การกระทำเช่นนี้ ทุกคนที่นั่นล้วนไม่เข้าใจว่าการรินสุราในครั้งนี้เป็การตบหน้าหนานกงเย่อย่างไร
เหนียนอีหลานที่มองอยู่ด้านข้างวงคิ้วก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่น นึกถึงวันนั้นที่จวนเหนียน ครั้นเมื่อเหนียนยวี่กระซิบอะไรบางอย่างข้างหูหนานกงเย่นางกล้ารับรองได้ว่าเป็เพราะคำพูดวันนั้น หนานกงเย่จึงยอมละเว้นเหนียนยวี่เช่นนี้
ทว่าท้ายที่สุดแล้วในวันนั้นเหนียนยวี่กล่าวอะไรกับหนานกงเย่กันแน่
เหนียนอีหลานจ้องมองเหนียนยวี่อย่างครุ่นคิด
บุรุษที่เพิ่งเข้ามาในตำหนักยืนมองฉากนี้ด้วยสีหน้าแววตาซับซ้อน
นิสัยของหนานกงเย่ผู้นี้หนานกงฉี่รู้จักเป็อย่างดี ั้แ่ไหนแต่ไรมา นางที่มีนิสัยทำตามอารมณ์ ดื้อรั้นและชอบใช้อำนาจระรานผู้อื่นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่คุกเข่ารินสุราเลย แค่ยืนรินสุราให้พี่รองเช่นเขาก็ยังต้องรอให้นางอารมณ์ดีๆ เสียก่อนทว่าใบหน้านางตอนนี้...
เห็นได้ชัดว่าเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ แม้จะเป็เช่นนั้นทว่านางก็ยังทำ นี่มันหมายความว่าอย่างไร?
สายตาของหนานกงฉี่ตกอยู่ที่เหนียนยวี่โดยไม่รู้ตัวั์ตาวาววับเป็ประกายราวจิ้งจอกฉายแววชื่นชอบพาดผ่าน
"หืมสุรานี่...ไม่เลวเลย" องค์หญิงใหญ่ชิงเหอรับจอกสุราขึ้นมา ดมกลิ่นเล็กน้อยด้วยความเฉลียวฉลาดของนาง จึงรู้ได้ทันทีว่าเหนียนยวี่ต้องจับจุดอ่อนของคุณหนูหนานกงผู้นี้ได้แน่ได้ยินว่าภายในตระกูลหนานกง คนผู้นี้เป็คนหัวแข็งดื้อรั้น เมื่อเห็นนาง "ยอมจำนน" เช่นนี้ ในใจก็รู้สึกเบิกบานอย่างอธิบายไม่ถูก"เพียงแต่..."
สีหน้าองค์หญิงใหญ่ชิงเหอทรุดลงทันที"เปิ่นกงตั้งครรภ์อยู่ สุรานี่..."
องค์หญิงใหญ่ชิงเหอยังไม่ทันได้กล่าวจบหนานกงเย่ก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว
องค์หญิงใหญ่ชิงเหอดื่มสุราไม่ได้ทว่านางกลับริน...หากนางถูกลงโทษฐานทำร้ายทารกในครรภ์ขององค์หญิงใหญ่ละก็...
ในใจหนานกงเย่ก็ยิ่งตื่นตระหนกเหลือบตาจ้องเหนียนยวี่อย่างดุร้าย เหนียนยวี่คนนี้เห็นอยู่แจ่มแจ้งว่ากำลังฝังนางลงหลุม!
