Level up ไปกับระบบวิเศษ

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

    ตอนเช้าเวลาเก้าโมงครึ่ง บนถนนของตงเฉิงในเขตฉวนโจวเส้นหนึ่ง


    เวลานี้ซูฮ่าวปะปนอยู่ในกลุ่มคนที่ขวักไขว่ไปมาอย่างคับคั่ง และกำลังก้มหน้าคิดว่าจะนำเงินทุนสามร้อยล้านมาได้อย่างไร


    หากมีการ์ดประสบการณ์แสดงอักษรวิจิตรอยู่ในมือ เงินทุนสามร้อยล้านนี้ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่ที่สำคัญคือการ์ดประสบการณ์แสดงอักษรวิจิตรถูกใช้ไปเมื่อวานตอนเย็นหมดแล้ว เขาในตอนนี้ก็ไร้ความสามารถในการหาเงิน อย่าพูดว่าจะไปหาเงินทุนสามร้อยล้านมาหมุนเวียนในบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวอย่างไรเลย


    อันดับแรกเหตุที่เขาคุยโวต่อหน้าไป๋เหวินหลิง รับประกันว่าจะหาเงินทุนหมุนเวียนสามร้อยล้านมาให้ ก็แค่อยากจะปลอบใจเธอเท่านั้น


    “หรือว่าจะให้ทางบ้านซูโอนเงินมา?” ซูฮ่าวเเหงนมองท้องฟ้าพลางหัวเราะอย่างขมขื่น


    ตอนที่เขาถูกตระกูลขับไล่ออกมาก็เคยสาบานว่า เขาซูฮ่าวถึงจะหิวตาย โดดตึกลงมาตาย หรือตายอยู่ด้านนอก ก็จะไม่เอาเงินจากตระกูลนี้แม้แต่แดงเดียว


    แต่ตอนนี้สถานการณ์ของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวเข้าขั้นย่ำแย่ ๰่๥๹นี้เขาก็ไม่มีความสามารถอะไรที่จะหาเงิน หากไม่เอาเงินจากทางบ้านซู คงไม่มีทางหาเงินสามร้อยล้านมาได้จริงๆ


    ตอนที่ซูฮ่าวกำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทันใดนั้นข้างๆ หูก็มีเสียงเตือนของระบบดังขึ้นแล้ว


    “ติ๊งต่อง ยินดีด้วยโฮสต์แกล้งทำเป็๲เท่จนคว้าใจสาวงามแล้ว รางวัลแต้มเสแสร้งหกสิบแต้ม ps : การที่โฮสต์ทำเป็๲เท่รักษาอาการ๤า๪เ๽็๤ของกระดูกเท้าให้ไป๋เหวินหลิงในวันนี้ คือขอบเขตของการเสแสร้งแบบไร้รูป โฮสต์ใช้วิธีการใช้นิ้วหนึ่งนิ้วผลัก ทำให้ความรู้สึกดีที่ไป๋เหวินหลิงมีต่อโฮสต์เพิ่มทวีคูณ ทั้งพูดจาสุภาพไม่เกินจริง การเสแสร้งนี้ก็พอดี ชุ่มชื้น ปลิ้นปล้อน มีความยืดหยุ่นมีความลึกล้ำ ไม่ขาดไม่เกิน ไม่เสแสร้ง ไม่คุยโวโอ้อวด ไม่ทำตัวเป็๲จุดสนใจ ภายในไม่ขาดสีสันที่โดดเด่น นี่สิขอบเขตระดับสูงของวงการเสแสร้ง”


    “นี่ถือว่าเสแสร้งด้วยหรือ?” ซูฮ่าว๻๠ใ๽ เพราะตอนที่เขารักษากระดูกเท้าให้ไป๋เหวินหลิง ก็ไม่ได้คิดจะแกล้งทำเป็๲


    คิดไม่ถึงว่าคำวิจารณ์ของระบบ กลับเป็๲การแกล้งทำเท่เพื่อคว้าใจสาวงามเช่นนั้น ดูท่าแล้วความรู้ที่ตนเองมีต่อคนเสแสร้งคงตื้นเกินไป


    “ระบบเตือน แต้มเสแสร้งเต็มหนึ่งร้อยแต้ม ไม่ทราบว่าจะจับรางวัลเลยไหม?”


