เปลี่ยนชื่อเป็ "ลูกพี่ตาเทพ"!
ทันทีที่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยสิ้นสุดลง หลิวหยูถงก็สั่งจองโต๊ะจีนล่วงหน้าถึง 12 โต๊ะ ณ ห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหวงตู
เธอเองก็ไม่คาดคิดว่า ใน่เวลาสั้นๆ ไม่ถึงหนึ่งเดือน อวิ๋นเฉิงและพรรคพวกจะรวบรวมลูกน้องได้มากมายขนาดนี้
แม้ความตั้งใจแรกของเธอคือการดึงพวกเขาเข้าสู่เส้นทางที่สว่างไสว แต่ไม่รู้ทำไม เธอถึงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกพวกเขา "ลากลงคลอง" ไปแทน
อยู่ดีๆ ก็มีลูกน้องโผล่มาเป็พรวน รวมๆ แล้วร่วมร้อยกว่าชีวิต
อย่างไรก็ตาม หลิวหยูถงไม่ได้เก็บมาคิดมากนัก
ความซื่อสัตย์ของอวิ๋นเฉิงและหม่าต๋าที่มีต่อเธอนั้นประจักษ์แจ้งแก่สายตา
ตราบใดที่พวกเขายังเชื่อฟังและเดินตามแนวทางที่เยวางไว้ พวกเขาก็จะไม่มีวันตกหล่ม
โบราณว่าไว้ "ขื่อคาตรง จันทันก็ไม่เบี้ยว"
ขอแค่ตัวเธอที่เป็ผู้นำยังเที่ยงตรง คนอื่นๆ ย่อมไม่หลงทิศผิดทาง
ข่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว…
คืนนี้คุณหนูจะเปิดโฮเต็ลหรูเลี้ยงฉลองให้ทุกคน และวันนี้ยังใจดีประกาศให้เป็วันหยุดพักผ่อนหนึ่งวัน
เหล่าวัยรุ่นผมทองที่สิงสถิตอยู่ตามร้านอินเทอร์เน็ตั้แ่นเช้า พอได้รับแจ้งข่าว ต่างก็ตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ รีบปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และแห่กันเช็คเอาท์ออกทันที
หลิวฮ่าว อดีตขาใหญ่แห่งย่านร้านเน็ตจัตุรัสชิงเหนียน เพิ่งจะก้าวเท้าออกจากซังเตมาหมาดๆ ก็ต้องพบกับข่าวร้ายสุดขีด…
เขาถูกลอยแพ! กลายเป็หัวหน้าผู้โดดเดี่ยว!
ลูกน้องที่เคยเดินตามต้อยๆ ต่างพากันทรยศและย้ายค่ายไปซบตักคนอื่นหมดแล้ว
หลิวฮ่าวโกรธจัดจนควันออกหู เขาอยากจะทวงคืนศักดิ์ศรี จึงแอบสะกดรอยตามอดีตลูกน้องมาจนถึงโรงแรมหวงตู เพื่อจะดูให้เห็นกับตาว่าใครมันกล้าดีมาชิงคนของเขาไป
แต่พอเดินมาถึงหน้าห้องจัดเลี้ยง เขาก็ต้องยืนแข็งทื่อเป็หิน…
ภาพที่เห็นคือวัยรุ่นผมทองนับร้อยชีวิตนั่งกันแน่นขนัดเต็มห้อง ทุกคนนั่งหลังตรงแด่วอย่างเป็ระเบียบ ราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของใครบางคน
นี่พวกมันมารอใครกันวะ?
จัดฉากได้อลังการงานสร้างขนาดนี้!
