อักขระิญญาปีศาจเพลิงเปล่งแสงจรัสแจ้ง ปราณธาตุไฟในเอกภพแห่งนี้กลายเป็อาหารชั้นเยี่ยมให้กับอักขระิญญาปีศาจเพลิง อักขระิญญาสีแดงชาดลุกลามถ้วนทั่วสรรพางค์กาย
หากมองจากระยะไกลจะเห็นราวกับว่าร่างกายของจูชิงถูกห่อหุ้มไว้ด้วยเปลวเพลิง!
ความเ็ปน่าพรั่นพรึงเสมือนตายทั้งเป็ในตอนแรกค่อยๆ สลายหายไปแล้วถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้จูชิงตื่นเต้นถึงขีดสุด
จูชิงััได้ถึงพลังอันแกร่งกล้าที่ตื่นขึ้นบนิัของตัวเอง ทันใดนั้นพลานุภาพของอักขระิญญาปีศาจเพลิงก็เริ่มสำแดงแผลงฤทธิ์
ห้าวันผ่านไป ภายใต้ปราณธาตุไฟไร้ที่สิ้นสุดในเอกภพแห่งนี้《กายเพลิงปีศาจ》ข้ามก้าวสู่ความสำเร็จ แม้ว่าจะแค่เล็กน้อยทว่ากลับเหนือกว่า《กระดูกปีศาจวายุ》ที่จูชิงฝึกฝนั้แ่แรกเสียอีก!
เขาลองขับเคลื่อนลมปราณ ขณะนั้นอักขระิญญาปีศาจเพลิงที่อยู่บนิัก็ปลดปล่อยคลื่นลมปราณแห่งเพลิง เกราะเปลวไฟหนาแน่นปกคลุมร่างของจูชิงเอาไว้
อุณหภูมิสูงล้ำยิ่งหยั่งถึงคล้ายกับสามารถหลอมละลายทุกสรรพสิ่งในโลกา แต่จูชิงกลับไม่รู้สึกอะไรเลย
“นี่คือวิชาลับอย่างนั้นรึ?” จูชิงกวาดสายตามองร่างกายของตัวเองอย่างตกตะลึง ภายใต้เกราะเปลวเพลิง แม้เป็จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณก็น่าจะทำอะไรเขาไม่ได้
“นี่เป็เพียงความสำเร็จเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าเ้าฝึกฝนจนสมบูรณ์ เ้าจะสามารถอัญเชิญปีศาจเพลิงแท้จริงลงมาได้ เมื่อถึงตอนนั้น ฮี่ๆๆ...” เฒ่าปีศาจยิ้มเ้าเล่ห์
“เ้าเคยพูดไว้ว่า ไม่ว่าจักเป็《กระดูกปีศาจวายุ》หรือ《กายเพลิงปีศาจ》ล้วนแล้วเป็หนึ่งในคัมภีร์วิชาลับ แท้จริงแล้วเ้าฝึกฝนวิชายุทธ์อะไรอย่างนั้นรึ?” จูชิงถามอย่างอดมิได้
“ขั้นบำเพ็ญเพียรของเ้ายังไม่ถึงขั้น รู้มากไปก็มีแต่จะเป็อุปสรรคต่อเส้นทางบำเพ็ญเพียร เพลานี้วิชาลับทั้งสองคือขีดจำกัดสูงสุดของเ้าแล้ว ถ้าเ้าฝึกฝนวิชาลับวิชาที่สาม ข้าเกรงว่าเ้าจะเป็บ้าไปเสียก่อน” เฒ่าปีศาจส่ายศีรษะ
ถ้ามิใช่เพราะจูชิงเป็กายศักดิ์สิทธิ์ ถ้ามิใช่เพราะเข้ามาในเอกภพแห่งนี้ เฒ่าปีศาจไม่มีทางถ่ายทอด《กายเพลิงปีศาจ》ให้กับเขาอย่างแน่นอน สองวิชาลับนี้นับว่าเป็ขีดจำกัดสูงสุดแล้ว หากเรียนมากกว่านี้มีแต่จะเป็อันตรายต่อจูชิง
เฒ่าปีศาจเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ย่อมไม่มีทางดึงต้นกล้าให้โต[1] โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนาคตของจูชิงเป็สิ่งชี้ชะตาตัดสินว่าเขาจะสามารถไปเกิดใหม่ได้หรือไม่ ดังนั้นเฒ่าปีศาจต้องระมัดระวังเป็พิเศษ
จูชิงใช้เวลาห้าวันไปกับการบำเพ็ญเพียร ทว่าสำหรับจอมยุทธ์ที่อยู่ข้างนอกนั้น พวกเขาใช้เวลาทุกวินาทีไปกับการสังหาร
เมื่อเห็นคลังสมบัติลับที่แท้จริง มิว่าใครล้วนต้องคลุ้มคลั่งแทบเป็บ้า แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็ตระกูลฮว๋าง ตระกูลที่ทรงพลังที่สุดของเมืองสมุทร์ พวกเขายังคงอาจหาญแก่งแย่ง่ชิงอย่างไม่คิดชีวิต
จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้าสองคนที่ฮว๋างจ้านสั่งให้คุ้มกันอยู่ข้างนอก เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่อาจหยุดยั้งได้ก็รีบถอยกลับเข้าไปในคลังสมบัติลับ เพลานี้ชื่อตระกูลฮว๋างสร้างความหวาดผวาให้กับจอมยุทธ์ที่กำลังคลุ้มคลั่งไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ถึงเป็จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหกชั้นฟ้าก็ต้านทานคนเกือบพันคนไม่ไหว
“คลังสมบัติที่ทิ้งไว้ในยุคดึกดำบรรพ์!”
