เนื่องจากที่บ้านยังมีคนป่วยจ้าวซื่อเลยไม่กล้ารั้งอยู่นาน จึงลุกขึ้นพยุงหยวนเหล่าเอ้อร์กลับบ้าน ในขณะที่เจินเจินยังอยู่เล่นที่บ้านสกุลกู้ต่อ อีกสักครู่ถึงค่อยกลับ ระหว่างที่เจินเจินเล่นอยู่ที่บ้านสกุลกู้นั้น ได้ถูกกู้ซิ่วไฉและกู่ซื่อลากตัวไปพูดจาสั่งสอนว่า ต่อไปห้ามะโลงไปช่วยคนในแม่น้ำอีก
เจินเจินพยักหน้ารับคำ “ข้าไม่ช่วยแล้ว”
เลิกสั่งสอนได้แล้ว ข้าอยากจะรีบไปเล่นต่อ
ครั้นฟ้าใกล้จะเปลี่ยนสีกู้อวี้ถึงพาเจินเจินไปส่งที่บ้าน เวลาเดียวกันนี้เองภายในบ้านรองสกุลหยวน หลี่ซื่อฟื้นขึ้นมาแล้ว และกำลังฟังคำกล่าวเตือนจากจ้าวซื่อ
“อยากจะตายไปไย ตายหรือจะสู้มีชีวิตอยู่ หากเ้าตายไปใครจะยังจดจำเ้าได้อีก ข้าจะบอกเ้าให้ เจินเจินเป็คนช่วยชีวิตเ้าเอาไว้ หากเ้าฆ่าตัวตายอีกจะถือว่าทำผิดต่อนาง ขนาดแม่น้ำเย็นเฉียบถึงปานนั้นนางก็ยังไม่เกรงกลัว ะโลงไปช่วยเ้าขึ้นมา”
“ยังมีค่ายา ข้าจ่ายไปตั้งสองตำลึง หากเ้าไม่คืนเงินมา ข้าก็จะเสียเปรียบ” หยวนเหล่าเอ้อร์กล่าวสำทับ
ใบหน้าหลี่ซื่อยังคงแดงจัดด้วยพิษไข้ ยกมือปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มลงมา “พี่สะใภ้รอง พี่รอง พวกท่านวางใจเถิด ข้าจะไม่ฆ่าตัวตายอีกแล้ว” เจินเจินเป็คนช่วยชีวิตนางเอาไว้ หากนางฆ่าตัวตายซ้ำอีกจะถือว่าทำผิดต่อเจินเจิน แต่ถ้าหากนางไม่ฆ่าตัวตาย แล้วจะให้นางใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร
แลเห็นหลี่ซื่อมีสีหน้ากลัดกลุ้มเป็กังวล จ้าวซื่อเอ่ยว่า “เ้าไม่ต้องห่วง เจินเจินบอกแล้วว่าจะจ้างให้เ้าช่วยดูแลกู้อวี้ พวกเราเองก็ปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว รอให้หายดีเมื่อใดเ้าค่อยไปทำงานที่บ้านสกุลกู้ ช่วยดูแลกู้อวี้และช่วยทำงานบ้าน ค่าตอบแทนเดือนละสองร้อยอีแปะ รวมค่ากินค่าอยู่แล้วถึงแม้ค่าตอบแทนจะสู้ในตำบลไม่ได้ แต่อย่างน้อยเ้าก็ไม่ต้องกังวลเื่ที่กินที่อยู่ ข้าคิดว่าน่าจะเพียงพอ
“อีกประการหากเ้าไปทำงานในตำบล คนในตำบลไม่มีผู้ใดเห็นคนรับใช้เป็คน ทว่าข้าตระหนักดีว่าสกุลกู้เป็คนเช่นไร ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่าพวกเขาเป็คนดี เ้าไปทำงานอยู่ที่นั่น พวกเขาไม่มีทางทำไม่ดีต่อเ้าแน่ อีกอย่างผู้ใหญ่บ้านได้กล่าวแล้วว่าจะช่วยทำทะเบียนครัวเรือนให้ได้อยู่ที่นี่ต่อ เ้าจะได้ไม่ต้องกลับบ้านเดิมไปให้ถูกรังแก หรือต่อไปหากเ้าอยากแต่งงานใหม่ก็สามารถตัดสินใจเองได้ หรือหากไม่แต่งงาน จะรับเด็กมาอุปการะเลี้ยงดูก็ย่อมได้”
หลี่ซื่อรู้สึกซาบซึ้งตื้นตันใจอย่างยิ่ง พยายามจะลงจากเตียงเพื่อโขกศีรษะขอบคุณ กลับถูกจ้าวซื่อห้ามเอาไว้ นางร่ำไห้เอ่ยว่า “ข้าคิดไม่ถึงเลยแม้แต่น้อยว่า สุดท้ายแล้วผู้ที่ยื่นมือมาช่วยข้าไว้จะคือพวกท่าน เจินเจินต้องมาลำบากเพราะข้าแท้ๆ”