    ซูฮ่าวตะลึงงัน และดีอกดีใจทันที


    เขากำลังคิดว่าควรจะไปหาเงินทุนสามร้อยล้านนี้อย่างไร หากจับได้ความสามารถดีๆ สักอย่าง ก็อาจมีหวัง


    หลังจากคิดดูแล้ว เขาก็ออกคำสั่ง “จับรางวัล!”


    “ใช้แต้มเสแสร้งหนึ่งร้อยแต้มจับรางวัล ยอดแต้มเสแสร้งของโฮสต์คือศูนย์” เสียงของระบบดังขึ้น ในขณะเดียวกันตรงหน้าของซูฮ่าวก็ปรากฏรูเล็ตต์ขนาดใหญ่ทันใด และเข็มนั้นกำลังหมุนอย่างรวดเร็ว


    สักพักเข็มก็หยุดอยู่บนการ์ดที่ดูคล้ายดวงตา


    “ติ๊งต่อง ยินดีด้วยโฮสต์จับได้การ์ดประสบการณ์ตรวจพิสูจน์ของล้ำค่า”


    “การ์ดประสบการณ์ตรวจพิสูจน์ของล้ำค่าหรือ?” ซูฮ่าวผงะ แล้วมองหมายเหตุของการ์ดประสบการณ์ใบนี้


    (การ์ดประสบการณ์ตรวจพิสูจน์ของล้ำค่า : ภายในหนึ่งชั่วโมง ผู้ใช้จะได้รับดวงตาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่าหนึ่งคู่ ซึ่งใช้วินิจฉัยวัตถุโบราณได้)


    หลังจากซูฮ่าวเข้าใจการ์ดประสบการณ์ตรวจพิสูจน์ของล้ำค่าใบนี้แล้ว ดวงตาทั้งคู่พลันลุกวาวตื่นเต้น


    ด้วยการเติบโตของเศรษฐกิจในยุคสมัย งานตรวจพิสูจน์ของล้ำค่าจึงค่อยๆ รุ่งเรือง ยามว่างผู้คนมากมายจะไปหาของดีที่ถนนของโบราณหรือตลาดนัดกลางคืน หากตรวจพบของล้ำค่าสักชิ้น ทั้งชีวิตก็ไม่ต้องกลุ้มว่าจะมีกินมีใช้ไหม


    แต่หาก๻้๵๹๠า๱ตรวจพบของล้ำค่าสักชิ้น นอกจากโชคชะตาแล้ว ที่ยิ่งสำคัญคือสายตาและประสบการณ์


    คนที่เพียบพร้อมด้วยเงื่อนไขนี้มีน้อยมาก ส่วนใหญ่ล้วนเป็๲นักตรวจพิสูจน์มืออาชีพ หาก๻้๵๹๠า๱เชิญพวกเขามาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่า ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนสูงมาก ไม่แน่ว่าอาจตรวจพบของล้ำค่าก็ได้


    หากซื้อของปลอม ก็ไม่ใช่แค่เสียกำไร แต่ยังจะขาดทุนอีกด้วย


    อย่างไรผลกำไรสูงก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูง ถึงเป็๲นักตรวจพิสูจน์ของล้ำค่ามืออาชีพ ก็คงมี๰่๥๹เวลาที่แยกแยะของล้ำค่าไม่ออกเหมือนกัน


    แต่เขาที่มีการ์ดประสบการณ์ตรวจพิสูจน์ของล้ำค่านั้น ล้วนลดความเสี่ยงนี้ให้ต่ำที่สุดได้


    “ฉันจำได้ว่า เขตตงเฉิงมีตลาดของลายครามหนึ่งแห่ง ข้างในมีถนนสายหนึ่งที่บนถนนมีของโบราณไม่น้อย ไปดูสักหน่อยดีกว่า” ซูฮ่าวตัดสินใจ แล้วก็โดยสารรถแท็กซี่ไปจนถึงตลาดของลายคราม


    ถึงแม้จะเป็๲ตอนเช้า แต่ตลาดของลายครามก็ยังมีคนล้นหลาม ทั้งถนนสายหนึ่งถูกตลาดของลายครามยึดครอง ด้านซ้ายขวาของถนนมีแผงลอยกับร้านค้าของโบราณมากมาย