“ข้างในนั้นมีเอกภพ มันเป็ของจอมยุทธ์ขั้น์ปฐี!”
“ใครบังอาจแย่งของของข้า ข้าจักฆ่าทิ้งซะ!”
คลังสมบัติลับได้กลายเป็ภพภูมิแห่งเหล่าอสุราไปเสียแล้ว หมู่ชนพุ่งฟาดฟัน่ชิง กลิ่นอายแห่งความตายกำจายทั่วทุกสารทิศ
“พวกเราเป็สหายกันไม่ใช่หรือ ข้าเคยช่วยชีวิตเ้าครั้งหนึ่ง แล้วเ้าทำแบบนี้กับข้าได้อย่างไร?” จอมยุทธ์คนหนึ่งถูกแทง กระบี่ยาวปักอยู่กลางอก กระนั้นเขาก็ยังอ้อนวอนขอชีวิต หวังว่าอดีตสหายจะปล่อยเขาไป
“สหายงั้นรึ? ใครใช้ให้เ้าเก็บหินโลหิตผลาญนั่นไว้คนเดียว เ้าทำตัวเ้าเอง อย่าโทษข้าเลย” จอมยุทธ์ผู้นั้นแสยะยิ้มจับด้ามกระบี่ยาวบดขยี้หัวใจอีกฝ่าย
“ใครที่มันกล้าขัดขวางตระกูลฮว๋าง ข้าจักบดขยี้ให้แหลกเป็ชิ้นๆ!” ฮว๋างจ้านคำราม จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณที่อยู่ข้างกายลงมือสังหารผู้ที่ขัดขวางตระกูลฮว๋างหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ
อย่างไรเสียตระกูลฮว๋างก็ยังคงแข็งแกร่งที่สุดในคลังสมบัติลับ แค่จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณสิบคนก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาเป็ผู้คลังสมบัติลับได้แล้ว
ตระกูลฮว๋างเป็กลุ่มแรกที่ได้เข้าไปในคลังสมบัติลับ อีกทั้งพวกเขาก็ยังหาของล้ำค่าฟ้าดินมาได้มากที่สุดด้วย ถุงเอกภพบรรจุของล้ำค่าจนแน่นไม่เหลือที่ว่างแล้ว
จอมยุทธ์ขั้น์ปฐีสองชั้นฟ้าเป็ผู้ที่แกร่งกล้าเหนือจินตนาการของพวกเขา ถึงจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณจะไม่ต่างอะไรกับขยะในสายตาของจอมยุทธ์ขั้น์ปฐี ทว่าสำหรับจอมยุทธ์ทั่วไปแล้วนั้น จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณก็ยังคงแข็งแกร่งเหลือล้ำเกินหยั่งถึง
“ถุงเอกภพเต็มหมดแล้ว ข้าอยากได้ถุงเอกภพใบใหม่!” ฮว๋างจ้านเหยียดยิ้ม
“ฮว๋างจ้าน เ้าคิดจะทำอะไร ถ้าเ้าแตะต้องข้า ตระกูลเฟิงไม่มีทางปล่อยเ้าแน่” จอมยุทธ์หนุ่มมองฮว๋างจ้านด้วยความหวาดกลัว
“ส่งถุงเอกภพมาให้ข้า แล้วข้าจะปล่อยเ้าไป” ฮว๋างจ้านสืบเท้าหนึ่งก้าว คลื่นพลังของจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหนักหน่วงแสนพรรณนา
“จะปล่อยข้าจริงๆ ใช่หรือไม่?” แววตาของจอมยุทธ์หนุ่มเริ่มลังเล
“ข้าฮว๋างจ้านพูดคำไหนคำนั้น” ฮว๋างจ้านกล่าว
“ก็ได้!” จอมยุทธ์หนุ่มกัดฟันปลดถุงเอกภพที่เอวโยนให้ฮว๋างจ้านแล้วรีบวิ่งหนีไป
ฮว๋างจ้านตรวจสอบถุงเอกภพ ข้างในนั้นมีของล้ำค่าฟ้าดินอยู่ไม่น้อย สะดวกสบายยิ่งกว่าการที่ต้องไปหาเองหลายเท่า
การปล้นคือเส้นทางรวยที่รวดเร็วที่สุด ในคลังสมบัติลับนี้ไม่มีขุมพลังอำนาจใดแข็งแกร่งไปกว่าตระกูลฮว๋าง และไม่มีขุมพลังอำนาจใดสามารถต่อต้านการปล้นสะดมของจอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณนับสิบคนได้
ณ ท้องฟ้าห่างจากคลังสมบัติลับหนึ่งร้อยลี้ เรือเหล็กทมิฬลำหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
