ฉินเฟิงมีวันแย่ๆมาหลายวันและเขาก็เบื่อที่ทำงานอย่างมาก
สวี่รั่วโหรวก็เว้นระยะห่างจากฉินเฟิงอย่างเคยหลี่อวี่เฉินบอกว่าเธอขอคิดดูก่อน และสามวันผ่านไปก็ยังไม่มีคำตอบ
ตอนนี้เมื่อเธอเห็นฉินเฟิงที่บริษัทเธอทำตัวอย่างกับหนูเห็นแมว ถ้าเธอไปแอบได้คงแอบไปแล้ว
ฉินเฟิงรู้สึกหดหู่เขาไม่ได้ทำอะไรเลยแล้วมันกลายเป็แบบนี้ได้อย่างไร? หลังจากเลิกงานเขาก็ปั่นจักรยานคนเดียวเพื่อกลับตำหนักฉินแต่แล้วโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
เมื่อเขาเห็นเบอร์ไม่คุ้นโชว์บนหน้าจอฉินเฟิงจึงตอบอย่างเ็า “ใคร?”
“คุณคือฉินเฟิงใช่ไหม?”เสียงไม่แน่ใจดังผ่านสายโทรศัพท์
ทันใดนั้นท่าทีของฉินเฟิงก็ฮึกเหิมทันทีเนื่องจากเป็เสียงอันน่ารื่นรมย์ของผู้หญิง จากประสบการณ์ในการตกหญิงของนายน้อยฉินมาแรมปีเขาบอกได้ว่าเสียงอันน่ารื่นรมย์ที่โทรมาหาต้องเป็คนสวยแน่
“ฉันฉินเฟิง”
“ฉินเฟิงคุณจำฉันได้ไหม ฉันหลิวเหวินจิ้ง!” หลังจากยืนยันตัวตนของเขา น้ำเสียงก็ดูมีความสุขขึ้น
ฉินเฟิงกำลังคิดว่าเสียงของสาวคนนี้ฟังดูคุ้นๆและเมื่อรู้ว่าเป็หลิวเหวินจิ้ง ใบหน้าที่เฉิดฉายและงดงามของเธอก็ลอยเข้ามาในหัว
“จิ้งจิงนี่เองหลายวันที่ผ่านมาฉันกำลังคิดถึงเธออยู่พอดีเลย”ตอนแรกฉินเฟิงยังไม่แม้แต่จะรู้ว่าเป็เสียงของหลิวเหวินจิ้งด้วยซ้ำแต่ตอนนี้เขากลับกำลังยิ้มอย่างไร้ยางอาย
“ที่รักถ้าคุณกำลังคิดถึงฉัน งั้นก็มาหาฉันสิ!” เสียงของหลิวเหวินจิ้งหวานละมุนทันที
“ฉันกำลังรอคุณอยู่ที่โรงแรมหรูเจียตรงถนนคนเดิน”
โรงแรมหรูเจีย?
หลังจากวางสายฉินเฟิงก็แสยะยิ้ม เขาเขินเล็กน้อยที่หลิวเหวินจิ้งรุกเร็วขนาดนี้
ตอนนี้เป็ชั่วโมงเร่งด่วนที่ทุกคนต่างเลิกงานฉินเฟิงปั่นจักรยานผ่านถนนที่วุ่นวายแต่ความเร็วของเขาก็ยังไม่ลดลงเขาเป็เหมือนดั่งสายลม เพียงพริบตาก็มาถึงโรงแรมหรูเจียที่อยู่ตรงข้ามกับถนนคนเดินทางตอนเหนือ
“ฉินเฟิงทางนี้ๆ!”
เมื่อเขาเพิ่งจอดจักรยานเขาก็ได้ยินเสียงใสของหลิวเหวินจิ้งเธอยืนอยู่ตรงทางเข้าของโรงแรมหรูเจียและโบกมือให้เขาฉินเฟิงจูงจักรยานมาที่ด้านข้างและทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม
“จิ้งจิงทำไมจู่ๆ ถึงมีอารมณ์อยากจะขึ้นห้องกับฉันล่ะ?” เมื่อฉินเฟิงเดินมาถึง เขาก็โอบไหล่ของหลิวเหวินจิ้ง
หลิวเหวินจิ้งถอยผงะไปโดยสัญชาตญาณแต่เธอก็รีบใจเย็นลงและเริ่มกอดแขนของฉินเฟิงพร้อมกับกล่าวอย่างเอียงอายเล็กน้อย “ที่รักขึ้นไปกันก่อนเถอะ ฉันเปิดห้องไว้แล้ว และฉันกำลังรอคุณอยู่เลย!”
