“ชีเหวินจักทำลายกฎของธรรมชาติงั้นรึ!” กงหยางตาวเบิกตากว้าง!
ชีเหวินรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด แม้ว่าพระโพธิสัตว์จะสลายหายไปแล้วทว่าเขายังคงยืนหยัดต่อไปได้
“ห่างกันสองขั้นพลังใหญ่แต่ยังรอดมาได้อีกงั้นรึ ชีเหวินแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เล่าลือกันเสียอีก” เด็กสาวสวมอาภรณ์ขาวขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาจับจ้องมองพระโพธิสัตว์จากในป่า
“ศิษย์พี่หญิงจะลงมือแล้วรึ!” เด็กสาวสวมอาภรณ์สีเขียวเอ่ยถาม
“ยังไม่ถึงเวลา ด้วงั์มีสายเืดำบรรพ์ ทั้งยังสามารถหลบหนีจากพื้นดินได้ หากโจมตีพลาดมันจักต้องหนีไปไกลนับร้อยลี้ ผลอายุยืนอาจถูกเขา่ชิงไปก็เป็ได้” เด็กสาวสวมอาภรณ์ขาวส่ายศีรษะ
สรรพสิ่งใดก็แล้วแต่ที่ข้องเกี่ยวกับ 'ดึกดำบรรพ์' ล้วนแล้วไม่ธรรมดา ยุคสมัยนั้นเป็ยุครุ่งเรืองของเส้นทางบำเพ็ญเพียร พลังปราณฟ้าดินแกร่งกล้าแสนพรรณนา สัตว์อสูริญญาที่เกิดในยุคนั้นต่างมีพลังมหาศาล
“ขืนยังรอต่อไปจักต้องมีคนมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แน่!” เด็กสาวสวมชุดสีฟ้าครามขมวดคิ้ว
เด็กสาวสวมอาภรณ์ขาวยิ้มเล็กน้อย “ยิ่งมีคนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีต่อพวกเรามากขึ้นเท่านั้น ถึงข้าจักไม่เข้าใจว่าพวกผู้าุโกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ข้ามั่นใจว่ามันจะต้องมีความหมายอื่นแอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน”
ผู้าุโกับเบื้องบนชั้นสูงของขุนเขากระบี่เทียนหยวนมิใช่คนโง่เขลา พวกเขาไม่มีทางนำสมบัติล้ำค่าดึกดำบรรพ์ออกมาโดยเปล่า เดาว่าน่าจักต้องวางแผนอะไรบางอย่างไว้
หลังจากผ่านไปห้าถึงหกลมหายใจ ในที่สุดก็มีรอยแตกปรากฏขึ้นบนร่างเงาพระโพธิสัตว์!
ชีเหวินถอนหายใจเล็กน้อย มันยากเกินไปที่จะต่อกรกับสัตว์อสูริญญาด้วยบ่วงวชิระ อย่างไรเสียสัตว์อสูรขั้นหลอมลมปราณแรกเริ่มก็ใช่ว่าจักรับมือได้ง่ายๆ
“ตู้มม!” ชีเหวินเหวี่ยงหมัดต่อยเขี้ยวด้วงั์
ดวงั์เ็ปสุดแสน มันคลายเขี้ยวออกเล็กน้อย จากนั้นชีเหวินก็เหวี่ยงเท้าเตะเขี้ยวของมันจนตัวกระเด็นลอยไปไกล
ดวงั์มองชีเหวินด้วยความตกตะลึง คิดไม่ถึงว่ามนุษย์ผู้นี้จักสามารถหลบหลีกการโจมตีของมันภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ได้
แมลงิญญาขั้นหลอมลมปราณมีสติปัญญามิด้อยกว่ามนุษย์ มีสัตว์อสูริญญาบางชนิดฉลาดกว่ามนุษย์ด้วยซ้ำ พอมันเห็นแบบนั้นมันจึงอยู่นิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหวอีก!
“อมิตาพุทธ!” ชีเหวินเปล่งเสียงทุ้ม แสงพุทธบนกายาดับลง เหยียดเท้าถอยสองก้าว
“สมกับที่เป็อนุชนยอดฝีมือของนิกายพุทธ” กงหยางตาวกล่าว
ชีเหวินมองกงหยางตาว “สำนักปีศาจเองก็ว่องไวไม่เบา!”