นี่เป็ครั้งแรกที่เรือเหล็กสามารถบินเหินลอยอากาศปรากฏในมหาสมุทร ถ้าจูชิงอยู่ที่นี่ เขาจะต้องรู้สึกว่าเรือเหล็กลำนี้ช่างคล้ายคลึงกับเรือเหล็กของขุนเขากระบี่เทียนหยวนยิ่งนัก
เดิมที่การสร้างเรือล่าสัตว์นั้นยากมากอยู่แล้ว นับประสาอะไรกับการปรับแต่งให้เรือสามารถบินอยู่บนท้องฟ้าได้อย่างอิสระ ผู้ที่ทำเช่นนั้นได้จะต้องเป็ขุมพลังอำนาจที่น่าพรั่นพรึงโดยไม่ต้องสงสัย
ชายชราคนหนึ่งยืนอยู่บริเวณหัวเรือ สายตาจับจ้องมองกระแสน้ำวนที่อยู่ห่างออกไป แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น!
“ท่านอาจารย์ มหาสมุทรทุรกันดารนี่มีเอกภพของขั้น์ปฐีอยู่จริงหรือ?” เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ ชายชราเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้
“ที่นี่มีเอกภพไม่ผิดแน่!” ชายชราหัวเราะ เขาเห็นลมปราณมหาศาลทะลักทลายออกมาจากใจกลางกระแสน้ำวน!
“ที่นี่น่าจะเป็เขตที่วังิญญาสมุทรดูแลอยู่ อยากให้ข้าแจ้งวังิญญาสมุทรไว้ก่อนหรือไม่?” เด็กหนุ่มถามต่อ
“จะแจ้งพวกเขาทำไม มันคือสิ่งที่พวกเราค้นพบ ดังนั้นก็ควรเป็ของพวกเรา!” ชายชราแค่นเสียงหึ
“หืม?” ทันใดนั้นชายชราก็หน้าเปลี่ยนสี เขาเห็นเรือั์ลำใหญ่ลอยอยู่ข้างกระแสน้ำวน นั่นหมายความว่ามีคนเข้าไปในคลังสมบัติลับนี้เร็วกว่าเขาหนึ่งก้าวแล้ว
“ซวนเอ๋อร์ ไปกับข้าเร็ว!” ชายชราคำรามลากเด็กหนุ่มลงไปในกระแสน้ำวน
“ขั้น์ปฐีสองชั้นฟ้า!” หลังจากที่ชายชราเข้าไปในคลังสมบัติลับแล้วเห็นดวงอาทิตย์สองดวง เขาถึงกับเบิกตาทั้งสองกว้างด้วยความตกตะลึง
ถึงแม้บรรพบุรุษของวิหารสมุทร์จะมิได้เป็ขั้น์ปฐีหนึ่งชั้นฟ้า ทว่าเ้าของคลังสมบัติลับนี้เป็ขั้น์ปฐีสองชั้นฟ้า ดังนั้นสมบัติล้ำค่าที่เขาทิ้งเอาไว้ต้องน่าพรั่นพรึงเกินหยั่งถึงเป็แน่แท้
ไม่มีร่องรอยของจอมยุทธ์คนอื่นบริเวณใกล้เคียง คนนับพันกระจายตัวไปทั่วทุกสารทิศนานหลายวันแล้ว สมบัติล้ำค่าที่มีอยู่ถูก่ชิงไปจนเกือบหมดแล้ว
ครั้นได้ยินเสียงฆ่าฟังดังสะท้อนก้อง ชายชราพลันแสยะยิ้ม ขอแค่คนพวกนั้นยังอยู่ที่นี่ พวกเขาก็ยังสามารถ่ชิงของล้ำค่ากลับมาเป็ของตัวเองได้
“เ้าหนู แย่ล่ะสิ!” เฒ่าปีศาจหน้าเปลี่ยนสี
“เกิดอะไรขึ้น?” จูชิงที่กำลังง่วนกับการยิง “ดาว” พอได้ยินเฒ่าปีศาจพูดก็ผงะชั่วขณะ
“มีผู้เยี่ยมยุทธ์มาที่นี่ ขั้นบำเพ็ญเพียรอยู่ในขั้นสั่งสม!” เฒ่าปีศาจพูด
“ขั้นสั่งสม!” จูชิงใมาก บริเวณเขตมหาสมุทรนี้ขั้นหลอมลมปราณเปรียบดั่งนฤบาลแล้ว เช่นนั้นจอมยุทธ์ขั้นสั่งสมหมายถึงอะไร แค่เขาเพียงคนเดียวก็น่าจะสังหารคนทั้งหมดในคลังสมบัติลับได้อย่างง่ายดาย
“เป็ไปได้ยังไง ที่นี่มีจอมยุทธ์ขั้นสั่งสมได้อย่างไรกัน?” จูชิงยิ้มเจื่อน
“เ้าหาของล้ำค่าต่อเถอะ แม้ว่าเป็จอมยุทธ์ขั้นสั่งสมก็ไม่น่าหาที่นี่พบในครึ่งชั่วยาม” เฒ่าปีศาจพูด
จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตแปรเปลี่ยนกลายเป็ลูกธนู เสียงัคำรณอึกทึกผ่านอักขระาหลัวโหว!
