“พี่เซวี่ย พวกเขาเจอครอบครัวของฉันแล้วจริงๆ เหรอ” จางอวิ๋นจือะโลงจากรถ ชิวอวิ๋นเอียนที่อยู่ด้านข้างก็รีบตามลงมาด้วย
เชียนมู่เซวี่ยได้ยินก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“เธอกับไฉ่ย่วนเป็ญาติกันไม่ใช่เหรอ คนที่อยู่กับไฉ่ย่วนมีสองคนที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อ แต่ก็ต้องไปดูให้แน่ใจก่อนว่าใช่ไหม”
“ขอบคุณคุณไฉ่ย่วนมากนะคะ” จางอวิ๋นจือกล่าวขอบคุณซ้ำๆ
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก ตราบใดที่เป็คนตระกูลจาง ฉันจะดูแลอย่างเต็มที่ อันที่จริงฉันต่างหากที่เป็ฝ่ายต้องขอบคุณ เพราะถ้าไม่มีพวกเธอ เมื่อบ่ายวันนี้ฉันคง...” จางไฉ่ย่วนพูดไม่ออก
เชียนมู่เซวี่ย จางอวิ๋นจือ และชิวอวิ๋นเอียนทั้งสามคนเดินตามจางไฉ่ย่วนไปยังจุดรวมพลของตระกูลจาง
ระหว่างทางเชียนมู่เซวี่ยและคนอื่นๆ ก็ได้รู้ข้อมูลของตระกูลจางที่เป็อยู่ในตอนนี้
ตระกูลจางนับว่าเป็ตระกูลใหญ่ที่โชคร้ายในยุควันสิ้นโลกเลยก็ว่าได้ เพราะมีผู้เสียชีวิตและาเ็จำนวนมาก ทำให้ภายในฐานที่มั่นเมืองหลวงมีสมาชิกของตระกูลจางรอดชีวิตเพียง 37 คนเท่านั้น!
ส่วนคนที่เกี่ยวข้องกับตระกูลจางกลับมีไม่น้อย และมีมากเกือบสองร้อยคนเลย!
แต่หลังจากเกิดเื่ในบ่ายวันนี้ ก็ทำให้จางไฉ่ย่วนเข้าใจอย่างแท้จริง ว่าตระกูลจางในตอนนี้ไม่ใช่ตระกูลใหญ่ที่ยิ่งใหญ่และเรืองอำนาจเหมือน่ก่อนวันสิ้นโลกอีกต่อไป พอเผชิญกับผลประโยชน์และความเป็ความตายแล้ว เหล่าคนที่ภักดีกับตระกูลจางก็สามารถทรยศหักหลังได้ทุกเมื่อ
ในบรรดาสมาชิกตระกูลจางทั้ง 37 คน มีเพียง 15 คนเท่านั้นที่กลายเป็ผู้วิวัฒนาการ และมีสองคนที่เป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 3 เหมือนจางไฉ่ย่วน ส่วนผู้วิวัฒนาการระดับ 4 นั้นกลับไม่มีแม้แต่คนเดียว และการที่พวกเขาแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ ก็เพราะได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลจ้าวนั่นเอง
ไม่นานเชียนมู่เซวี่ยและคนอื่นๆ ก็มาถึงสถานที่พำนักของตระกูลจาง
“อวิ๋นจือ!” ทันทีที่ไปถึงก็มีหญิงสาวอ่อนวัยผู้หนึ่งที่จูงเด็กชายวัยสองขวบกำลังจ้องมองจางอวิ๋นจือด้วยความตกตะลึง!
“พี่สะใภ้!” จางอวิ๋นจือดีใจมาก หลังจากที่ตรงเข้าไปหาแล้วทั้งคู่ก็กอดกันทั้งน้ำตา
ถงฟางคือพี่สะใภ้ของจางหยุนจือ เธอกับจางหยุนเจียนที่เป็พี่ชายของจางอวิ๋นเอียนเคยทำงานที่บริษัทที่พ่อของจางไฉ่ย่วนก่อตั้งขึ้น และทั้งคู่ก็เป็พนักงานออฟฟิศที่มีความสามารถระดับแนวหน้า!