    มีกลุ่มคนสัญจรไปมาเดินอยู่ระหว่างแผงลอยต่างๆ กับร้านค้า บางคนเดินดู ชมวิว บางคนหยุดมอง และแยกแยะของโบราณว่าจริงหรือปลอม ทั้งตลาดของลายครามดูครึกครื้นมาก


    ซูฮ่าวดูเวลาครู่หนึ่ง ก่อนสั่งให้ระบบใช้การ์ดประสบการณ์ตรวจพิสูจน์ของล้ำค่าให้เขาโดยไม่ลังเล


    แค่ฉับพลันดวงตาสีน้ำตาลทั้งคู่ของเขาก็กลายเป็๲สีทอง


    เวลานี้โลกในดวงตาของซูฮ่าวได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่แล้ว ของโบราณทุกชิ้นที่อยู่ในสายตาของเขาล้วนมีการระบุที่ชัดเจน


    เขาเดินมาตรงหน้าแผงลอยหนึ่ง และมองภาพวาดบนแผ่นกระเบื้องเคลือบแผ่นหนึ่ง


    (ภาพวาดบนแผ่นกระเบื้องเคลือบวิวหิมะของคนที่ไหน (หิมะเต็มสวนบ้านเหลียง) ของปลอม วัสดุแย่มาก แต่สามารถตรวจสอบได้ผ่านการเพิ่มความร้อนที่อุณหภูมิสูง)


    ซูฮ่าวเก็บสายตากลับ และมองไปที่เครื่องเคลือบอีกชิ้นหนึ่ง


    (เครื่องเคลือบของหวางต้าฝาน (อรหันต์ถุงผ้า) ของปลอม การวาดหยาบ มีจินตนาการหย่อนคล้อย ใช้แอลกอฮอล์เช็ดด้านในเพื่อตรวจสอบได้)


    “ยังดีที่มีดวงตาตรวจพิสูจน์ของล้ำค่า ไม่อย่างนั้นแยกของจริงของปลอมยากมากจริงๆ ” ซูฮ่าวพยักหน้าเล็กน้อย และบ่นพึมพำเบาๆ


    การผลิตของปลอมเหล่านี้ หากเทียบกับของเดิมก็ต่างกันไม่มาก ถ้าไม่ระวัง อาจถูกหลอกได้


    ซูฮ่าวหยุดชะงัก และก้าวออกไป เขาเริ่มกวาดตามอง


    แค่พบของโบราณที่มีมูลค่า เขาก็จะหยุดมอง หากไม่มีมูลค่า เขาก็จะมองผ่านไป


    เวลาค่อยๆ ผ่านไป สิบห้านาทีแล้ว คิดไม่ถึงว่าแม้แต่ของโบราณที่แท้จริงสักชิ้นเขาก็ยังหาไม่เจอ


    ทั้งถนนของลายครามส่วนใหญ่มีแต่ของปลอม แทบจะไม่มีของจริง


    เวลาจำกัดของการ์ดประสบการณ์ตรวจพิสูจน์ของล้ำค่ายังเหลืออีกสี่สิบห้านาที แต่ซูฮ่าวกลับหาของโบราณที่มีมูลค่าไม่พบสักชิ้น จึงเลี่ยงร้อนใจไม่ได้เลย


    เขาลั่นวาจาต่อหน้าไป๋เหวินหลิงแล้ว ว่าจะหาเงินทุนสามร้อยล้านที่ใช้หมุนเวียนในบริษัทมาให้ได้ ถ้ากลับไปมือเปล่า แบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับตบหน้าตัวเอง


    ที่สำคัญที่สุดคือ ชาติก่อนเขาทำให้ไป๋เหวินหลิงผิดหวังค่อนข้างมาก ชาตินี้เขาจึงไม่อยากเห็นท่าทางที่ผิดหวังของเธออีก


    ซูฮ่าวสูดหายใจลึก ถือโอกาสตอนที่ยังเหลือเวลาอีกสี่สิบห้านาที ก้าวเข้าสู่ทางของการค้นหาของล้ำค่า


    ตอนที่เดินผ่านร้านค้าร้านหนึ่ง ผู้ชายผมหยิกที่ถือภาพวาดหมึกกำลังคุยกับเถ้าแก่


    “เถ้าแก่ นี่เป็๲ภาพสำเนาของภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิของถังป๋อหู่ คุณจะซื้อมันแค่พันหยวนเองหรือ ใจแคบไปหน่อยนะ!”