ยามอยู่บ้านใหญ่สกุลหยวน หลี่ซื่อสนิทกับจางซื่อ เนื่องจากแม่สามีรังเกียจบ้านรอง ปกตินางจึงไม่ค่อยยุ่งสุงสิงกับบ้านรองเท่าใด มีแค่บางครั้งที่นางแอบให้ของกินเจินเจินเท่านั้น นั่นก็เพราะว่านางเห็นเด็กหญิงแล้วนึกถึงบุตรสาวสองคนที่จากไปั้แ่เยาว์วัย ไม่รู้เป็เพราะเหตุใด นับั้แ่มีเ้าใหญ่ ไม่ว่าสะใภ้คนใดให้กำเนิดบุตรสาวล้วนไม่รอดสักราย แม้แต่เจินเจินก็เกือบจะไม่รอดเช่นกัน
“เ้าไม่ต้องพูดเื่นี้แล้ว ผู้ที่ช่วยเ้าเอาไว้คือเจินเจิน พวกเราแค่กลัวว่าเ้าจะเป็อันใดไปแล้วจะทำให้นางเสียใจเท่านั้น” จ้าวซื่อกล่าวคำ
คำพูดที่จ้าวซื่อกล่าวมานั้นล้วนเป็ความจริง หากหลี่ซื่อกลับคิดว่าพี่สะใภ้รองและพี่รองแค่พูดให้นางสบายใจขึ้น เป็พวกปากแข็งแต่ใจอ่อน
บุญคุณครั้งนี้นางจดจำเอาไว้แล้ว
“ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเ้าใหญ่จะร้ายกาจถึงเพียงนี้ ทั้งยังคิดไม่ถึงเลยว่าพี่สะใภ้สามจะพูดโกหกตาไม่กะพริบ ร่วมมือกับพวกเขามาใส่ร้ายข้า!”
“คนบ้านนั้นไม่มีคนใดเป็คนดีเลยสักคน ตามความคิดข้าเ้าใหญ่นั้นร้ายกาจที่สุด” หยวนเหล่าเอ้อร์ยืนพิงประตูพลางกล่าวอย่างดูถูกดูแคลน
“ถูกต้อง นางทั้งร้ายกาจและเ้าเล่ห์เพทุบายยิ่ง” จ้าวซื่อกล่าวสำทับอย่างเห็นด้วย
“ท่านพ่อ!”
หลังกู้อวี้วางเจินเจินลงบนพื้น เด็กหญิงก็กล่าวทักทายบิดา หยวนเหล่าเอ้อร์เห็นบุตรสาวกลับมาแล้วก็เข้าไปอุ้มอย่างรักใคร่ทะนุถนอม ใบหน้าหยวนเหล่าเอ้อร์ยังคงแดงจัดเพราะฤทธิ์สุรา บนตัวก็มีกลิ่นสุราติดอยู่เช่นกัน เจินเจินเบือนหน้าออกอย่างรังเกียจ ก่อนจะดิ้นลงแล้วเดินเข้าไปในห้อง “ท่านอาสะใภ้หลี่ ตื่นแล้วหรือ”
“กู้อวี้ เข้ามาข้างในก่อนเถิด” หยวนเหล่าเอ้อร์ที่ถูกบุตรสาวรังเกียจหัวเราะแก้เก้อ ก่อนจะเชื้อเชิญให้กู้อวี้เข้ามาในบ้าน ทว่าชายหนุ่มเห็นว่าใกล้ค่ำแล้วจึงปฏิเสธและขอตัวกลับ
จ้าวซื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวตรงหน้าบ้านจึงเดินออกมาดู ทว่าทันเห็นแค่แผ่นหลังของกู้อวี้เท่านั้น ยิ่งนางเห็นชายหนุ่มนางก็ยิ่งรู้สึกชื่นชอบ หันไปเอ่ยกับสามีว่า “ท่านพี่ ต้าหลางช่างเหมาะสมกับเจินเจินของเราเสียเหลือเกิน”
หยวนเหล่าเอ้อร์กลับแค่นเสียงกล่าวว่า “หากเขาสอบไม่ได้จ้วงหยวน[1] ก็อย่าหวังเลยว่าข้าจะยกบุตรสาวให้”
ภายในห้อง เจินเจินเขย่งปลายเท้าเอามืออังที่ศีรษะของหลี่ซื่อ ครั้นเห็นว่ายังร้อนอยู่จึงวิ่งไปรื้อค้นหีบใส่ของเพื่อหายาที่หมอเทวดาชวีเคยให้ไว้ บุรุษชราผู้นั้นเคยบอกกล่าวแก่นางไว้ว่าขวดยาสีใดใช้รักษาโรคใด
เจินเจินหยิบขวดยาสำหรับรักษาโรคไข้หวัดออกมา จากนั้นเทออกมาหนึ่งเม็ดแล้วยื่นไปเบื้องหน้าหลี่ซื่อ “ท่านอาสะใภ้หลี่ นี่เป็ยาแก้ไข้ที่ท่านปู่ชวีให้ข้าไว้ ท่านกินแล้วต้องหายดีในไม่ช้าแน่นอน”
หากถามว่าไฉนนางถึงเพิ่งเอามาให้ตอนนี้ คงต้องตอบว่าเพราะนางลืมอย่างไรเล่า