“พี่สะใภ้ แล้วพี่หยุนเจียนล่ะ?”
“เขาออกไปกับทีมตอนเที่ยง จนถึงตอนนี้ยังไม่กลับมาเลย”
“พี่สะใภ้ มีข่าวพ่อกับแม่บ้างไหม?”
“ฉันไม่รู้เื่ของพ่อแม่เธอหรอก แต่ฉันพอรู้ข่าวอาหญิงกับน้องหญิงอิงอิงอยู่บ้าง!”
“พี่รู้ข่าวของอาหญิงกับอิงอิงด้วยเหรอ?”
“อืม ตอนที่วันสิ้นโลกมาเยือน อิงอิงโทรหาฉัน บอกว่าจะมาเที่ยวเมืองหลวงกับอาหญิง แถมยังถามฉันกับพี่ชายเธออยู่เลยว่าว่างหรือเปล่า ฉันจำได้ว่าอิงอิงบอกว่าบ่ายวันนี้จะไปเที่ยวชมหอไข่มุกตะวันออกก่อน จากนั้นค่อยไปเกาะหยางิ ถ้าตามกำหนดการเดินทางแล้ว ตอนนี้พวกเธอน่าจะอยู่ที่เกาะหยางินะ ดังนั้นอากับอาหญิงก็น่าจะไปที่เกาะหยางิกับพวกเขาด้วย เพราะอิงอิงบอกว่าเธอติดต่อกับพ่อกับแม่ของเธอแล้ว”
เกาะหยางิ!
เชียนมู่เซวี่ยขมวดคิ้ว
พ่อของเย่ชิงเฉิงก็ไปที่เกาะหยางิ ส่วนญาติของจางหยุนจือก็ไปที่เกาะหยางิด้วย พอเป็เช่นนี้แล้ว ดูเหมือนว่าเธอคงต้องไปที่เกาะหยางิสักครั้งแล้ว แต่หลังจากที่วันสิ้นโลกมาเยือน เรือที่ออกเดินทางจากเมืองหลวงไปเกาะหยางิน่าจะหยุดให้บริการไปนานแล้ว ดังนั้นการเดินทางไปเกาะหยางิในตอนนี้จึงไม่ใช่เื่ง่าย
ในขณะที่จางอวิ๋นจือกำลังจะถามต่อ ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา!
“แย่… แย่แล้ว พวกหยุนเจียนมีเื่กับคนตระกูลฉิน!”
อะไรนะ มีเื่กันเหรอ?
เชียนมู่เซวี่ยรีบรุดไปดักหน้าชายหนุ่มคนนั้น จากนั้นเชียนมู่เซวี่ย จางไฉ่ย่วน จางอวิ๋นจือ และชิวอวิ๋นเอียนรวมถึงผู้วิวัฒนาการของตระกูลจางอีกหลายคนก็วิ่งตามชายหนุ่มคนนั้นออกไป!
ต้นเหตุของเื่นี้คือจางหยุนเจียนกับคนตระกูลจางอีกหลายคนติดตามทีมของตระกูลจ้าวออกไปหาเสบียง
ตอนแรกพวกเขาก็หาเสบียงได้บ้างแล้ว แต่ไหนๆ ก็ออกมาแล้ว จึงอยากได้ของกลับไปเยอะๆ เลยไปออกล่าซอมบี้และรวบรวมคริสตัลวิวัฒนาการเพิ่ม เพราะโลภมากจึงทำให้พวกเขายิ่งเดินหน้าลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนไปเจอแมวกลายพันธุ์ฝูงใหญ่เข้า!
ะุทั้งหมดถูกใช้จนหมด แถมยังมีคนตายไปไม่น้อย เสบียงส่วนใหญ่ก็ถูกทิ้งไว้และรีบล่าถอยกลับมาอย่างทุลักทุเล!
