บทที่ 115 คัมภีร์กระบี่ท้า์
เป็เวลาสิบสี่ปีเต็มๆ ที่เขาไม่รู้เลยว่าท่านผู้เฒ่าที่อยู่ข้างกายเป็ยอดฝีมือ ฉินชูไม่รู้ว่าเพราะตัวเองโง่เขลา หรือท่านผู้เฒ่าเก็บซ่อนได้ดีกันแน่
“นี่คือยอดฝีมือหรือ คนทั่วไปไหนจะกล้าขุดหลุมฝังศพ” หลังจากคิดจนเข้าใจ ฉินชูจึงหัวเราะออกมา หลังจากได้รู้ว่าท่านผู้เฒ่าเป็ยอดฝีมือที่เก็บซ่อนฝีมือเอาไว้ ภายในใจเขาก็รู็สึกโล่งใจไม่น้อย อย่างน้อยความปลอดภัยของท่านผู้เฒ่าก็ไม่น่าเป็ห่วง
ระหว่างที่ฉินชูกำลังครุ่นคิด โม่เต้าจื่อก็มาหา
“ผู้เฒ่าโม่!” ฉินชูลุกขึ้นกล่าวทักทาย
“เ้านี่จริงๆ เลย เกิดปัญหากับตำรายุทธ์เหตุใดถึงไม่พูด? ข้าลืมเื่นี้เสียสนิท หากผู้เฒ่าหลิงไม่เอ่ยเตือน ข้าคงลืมไปแล้ว” โม่เต้าจื่อนั่งลงตรงข้ามฉินชู
“ข้าคิดจะลองดูว่าจะแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองได้หรือไม่” ฉินชูกล่าว
โม่เต้าจื่อมองฉินชูก่อนกล่าว “ยามนี้เ้าฝึกฝนเพลงกระบี่ หากโจมตีด้วยปราณกระบี่อย่างเต็มกำลัง เ้ายื้อได้นานแค่ไหน?”
“หากโจมตีด้วยปราณกระบี่ในทุกกระบวนท่า จะยื้อได้นานประมาณหนึ่งเค่อ[1]” ฉินชูคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว
“เช่นนั้นเ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ฝึกตนทั่วไปยื้อได้นานแค่ไหน? ได้ประมาณกึ่งเค่อเท่านั้น เ้าแกร่งกว่าผู้หนึ่งถึงหนึ่งเท่าตัว นั่นเป็ผลลัพธ์จากการฝึกฝนชิ้นส่วนคัมภีร์ปราณฟ้า เคล็ดปราณฟ้าขยายและเสริมสร้างตันเถียนและเส้นลมปราณของเ้าให้แข็งแกร่งขึ้น บางทีอาจเพราะเ้ามีสายเืศักดิ์สิทธิ์ในกายด้วย จึงไม่พบความผิดปกติ หากเป็ผู้อื่นที่ถึงระดับนี้คงทนไม่ไหว ฝึกต่อไปตันเถียนจะพังทลาย เส้นลมปานปริแตก แต่ที่ข้าให้เ้าฝึกฝนชิ้นส่วนคัมภีร์ปราณฟ้า เพราะข้าพบว่าร่างกายของเ้าแข็งแกร่งเป็อย่างมาก” โม่เต้าจื่อมองฉินชูพร้อมกล่าว
“มิน่าเล่า่นี้ข้าถึงรู้สึกปวดเส้นลมปราณ แม้จะไม่รุนแรง แต่ก็มีความรู้สึกเล็กน้อย” ฉินชูคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว
“ชื่อเต็มของชิ้นส่วนคัมภีร์ปราณฟ้าคือเคล็ดปราณฟ้า แล้วส่วนที่หายไปเกิดจากการกระทำของมนุษย์ มนุษย์ผู้นั้นคือปรมาจารย์ท่านหนึ่งของสำนักชิงหยุน ซึ่งมีนามว่าเซียวหยุน” โม่เต้าจื่อกล่าวกับฉินชู
ฉินชูคิดครู่หนึ่ง จึงนึกขึ้นมาได้ ว่าบนชิ้นส่วนคัมภีร์ปราณฟ้ามีคำอธิบายของคนสองคน หนึ่งในนั้นคือโม่เต้าจื่อ อีกคนหนึ่งที่เขียนคำอธิบายไว้คือเซียวหยุน
