“ไอ้โง่ เป็เ้าที่ยื่นหน้าออกมาหามือข้าเองต่างหาก อีกอย่าง ทำไมข้าจะไม่กล้าตบเ้า?” ซุนเฟยมองหน้าองค์ชายสี่เหมือนมองหน้าคนปัญญาอ่อน
“อ๊าก เ้าต้องตาย อเล็กซานเดอร์ ข้าสาบานว่าจะฆ่าเ้า เ้ากล้าตบข้า ข้าคือองค์ชายสี่นะ องค์ชายสี่! แล้วเ้ายังกล้าตบข้า? เ้ากล้าตบข้า!!!” คริสโตเฟอร์ที่ตอนนี้หน้าบวมฉึ่งประหนึ่งสุกรแหกปากร้องโวยวายออกมา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความคลั่งแค้น คริสโตเฟอร์พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาเขาแหกปากเสียงแหลมว่า “ข้าขอสาบาน เ้าจะต้องไม่ตายดี คนสนิทของเ้าก็เช่นกัน! เมืองแซมบอร์ดจะต้องกลายเป็เมืองร้าง…”
“ไม่รู้ที่ตาย!”
หัวไหล่ของซุนเฟยขยับอย่างรวดเร็ว เสียงตบดังก้องไปทั่วรูหูของทุกคน
ป้าบ!
การเคลื่อนไหวของซุนเฟยรวดเร็วมาก เขาไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ องค์ชายสี่ที่เพิ่งลุกขึ้นยืนก็ต้องกระเด็นออกไปอีกรอบ ร่างของเขาหมุนสามร้อยหกสิบองศากลางอากาศ ก่อนจะชนเข้ากับกำแพงที่อยู่ด้านหลังอย่างรุนแรง
ครั้งนี้ แก้มอีกข้างก็ปูดบวมขึ้นมา
คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในห้องโถงนี้ต่างเป็นักรบที่มีประสบการณ์ทั้งนั้น พวกเขามองออกว่าตอนที่ซุนเฟยลงมือ เขาไม่ได้ใส่คลื่นพลังใดๆ ลงไปและถึงแม้ว่าจะเป็แค่พละกำลังกายล้วนๆ แต่พลังโจมตีก็ยังคงรุนแรงอยู่ดี ถ้าไม่ใช่เพราะว่าคริสโตเฟอร์เป็นักเวทระดับห้าดาวที่มีสภาพร่างกายแข็งแกร่ง เกรงว่าลูกตบทั้งสองรอบนั้นคงบดขยี้หัวของเขาให้เละเป็โจ๊กไปนานแล้ว ตอนนี้องค์ชายสี่ได้สลบไปแล้ว กระดูกแก้มซ้ายขวาของเขาหักอย่างเห็นได้ชัด
สภาพแบบนี้ไม่ถือว่าาเ็สาหัส
แค่ให้นักบวชหรือนักเวทในวังหลวงรักษาให้ก็สามารถกลับมาเป็ปกติได้
แต่เื่ที่เชื้อพระวงศ์คนหนึ่งถูกทุบตีเหมือนหมาต่อหน้าต่อตาตัวแทนของกองกำลังในเมืองหลวงทั้งหมด นับได้ว่าเป็เื่ที่น่าอดสูอย่างที่สุด
เื่นี้จะเป็ความอับอายที่สุดในชีวิตขององค์ชายคริสโตเฟอร์ไปตลอดกาล…นอกจากนี้ ที่เขาลั่นวาจาไว้ว่าสักวันหนึ่งเขาจะทำให้าาแซมบอร์ดอดสูยิ่งกว่าเขาเป็ร้อยเป็พันเท่า ดูจากสภาพแล้ว...จะทำได้หรือ? ในตอนที่าาแซมบอร์ดลงมือ พวกเขาทุกคนต่างเห็นอย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายไม่สามารถตอบโต้กลับไปได้เลยแม้แต่น้อย ต่อให้คริสโตเฟอร์จะมีฐานะเป็ถึงองค์ชายสี่แห่งราชอาณาจักร แต่เกรงว่าชั่วชีวิตนี้เขาคงไม่สามารถไล่ตามัั์ตรงหน้านี้ทันอย่างแน่นอน