พวกนักเลงมีชื่อในอำเภออู้สุ่ยเขาก็รู้จักแทบทุกคน แต่ส่วนใหญ่ก็แค่กุ๊ยข้างถนนเหมือนเขานั่นแหละ มีลูกน้องสักยี่สิบสามสิบคนก็หรูแล้ว และคงไม่มีปัญญามาปิดห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมที่แพงที่สุดในอำเภอแบบนี้ได้แน่
คนที่ทำเื่ระดับนี้ได้ในอำเภออู้สุ่ย... คงมีแต่ "หนิวเปิน" เ้าพ่อตัวจริงแห่งโลกใต้ดินเท่านั้น
แม้จะเป็เพียงอำเภอเล็กๆ ที่นักเลงส่วนใหญ่เป็แค่เด็กอาชีวะหรือพวกหนีเรียน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าที่นี่จะไม่มีองค์กรอาชญากรรมของจริง
หนิวเปิน คือหัวหน้าแก๊งที่ใหญ่ที่สุดในอู้สุ่ย ไนท์คลับเพียงแห่งเดียวในอำเภอเป็ของเขา เคทีวีอีกสองแห่ง ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ร้านอาหารอีกสามแห่ง รวมถึงบ่อนพนันและกิจการอื่นๆ อีกสารพัด ทรัพย์สินรวมๆ น่าจะหลายสิบล้าน หรืออาจถึงขั้นร้อยล้านด้วยซ้ำ
ภายหลังเขายังขยายไปทำบริษัทรับเหมาก่อสร้างอีกด้วย
เขามีลูกสมุนในมือร่วมร้อยคน ฟังดูอาจจะไม่เยอะ แต่ร้อยคนนี้คือ "นักสู้" ที่เขาเลี้ยงไว้ใช้งานโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่รับงานรื้อถอนอาคารและทวงหนี้
ถ้าใครไม่ให้ความร่วมมือ คนพวกนี้จะทำให้คุณได้ไปัับรรยากาศในห้อง ICU อย่างใกล้ชิด
สรุปสั้นๆ คือ หนิวเปินคือนักเลงผู้ทรงอิทธิพลที่ใครๆ ก็ขยาด และทำเื่ชั่วไว้เป็กระบุง
ขณะที่หลิวฮ่าวกำลังเดาว่าหนิวเปินเป็คนฮุบลูกน้องเขาไปหรือเปล่า ประตูลิฟต์ใกล้ห้องจัดเลี้ยงก็เปิดออก
พอเห็นสามคนที่เดินออกมา เขาก็หน้าถอดสีและรีบมุดแอบข้างเสาทันที
ภาพที่เห็นคือเด็กสาวสวยสวมชุดกระโปรงยาวสีน้ำเงินเดินนำหน้ามา โดยมีชายหนุ่มท่าทางนักเลงโตหนึ่งอ้วนหนึ่งผอมเดินตามหลังคุมเชิง
“นั่นมันไอ้พวกอี้เหลียนนี่หว่า!” หลิวฮ่าวพึมพำลอดไรฟันด้วยความแค้น
ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนี้ เขาคงไม่ต้องไปนอนกินข้าวแดงอยู่ในคุกตั้งนาน
แต่แน่นอนว่าเขาไม่กล้าโผล่หัวออกไปหรอก ถ้าโดนเห็นเข้า มีหวังถูกตื้บซ้ำแล้วโยนกลับเข้าซังเตอีกรอบแน่
หลังจากเด็กสาวคนนั้นเดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง หลิวฮ่าวก็แอบมองผ่านช่องประตู และได้เห็นภาพที่จะติดตาเขาไปชั่วชีวิต
วัยรุ่นผมทองนับร้อยคน ซึ่งหลายคนเคยเป็ลูกน้องของเขา... ต่างดีดตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง และะโทักทายเสียงสนั่น
“คุณหนู!”
“สวัสดีครับคุณหนู!”
“.........”
น้ำเสียงดังกัมปนาทและดูขลังอย่างบอกไม่ถูก
“นั่งลงได้”
สิ้นเสียงสั่งของเด็กสาว ทุกคนก็นั่งลงอย่างเงียบกริบและเป็ระเบียบวินัยสุดๆ
หลิวฮ่าวเห็นแล้วในใจมันทั้งริษยาทั้งขมขื่น
นึกถึงตอนที่เขาคุมลูกน้อง พวกนั้นมีแต่หัวเราะฮิฮะ เล่นหัวกันไปวันๆ ไม่มีวี่แววของระเบียบวินัย อย่าว่าแต่จะมายืนะโเคารพเขาแบบนี้เลย
แต่พวกที่มาจากเมืองิจูกลุ่มนี้ กลับฝึกอดีตลูกน้องของเขาให้เป็ผู้เป็คนได้ขนาดนี้... ทำไมกัน?