ชีวิตของหลี่ซื่อได้เจินเจินเป็คนช่วยเอาไว้ นางจึงไม่ระแวงเลยแม้แต่น้อยว่าเด็กสี่ขวบอย่างเจินเจินให้นางกินอะไร แล้วจะมีปัญหาหรือไม่ ในเมื่อคนหนึ่งกล้าป้อน อีกคนก็กล้ากิน
“ท่านอาสะใภ้หลี่ ท่านรักษาตัวให้หายไวๆ จะได้ช่วยข้าดูแลพี่ชาย ข้าจะให้เงินตอบแทนท่านเอง” เจินเจินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
หลี่ซื่อมองเด็กหญิงตรงหน้าพลางยิ้ม “มารดาของเ้าบอกเื่นี้ไว้แล้ว รอหายดีเมื่อใดข้าจะไปทำงานที่บ้านสกุลกู้ สกุลกู้จะเป็คนให้ค่าตอบแทนข้า ฉะนั้นเ้าเก็บเงินเอาไว้เถิด”
หลี่ซื่อไม่เก็บประโยคที่ว่าเจินเจินจะให้เงินมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เพราะคิดว่าเด็กหญิงสี่ขวบจะไปเอาเงินมาจากที่ใดได้ โดยที่ไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่าในมือของเด็กหญิงตรงหน้านั้นมีเงินมากมาย
“เจินเจิน กินข้าวได้แล้ว” จ้าวซื่อะโเรียก เจินเจินจึงรีบวิ่งออกไป เล่นมาทั้งบ่ายนางรู้สึกหิวเหลือเกิน
จ้าวซื่อนำเนื้อที่กู่ซื่อหมักเอาไว้มาทำอาหาร รสชาติดีมากทีเดียว ทั้งสามคนกินจนท้องนูนขึ้นมาเล็กน้อย หลังกินข้าวเสร็จจ้าวซื่อพาเจินเจินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะให้สามีพาบุตรสาวไปเข้านอน ขณะที่นางนำอาหารไปให้หลี่ซื่อที่ห้อง
“ลำบากพี่สะใภ้รองแล้ว” หลี่ซื่อน้ำตาไหลออกมาอีกครั้งด้วยความตื้นตัน
พี่สะใภ้ต้มโจ๊กจากน้ำแกงไก่มาให้นาง!
นางอาศัยอยู่บ้านเดิมสกุลมาหยวนหลายปี แม้ยามที่ตั้งท้องตอนนั้นก็ไม่เคยได้กินโจ๊กจากน้ำแกงไก่
“เมื่อสักครู่ยังดีๆ อยู่แท้ๆ ไฉนตอนนี้ถึงร้องไห้ออกมาอีกแล้วเล่า” จ้าวซื่อไม่ชอบใจกับนิสัยอะไรนิดอะไรหน่อยก็ร้องไห้ของหลี่ซื่อเอาเสียเลย หากร้องไห้แล้วมีประโยชน์ อีกฝ่ายจะถูกบ้านใหญ่สกุลหยวนรังแกเช่นนี้หรือ เมื่อมีหลี่ซื่อคอยเป็ตัวเปรียบเทียบ จ้าวซื่อรู้สึกว่าตนเองโชคดียิ่งนักที่แต่งให้หยวนเหล่าเอ้อร์ หาไม่แล้วคงต้องมีชีวิตเช่นหลี่ซื่อเป็แน่
ยามนั้นในบรรดาบุตรชายของสกุลหยวนทั้งหมด หยวนเหล่าเอ้อร์คือผู้ที่ไม่เอาไหนที่สุด ในขณะที่แม่สื่อล้วนบอกว่าหยวนเหล่าซานกับหยวนเหล่าซื่อคือบุรุษที่ดี นี่กระมังชีวิต...ยามนี้ชีวิตของนางนับว่าดีกว่าหลี่ซื่อ ดีกว่าเจียงซื่อและจางซื่อเสียอีก นางคือสะใภ้ที่โชคดีที่สุดของสกุลหยวน!
“เลิกร้องไห้ได้แล้ว วันดีๆ ถูกเ้าทำจนกลายเป็ไม่ดีเสียแล้ว วันนี้เป็วันส่งท้ายปีเ้าจะทำให้บ้านของข้ามีแต่ไออัปมงคลหรืออย่างไร”
ประโยคนี้ของหลี่ซื่อนับว่าใจดำไม่ใช่น้อย หากคนฟังเป็ผู้อื่นคงจะโมโหไปแล้ว ทว่าหลี่ซื่อกลับคิดว่าที่อีกฝ่ายพูดเช่นนี้เพราะเป็ห่วงตนเอง และคิดว่าจ้าวซื่อนั้นเป็คนปากร้ายแต่ใจดี
[1] จ้วงหยวน ชื่อเรียกผู้ที่สอบได้อันดับหนึ่งในการสอบเข้ารับราชการในรอบราชสำนัก