พอพวกเขากลับมา ก็เกิดเื่ขัดแย้งกับคนของตระกูลฉินที่เฝ้ายามอยู่ที่ประตูฐานที่มั่น!
เนื่องจากฉินิได้วิวัฒนาการเป็ระดับ 5 จึงทำให้คนตระกูลฉิน รวมถึงกองกำลังที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของตระกูลฉินต่างก็เย่อหยิ่งจองหอง
พอเห็นทีมของตระกูลจ้าวกลับมาด้วยสภาพอนาถ ก็อดที่จะเย้ยหยันไม่ได้!
ออกไป 30 คน แต่กลับตายไปเจ็ด และเื่นี้ทำให้จางหยุนเจียนและคนอื่นๆ โกรธแค้นเป็อย่างมาก ทั้งสองฝ่ายจึงเกิดปากเสียงกัน จนกระทั่งท้ายสุดก็หนักหนาจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ
เมื่อเชียนมู่เซวี่ยและคนอื่นๆ รวมถึงคนของตระกูลจ้าวมาถึง จางหยุนเจียนและคนอื่นๆ กว่ายี่สิบคนก็ถูกคนของตระกูลฉินรุมทำร้ายจนล้มลงกับพื้น ส่วนคนที่าเ็เล็กน้อยก็ถูกจ่อปืนบังคับให้คุกเข่าลงกับพื้น
จางอวิ๋นจือเห็นจางหยุนเจียนผู้เป็พี่ชาย กำลังถูกชายร่างั์สองคนกดให้คุกเข่าลงกับพื้น!
พอเห็นภาพที่เกิดขึ้นแล้วก็พลันโกรธจนเืขึ้นหน้าทันที!
“ปัง!”
เธอชักปืนที่เอวออกมายิงขึ้นฟ้า ก่อนจะหันปากกระบอกปืนที่ยังมีควันลอยออกมาไปที่ชายร่างั์คนหนึ่งที่กำลังกดตัวจางหยุนเจียนอยู่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะะโลั่นตาม
“ถ้าไม่อยากตายก็ปล่อยเขาซะ!”
ชั่วขณะที่เสียงปืนดังขึ้น ก็ดึงดูดทุกสายตาหันมามองที่ต้นเสียง!
หญิงสาวทั้งสี่มีรูปโฉมงดงาม โดยเฉพาะเชียนมู่เซวี่ยพออยู่ในชุดหนังสีดำแล้วก็ยิ่งดูโดดเด่นเป็พิเศษ บวกกับใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดาแล้ว จึงสะกดทุกสายตาของทุกคนไปทันที!
ชายร่างั์คนนั้นกวาดตามอง ก่อนจะหันไปเห็นจางอวิ๋นจือที่กำลังโกรธจัด!
เขาไม่รู้จักจางอวิ๋นจือ เชียนมู่เซวี่ย และชิวอวิ๋นเอียน แต่กลับรู้จักจางไฉ่ย่วน จึงรู้ได้ไม่ยากว่าคนที่มากับจางไฉ่ย่วนจะต้องเป็คนตระกูลจางเหมือนกัน ตระกูลจางในตอนนี้ก็แค่อาศัยอยู่กับตระกูลจ้าวเท่านั้น ส่วนตระกูลฉินในตอนนี้ก็แข็งแกร่งกว่าตระกูลจ้าวมาก ต่อให้คนของตระกูลจ้าวมาเองก็ยังต้องให้เกียรติพวกเขา เช่นนั้นแล้วมีหรือที่พวกเขาจะสนใจคนของตระกูลจาง ยิ่งไปกว่านั้น รอบๆ ยังมีคนมุงดูอยู่เต็มไปหมด!