ในตอนนี้ ทั้งห้องโถงต่างเงียบสนิท
นอกจากบางคนที่คาดการณ์ไว้ว่าอาจจะมีฉากนี้เกิดขึ้น คนอื่นๆ ต่างก็พากันนิ่งอึ้ง ด้วยความเงียบที่เข้าปกคลุม ทำให้พวกเขาแต่ละคนต่างได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองได้อย่างชัดเจน
“เ้า…าาแซมบอร์ด เ้ากล้าทำร้ายเชื้อพระวงศ์ของเซนิท? เ้า...หรือเ้าคิดจะก่อฏ?” บียอนเซ่ที่เพิ่งหายใก็ยกนิ้วชี้หน้าซุนเฟยทันที ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ดีใจและมีความสุข คำพูดของนางได้ยัดเยียดข้อหาที่ร้ายแรงที่สุดใส่หัวซุนเฟยด้วย คราวนี้าาแซมบอร์ดไม่รอดแน่
จากนั้น...
เพี้ยะ!
ปฏิกริยาตอบสนองของซุนเฟยยังคงเหมือนเดิม
“อั่ก…แค่ก...”
ท่ามกลางสายตาของทุกคน ร่างบอบบางของสาวงามถูกซุนเฟยตบจนกระเด็นลอยไปในอากาศ ทั้งเืทั้งฟันพุ่งออกมาเป็สาย ใบหน้าซีกหนึ่งบวมเปล่งขึ้นมา ก่อนที่ร่างจะไปชนเข้ากับกำแพงด้านหลังอย่างรุนแรง
บียอนเซ่ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนองค์ชายคริสโตเฟอร์ เพราะฉะนั้น เพียงฝ่ามือเดียวนางก็สลบไปแทบจะทันที
โเี้มาก!
หัวใจของาาแซมบอร์ดทำด้วยอะไร? มันสร้างขึ้นมาจากเหล็กใช่ไหม? สาวงามดุจหยกเนื้อดีขนาดนี้ก็ยังไม่ละเว้น! ในเมืองหลวงมีหนุ่มๆ มากมายคอยยื้อแย่งจีบนางไม่เคยขาด แต่าาแซมบอร์ดคนนี้นอกจากจะไม่สนใจแล้ว ยังไม่มีความคิดที่จะถนอมบุปผางามเลยสักนิด
“เฮอะ อย่าคิดว่าเป็ผู้หญิงแล้วบิดาจะไม่กล้า!”
ซุนเฟยแค่นเสียงร้องออกมาอย่างเ็า ก่อนจะหันไปมองหน้าคนจากตระกูลเฟล็นส์ด้วยสายตาเยือกเย็น
“เ้า…เ้าช่างไม่เกรงกลัวกฎหมายเลยสักนิด เื่นี้จะไม่จบแบบนี้แน่ๆ าาแซมบอร์ด เ้าได้ก่ออาชญากรรมใหญ่ไว้แล้ว เ้าทำให้ทุกคนกำลังโกรธ!” เคิร์ดตวาดออกมา ใบหน้าของเขามีคริสตัลลายน้ำคอยปกปิดไว้ ทำให้ยากที่จะมองออกว่าเขากำลังมีสีหน้าอย่างไร แต่ดวงตาที่เล็ดรอดออกมาจากช่องตาบนหน้ากากกลับฉายแววตาทั้งใ ทั้งหวาดกลัว ทั้งโมโหออกมา เพียงเท่านี้พวกเขาก็เดาสภาพจิตใจของยอดฝีมืออันดับหนึ่งจากตระกูลเฟล็นส์ตอนนี้ได้แล้ว
เขากำลังกลัว
“ทุกคนกำลังโกรธ? เฮอะ มันจะเป็ไปได้อย่างไรกัน? ไม่ใช่พวกเ้าที่พูดไว้ว่าผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์กำหนดเหตุผลหรอกหรือ ข้าก็กำลังทำตามอยู่นี่ไง แล้วทุกคนจะโกรธข้าได้อย่างไรเล่า?” พูดจบซุนเฟยก็ยิ้มกว้างออกมาพลางเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว “แล้วก็อีกอย่างนะ ไม่ช้า เ้าจะรู้ว่า การทำให้ข้าโกรธนะมันน่ากลัวกว่ากันเยอะ!”
