เหอชุนฮวาพลันน้ำท่วมปาก ชาวบ้านที่อยู่ด้านข้างพูดอย่างใจกล้าว่า “คงเพราะไปขโมยสูตรมาน่ะสิ”
เหอชุนฮวาโต้กลับทันที “เ้าอย่าพูดเหลวไหล ข้าไม่ได้ขโมยสูตรของพวกนาง”
“ถ้าเช่นนั้นเ้าเอาสูตรมาจากที่ใด? ที่ผ่านมาพวกข้ากินแต่ยี่ห้ออวิ๋นเซวียน กินมาตั้งนานแต่ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน เหตุใดกินของพวกเ้าเพียงครั้งเดียวก็เป็แบบนี้แล้ว? เ้าจงใจปองร้ายกันใช่หรือไม่?”
“มะ ไม่ใช่…”
“เช่นนั้นเ้าจะอธิบายว่าอย่างไร?”
ถิงจั่งไม่ต้องถาม ชาวบ้านที่อยู่ด้านข้างก็ช่วยถามให้แทนแล้ว
เหอชุนฮวาตอบไม่ได้เพราะรู้อยู่แก่ใจในความผิดของตัวเอง นอกจากนี้ก็ไม่รู้ว่าควรหักล้างอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นคือเหตุการณ์วันนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข หากมันบานปลายใหญ่โตขึ้นมา ดีไม่ดีนางอาจต้องเข้าคุก นี่คือเื่ที่นางหวาดกลัวเป็ที่สุด
หลี่จั่งลุกขึ้นประสานมือให้ทุกคน “หากสาเหตุมาจากน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดของพวกข้า ข้าก็ยินดีรับผิดชอบ”
“เ้าคือเ้า พวกข้ารู้ว่าเ้าเป็คนเช่นไร แต่พวกข้าอยากรู้ว่าเหอชุนฮวาจะตอบอย่างไรมากกว่า” ชาวบ้านอีกคนยังคงคาดคั้น จะเอาคำตอบให้ได้
แต่เหอชุนฮวาเอาแต่ยืนหลบหลังหลี่จั่ง นางตอบอะไรไม่ได้ทั้งนั้น
อีกด้านหนึ่ง
หลี่อันหรานนั่งดื่มชาอยู่ภายในลานบ้านของตัวเองอย่างสบายๆ บัดนี้น้ำชาที่นางดื่มไม่ได้เป็กากใบชารสขมเฝื่อนแบบเมื่อก่อนอีกต่อไป ถึงแม้จะไม่ใช่ใบชาโด่งดังล้ำค่า แต่อย่างน้อยก็เป็ชาที่หลายคนในหมู่บ้านไม่เคยรู้จัก
นอกจากนี้ กาน้ำชาที่วางอยู่ด้านข้างก็เป็กาที่นางเพิ่งซื้อกลับมาจากในเมือง ไม่ว่าฝีมือในการทำหรือรูปลักษณ์ภายนอกก็ล้วนแต่งดงาม
นางเม้มปากเอนหลังพิงเก้าอี้หวายโยกที่เพิ่งซื้อกลับมาเช่นกัน ภายในบ้านมีคนงานกำลังทำน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดอยู่
เนื่องจากกิจการขยายขึ้นเรื่อยๆ และขายดีขึ้นทุกวัน พร้อมกันนั้นยี่ห้อของนางก็มีชื่อเสียงในตัวเมือง เป็ที่รู้จักของทุกคน ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่ต้องไปลงมือทำงานที่ต้องใช้แรงงานอีกต่อไป แม้ว่าตอนนี้นางจะยังคงสวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ แม้ว่าจะห่างจากเป้าหมายที่ตั้งไว้อีกไกล แต่นางก็เริ่มที่จะหันไปเพลิดเพลินกับชีวิตตัวเองแล้ว
ทว่าความสงบนี้กลับถูกท่านป้าหวางทำลายลง
“อันหราน อันหราน!”
