เมื่อหลงเหยียนได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจแล้ว เขาอยากให้ตนอยู่สำนักตงฟางต่อ จากนี้ก็กลายเป็ไส้ศึกของพวกเขา หรือเป็สายลับในสำนักตงฟาง รายงานข่าวสารต่างๆ
สำหรับหลงเหยียนแล้ว นี่เป็สิ่งล่อใจได้ดีเลย ทว่าเมื่อหลงเหยียนไตร่ตรองครู่หนึ่ง เขาก็ไม่ได้ตอบรับ
“คือว่า?” หลงเหยียนเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้นต่อ “ให้เวลาข้าคิดหน่อยเถิด หากว่าหลังจากที่ข้าเข้าไปฝึกมาแล้วยังรอดชีวิต ข้าก็ยินดีไตร่ตรองเข้าสำนักตงฟาง”
เมื่อหลงเหยียนพูดจบ เขาก็ยื่นมือไปหยิบหญ้าวิเศษสองต้นเข้าไปไว้ในถุงผ้าเฉียนคุน เมื่อเถ้าแก่ร้านได้ยินหลงเหยียนพูดเช่นนั้น เขาก็อารมณ์ดีมาก มีความหวังจะลากหลงเหยียนมาเป็พรรคพวก
พวกเขาสองคนพูดคุยกันครู่หนึ่ง ก่อนจากไป เถ้าแก่อู่ยังบอกอีกว่า “สหายหลงเหยียน เ้าต้องคิดไตร่ตรองให้ดี บางทีเ้าอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน ในสำนักหนานกงก็มีอัจฉริยะอีกคน เขาเป็เช่นเ้า มีพละกำลังที่ท่วมท้น นามหนานกงฉู่ ตอนนี้พวกเขาเป็คนของเราอย่างลับๆ แล้ว ซึ่งเราก็มอบเงื่อนไขเช่นเดียวกันกับที่ให้เ้า”
หลงเหยียนตกตะลึงมาก เพราะเขาคุ้นเคยกับหนานกงฉู่เป็อย่างดี
“พี่ฉู่ก็เข้าสำนักจิ่วเทียนเหมือนกันหรือ?” เขาตกตะลึง ทว่าก็ไม่ได้พูดออกมา ก่อนจะพยักหน้าให้กับเถ้าแก่
“ท่านวางใจเถิด กลับไปข้าจะไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน”
หลงเหยียนเพิ่งก้าวเท้าออกจากร้านเพียงก้าวเดียว เขาก็เดินกลับมาอีกครั้ง แล้วหยิบหยกิญญาห้าร้อยชิ้นออกมา
“เถ้าแก่อู่ ไม่มีผลงานไม่กล้ารับรางวัล ค่าหญ้าวิเศษสองต้นนี้ ข้าว่า…”
เถ้าแก่อู่ผลักออก “สหายหลงเหยียน นี่เ้ากำลังทำอะไร ข้าบอกแล้วว่านี่เป็ของที่มอบให้ หากเ้าเข้าร่วมสำนักจิ่วเทียนของเรา เ้าจะได้รับทรัพยากรที่มากยิ่งกว่า”
“ถึงอย่างไรข้าก็ยังไม่ได้ตกลงเลย หากเกิด…”
หลงเหยียนลองคิดดูแล้ว เขาไม่กล้ารับผลประโยชน์จากสำนักจิ่วเทียน นั่นเป็ถึงองค์กรที่ใหญ่มาก คิดดูแล้วก็ทำให้หลงเหยียนรู้สึกอึดอัด
เถ้าแก่อู่ต้านไม่ไหว สุดท้ายก็ยังต้องรับหยกิญญาในราคาหญ้าวิเศษหนึ่งต้นจากหลงเหยียน
หลังออกมาแล้ว หลงเหยียนเดินไปในซอยซูฮวา สิงโตน้อยแปลงกายเป็คน เดินไปพร้อมหลงเหยียน
“พี่เหยียน ท่านจะเข้าร่วมสำนักจิ่วเทียนอย่างลับๆ จริงหรือ?”