ตูม!
เมื่อซุนเฟยพูดจบ หมัดโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นมากลางอากาศอย่างกะทันหัน ก่อนที่จะพุ่งไปหาเคิร์ด
การโจมตีครั้งนี้รุนแรงกว่าตอนที่ตบสั่งสององค์ชายสี่หลายเท่า หมัดโปร่งแสงแหวกสายลมแล้วลอยเข้ามาอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าตอนนี้ทุกคนกำลังเผชิญหน้ากับทอร์นาโดั์ที่กำลังคลุ้มคลั่ง พวกเขาพากันถอยออกมาอย่างไม่รู้ตัว บนพื้นหินที่แข็งแกร่งก็เกิดรอยลากที่กว้างประมาณเมตรกว่า เศษหินปลิวว่อน
ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของ 'หอกทองสัมฤทธิ์' พลันตื่นใไปชั่วขณะ
“พยุหะแห่งพระเ้า...โจมตีประสาน!”
เคิร์ดะโออกมา เหล่าชายฉกรรจ์สวมชุดเกราะโลหะนับสิบคนที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบก้าวเท้าขึ้นมาด้านหน้าหนึ่งก้าวอย่างเป็ระเบียบ เปลวไฟคลื่นพลังบนร่างของพวกเขาไหลทะลักออกมาห่อหุ้มร่างของเคิร์ด มือทั้งสองข้างของเคิร์ดขยับเปลี่ยนท่าทางไปเรื่อยๆ เหมือนกับภาษามือ เขาใช้คลื่นพลังของตัวเองผูกมัดคลื่นพลังของผู้ติดตามทั้งสิบเข้าด้วยกัน ราวกับเชือกที่ถักทอเป็หนึ่งเดียวกันจนกลายมาเป็พลังมหาศาล เปลวไฟคลื่นพลังหลากหลายสีสันรวมตัวกัน ก่อนจะทะยานออกไปปะทะกับหมัดโปร่งแสงที่กำลังพุ่งเข้ามา
ตูม!
ทั้งห้องโถงใต้ดินสั่นไหวราวกับห้องโถงกำลังจะถล่มลงมาก็ไม่ปาน
ร่างของซุนเฟยสั่นเล็กน้อยตามตามแรงไหวของพื้นดิน
อีกด้านหนึ่ง ทหารทั้งสิบเอ็ดคนของกองกำลัง 'หอกทองสัมฤทธิ์' ต้องถอยหลังกลับไปตั้งหลักถึงหกก้าว หน้าอกของพวกเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วพร้อมๆ กับลมหายใจที่ปั่นป่วนขึ้นมา
“เอ๋? น่าสนใจดีนี่ คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีปัญญาต้านการโจมตีของข้าได้ แต่ว่า ถ้าพวกเ้าคิดจะมุ่งเป้ามาที่เมืองแซมบอร์ดของข้าด้วยพลังแค่นี้มันโคตรตลกเลยว่ะ…ฮ่าๆๆๆ มาลองรับหมัดต่อไปของข้าดีกว่า!”
ซุนเฟยก้าวเท้าไปข้างหนึ่งก้าว กลิ่นอายอันทรงพลังค่อยๆ แผ่กระจายออกมา เขากำหมัดขึ้นมาอย่างช้าๆ เป็เวลาเดียวกันกับที่กำปั้นขนาดั์ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมากลางอากาศ
กำปั้นนี้ราวกับกำลังกำโลกทั้งใบไว้ในมือ
“หมัดหิมะเยือกแข็งรูปแบบที่สอง….หมัด...เดียว...สัง...หาร!”