เสียงะโของท่านป้าหวางลอยมาจากไกลๆ เสียงนี้เจือด้วยสำเนียงท้องถิ่นและก้องกังวานมาก นางวิ่งไปพลางะโไปพลางเหมือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีเสียงหอบหายใจเจืออยู่ด้วย
หลี่อันหรานค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งและวางถ้วยชาในมือลง นางหันไปยิ้มให้ท่านป้าหวางอย่างสนิทสนม “ท่านป้าหวาง ท่านรีบร้อนอะไรกันเ้าคะ? หรือว่าพริกบนูเาจะถูกชิงเก็บไปก่อนอีกแล้ว?”
ท่านป้าหวางลังเลใจไม่น้อย “ไม่ใช่ พวกเราเจอแหล่งพริกแห่งใหม่ ยังเหลืออีกเยอะมากและไม่มีผู้ใดแย่งไป”
หลี่อันหรานหัวเราะร่วน “ถ้าเช่นนั้นท่านรีบร้อนอันใดกันเ้าคะ? รีบนั่งพักก่อนเถิดเ้าค่ะ”
ท่านป้าหวางไม่มีกะจิตกะใจมาพัก นางรีบร่ายอย่างรัวเร็วว่า “เ้ารู้หรือไม่ว่าเกิดเื่ใหญ่ขึ้นในหมู่บ้าน ทางนั้น… คือทางบ้านรองของสกุลหลี่”
“ท่านหมายถึงป้าสะใภ้รองของข้าหรือเ้าคะ หมายถึงเื่ที่น้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดของนางทำให้ถ่ายท้องใช่หรือไม่?”
ท่านป้าหวางตะลึงงัน จากนั้นมองนางด้วยความประหลาดใจ “เ้ารู้แล้วหรือ?”
“รู้แล้วเ้าค่ะ ท่านไม่ใช่คนแรกที่มาบอกข้า” นางแย้มยิ้มแล้วเอนหลังผ่อนคลายอีกครั้ง
ท่านป้าหวางว่าต่อ “เช่นนั้นเ้าไม่ไปดูหน่อยหรือ? คนในหมู่บ้านกินน้ำพริกของบ้านพวกนางแล้วล้มป่วย ตอนนี้ถิงจั่งไปจัดการแล้ว”
หลี่อันหรานมองนางด้วยสีหน้าประหลาดใจกว่าเดิม “ท่านป้าหวาง เื่นี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า เหตุใดข้าต้องไปดูด้วยเ้าคะ?”
“แต่พวกนางขายน้ำพริกเหมือนเ้านะ!” ท่านป้าหวางดูจะยังไม่เข้าใจเื่นี้
หลี่อันหรานจึงอธิบาย “ถึงพวกนางจะขายน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดเช่นกัน แต่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผลิตภัณฑ์อาหารอวิ๋นเซวียนของพวกข้ากัน? ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกกับคนทั้งหมู่บ้านแล้วว่ามีแค่ครอบครัวข้าที่เป็ต้นตำรับ ของที่คนอื่นทำออกมาไม่มีความเกี่ยวข้องกับบ้านข้า”
ท่านป้าหวางขมวดคิ้ว นางเองก็รู้เื่นี้ ใจหนึ่งก็รู้สึกว่าหลี่อันหรานมีเหตุผล โต้แย้งอะไรไม่ได้
“แต่ว่า…”
“พอแล้วเ้าค่ะ เื่นี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเรา ท่านไม่ต้องกังวลแล้วเ้าค่ะ” หลี่อันหรานดึงให้ป้าหวางนั่งลง แต่ท่านป้าหวางยังคงร้อนใจจนนั่งไม่ติดอยู่ดี “เ้าไม่ไปก็ไม่เป็ไร ป้าจะไปดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น”