หลิวฮ่าวพยายามคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตก ว่าเขาด้อยกว่าตรงไหน
การเป็นักเลง นอกจากความใจถึงแล้ว ผลประโยชน์และกฎระเบียบก็สำคัญไม่แพ้กัน
ลูกน้องเก่าของเขาตามเขาเพราะอยากเท่ไปวันๆ ไม่มีเป้าหมายในชีวิต พอผ่านไปไม่กี่ปีก็ต้องแยกย้ายไปเป็กรรมกรทำงานงกๆ เหมือนวัวเหมือนควาย
แต่การติดตามหลิวหยูถงนั้นต่างออกไป
ฐานะ "คุณหนูแห่งแก๊งอี้เหลียน" มีแรงดึงดูดมหาศาลสำหรับพวกเขา เมื่อมีความศรัทธาก็มีเป้าหมาย ไม่ต้องอยู่ไปวันๆ โดยไม่รู้ว่าอนาคตจะทำอะไร
แถมคุณหนูยังใจกว้างสุดๆ การเลี้ยงข้าวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกินฟรี แต่เธอยังมีการ "แจกเงิน" อีกด้วย
ประกอบกับที่หม่าต๋ามักจะพาพวกเขาไปรับการ "ล้างสมอง" ที่สำนักงานของจ้าวเทียนอีอยู่บ่อยๆ พวกเขาจึงเริ่มรู้จักกฎระเบียบและวินัยมากขึ้น
ด้วยปัจจัยหลายอย่างนี้เอง บารมีของหลิวหยูถง อวิ๋นเฉิง และหม่าต๋า จึงค่อยๆ หยั่งรากลึกในใจของคนเหล่านี้
หลิวฮ่าวแอบดูอยู่ครู่หนึ่งก็รีบเผ่นแน่บ
เขาไม่กล้าอยู่นาน กลัวถูกจับได้แล้วจะซวยซ้ำซ้อน
เหตุการณ์ในโรงแรมวันนี้กระทบใจเขาอย่างแรง
หลังจากเดินออกมา เขาก็เหลียวหลังกลับไปมองชั้นบนของโรงแรมอีกครั้ง และตัดสินใจบางอย่างในใจ
เขาต้องย้ายที่ทำมาหากิน และต้องไปสร้างชื่อให้ยิ่งใหญ่กว่านี้ที่อื่น
อำเภออู้สุ่ยไม่มีที่ยืนสำหรับเขาอีกต่อไป ถ้าขืนดื้อแพ่งอยู่ที่นี่ต่อ ไม่แคล้วคงโดนลูกน้องเก่าหักหลังเอาไปส่งตำรวจ
ตอนนี้เขาตัวคนเดียวหัวเดียวกระเทียมลีบ ถ้าโดนขายขึ้นมามันจะไม่คุ้ม
ในเมื่อตัดสินใจจะไป ก็ต้องทิ้งอดีตให้สิ้นซาก
ก่อนจะออกจากอำเภออู้สุ่ย…
หลิวฮ่าวเดินเข้าไปในร้านสักแห่งหนึ่ง เขาเลือกดูแบบอยู่นานสองนาน จนกระทั่งไปสะดุดตาเข้ากับรอยสักรูปดวงตาที่ดูดุดันและน่าเกรงขาม
“สักรูปดวงตาไว้ที่หน้าผากข้านี่เลย!”
“ั้แ่นี้ไป ชื่อลูกพี่ฮ่าวจะไม่มีอีกแล้ว... ต่อไปเรียกข้าว่า 'ลูกพี่ตาเทพ' !”