“ท่านปรมาจารย์เซียวหยุนเกรงว่าเคล็ดปราณฟ้าจะทำร้ายชนรุ่นหลัง จึงแบ่งเคล็ดปราณฟ้าออกเป็สองส่วน เก็บส่วนที่สามารถฝึกได้ไว้ในหอคัมภีร์ และเก็บซ่อนอีกกึ่งหนึ่งซึ่งเป็ส่วนที่อาจทำร้ายผู้คนเอาไว้ จนกลายเป็คัมภีร์ต้องห้าม” โม่เต้าจื่อกล่าวกับฉินชู
“เช่นนั้นก็หมายความว่า ยังมีอีกกึ่งหนึ่งอยู่?” ฉินชูลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น เื่นี้สำคัญกับเขามาก ต่อให้ไม่สามารถฝึกฝนได้ ก็บุกเบิกความคิดของเขาได้ ส่วนเื่ที่ต้องใช้แต้มคุณูปการแลก เขาไม่กังวลเื่นี้เลย เขายังมีแต้มคุณูปการอีกล้านแต้ม!
“ยังอยู่! แต่ไม่เหมาะแก่การฝึกฝนจริงๆ เ้ารู้หรือไม่ว่าปรมาจารย์เทียนหยวนจื่อที่คิดค้นเคล็ดปราณฟ้าขึ้นมาเป็ใคร? เขาไม่ใช่มนุษย์ เขาเป็แรดฟ้าครามที่แข็งแกร่งยิ่งในหมู่สัตว์อสูร แรดฟ้าครามที่เพิ่งเกิดมีความแข็งแกร่งด้านร่างกายขั้นสี่ ตำรายุทธ์ของเขาไม่เหมาะกับผู้ฝึกตนมนุษย์อย่างแท้จริง ลืมบอกเ้าไป แรดฟ้าครามเคยเป็ผู้เฒ่าผู้พิทักษ์สำนักชิงหยุนของเราด้วย” โม่เต้าจื่อบอกกล่าวความลับบางอย่างของสำนักชิงหยุนให้ฉินชูฟัง
ฉินชูผงะไปเล็กน้อย เขาคิดไม่ถึงว่าที่ตัวเองฝึกฝนจะเป็ตำรายุทธ์ที่สัตว์อสูรใช้
“เมื่อเจ็ดร้อยปีก่อน สำนักชิงหยุนปรากฏอัจฉริยะผู้มีพร์โดดเด่นผู้หนึ่ง เขาคือปรมาจารย์เซียวหยุน แต่ลูกศิษย์ของเขาเกิดปัญหาขึ้นเนื่องจากฝึกฝนเคล็ดปราณฟ้า เขาจึงต้องจัดการเคล็ดปราณฟ้า โดยเขียนคำอธิบายประกอบไว้ในครึ่งแรก เก็บไว้ในหอคัมภีร์ ส่วนครึ่งหลังอยู่ในหอคัมภีร์ต้องห้าม พร้อมทั้งสั่งเอาไว้ ห้ามผู้ใดฝึกฝนเด็ดขาด” โม่เต้าจื่อกล่าวกับฉินชู
“หน็อย! ห้ามฝึกฝน เช่นนั้นเก็บไว้จะมีประโยชน์อันใดเล่า?เดี๋ยว... คำสั่งของเขาคือห้ามฝึกฝน ไม่ได้บอกว่าห้ามศึกษาเป็แนวทาง” ฉินชูจับประเด็นสำคัญได้
“อย่าคิดหาช่องโหว่ฉวยโอกาส ครึ่งหลังของเคล็ดปราณฟ้าไม่ให้อะไรเ้าหรอก เื่นี้เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด” โม่เต้าจื่อพูดดักความคิดฉินชูไว้ทันควัน
“เช่นนั้นพูดไปพูดมา จะมีประโยชน์หรือ?” ฉินชูรู้สึกคับข้องใจนัก