หลังจากที่ 'หมัดหิมะเยือกแข็งรูปแบบที่สอง หมัดเดียวสังหาร' ได้ถูกซุนเฟยปรับปรุงแก้ไขมาหลายต่อหลายครั้ง ทำให้หมัดนี้ไม่มีการซ้อนทับกันเหมือนเมื่อก่อน ความเร็วในการออกหมัดจึงไวขึ้น
“พยุหะแห่งพระเ้า…ถล่มโลกา!”
เมื่อรู้สึกได้ถึงจิตสังหารของาาแซมบอร์ด สีหน้าของเคิร์ดก็เปลี่ยนไป เขาโคจรคลื่นพลังของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ผู้ติดตามทั้งสิบคนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ปรับรูปขบวนเป็ครึ่งวงกลม พลางเร่งโคจรคลื่นพลังในร่างของตัวเอง พวกเขากู่ร้องออกมาพร้อมกัน เปลวไฟคลื่นพลังของพวกเขาปกคลุมไปทั่วห้องโถงใต้ดิน…เห็นได้ชัดว่าพลังของพวกเขาเพิ่มขึ้นสองเท่า
ครั้งนี้ก็เหมือนกับครั้งที่แล้ว คลื่นพลังในร่างของเคิร์ดพยายามรวมคลื่นพลังของทุกคน ควบแน่นเข้าด้วยกันแล้วปล่อยออกไปปะทะกับหมัดโปร่งแสง
แต่...
ปึง!
เสียงแรกดังสนั่นขึ้น
หมัดโปร่งแสงสามารถทำลายคลื่นพลังหลากสีที่รวมตัวได้อย่างง่ายดาย
ปึง!
เสียงเดิมดังขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อคลื่นพลังถูกทำลายลง หมัดโปร่งแสงก็พุ่งเข้ามาปะทะร่างของเคิร์ดอย่างรุนแรง จนทำให้ชุดเกราะโลหะบนร่างของเขาแตกกระจาย ปลิวหายไปกับสายลม แม้แต่หน้ากากคริสตัลก็ยังแตกเป็เสี่ยงๆ
ปึงๆๆๆ!
เสียงเหมือนบางอย่างตกดังขึ้นมาเป็ชุด หมัดโปร่งแสงทะลุผ่านร่างของเคิร์ดไปปะทะกับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อยู่ด้านหลัง
หมัดเดียว!
เพียงหมัดเดียวก็สามารถจัดการกับนักรบหัวกะทิจากกองกำลัง 'หอกทองสัมฤทธิ์' ของตระกูลเฟล็นส์ได้อย่างราบคาบ!
“อ๊าก…ไม่!”เปลวไฟคลื่นพลังบนร่างเกือบเปลือยของยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งตระกูลเฟล็นส์กะพริบอย่างบ้าคลั่ง ราวกับพยายามรักษาอะไรบางอย่าง ทันใดนั้น เคิร์ดก็กู่ร้องออกมาอย่างเ็ป น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความสิ้นหวัง ราวกับสัตว์เดรัจฉานที่พยายามดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ วินาทีต่อมาร่างของเขาก็ะเิ กลายเป็หมอกเืกระจายไปทั่วในอากาศ
ตูมๆๆ!!!
เป็เวลาเดียวกันกับที่ร่างของนักรบชุดเกราะโลหะอีกสิบคนะเิ
ไม่มีใครรอด!