“ของล้ำค่าอยู่ตรงหน้า ถ้าช้ากว่านี้หนึ่งก้าวก็อดกันพอดีน่ะสิ” กงหยางตาวตอบ
ขณะที่ทั้งสองเผชิญหน้ากัน มีจอมยุทธ์อีกหลายคนมาที่นี่ พอเห็นด้วงั์ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความใ
ในเวลาเดียวกัน พวกเขาสังเกตเห็นกงหยางตาวสำนักปีศาจกับชีเหวินนิกายพุทธกำลังทำกรรมฐานโดยไม่มีทีท่าว่าจักเคลื่อนไหว พวกเขาจึงเดินหลบมุมไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง
แต่มีบางคนที่ไม่สนใจสถานการณ์แปลกประหลาดตรงหน้า เมินเฉยต่อสัญญาณอันตรายอันแสนเลือนลาง พวกเขาเดินเข้าไปใกล้ด้วงั์มาดหมาย่ชิงผลอายุยืน
ทว่าพวกเขามิใช่ชีเหวิน ไม่มีบ่วงวชิระป้องกันกาย เพียงก้าวเท้าออกไปก้าวเดียวด้วงั์พลันอ้าปากกลืนกินพวกเขาเข้าไปในพริบตา
เืไหลนองทั่วทั้งพื้นดิน แบ่งเส้นระหว่างชีวิตความเป็และความตาย ฝั่งที่เป็ชีวิตนั้น ไม่ว่าเ้าจักยั่วยุหรือทำอะไร ด้วงั์ก็ไม่สนใจ ส่วนเส้นความตาย เพียงเ้าล้ำเส้นเพียงหนึ่งก้าวก็จักถูกด้วงั์โจมตีในทันที มีศิษย์สิบคนข้ามเส้นนั้นไปสุดท้ายก็ดับสิ้นวายชีวา นอกจากชีเหวินนิกายพุทธแล้ว คนอื่นๆ ล้วนถูกด้วงั์เขมือบไม่เหลือแม้แต่ศพ!
จอมยุทธ์นับร้อยคนยืนรวมกันล้อมรอบผลอายุยืน ขั้นบำเพ็ญเพียรต่ำสุดอยู่ที่ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า
ทว่าการต่อสู้ของที่นี่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับจูชิง เขาอยู่ห่างจากผลอายุยืนหลายร้อยลี้ เป็ไปไม่ได้ที่จักปรากฏตัวอยู่ที่นั่นในเวลาอันสั้น
และถึงจูชิงจักอยู่ที่นั่นเขาก็มิได้สนใจผลอายุยืนเท่าไหร่นัก
ผลอายุยืนหนึ่งลูกช่วยเพิ่มอายุขัย 200 ปี มันเป็สิ่งล้ำค่ายิ่งยวดสำหรับจอมยุทธ์ หากแต่สำหรับจูชิงมันมิได้สำคัญอะไรขนาดนั้น
ในบรรดาศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวน ถึงจะเป็ผู้ที่ได้รับการยอมรับจากสำนักก็ไม่มีใครเก็บเกี่ยวทรัพยากรจากบนเกาะหลัวโหวมาได้มากเท่ากับจูชิงแล้ว
ผลอายุยืนหายากก็จริง ทั้งเกาะหลัวโหวมีจำนวนอยู่ไม่มาก แต่ในถุงเอกภพของจูชิงกลับมีผลอายุยืนอยู่ 5 ลูก เทียบเท่ากับคลังสมบัติหมื่นปีของขุนเขากระบี่เทียนหยวน
จูชิงเหลือบไปเห็นดอกไม้แปลกๆ ดึงดูดความสนใจของเขา
“อย่าเข้าไปใกล้ ถ้ายังไม่อยากตาย!” เสียงเฒ่าปีศาจดังก้องในหัวจูชิง
จูชิงผงะครู่หนึ่ง เขาไม่เคยเห็นเฒ่าปีศาจทำเสียงจริงจังเช่นนี้มาก่อน!