“เย่เอ๋อร์ เด็กคนนี้นี่ชอบก่อเื่ไปทั่วจริงๆ เลย” จู่ๆ เสียงของฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงก็ดังขึ้นนางถือไม้เท้าประคองตัวก้าวเดินออกมาทีละก้าวๆ คำนับองค์หญิงใหญ่ชิงเหอ"องค์หญิงใหญ่เพคะ เย่เอ๋อร์นางไม่ค่อยรู้ความ ลบหลู่องค์หญิงใหญ่เข้าแล้วเหล่าเชินจะขอรินชาถ้วยใหม่ให้องค์หญิงใหญ่แทนนางเองเพคะ"
ฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงกล่าวพลางรับกาน้ำชาจากมือนางกำนัลด้านข้างรินชาเต็มถ้วย
องค์หญิงใหญ่ชิงเหอไม่ปฏิเสธหยิบยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาค่อยๆ จิบ เลิกคิ้วประหนึ่งว่าค่อนข้างพึงพอใจ "สุราดีชาก็หอม มือของตระกูลหนานกงช่างวิเศษเสียจริง แม้แต่สุราและน้ำชาที่รินให้ก็ยังแตกต่างจากผู้อื่นเพียงแต่...ที่ต่างคือ สุราก็ยังเป็สุรา ชาก็ยังเป็ชา"
องค์หญิงใหญ่ชิงเหอเอ่ยชมเหมือนไม่ได้เจตนาทว่าผู้คนมากมายที่ได้ยินกลับรู้สึกสั่นสะท้านในใจ
เหนียนยวี่รู้ได้ทันทีว่าองค์หญิงใหญ่ชิงเหอตั้งใจผลักตระกูลหนานกงลงหลุม
ความหมายในคำพูดนาง กำลังจะบอกฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงว่าาาคือาาขุนนางก็คือขุนนาง ราชนิกุลก็คือราชนิกุล ตระกูลหนานกงเองก็เป็แค่ตระกูลหนานกงแม้ตระกูลหนานกงจะมีอำนาจมากแค่ไหน ก็มิอาจพลิกฟ้า เปลี่ยนเนื้อแท้ตนเองได้
คิดดูแล้ว องค์หญิงใหญ่ชิงเหอค่อนข้างไม่พอใจตระกูลหนานกงเพราะเื่ของท่านหญิงอิ้งเสวี่ยและเหนียนยวี่
ความนัยที่แฝงอยู่ในคำพูด เหนียนยวี่ฟังออกทันทีและคนเฉลียวฉลาดช่ำชองเช่นฮูหยินผู้เฒ่าหนานกง แน่นอนว่าต้องฟังออกเป็ธรรมดา
"สิ่งที่องค์หญิงใหญ่ตรัสคือสุราคือสุรา ชาคือชา สุราและชาอย่างไรก็ไม่มีวันทดแทนกันได้"ฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงเอ่ยยิ้มๆ น้ำเสียงมั่นคงสงบนิ่ง ท่าทีเคารพนอบน้อมระมัดระวังวางตัวสมฐานะขุนนาง
หลีอ๋องจ้าวเยี่ยนที่เพิ่งเข้ามาในตำหนักใหญ่เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ตรงหน้า ราวกับมีประกายวาววับบางอย่างพาดผ่านใบหน้างามสงบเสงี่ยมผ่อนคลายนั้น
เมื่อนึกถึงสิ่งที่เสด็จแม่สั่งสอนเมื่อครู่นี้ในใจจ้าวเยี่ยนก็เริ่มไม่แน่ใจ
เสด็จแม่ไทเฮา้าให้เขาใกล้ชิดกับตระกูลหนานกง แต่ถึงแม้อำนาจของตระกูลหนานกงจะยิ่งใหญ่แข็งแกร่งเพียงใดท้ายที่สุดก็ยังมิอาจเทียบองค์หญิงใหญ่ชิงเหอมิใช่หรือ?
"เสี่ยวยวี่เอ๋อร์..."จ้าวอี้เดินมาจากทางด้านหลังของจ้าวเยี่ยนเขาไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนมากนัก เมื่อมองเห็นเหนียนยวี่ก็รีบก้าวเข้าไปหา สีหน้าตื่นเต้น"รู้อยู่แล้วว่าเ้าต้องอยู่ที่นี่ ข้าควรจะมานี่เร็วกว่านี้ ไม่ควรไปเดินตามหาอยู่ในสวนยวี่ฮวา"
จ้าวอี้ผู้นี้ห่างจากนางเพียง่สั้นๆ ไม่ได้เลยช่างทำให้ผู้คนเข้าใจผิดเก่งเสียจริง นี่ไม่...
รู้สึกได้ถึงแววตาของสตรีที่จ้องมองมาเหนียนยวี่ฉีกยิ้มมุมปาก
เวลานี้ประจวบเหมาะกับนางกำนัลที่พาแขกเข้ามานั่งในตำหนักพอดีนางกำนัลคนหนึ่งเดินเข้ามาหาหลีอ๋องจ้าวเยี่ยน เอ่ยอย่างเคารพนอบน้อมว่า"ท่านอ๋อง เชิญทางนี้เพคะ"
ตำแหน่งที่นั่งของมู่อ๋องจ้าวอี้และหลีอ๋องจ้าวเยี่ยนตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของตำหนัก อยู่ในแถวที่สอง เป็ตำแหน่งที่มีเกียรติเหมือนกัน
ทว่าจ้าวอี้กลับแค่เหลือบมองคิ้วหล่อเหลาขมวดเล็กน้อย ดวงตาหันมองเหนียนยวี่รอยยิ้มบนใบหน้าประจบสอพลอขึ้นมาทันที "เสด็จป้าชิงเหอทรงพระครรภ์อยู่ให้เปิ่นหวางนั่งข้างเสด็จป้าจะได้ดูแลท่านได้สะดวกหน่อย"
ดูแลหรือ?