ในห้องโถงเต็มไปด้วยหมอกเืกับกลิ่นอายฆ่าฟันปกคลุมไปทั่ว
ตรงมุมกำแพงอีกด้านหนึ่ง องค์ชายสี่ที่บังเอิญฟื้นคืนสติขึ้นมาก็เห็นฉากตระการตาตรงหน้าพอดี เขาแหกปากลั่นก่อนจะตาเหลือกสลบไปอีกรอบ
จนถึงตอนนี้ ฝูงชนที่อยู่รอบๆ ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หลังจากที่หมัดโปร่งแสงทะลวงร่างของเหล่ายอดฝีมือจากกองกำลัง 'หอกทองสัมฤทธิ์' แล้ว เดิมทีพวกเขาคิดว่าพลังของหมัดน่าที่จะอ่อนลงแล้วหลังจากที่สังหารเคิร์ดกับผู้ติดตาม แต่ใครจะไปรู้ว่าหมัดนั้นยังคงเหลือพลังอย่างเต็มเปี่ยม มันพุ่งเข้าชนกับกำแพงที่อยู่ด้านหลังของเหล่าทหารกองกำลัง 'หอกทองสัมฤทธิ์'
หมัดน่ากลัว!
แต่คนน่ากลัวยิ่งกว่า!
ทันใดนั้น ทุกสายตาในห้องโถงใต้ดินก็หันไปมองร่างของบุรุษหล่อเหล่าที่กำลังยืนอุ้มลูกหมาพิการอยู่ด้านหลังแพรีส พวกเขารู้จักตัวตนของชายคนนี้เป็อย่างดี องค์ชายรองแห่งราชอาณาจักรเซนิท องค์ชายโดมิงเกวซ บุรุษตัวปัญหาที่ดีแต่สร้างปัญหาให้แก่เหล่าขุนนางและชนชั้นสูงจำนวนมาก องค์ชายผู้มีอารมณ์แปรปรวนมากที่สุด ดูสิว่าเขาจะทำอย่างไร เมื่อเห็นน้องชายต่างมารดาของตัวเองถูกทุบตีเหมือนหมาตัวหนึ่ง ไม่รู้ว่าเขาจะจัดการกับาาแซมบอร์ดผู้โอหังคนนี้อย่างไร?
“หาว จบแล้วหรือ? ทำไมจบไวขนาดนี้เล่า? อืม ช่างเป็ตบที่ดีจริงๆ เอาล่ะเ้าหมาน้อย ตอนนี้ไม่มีเสียงดังน่ารำคาญแล้วนะ ถ้าอย่างนั้นเรามานอนกันต่อเถอะ!”
ท่ามกลางความเงียบในห้องโถง องค์ชายโดมิงเกวซที่ยืนสะลึมสะลืออยู่ด้านหลังก็อ้าปากหาวออกมา ก่อนจะบิดี้เีเล็กน้อยแล้วหลับตาลงอีกครั้ง ทว่าเนื้อหาในคำพูดของเขากลับทำให้ฝูงชนที่ยืนอยู่รอบๆ พากันตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ตบที่ดี?
เอาเถอะ ความคิดขององค์ชายรองมักจะลึกล้ำเสียจนคนมองไม่ออกเเบบนี้เสมอ
ทันใดนั้น ผู้คนบางส่วนก็พลันถอนหายใจออกมา ว่าแล้วเชียว ทำไมถึงได้คุ้นหูคุ้นตากับการกระทำของาาแซมบอร์ดนัก เย่อหยิ่งจองหองไม่มีใครเกินแบบนี้ ควบคุมยากแบบนี้ เวลาเืขึ้นหน้าก็ทำตามใจของตัวเองโดยไม่สนใจผผลกระทบที่ตามมา ทั้งยังเ้าเล่ห์เพทุบายแบบนี้ ช่างเหมือนกันราวกับแกะ!
บ้า พวกเขามันบ้า!
ทั้งาาแซมบอร์ด ทั้งองค์ชายรอง พวกเขามันบ้า!
พวกเขาทั้งสองคนเป็คนประเภทเดียวกัน
เป็พวกหมาบ้าที่ดุร้าย! หากใครกล้าไปยั่วโมโหพวกเขา รับรองเลยว่าพวกเขาจะมอบของตอบแทนชนิดที่จำไปจนตายกลับมา
------------------------