“ดอกไม้นั่นมันทำไมงั้นรึ?” จูชิงตะลึงงัน
“เ้ามองไปรอบๆ สิเห็นซากศพหรือไม่!” เฒ่าปีศาจสูดลมหายใจเข้าลึก
จูชิงพยักหน้า บริเวณรอบดอกไม้มีศพอยู่เกลื่อนกลาด แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะที่นี่มีสัตว์อสูริญญาอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ดูจากสภาพศพแล้ว เดาว่าจำนวนครึ่งหนึ่งน่าจะถูกสัตว์อสูริญญาฆ่า
“เ้านี่โชคดีเกินไปแล้ว!” เฒ่าปีศาจนั่งอยู่บนศิลาผนึกิญญาพิชิต์ยิ้ม
“เ้าจะพูดให้ดูมีลับลมคมในเพื่ออะไร ข้านึกว่าเจอกับปัญหาอะไรเสียอีก!” จูชิงพูดไม่ออก
“จะว่าเป็ปัญหาก็ใช่ แต่จะว่าเป็โชคชะตาก็ไม่เชิง!” เฒ่าปีศาจกล่าว
“เลิกพูดให้ข้าสับสนสักที!” จูชิงกลอกตา ทำหน้าไม่เชื่อสิ่งที่เฒ่าปีศาจบอก
เฒ่าปีศาจหัวเราะ “ถ้าไม่เชื่อก็ลองมองที่เท้าของตัวเองดูสิ!”
จูชิงหน้าเปลี่ยนสี ทันใดนั้นเขาก็พบว่าเท้าของตัวเองถูกตรึงไว้กับพื้นอย่างแ่า ไม่ว่าจะพยายามดิ้นสักเพียงใดเท้ากลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
เถาวัลย์เล็กๆ เลื้อยพันเท้าของเขาไว้แน่น เถาวัลย์พวกนี้ผุดออกมาจากพื้นดิน หากไม่ใช่เพราะเฒ่าปีศาจบอก จูชิงก็คงไม่ทันสังเกตเห็น
“เกิดอะไรขึ้น...” มุมปากของจูชิงกระตุกเล็กน้อย เขาััได้ถึงความเ็ปรุนแรงบริเวณปลายนิ้วเท้าคล้ายกับถูกอะไรบางอย่างทิ่มแทง
“เ้าไม่เชื่อไม่ใช่รึ ตอนนี้เ้าน่าจะพอรู้สึกแล้วว่าเืกำลังถูกดูดออกไปทีละนิด” เฒ่าปีศาจยิ้มเย้ย
“เฮ้ๆๆ เ้าคงไม่ใช่คนใจแคบใช่หรือไม่ รีบบอกข้ามาสิว่าต้องทำยังไง!” จูชิงคำราม
“ ฮี่ๆ จะรีบร้อนทำไม ให้มันดูดเืเ้าครึ่งชั่วยามเ้าก็ไม่ตายหรอก เถาวัลย์ปีศาจ์นี่ยังโตไม่เต็มที่ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบวันหรือไม่ก็ครึ่งเดือนถึงจะดูดเืเ้าหมดตัว” เฒ่าปีศาจกล่าว
“บัดซบ เ้าหลอกข้ารึ!” จูชิงสบถด่า
“ด่าข้าอีกสิ ข้าอยากรู้ยิ่งนักว่าเ้าจักทนได้นานสักแค่ไหน!” เฒ่าปีศาจแค่นเสียงหึ
จูชิงโอดครวญ “ท่านเฒ่าปีศาจผู้สูงศักดิ์ เหตุใดถึงจริงจังนักเล่า!”
เฒ่าปีศาจเบะปาก “ข้าไม่แกล้งเ้าแล้วก็ได้ ปล่อยให้มันดูดเืสักพัก เมื่อใดที่ดอกเถาวัลย์ปีศาจ์เปลี่ยนเป็สีแดง เ้าจงยิงดอกไม้นั่นด้วยหลัวโหวยิงตะวัน!”
“นานแค่ไหน?” จูชิงเอ่ยถาม
“หนึ่งถึงสองชั่วยาม” เฒ่าปีศาจตอบ
“ให้ตายเถอะ แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าไม่ได้หลอกข้า!” จูชิงหน้ามืดทะมื่น หัวเกือบทิ่ม
เืของจูชิงค่อยๆ ไหลออกทีละเล็กทีละน้อย ทว่าเพราะมีหินโลหิตจึงพอฝืนทนต่อได้
การประมาณการของเฒ่าปีศาจแม่นยำยวดยิ่ง สองชั่วยามต่อมาดอกไม้เถาวัลย์ปีศาจ์ก็เปลี่ยนเป็สีแดง
จูชิงไม่รอช้าง้างธนูยิงลูกศรโลหิตตรงเข้าใส่ดอกไม้สีเื
ทันทีที่ดอกไม้แหลกสลาย เถาวัลย์ที่รัดเท้าของจูชิงพลันแห้งเหี่ยวทันใด!