ไม่เพียงแต่เหนียนยวี่แม้กระทั่งองค์หญิงใหญ่ชิงเหอ มือที่กำลังยกถ้วยชาอยู่ก็ยังสั่นไปเล็กน้อยเหลือบจ้องจ้าวอี้เขม็ง มู่อ๋องจ้าวอี้...เขาดูแลสตรีตั้งครรภ์ได้ั้แ่เมื่อใด
เกรงแต่ว่าเขาแค่อยากนั่งใกล้กับเหนียนยวี่เท่านั้น
องค์หญิงใหญ่ชิงเหอขมวดคิ้วกำลังจะเอ่ยปาก ประจวบกับจ้าวอี้ก้าวเข้ามาพอดีทว่าเขาก็ย้ายเบาะมานั่งลงข้างเหนียนยวี่เรียบร้อยแล้ว
องค์หญิงใหญ่ชิงเหอมองคนทั้งสอง เมื่อมองดูเช่นนี้ก็ดูเป็คนงดงามคู่หนึ่งแต่น่าเสียดาย...
นางรู้ว่าเหนียนยวี่ไม่ได้ชอบพอจ้าวอี้แต่จ้าวอี้เล่า? มองเหนียนยวี่เป็แค่เปี่ยวเม่ยจริงๆ งั้นหรือ
มู่อ๋องจ้าวอี้นั่งลงเช่นนี้ ผู้คนมากมายล้วนไม่พอใจทว่าก็มิกล้าเอ่ยอะไร ได้แค่เข้าไปนั่งอย่างอิจฉาริษยา แทบอยากจะขอให้คนที่นั่งข้างท่านอ๋องมู่เป็ตัวเอง
หลีอ๋องจ้าวเยี่ยนเดินมานั่งที่ตั่งที่นางกำนัลจัดให้ทว่าตำแหน่งของมู่อ๋องจ้าวอี้กลับว่างเปล่า
เพียงไม่นานก็มีใครบางคนนั่งลงไปที่ตั่งนั้น
การมาถึงของบุคคลผู้นี้ ทำให้คนหลายคนที่นี่ประหลาดใจ
แม่ทัพหลวง ''ฉู่ชิง'' เป็บุคคลที่ผิดแผกแปลกแยกผู้หนึ่งในดินเป่ยฉีมาั้แ่ไหนแต่ไรมีตำแหน่งสูงส่ง มากล้นด้วยอำนาจั้แ่อายุยังน้อย อิทธิพลเทียมฟ้าเดิมทีเขาเป็คนเพียบพร้อม หน้าตาหล่อเหลาและประสบความสำเร็จั้แ่อายุยังน้อยทว่าถูกไฟไหม้ทำลายใบหน้า ได้ยินว่าฮูหยินท่านแม่ทัพมองหาภรรยาให้บุตรชายตนเองมาตลอดทว่าเพราะใบหน้าของเขา หญิงสาวหลายคนจึงหวาดกลัวและปฏิเสธที่จะแต่งงาน
ได้ยินว่าแม่ทัพหลวงปีนี้ก็อายุยี่สิบสี่แล้ว...
ได้ยินว่า เพราะเื่การแต่งงานของเขาทำให้ท่านแม่ทัพกังวลอย่างมาก
ทั้งยังได้ยินมาอีกว่า ในโอกาสเช่นนี้ ในอดีตท่านแม่ทัพหลวงไม่เคยปรากฏตัวเลยสักครั้งทว่าวันนี้กลับ...
ผู้คนมากมายล้วนจ้องมองไปที่บุรุษข้างๆหลีอ๋องจ้าวเยี่ยน ชุดผ้าไหมสีดำรับกับหน้ากากสีเงินยวงเคียงข้างกับหลีอ๋องจ้าวเยี่ยนแล้วช่างเพลินหูเพลินตา หนึ่งขาวหนึ่งดำ หนึ่งสง่างามหนึ่งเคร่งขรึมภาพนั้นช่างดูแปลกหูแปลกตา
ในใจผู้คนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดายหากได้รูปลักษณ์และนิสัยของท่านอ๋องหลี ผนวกกับอำนาจของแม่ทัพหลวง สองคนรวมเป็หนึ่งจะดีสักแค่ไหน!
น่าเสียดาย…
“จื๋อหร่านหรือ?” ่เวลาเพียงครู่เดียวที่จ้าวอี้เห็นฉู่ชิงที่นั่งอยู่ดวงตาของเขาก็เป็ประกายขึ้นมาอย่างมิอาจห้ามได้ รู้สึกตื่นเต้นจนยากจะปกปิดไว้แล้วหันไปมองท่านแม่ทัพและฮูหยินที่นั่งอยู่อีกที่ด้วยใบหน้ามีความสุขในใจเข้าใจแจ่มแจ้ง อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำว่า "ดูสิ จื๋อหร่าน เขาคงจะคิดได้แล้ว"
“คิดได้แล้วงั้นหรือ?” เหนียนยวี่เหลือบมองบุรุษผู้สวมหน้ากากสีเงินยวง หันไปมองครานี้สบเข้ากับดวงตาสีดำขลับล้ำลึกคู่นั้นพอดี มือที่ถือถ้วยสั่นไหวอย่างมิอาจห้ามได้นางรีบหลบสายตาทันที "คิดได้อะไรหรือ?"