หลี่อันหรานไม่ห้ามปรามแต่อย่างใด ถึงอย่างไรก็ไม่ได้มีแค่ท่านป้าหวางที่ไปดูอยู่แล้ว
ท่านป้าหวางทำท่าจะจากไปแต่ก็นึกอะไรขึ้นได้ นางจึงหันกลับมาถาม “แม่เ้าล่ะ? แม่เ้าไปที่ใดแล้ว?” ที่ผ่านมา เมื่อใดก็ตามที่สกุลหลี่มีเื่ เสิ่นอิ๋นหวนเป็ต้องไปดูทุกครั้ง แม้จะถูกคนในสกุลหลี่รังแกแต่สำหรับนางแล้ว สกุลหลี่คือครอบครัวของนาง
หลี่อันหรานตอบด้วยรอยยิ้ม “ท่านแม่พาม้าไปกินหญ้าเ้าค่ะ จะกลับมาตอนบ่าย” ท่านป้าหวางไม่รู้ว่าความจริงแล้วหลี่อันหรานบอกให้แม่ออกจากบ้านั้แ่เช้า นอกจากนี้ยังหาคนมาไปเป็เพื่อนนางด้วย
ทั้งหมดก็เพื่อไม่ให้เสิ่นอิ๋นหวนมีส่วนร่วมกับเื่ของเหอชุนฮวา
ท่านป้าหวางขานรับแล้ววิ่งออกไปโดยไม่ได้พูดอะไรอีก ความจริงแล้วนางเป็ห่วงว่าเื่ของเหอชุนฮวาจะทำให้หลี่อันหรานเดือดร้อนไปด้วยเพียงเท่านั้น
หลี่อันหรานเข้าใจในจุดนี้เช่นกัน ทั้งหมดนี้เป็แผนการของนางมาั้แ่ต้น นางเพียงแต่บอกผู้ใดไม่ได้ก็เท่านั้น
หลังจากที่ท่านป้าหวางจากไป หลี่อันหรานก็กลับไปเพลิดเพลินกับชีวิตที่ผ่อนคลายอีกครั้ง นางนั่งอาบแดดหรี่ตาดื่มน้ำชา
ไม่นาน อยู่ๆ หลี่อันอันก็เดินมาดึงแขนเสื้อนาง “ท่านพี่หญิง ท่านมาดูตัวอักษรที่ท่านบอกให้ข้าเขียนหน่อยเ้าค่ะ”
หลี่อันหรานถึงค่อยหยัดกายลุกขึ้น “ได้ พี่จะดูให้ว่าเ้าเขียนเป็อย่างไรบ้าง” จากนั้นจึงลุกไปดูตัวอักษรที่หลี่อันอันเขียน แม้จะลายมือจะบิดเบี้ยวบ้างแต่ก็พอจะอ่านออก นางค่อยเอ่ยพลางลูบศีรษะเล็กๆ ของหลี่อันอัน “เก่งมาก เขียนได้ไม่เลวเลย”
แต่หลี่อันอันกลับถามนางด้วยความสงสัย “ท่านพี่หญิง แต่ท่านแม่บอกว่าข้าไม่จำเป็ต้องเรียนเื่พวกนี้ บอกว่ามีแต่เด็กผู้ชายที่เรียน ข้าเป็เด็กผู้หญิง วันหน้ามีหน้าที่ต้องแต่งงานอย่างเดียว”
“อย่าไปฟังท่านแม่ ฟังพี่ก็พอ ตอนนี้เ้าอาจยังไม่เข้าใจ แต่วันหน้าเ้าจะเข้าใจเอง” หลี่อันหรานเผยยิ้มแล้วตรวจดูตัวอักษรที่หลี่อันอันเขียนต่อ
หลี่อันอันพยักหน้าเชื่อฟังที่นางพูด
ก่อนที่นางจะเอ่ยว่า “ท่านพี่หญิง ข้าหิวแล้ว เมื่อไรท่านแม่จะกลับมาทำกับข้าวเ้าคะ?”
“เที่ยงนี้ท่านแม่ไม่กลับ เดี๋ยวพี่ทำให้เอง” หลี่อันหรานวางกระดาษลงแล้วเดินไปที่ห้องทำงานเพื่อบอกให้คนงานเ่าั้กลับบ้านไปกินข้าวก่อน เสร็จแล้วค่อยเข้าครัวไปทำอาหารให้ตัวเองกับหลี่อันอัน
ทว่านางเพิ่งจะออกจากห้องทำงานก็เห็นคนสองคนเดินมาจากนอกรั้วแล้ว
นางหันไปหยิบผลไม้ลูกหนึ่งมาให้หลี่อันอัน “เ้ากินนี่ก่อน เดี๋ยวพี่ค่อยทำกับข้าวให้”
ตามด้วยเดินออกไปทักทายสองคนนั้น “ท่านลุงรอง ป้าสะใภ้รอง พวกท่านมาทำอันใดหรือเ้าคะ?”