“ก็ได้ๆ งั้นขึ้นไปกันเถอะ”ฉินเฟิงชอบหลิวเหวินจิ้งมากขึ้น
เขามองเธอและคิดว่าเมื่อไรผู้จัดการหลี่จะซื่อตรงเหมือนกับหลิวเหวินจิ้งกันนะ? ถ้าเป็อย่างนั้นเธอคงจะได้เลื่อนขั้นเป็ผู้จัดการระดับสูงในบริษัทไปแล้วเมื่อเขาคิดถึงหลี่อวี่เฉิน ฉินเฟิงก็ส่ายหัวด้วยความผิดหวัง เขาถอนหายใจอยู่ภายใน“หลี่อวี่เฉินไม่คิดเื่ความก้าวหน้าเลย!”
ทั้งสองทำตัวสนิทสนมกันตลอดทางจนมาถึงชั้นที่สิบเอ็ดด้วยการนำทางของหลิวเหวินจิ้ง พวกเขามาถึงห้อง 1102 มือที่เรียวบางของหลิวเหวินจิ้งรูดคีย์การ์ดเบาๆและประตูก็ถูกเปิดออก ฉินเฟิงเกือบจะทนไม่ไหวและอยากจะอุ้มหลิวเหวินจิ้งไปที่เตียงแต่เมื่อเขาจะนั่งยองๆ ร่างทั้งร่างก็แข็งทื่อ
เขาเห็นกลุ่มชายร่างใหญ่ยืนกระจัดกระจายอยู่บริเวณเตียงสองเตียงในห้อง
พวกเขาทุกคนมีทั้งขนาดและรูปร่างแปลกประหลาดมีผมหลายแบบอย่างผมเขียว ผมเหลือง และแอฟโฟรพวกเขาใส่เสื้อกล้ามและกางเกงเอวต่ำโปร่งๆ อย่างกับพวกฮิปฮอป เดาๆ ดูแล้วน่าจะมีสิบกว่าคน
พวกเขาทุกคนหันหน้ามาที่ประตูสายตาจับจ้องมาที่ฉินเฟิงก่อน มองด้วยสายตาดูถูกและท่าทางที่ไม่พอใจแล้วพวกเขาก็ไปจ้องที่เรือนร่างของหลิวเหวินจิ้งพร้อมกันดูอย่างกับว่าพวกเขาอยากจะควักลูกตาออกมาและเอามันไปติดกับหน้าอกของหลิวเหวินจิ้ง สายตาของพวกเขาร้อนรุ่มเห็นได้ชัดว่าพวกเขาคือกลุ่มโรคจิตขนานแท้
ฉินเฟิงยืนขึ้นเขามองหลิวเหวินจิ้งด้วยความเคร่งเครียดและโกรธ “เธอจะทำอะไร? เธอพาฉันมาให้เล่นกับคนมากมายขนาดนี้หรือไง? หลิวเหวินจิ้งฉันต้องพูดว่าฉันเองก็มีขีดจำกัดนะ!”
ฉินเฟิงจ้องหลิวเหวินจิ้งอย่างไม่พอใจเขาโกรธมากจนขนลุกชันหลิวเหวินจิ้งรู้ว่าฉินเฟิงเข้าใจผิดเพราะเธอไม่ได้บอกสถานการณ์ให้ชัดเจนเธอกำลังจะเริ่มอธิบายให้ฉินเฟิงฟัง แต่แล้วฉินเฟิงก็ขัดจังหวะเธอเป็ฟืนเป็ไฟ
“ถ้าเราจะเล่นกันจริงๆงั้นท่านชายคนนี้ต้องขอก่อน!” ฉินเฟิงกล่าวต่อไปโดยไม่ได้ปฏิเสธ
มุมปากของหลิวเหวินจิ้งกระตุกเธออยากจะตบฉินเฟิงให้ตาย เธอไม่พูดไร้สาระกับฉินต่อไปอีกและลากเขาเข้ามาในห้องเธอยิ้มให้กับผู้คนที่อยู่ในห้องและเริ่มแนะนำตัว
“พี่น้องทั้งหลายนี่คือฉินเฟิง คนที่ฉันบอกพวกนายทุกคนไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน เขาเก่งมากดังนั้นฉันเชื่อว่าการได้เขามาร่วมด้วยจะทำให้แก๊งเหวินของเรามีพลังมากขึ้นเป็เท่าตัว”
“มาเถิดพี่น้องทั้งหลายมาปรบมือต้อนรับการมาถึงของฉินเฟิงกัน!”
แปะๆๆ!