หลงเหยียนส่ายหน้า “เป็ไปได้อย่างไร แม้เงื่อนไขนี้จะน่าสนใจนัก อย่างไรก็ตาม เพื่อท่านแม่ ข้าไม่สามารถเข้าสำนักจิ่วเทียนได้ เ้านึกว่าพวกเขาชื่นชอบพร์ของข้าหรือ? ้าให้ข้าเป็ไส้ศึกในสำนักตงฟาง หากเมื่อไรที่สำนักตงฟางจับได้ เ้าว่าข้าจะมองหน้าท่านแม่อย่างไร”
“งั้นพี่เหยียน ท่าน…”
หลงเหยียนยิ้ม “อย่างไรก็ต้องรักษาน้ำใจหน่อย จะพูดตรงไปเลยก็ไม่ได้ หากปฏิเสธ พวกเขาสูญเสียผลประโยชน์ไป แล้วมีหรือที่เขาจะเกรงใจข้าขนาดนั้น”
เมื่อนึกถึงหนานกงฉู่ที่เถ้าแก่อู่พูดถึง หลงเหยียนก็ลองคำนึง “หากข้าเป็เขาก็คงไม่มีอะไรต้องห่วง เข้าสู่สำนักจิ่วเทียน ทั้งยังสามารถอยู่ตระกูลอู่ตี้ได้ต่อ แน่นอนว่าต้องดีอยู่แล้ว”
ฉากหน้าสามารถทำภารกิจสร้างผลงานที่มีค่า อีกด้านหนึ่ง หากมีข่าวสารที่รู้มา ยังสามารถนำมาเป็ข้อแลกเปลี่ยนกับสำนักจิ่วเทียนได้ด้วย
ถึงอย่างไรหลงเหยียนก็ยอมรับเงื่อนไขไม่ได้ ระหว่างสองมหาอำนาจก็คงเป็เช่นนั้น ไม่แน่ในตระกูลอู่ตี้ อาจมีมหาอำนาจอื่นส่งคนมาสอดแนมก็ได้
่บ่ายผ่านไปเร็วยิ่งนัก หลงเหยียนและสิงโตน้อยเดินเล่นในซอยซูฮวา ระหว่างนั้น พวกเขาซื้อหญ้าวิเศษที่ช่วยในการล้างร่างกายและสมุนไพรทั่วไปที่ควรมีติดตัว
เดินมาถึงด้านล่างของร้านค้าแห่งหนึ่ง หลงเหยียนเห็นกริชที่ทั้งแหลมคมและงดงามยิ่งนัก บนตัวกริชยังมีแสงระยิบระยับอีกด้วย
เมื่อเห็นคำชี้แจงบนนั้น มันชื่อว่ากริชทลายจิต ราคาหยกิญญาหนึ่งร้อยชิ้น
“เถ้าแก่ ล่าิญญาเล่มนี้ ลดราคาให้หน่อยได้หรือไม่?”
เมื่อผ่านการต่อรองราคา สุดท้ายหลงเหยียนได้มาในราคาหยกิญญาเก้าสิบชิ้น
“สหายน้อย ดูไม่ออกเลย เ้าอายุน้อย ทว่าสายตาเฉียบคม เมื่ออยู่ในศึกการต่อสู้ กริชเล่มนี้ไม่เพียงแค่สามารถทำร้ายร่างกายได้เท่านั้น กลับยังทำร้ายิญญายุทธ์ของฝ่ายตรงข้ามได้อีกด้วย”
หลงเหยียนถือกริชในมือ ลองฟันดูหลายครั้งก็รู้สึกคล่องมือมาก เมื่อนึกถึงมีดเงาโลหิตที่หลงหยุนฉีให้ก่อนหน้านี้ เขาก็นึกถึงเ้าเด็กนั่น ไม่รู้ว่าตอนนี้นางเป็อย่างไรบ้าง
หลงเหยียนไม่อยากคิดอีกต่อไป ลองคำนวณดูแล้ว ตนยังเหลือหยกิญญาประมาณแปดร้อยชิ้น ส่วนมากมาจากถุงผ้าเฉียนคุนของลั่วซางทั้งนั้น หยกิญญาเหล่านี้อยู่แต่ในเรือนเหยากวาง เดิมไม่ควรใช้ออกไป
ด้านหน้า หลงเหยียนมองเห็นร้านค้าอีกแห่งในซอยซูฮวา บนนั้นมีการค้าขายตำราและวิชาการต่อสู้ที่หลากหลาย
ทำให้หลงเหยียนเกิดความสนใจขึ้นมา
“ไปกัน สิงโตน้อย พวกเราไปดูที่นั่นกัน ไหนๆ วันนี้เราก็ออกมาแล้ว ไปดูกันว่ายังมีของดีอะไรอีก”
หลังจากหลงเหยียนเดินเข้าไป เถ้าแก่ร้านเป็ชายวัยกลางคน หลงเหยียนไม่สามารถใช้ิญญายุทธ์มาดูระดับพลังของเขาได้