“บอกเื่นี้กับเ้า ย่อมมีประโยชน์ ปรมาจารย์เซียวหยุนอาศัยเคล็ดปราณฟ้าเป็แนวทาง คิดค้นตำรายุทธ์ที่มีเงื่อนไขยากเย็นขึ้นมาอีกหนึ่งเล่ม ตำรายุทธ์นั้นชื่อว่าคัมภีร์กระบี่ท้า์ ยังมีอีกเื่หนึ่งที่ต้องบอกกล่าวให้ชัดเจน ปรมาจารย์เซียวหยุนเป็ผู้ฝึกกระบี่ที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์สำนักชิงหยุน ประสบความสำเร็จยิ่งกว่าปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักเสียอีก” โม่เต้าจื่อกล่าวกับฉินชู
“ผู้เฒ่าโม่ พวกเราเข้าเื่สำคัญกันดีกว่า คัมภีร์กระบี่ท้า์ยังอยู่หรือไม่?” ฉินชูไม่อาจทนฟังโม่เต้าจื่อพูดเื่หนึ่งโยงไปอีกเื่หนึ่งต่อไปได้ สิ่งที่เขาสนใจ มีแค่เส้นทางฝึกฝนต่อจากนี้ของเขาต่างหาก
“ประเด็นสำคัญคือ เงื่อนไขการฝึกฝนคัมภีร์กระบี่ท้า์นั้นยากเย็นมาก ต้องมีความแข็งแกร่งร่างกายขั้นสาม ทั้งยังต้องมีเจตจำนงกระบี่ แต่เหมือนว่าเ้าจะมีทั้งคู่” โม่เต้าจื่อมองฉินชูอย่างพินิจครู่หนึ่งก่อนกล่าว
ฉินชูมองโม่เต้าจื่อ รอให้โม่เต้าจื่อกล่าวต่อ
“ไปกันเถอะ!” โม่เต้าจื่อพาฉินชูออกจากยอดเขาชิงจู๋
เดิมทีฉินชูนึกว่าจะไปหอคัมภีร์ แต่คาดไม่ถึงว่าโม่เต้าจื่อจะพาเขาเข้ามาภายในโถงใหญ่ของยอดเขาหลัก ภายในโถงใหญ่ หลัวเจินและลู่หยวนกำลังสนทนากัน เมื่อเห็นโม่เต้าจื่อและฉินชูเข้ามา ต่างกล่าวทักทาย
โม่เต้าจื่อไม่ได้มองหลัวเจินและลู่หยวน แต่หันกลับไปมองฉินชู “คัมภีร์กระบี่ท้า์เป็ตำราอันดับหนึ่งของสำนักชิงหยุน เดิมทีมีแต่ศิษย์ในสายเ้าสำนักถึงจะฝึกฝนได้ ข้าไม่อยากทำให้เ้าลำบากใจ เ้าเพียงให้คำสัตย์สาบานต่อบรรพจารย์ว่าจะไม่ทรยศต่อสำนักชิงหยุน เ้าก็สามารถฝึกฝนได้”
ฉินชูมองดูรูปปั้นแกะสลักบรรพจารย์สำนักชิงหยุนที่สะพายกระบี่ไว้ด้านหลังพร้อมกล่าว “หลักการใช้ชีวิตของข้าฉินชูคือหากอีกฝ่ายไม่ทำผิดต่อข้า ข้าย่อมไม่ทำผิดต่ออีกฝ่าย ขอเพียงสำนักชิงหยุนไม่ทอดทิ้งและทรยศข้า ข้าย่อมไม่ทรยศต่อสำนักชิงหยุน”
“แม้ว่าคำสัตย์สาบานของเ้าจะมีปัญหาเล็กน้อย แต่หาใช่ปัญหาใหญ่ ข้าจะยอมทน เอาแต้มคุณูปการมาหนึ่งล้านแต้ม ข้าจะมอบคัมภีร์กระบี่ท้า์ให้เ้า” เมื่อเห็นว่าฉินชูให้คำสัตย์สาบานแล้ว โม่เต้าจื่อจึงกล่าวต่อ
“ผู้เฒ่าโม่ท่านเสียสติหรืออย่างไร ท่านขอแต้มคุณูปการหนึ่งล้านแต้ม นี่คิดจะปล้นชิงกันหรือ?” ได้ฟังวาจาของโม่เต้าจื่อ ฉินชูก็ร้อนใจทันใด แต้มคุณูปการหนึ่งล้านแต้ม ไร้เหตุผลเกินไป เท่าที่เขารู้ คัมภีร์ที่แพงที่สุดของสำนักชิงหยุนนั้นใช้แต้มคุณูปการเพียงสองแสนแต้มเท่านั้น คัมภีร์ที่ต้องใช้แต้มคุณูปการหนึ่งล้านแต้มใครที่ไหนจะแลกไหว?