ผู้คนทั้งหลายปรบมือแต่เป็การปรบมือแบบเหยาะแหยะชายร่างใหญ่พวกนั้นนอนอยู่บนเตียงด้วยท่าทีไม่ใส่และมองฉินเฟิงอย่างไม่เป็มิตรเสียงปรบมือของพวกนั้นรวมกันยังเบากว่าของหลิวเหวินจิ้งอีก
ฉินเฟิงมึนงงเขาสงสัยว่าหลิวเหวินจิ้งจะพาเขามาทำพิธีกรรมอะไรหรือเปล่าเมื่อเขากำลังจะถามหลิวเหวินจิ้งเื่สถานการณ์ โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นพอดี
“เฮ้ ใช่พี่เปียว โอเคๆ เดี๋ยวฉันไปรับ ฉันเปิดห้องแล้ว นายขึ้นมากับฉันได้เลย!” หลังจากวางสายหลิวเหวินจิ้งมองผู้คนทั้งหลายอย่างขอโทษขอโพยพร้อมกับโบกมือและวิ่งออกจากห้อง
“ทุกคนรอก่อนนะ สมาชิกใหม่อีกคนเข้าร่วมแก๊งเหวินแล้ว!”
…
หลิวเหวินจิ้งออกจากห้องไปสักพักแล้วแต่ฉินเฟิงยังไม่รู้สึกตัวเป็อีกครั้งที่เขาพบว่าโชคความรักของเขามันบัดซบเพียงใดถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้สาวสวยคนไหนเลยและถึงแม้จะไม่มีสาวสวยคนไหนเสนอตัวเองมาที่หน้าประตูเขาก็ไม่เป็ไร แต่ตอนนี้เขากำลังถูกปั่นหัวโดยสาวสวยฉินเฟิงจึงโกรธมากเขาหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อจะโทรหาตำรวจและขอสายหลิ่วปิงปิงให้มาจับไอ้พวกอันธพาลนี้เสีย
“พี่น้องอย่าไปยืนโง่แถวนั้นเลย มานั่งข้างๆ นี่มา” ขณะที่เขายังกดเบอร์ไม่ทันเสร็จหนุ่มผมม่วงก็มองฉินเฟิงอย่างซุกซน เขาพูดขณะที่หยิบถั่วใส่ปาก “เราทุกคนมีเลขคิวเอ็งได้เข้าร่วมคนที่สิบห้าดังนั้นเอ็งคือเบอร์สิบห้า แม้ว่าเอ็งจะยืนอยู่ตรงนั้นเราก็ยังไม่ให้เอ็งไปก่อนอยู่ดี”
ฉินเฟิงลังเลก่อนที่จะมานั่งข้างชายผมแอฟโรสีม่วงเขาถามด้วยความระแวงนิดหน่อย “เพื่ออะไร? แล้วมันหมายความว่าอะไร?”
ชายหัวแอฟโฟรสีม่วงมองฉินเฟิงอย่างดูแคลนและส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม“จะบอกให้นะพี่น้องในเมื่อเอ็งมาอยู่ที่นี่แล้ว จะทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้อีกทำไม? ยังไงเราทุกคนก็มาที่นี่ด้วยความตั้งใจเดียวกันอยู่แล้วดังนั้นไม่จำเป็ต้องซ่อนหรอก แค่นั่งรอสบายๆ แล้วคนที่สิบห้าจะเป็ของเอ็ง”
ฉินเฟิงยังไม่เข้าใจเขาเริ่มถาม “ที่นี่คือฐานทัพของแก๊งเหวินเหรอ?”
ชายหัวแอฟโฟรสีม่วงพยักหน้า
“พวกนายทุกคนคือสมาชิกของแก๊งเหวิน?”
ชายหัวแอฟโฟรสีม่วงพยักหน้าอีกครั้ง
“ผู้หญิงคนนั้นคือบอสหญิงของแก๊งเหวิน? คืนนี้แก๊งเหวินมีภารกิจใหญ่ใช่ไหม? เรากำลังจะไปถล่มแก๊งเฟิงใช่ไหม?” ฉินเฟิงถามเป็ชุด
ชายหัวแอฟโฟรสีม่วงี้เีจะพยักหน้าแล้วมองเหยียดหยามไปยังฉินเฟิงและกล่าว“ข้าบอกแล้วไงพี่น้องเอ็งจะทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้อีกนานแค่ไหน? มันก็ไม่ได้โกหกหรอกที่เราคือสมาชิกแก๊งเหวินและมันก็ถูกที่เราทุกคนถูกเชิญมาที่นี่เพราะแก๊งเหวินกำลังจะทำการใหญ่ถึงอย่างนั้นก็เถอะที่ทุกคนใช้ชื่อของแก๊งเหวินและมาที่นี่ก็เพราะว่าพวกเขาชอบยายเด็กหลิวเหวินจิ้งนั่นเอ็งคิดว่าข้าโง่เหรอ? กลุ่มเรามีไม่ถึงยี่สิบคนและกำลังจะไปสู้กับแก๊งเฟิงเนี่ยนะ?”
