหรานชำเลืองตามองหวางเถาฮวาอย่างเ็า “ป้าสะใภ้ใหญ่ไม่ได้มาด้วยกันกับป้าสะใภ้รองหรือเ้าคะ?”
“ดูเ้าพูดเข้าสิ การมาที่นี่ต้องมีจุดประสงค์เดียวกันเท่านั้นหรือ? ข้าเคยสนใจของของครอบครัวเ้าเมื่อไรกัน?” แม้จะเอ่ยเช่นนั้น แต่แท้จริงแล้วหวางเถาฮวาไม่พอใจมาก นางรู้สึกประหนึ่งว่าหลี่อันหรานอ่านความคิดตัวเองออก
จากนั้นนางจึงหันไปพูดกับเสิ่นอิ๋นหวนต่อ “หากมีเวลาก็อบรมสั่งสอนลูกบ้าง มิใช่ปล่อยปละให้ประพฤติตนไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่เช่นนี้ แพร่งพรายออกไปจะไม่ดี เดิมทีคุณสมบัติก็ไม่ได้เพียบพร้อมอยู่แล้ว หากชื่อเสียงยังฉาวโฉ่อีก วันหน้าผู้ใดจะอยากแต่งงานด้วยกัน?”
ไม่ต้องรอให้เสิ่นอิ๋นหวนตอบ หลี่อันหรานก็สวนกลับแล้วว่า “ข้าจะได้แต่งงานหรือไม่ อนาคตจะเป็อย่างไรแล้วเกี่ยวอันใดกับพวกท่านกัน? พูดเสมือนว่าพวกท่านเป็ห่วงเื่นี้มากอย่างไรอย่างนั้น เื่ที่พวกท่านให้ความสนใจมากที่สุดน่าจะเป็เื่ที่รอหัวเราะเยาะข้ามากกว่า ยิ่งข้าแต่งงานช้า พวกท่านก็ยิ่งมีความสุข ข้าพูดถูกใช่หรือไม่?”
หวางเถาฮวามีสีหน้าไม่พอใจฉับพลัน ตอนแรกนางตั้งใจจะกู้คืนความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับเสิ่นอิ๋นหวน และอธิบายเหตุผลที่ตัวเองมาที่นี่ในวันนี้
นึกไม่ถึงว่าหลี่อันหรานจะไม่ไว้หน้านางปานนี้ นี่ทำให้นางเผยธาตุแท้ตัวเองออกมาโดยมิรู้ตัว “พูดอันใดของเ้า? สุนัขกัดหลี่ว์ต้งปิน ไม่รับรู้เจตนาดีโดยแท้ [1] ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็ครอบครัวเดียวกัน ไม่เคยพบไม่เคยเห็นผู้ใดปฏิบัติต่อคนในครอบครัวดังเช่นเ้ามาก่อนเลยจริงๆ”
หลี่อันหรานตั้งใจจะโต้ตอบกลับแต่ถูกเสิ่นอิ๋นหวนห้ามไว้ก่อน “พี่สะใภ้ใหญ่ นางยังเด็ก ท่านอย่าได้เก็บไปใส่ใจ วางใจเถิด ข้ากลับไปแล้วจะอบรมให้ดีเ้าค่ะ”
คำพูดของเสิ่นอิ๋นหวนช่วยมอบทางออกจากสถานการณ์นี้ให้กับหวางเถาฮวา นางยอมระงับอารมณ์ในใจตัวเองแล้วจากไปในที่สุด
หลี่อันหรานจับจ้องเงาหลังของนางโดยไม่ละสายตา “ท่านแม่ เหตุใดท่านต้องไว้หน้าพวกนางด้วย ทั้งที่พวกนางไม่เคยเห็นท่านในสายตาแท้ๆ”
เสิ่นอิ๋นหวนได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ดีร้ายอย่างไรก็เป็ครอบครัวเดียวกัน หากคนในครอบครัวไม่ปรองดองกัน ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ไม่สำเร็จ”