เถ้าแก่ร้านมีรูปร่างสูงใหญ่ ดูจากภายนอกแล้ว เขาเป็คนที่ดูน่าเกรงขาม หลงเหยียนมองแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่าเมื่อก่อนเขาต้องเป็ดั่งคนที่เลียโลหิตจากมีดแน่นอน
เถ้าแก่เห็นว่าคนที่เดินเข้ามาเป็ชายหนุ่มสองคน เขามองด้วยสายตาเยือกเย็น กลับเป็ลูกน้องข้างๆ ที่แสดงความเป็มิตร
“เชิญทั้งสองท่านเข้ามาด้านใน”
ทว่ากลับนึกในใจ ‘ดูเหมือนทั้งสองน่าจะไม่ค่อยมีกิน’ ทว่าหลังจากเห็นป้ายประจำตัวที่เอวหลงเหยียน เขาก็นึกในใจต่อ ‘ที่แท้ก็เป็คนตระกูลอู่ตี้นี่เอง’
หลงเหยียนพยักหน้าให้กับเขาเบาๆ มองประเมินร้านค้าแห่งนี้ ร้านนี้เป็เหมือนขุมทรัพย์ ด้านในมีตำรามากมาย วิชาการต่อสู้ การฝึกวรยุทธ์ ทั้งยังมีการต่อสู้ด้วยอาวุธต่างๆ
เพียงแค่มอง หลงเหยียนก็รู้สึกตาลายแล้ว เขาเดินไปบนชั้นวางแถวแรก มองประเมินแบบรวดเร็ว ล้วนเป็วิชาต่อสู้ระดับมายาทั้งสิ้น ยังมีวิชาระดับทองคำขั้นสูงอีกด้วย
เขามองไปรอบด้าน ทว่าวิชาเหล่านี้ไม่เหมาะกับตน และตอนนี้หลงเหยียนก็มีวิชาระดับมายาแล้ว นั่นก็คือหมัดทะลวง
มองอยู่เสียนานก็ไม่พบวิชาการต่อสู้ที่เหมาะกับหลงเหยียนเลยแม้แต่เล่มเดียว
“เถ้าแก่ นี่ก็คือวิชาการต่อสู้ทั้งหมดของพวกท่านหรือ?”
เวลานี้ เถ้าแก่เงยหน้าขึ้นคล้ายรู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย
“ไอ้หนุ่ม มีอะไร? หรือวรยุทธ์เหล่านี้ไม่มีเหมาะสมกับเ้าเลยสักเล่ม เฮ้อ เหตุใดคนอายุน้อยสมัยนี้ถึงเป็แบบนี้กัน หัวสูงเกินตัว หากไม่มีที่ชอบ เช่นนั้นก็เชิญ!”
เถ้าแก่พูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งทะนง ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่แม้แต่จะอยากคุยกับหลงเหยียนอีกต่อไป เมื่อลูกน้องในร้านเห็นท่าทีของเถ้าแก่ จึงเดินเข้ามาเชิญให้หลงเหยียนกับสิงโตน้อยออกไป
“หรือร้านค้าในซอยซูฮวา คนส่วนใหญ่นิสัยแบบนี้กันหมด? กิริยาไม่น่าเชยชม แย่จริงๆ” อย่างไรเสีย เพราะอยู่ในถิ่นคนอื่น ทั้งยังมีระดับพลังสูง หลงเหยียนคิดดูแล้วจึงอยากกลับออกไป
ทันใดนั้น แขนของหลงเหยียนถูกสิงโตน้อยรั้งเอาไว้
“พี่เหยียน ดูนั่นสิ มุมห้องเขียนไว้ว่าวิชาการต่อสู้ เราไปดูกันเถิด”
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ นั่นเป็วิชาการต่อสู้เล่มหนึ่ง ตำราเล่มนี้มีสีทองระยิบระยับ บนนั้นยังมีตัวหนังสือ มีัและหงส์ตัวใหญ่
‘กายสายฟ้า’
หลงเหยียนตาเป็ประกาย ตำราเล่มนี้ดึงดูดหลงเหยียนมาก จากนั้นลูกน้องในร้านก็ก้าวยาวๆ เข้ามาหาหลงเหยียน
“นี่เป็วิชาฝึกกาย เป็เหมือนสมบัติประจำร้านเราเชียวละ ทางร้านเราไม่ขายให้ใคร”
ยามนี้ เถ้าแก่ร้านหันมามองหลงเหยียนกับสิงโตน้อย ก่อนลุกขึ้นเดินมาหาหลงเหยียนด้วยท่าทางเกียจคร้าน
“มีอะไร? สหายน้อยทั้งสองสนใจวิชาฝึกกายเล่มนี้หรือ?”
--------------------