“ไม่ใช้แต้มคุณูปการก็ได้! เ้าเพียงสาบาน ว่าต่อไปจะอยู่ที่สำนักชิงหยุน เป็ศิษย์เ้าสำนัก จากนั้นจะรับสืบทอดตำแหน่งเ้าสำนัก ทุ่มเทเพื่อสำนักชิงหยุนจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ข้าจะให้เ้าฝึกฝนคัมภีร์นี้โดยไม่เรียกร้องสิ่งใด เ้าต้องรู้ว่าคัมภีร์กระบี่ท้า์เป็คัมภีร์สำหรับศิษย์ในสายเ้าสำนัก แต้มคุณูปการหนึ่งล้านแต้มถือเป็คำอธิบายต่อการละเมิดคำสั่งของท่านบรรพจารย์” เมื่อเห็นฉินชูร้อนใจ โม่เต้าจื่อจึงยื่นข้อเสนอ
“เฮ้อ ผู้เฒ่าโม่ท่านกำราบข้าเสียอยู่หมัด ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าข้าต้องไปตามหาคนในครอบครัว ไม่มีทางอยู่ที่สำนักชิงหยุนต่อ” ฉินชูถอนหายใจทีหนึ่ง ก่อนนำบัตรสะสมแต้มคุณูปการออกมา
หลังจากเก็บบัตรสะสมแต้มคุณูปการของฉินชู โม่เต้าจื่อจึงนำคัมภีร์โบราณในรูปเล่มกระดาษออกมายื่นให้ฉินชู “เพราะเ้าไม่ยอมเลื่อนขั้น ยอมเป็แต่ศิษย์รับใช้ นี่เป็การแสดงออกว่าไม่อยากแบกรับภาระหน้าที่ ข้าจำเป็ต้องมีทางเลือก มิเช่นนั้นคงไม่บีบให้เ้าสาบาน แต้มคุณูปการเป็ปัญหาสำหรับเ้าหรืออย่างไร เ้าไปหุบเขาเทียนเซียงอีกครั้งหนึ่ง ก็มีแต้มคุณูปการอีกหนึ่งล้านแต้มแล้วมิใช่หรือ? ข้าแค่อยากหาโอกาสให้สำนักชิงหยุนก้าวหน้าขึ้นบ้าง”
“แม้จะรู้สึกว่าท่านช่างน่าชังนัก แต่ข้าเข้าใจได้” ฉินชูมองโม่เต้าจื่อ เขารู้ว่าในฐานะผู้เฒ่าของสำนักชิงหยุน ย่อมต้องคิดเผื่อสำนักเป็ปกติ
“มีคนมากมายเท่าไรที่อยากจะฝึกฝนคัมภีร์กระบี่ท้า์ แต่กลับอยู่ในฐานะหรือเงื่อนไขที่ไม่เหมาะสม หากเ้าได้คัมภีร์นี้ไป เ้าต้องทำให้มันเลื่องชื่อขจรขจาย” หลัวเจินมองฉินชูพร้อมกล่าว
[1] เค่อ คือหน่วยนับเวลาในยุคสมัยจีนโบราณ โดย 1 เค่อ = 15 นาที