“ขุดดินลงไปสักสิบจั้งน่าจะเจออะไรบางอย่าง!” เฒ่าปีศาจกล่าว
“สิบจั้ง เ้าเห็นข้าเป็รถขุดดินหรือไร” จูชิงไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
“จะขุดหรือไม่ขุดก็เื่ของเ้า อย่างไรเสียมันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับข้า!” เฒ่าปีศาจยักไหล่
“เ้ามันคนไร้หัวใจ ัคะนองน้ำน้อย...เฮ้ เ้าจะวิ่งหนีไปไหน มาช่วยข้าหน่อยสิ!” จูชิงะโเรียกัคะนองน้ำน้อย ทว่าเ้าตัวดีนั่นวิ่งหนีไปไกลเสียแล้ว
แม้ว่าเฒ่าปีศาจจะไม่มีมนุษยธรรม ทว่าไม่มีทางหลอกเื่ของล้ำค่ากับจูชิง ดังนั้นเขาจึงต้องจำใจขุดดินด้วยตัวเอง!
ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตแปรสภาพกลายเป็พลั่ว จูชิงปักพลั่วลงดิน ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินแค่เสียง “ฉึก” บริเวณง่ามนิ้วโป้งเกิดแผลขนาดใหญ่ขึ้นมา ส่วนพื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!
“นี่มันดินหรือว่าเหล็กกันแน่!” จูชิงมองเืที่ไหลออกมาจากง่ามนิ้วไม่หยุด
“เถาวัลย์ปีศาจ์เติบโตในสถานที่พิเศษ ถ้ามิใช่เพราะเ้ามีง้าวปีศาจิญญาอำมหิต ถึงจะขุดทั้งวันทั้งคืนย่อมไม่มีทางทลายหน้าดินได้”เฒ่าปีศาจกล่าว
“ขุดลึกลงไปสิบจั้งต้องใช้เวลาแค่ไหน?” จูชิงถาม
“ถ้าไม่หลับไม่นอน ไม่สนาแ สองวันน่าจะเสร็จ ทุกอย่างยากในตอนเริ่มต้น ประเดี๋ยวเ้าก็ชินเอง!” เฒ่าปีศาจพูดสบายๆ
จูชิงถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย เขารู้สึกเหมือนกับว่าถูกเฒ่าปีศาจหลอก หวังว่าของล้ำค่าที่อยู่ข้างล่างจักคุ้มค่า ไม่เช่นนั้นเขาได้กลายเป็ไอ้โง่แน่
“ไอ้หยา เถาวัลย์ปีศาจ์ที่สูญพันธุ์ไปั้แ่ยุคดึกดำบรรพ์กลับมาถูกเด็กโง่อย่างเ้าเจอเสียได้ โชคนี่มันอะไรกัน” เฒ่าปีศาจยิ้มพลางส่ายศีรษะ
เดิมทีเขาพันจั้งเป็สมบัติที่หล่อหลอมขึ้นโดยจอมยุทธ์ยุคดึกดำบรรพ์ ครั้งนั้นมันเผชิญกับหายนะวินาศโลกา ทำให้บริเวณส่วนหนึ่งเสียหาย หลังจากขุนเขากระบี่เทียนหยวนได้มันมาพวกเขาซ่อมแซมเกาะกลับคืนมาส่วนหนึ่ง พลานุภาพของมันเองก็ฟื้นกลับคืนเช่นเดียวกัน
ในยุคดึกดำบรรพ์ เขาพันจั้งเป็สถานที่ที่ใช้ปลูกสมุนไพริญญาและเลี้ยงสัตว์อสูริญญา เกรงว่าจอมยุทธ์ผู้นั้นก็คงไม่คิดว่าเมล็ดพันธุ์เถาวัลย์ปีศาจ์ที่นำมาปลูกไว้ในเขาพันจั้งจักรอดชีวิตจากหายนะวินาศโลกา