หลี่อันหรานหน้ามุ่ยทันทีกับสิ่งที่ได้ยิน “แม้นจะบอกว่าเป็ครอบครัวเดียวกัน แต่มีคนในครอบครัวใดที่ซ้ำเติมครอบครัวเดียวกันแบบพวกนางบ้างกัน ท่านยิ่งดีต่อพวกนาง พวกนางก็มีแต่จะหาผลประโยชน์จากท่านเปล่าๆ ข้าว่าไม่ต้องไปสนใจจะดีที่สุด ครอบครัวประเภทนี้ไม่ต้องมีก็ช่างมันปะไร”
เสิ่นอิ๋นหวนว่าพลางจับมือหลี่อันหราน “ต่อไปอย่ากล่าววาจาเช่นนี้อีก อีกเื่ เ้าคิดเช่นนี้หาได้ถูกต้องเหมาะสมไม่”
จนแล้วจนรอดหลี่อันหรานก็เลือกที่จะเดินหนี เพราะไม่ชอบนิสัยอ่อนแอแบบนี้ของเสิ่นอิ๋นหวน
กระนั้นเสิ่นอิ๋นหวนยังคงไล่ตามไม่ห่าง นางเดินไปด้วย พร่ำบ่นแต่เื่เดิมๆ ไปด้วยว่าเป็ครอบครัวเดียวกัน ทว่าหลี่อันหรานไม่สนใจฟัง
ความจริงจะโทษว่าเป็ความผิดของหลี่อันหรานก็ไม่ได้เสียทีเดียว เพราะนับจากที่นางทะลุมิติมายังยุคนี้ นางก็มองว่าตัวเองไม่มีครอบครัวอยู่ที่นี่ ที่พึ่งพิงหนึ่งเดียวของนางที่นี่คือเสิ่นอิ๋นหวนกับน้องชายและน้องหญิง
และนั่นก็เป็สาเหตุที่นางทุ่มเททำงานแบบทุกวันนี้เช่นกัน ส่วนนางฉาง บ้านใหญ่และบ้านรองนั้น นางไม่เก็บมาใส่ใจแม้แต่นิดเดียว สำหรับนางแล้ว คนเ่าั้ไม่ต่างอะไรกับคนแปลกหน้า เป็ธรรมดาที่จะไม่รู้สึกถึงความผูกพันลึกซึ้งของครอบครัวแบบที่เสิ่นอิ๋นหวนพูด
ครั้นกลับมาถึงบ้าน หลี่อันหรานตรงกลับไปยังห้องของตัวเอง แต่แล้วเพิ่งจะนั่งลงก็พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนหน้านี้หลี่เยวี่ยซือเคยเข้ามายังห้องของนาง อีกทั้งดูจากท่าทีแล้วก็เหมือนมาเพื่อหาอะไรบางอย่าง
เดิมทีนางยังไม่ค่อยแน่ใจในเื่นี้นัก แต่หลังจากเหตุการณ์วันนี้ ในที่สุดนางก็รู้แล้วว่าหลี่เยวี่ยซือมาทำอะไร
ที่แท้พวกนางก็อยากได้สูตรของน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดไปทำขายตามนี่เอง
หลี่อันหรานแค่นเสียงเบาๆ เมื่อตระหนักถึงตรงนี้ ดวงตาพลันหรี่ลงเล็กน้อย
มันแน่นอนอยู่แล้วว่าไม่มีสูตร เพราะสูตรทั้งหมดอยู่ในสมองของนาง นอกจากนี้นางยังคอยปรับสูตรให้ถูกปากลูกค้าอยู่ตลอด ย่อมไม่มีสูตรที่ตายตัวอยู่แล้ว
หลี่อันหรานคิดกับตัวเองว่าจะเขียนสูตรออกมาดีหรือไม่ นางอุตส่าห์ใช้สมองแต่งเื่เสียขนาดนั้น ควรมีสูตรมายืนยันจึงจะยิ่งน่าเชื่อถือ
เชิงอรรถ
[1] สุนัขกัดหลี่ว์ต้งปิน ไม่รับรู้เจตนาดี (狗咬吕洞宾, 不识好人心) หมายถึง คนที่ไม่เห็นความตั้งใจดีของผู้อื่นแล้วยังแว้งกัดอีก