เขากวาดสายตามองดวงอาทิตย์ ครั้งนี้เขาจะยิงมันให้ตก!
“โฮกกก!” ัแท้จริงพันล้อมรอบง้าวปีศาจิญญาอำมหิต ครั้นสิ้นเสียงนั้น ดวงอาทิตย์ที่อยู่ท้องฟ้าพลันแตกเป็เสี่ยงๆ
เปลวเพลิงลุกโชนโชติ่ งูอัคคีประจักษ์ระหว่างฟ้าดิน งูอัคคีเ่าั้จ้องเขม็งมองมาที่จูชิง
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ขับเคลื่อน《กายเพลิงปีศาจ》อักขระิญญาปีศาจเพลิงบนผิวกายสาดแสงสีแดงจรัสแจ้ง
งูอัคคีพุ่งชนจูชิง ทว่าทันใดนั้นกลับถูกอักขระิญญาปีศาจเพลิงหล่อหลอม แสงบนอักขระิญญาส่องแสงชัดแจ้งยิ่งกว่าเดิม
ในบรรดางูอัคคีนับพันตัวนั้น มีงูอัคคีตัวหนึ่งค่อนข้างพิเศษ มีเขางอกออกมาจากหัวของมัน!
“นั่นสินะ?” เฒ่าปีศาจยิ้มเล็กน้อย
ศัสตราวุธิญญาของขั้น์ปฐีน่าสะพรึงยิ่งยวด ในศัสตราวุธิญญามีจิติญญาัคะนองน้ำสะกดอยู่
“หนึ่งตัว สองตัว...” ทันใดนั้นม่านตาของเฒ่าปีศาจก็หดเล็กเหลือเท่ากับรูเข็ม จำนวนัเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
“เก้าตัว...!” ิญญาัคะนองน้ำเก้าตัวถูกสะกดอยู่ในศัสตราวุธิญญา นั่นทำให้เฒ่าปีศาจรู้สึกว่ามันค่อนข้างน่าสนใจ
ตรงหางของมันมีลูกแก้วอยู่อันหนึ่งหมุนวนไปมากลางอากาศ!
“ลูกแก้วัอัคคี!” เฒ่าปีศาจเป็ปีติ
“ลูกแก้วั?” จูชิงตะลึง เขาเองก็มีลูกแก้วอยู่สองลูก ทว่าไม่เคยเห็นลูกแก้วัมาก่อน
“เ้าเด็กนี่ เอาลูกแก้วัที่ล้ำค่าไปเทียบกับอะไรแบบนั้นได้อย่างไร!” เฒ่าปีศาจแค่นเสียงไม่แยแส
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีงูอัคคีเยอะขนาดนี้” เฒ่าปีศาจหัวเราะลั่น
“เ้าไม่เป็ไรใช่หรือไม่?” จูชิงเพิ่งเคยเห็นเฒ่าปีศาจมีความสุขเช่นนี้เป็ครั้งแรก
“เก็บลูกแก้วันั่นมา มันจักเป็ประโยชน์ต่อเ้าในภายหลัง!” เฒ่าปีศาจกล่าว
[1] คำอุปมาหมายถึง การพยายามฝืนกฎเกณฑ์ การรีบร้อนเร่งงานใดๆ ให้สำเร็จอย่างผิดวิธีจนก่อให้เกิดผลเสียหายตามมา