ชายร่างั์คนนั้นแสยะยิ้มมุมปาก
“โอ้โห สาวน้อย ใจเด็ดไม่เบาเลย เธอเป็แฟนของเ้าหนุ่มนี่เหรอ? คบกับไอ้หน้าอ่อนแบบนี้ ไม่สู้มาคบกับพี่ชายคนนี้ดีกว่า รับรองว่าเธอจะต้องสุขสมใจอยากบนเตียงแน่”
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของจางอวิ๋นจือแปรเปลี่ยนไป และเธอก็กำลังจะลั่นไกปืน ทว่าเชียนมู่เซวี่ยกลับยื่นมือซ้ายออกไปจับมือของจางหยุนจือไว้ก่อน!
ถ้าลั่นไกปืนออกไป จะต้องกลายเป็เื่ใหญ่แน่!
เชียนมู่เซวี่ยหันไปส่งสายตาให้ชิวอวิ๋นเอียนก่อนจะเอ่ยสั่งตาม
“อวิ๋นเอียน จัดการมัน!”
แม้ว่าจางอวิ๋นจือจะเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 3 แล้ว แต่ทักษะที่เธอได้รับกลับเป็ทักษะการอ่านใจที่เป็ทักษะด้านการสนับสนุน ดังนั้นความสามารถในการต่อสู้จึงไม่อาจเทียบกับผู้วิวัฒนาการระดับ 2!
ทว่าชิวอวิ๋นเอียนกลับพิเศษออกไป เพราะเธอยังเด่นด้านความเร็วด้วย!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เมื่อวานวิวัฒนาการเป็ระดับ 3 เธอก็ได้รับทักษะที่น่ากลัวมากอีกอย่าง นั่นก็คือทักษะจู่โจมสายฟ้าแลบ
หลังจากใช้ทักษะนี้แล้ว เธอก็จะเร่งความเร็วขึ้นเป็สองเท่า จนสามารถพุ่งโจมตีเป้าหมายด้วยความเร็วสูง ราวกับสายฟ้าได้!
พูดง่ายๆ ก็คือแม้ว่าชิวอวิ๋นเอียนจะเป็แค่ผู้วิวัฒนาการระดับ 3 แต่พอเรียกใช้ทักษะนี้โจมตี เธอก็จะมีความเร็วเทียบเท่ากับผู้วิวัฒนาการความเร็วระดับ 4
ส่วนชายร่างั์ตรงหน้ากลับเป็แค่ผู้วิวัฒนาการพละกำลังระดับ 2 เท่านั้น จึงไม่มีทางรับมือกับการโจมตีด้วยทักษะสายฟ้าแลบนี้ของชิวอวิ๋นเอียนได้
เดิมทีชิวอวิ๋นเอียนก็โกรธคำพูดของชายคนนั้นอยู่แล้ว พอเชียนมู่เซวี่ยออกคำสั่ง เธอก็ไม่ยำเกรงอีกต่อไป และพุ่งตัวออกไปทันที
กร๊อบ!
ชายร่างั์ตรงหน้ารู้สึกว่ามีสายลมพัดผ่าน เพียงแค่ครู่เดียวก็ถูกอัดเข้าที่ใบหน้า!
ชิวอวิ๋นเอียนใช้ด้ามปืนต่างค้อน ก่อนทุบเข้าที่ใบหน้าของชายร่างั์คนนั้นอย่างแรง!
ครั้งแรกก็ทุบจนจมูกของเขาหัก ขณะที่น้ำมูกน้ำตาไหลอยู่ก็พลันมีแรงอัดครั้งที่สองตามติดมาที่ปาก!
เสียงกระดูกหักดังขึ้น ก่อนจะพบว่าปากของชายร่างั์คนนั้นได้บวมปูดเหมือนไส้กรอกไป ฟันหลายซี่ก็ถูกซัดจนหลุดร่วง ชิวอวิ๋นเอียนไม่รอช้า เธอยกขาที่สวมรองเท้าบูตของหน่วยสวาทเข้าถีบไปที่ก้านคอของชายร่างั์คนนั้นอย่างแรง จนเขาสลบไป