“เอ็งรู้ไหมว่าใครคือบอสของแก๊งเฟิง? มันคือไอ้ผมยาว ไอ้รอยสักหมาป่าและไอ้โล้น อดีตคนโฉดของแก๊งหมาป่าทั้งนั้น แม้ว่าพวกมันจะสร้างขุมพลังใหม่แก๊งเฟิงก็ยังเรียกคนได้เป็ร้อยอย่างง่ายดายอยู่ดี สู้กับแก๊งเฟิง...ฮ่าๆๆ ยายเด็กนั่นมันโง่พวกเราจะไปโง่ตามเธอทำไม?”
“คนพวกนี้ตั้งเป้าหมายไว้แล้วในคืนนี้เมื่อทุกคนมาถึงแล้ว เราจะปิดประตูและจัดการยายเด็กนั่นด้วยกันตามคิวแต่ละคนจะได้แค่รอบเดียว และหลังจากเสร็จกิจแล้ว แต่ละคนก็จะกลับบ้านตัวเองไป”
หลังจากพูดทุกอย่างชายหัวแอฟโฟรสีม่วงก็โยนถั่วเข้าปากตัวเองและจ้องฉินเฟิงอย่างดูถูกแล้วเขาก็หยุดสนใจฉินเฟิง
ฉินเฟิงไม่รู้จะพูดอะไรถ้าเขาไม่มีภารกิจของหลิวเหวินจิ้ง เขาคงจะออกไปแล้วแน่นอนเขามองห้องที่เต็มไปด้วยชายร่างใหญ่ บ้างก็สูบบุหรี่ บ้างก็แคะขี้เล็บกลิ่นบุหรี่และกลิ่นเท้าตลบอบอวนไปทั่วทั้งห้องใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความสุขและความกระตือรือร้นพวกเขาดูเหมือนว่ากำลังรอทุกคนมาถึงก่อนที่จะถอดกางเกงของตัวเอง
“พี่เปียวพี่เปียวมาถึงแล้ว!” ตอนนี้ใครจะรู้ว่าหลิวเหวินจิ้งไปเอาชายร่างกำยำคนนี้มาจากไหนแต่เธอไม่ได้กอดเขา ความจริงในบรรดาสิบห้าคน มีเพียงฉินเฟิงเท่านั้นที่หลิวเหวินจิ้งกอดและรู้สึกได้ประโยชน์จากการถูกเธอกอดตลอดทางจนมาถึงห้อง
“ทุกคนมาต้อนรับสมาชิกใหม่ของเราพี่เปียว…เขาเป็สมาชิกคนสำคัญของกลุ่มแก๊งับินและผู้คนมากมายในท้องถนนต่างได้ยินชื่อเขากล่าวได้ว่าเขาใช้มือเดียวก็เอาชนะคนเป็สิบคนและมีชื่อเสียงในตอนนั้นความสามารถของแก๊งเหวินเราจะเพิ่มขึ้นเป็อย่างมาก เพื่อความองอาจ อำนาจและไร้เทียมทาน!”
“ทุกคนปรบมือกันเถอะ!”
ทุกคนที่หลิวเหวินจิ้งพามาจะได้รับคำชมในครั้งแรกแล้วทุกคนจะต้อนรับเขาด้วยการปรบมืออันธพาลหลายคนที่มาในตอนแรกได้ไว้หน้าหลิวเหวินจิ้งและต้อนรับสมาชิกใหม่อย่างระอุแต่ตอนนี้พวกเขาเห็นฉากเดิมๆ มาสิบกว่ารอบแล้ว พวกเขาจึงไม่มีอารมณ์จะปรบมืออีกพวกเขาอยากจะกระโจนเข้าใส่หลิวเหวินจิ้งในทันทีและฉีกเสื้อผ้าของเธอทิ้ง
เหล่าคนที่กำลังนั่งอยู่ทุกคนล้วนเป็กลุ่มอันธพาลเล็กๆของเมืองเว่ยเฉิง พวกเขาล้วนได้ยินข่าวลือทุกแบบเกี่ยวกับคนที่ดังๆพวกเขาบอกตอนนี้ได้เลยว่าไอ้ตดหมาอาเปียวและเื่ไร้สาระที่มือเดียวชนะสิบคนนั่นโกหกทั้งเพเนื่องจากตอนที่พวกเขาเข้าร่วมแก๊งเหวิน พวกเขาก็โกหกต่างๆ นานาและโอ้อวดให้ตัวเองดูดี
แต่ทุกคนย่อมรู้ความจริงอันแน่ชัดกันอยู่แล้ว