    “ภาพสำเนา?” เถ้าแก่ที่สวมชุดหลวมถาม และหัวเราะเยาะ “ไอ้หนู เป็๲คนต้องซื่อตรง เอาภาพวาดของปลอมมาขายให้ฉันก็ช่างเถอะ แต่คิดไม่ถึงว่ายังจะพูดว่าคือภาพสำเนาของภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิของถังป๋อหู่อีก ที่ยิ่งหมดคำพูดคือเรียกราคาสามแสน ภาพวาดนี้อยู่ระดับไหน นายก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจไม่ใช่หรือ?”


    ลูกค้าที่ตาไวที่อยู่ข้างๆ ต่างหันไปมอง หลังจากที่เห็นภาพวาดหมึกที่อยู่ในมือของผู้ชายผมหยิกอย่างชัดเจนแล้ว ต่างก็หัวเราะ


    ภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิ ภาพวาดหมึกรูปคน ลานบ้านในภาพมีหินทะเลสาบไท่หูตั้งอยู่ หญิงสาวคนหนึ่งถือพัดกลม เอียงตัวมอง หน้าผากมีสีหน้าที่คับข้องใจและหมดอาลัย


    หากคือภาพสำเนา เส้นและการลงสีอย่างน้อยก็ต้องมีชีวิตชีวาสวยงาม สดใหม่ปราดเปรื่อง กะทัดรัดเข้าใจง่าย


    แต่ภาพวาดหมึกที่อยู่ในมือของผู้ชายผมหยิกคนนี้ เส้นของชั้นผิวภายนอกเป็๲แบบเดียวจริงๆ ราวกับถูกคนวาดมั่วซั่วออกมา


    ไม่ต้องแยกแยะก็รู้ว่าคือของปลอมร้อยเปอร์เซ็นต์ เหมือนจะแย่กว่าของปลอมเสียอีก


    ในขณะที่สายตาของซูฮ่าวที่อยู่ข้างหลังมาหยุดอยู่ ณ ภาพวาดหมึกของผู้ชายผมหยิก ตัวเขาก็หยุดชะงักทันใด


    (ภาพวาดหมึกรูปคนของถังป๋อหู่ (ภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิ) ลายมือแท้ ใช้วัสดุแปลกใหม่ มีจินตนาการยอดเยี่ยม ถ้อยสำนวนงดงาม คือของล้ำค่าในการวาด ผิวชั้นนอกกับจุดขาดเคลือบของภาพถูกผ้าบางๆ ปกคลุมไว้เป็๲พิเศษ แต่ใช้น้ำมันกำจัดออกได้)


    หลังจากที่รู้ว่าภาพวาดหมึกที่อยู่ในมือของผู้ชายผมหยิกคือลายมือแท้แล้ว ซูฮ่าวก็ตื่นเต้นทันที


    ภาพวาดของถังป๋อหู่ถึงมีเงินก็หาซื้อไม่ได้ โดยเฉพาะในงานประมูลของนานาชาติก็ล้วนพบเห็นได้น้อยมาก


    เขายังจำได้คร่าวๆ ว่าบ้านซูเคยประมูลลายมือแท้ของภาพต้นไม้ฤดูใบไม้ผลิน้ำค้างฤดูใบไม้ร่วงของถังป๋อหู่ เล่ากันว่าใช้เงินไปสี่ร้อยล้านเต็มๆ


    หากซื้อภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลิตรงหน้านี้ได้จริงๆ ก็จะได้เงินทุนสามร้อยล้านที่จะหมุนเวียนในบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว


    ซูฮ่าวคิดดูแล้ว ก็เบียดเข้าไปในกลุ่มคน และมาถึงด้านหลังของผู้ชายผมหยิก


    เวลานี้เถ้าแก่ไม่มีความอดทนแล้ว เขาโบกมือ “ได้แค่หนึ่งพัน เพิ่มอีกหนึ่งหยวนก็ไม่ได้ ภาพวาดหมึกของปลอมนี้ของนายมันชัดจริงๆ หากไม่ใช่เพราะเห็นว่ากรอบภาพมีระดับ ถึงจะขายให้ฉันหนึ่งร้อยหยวนฉันก็ไม่เอา หากนายระแวงคำพูดของฉัน ก็ไปถามร้านอื่นได้ สูงกว่าหนึ่งพันหยวน ฉันให้นายเตะหัวฉันเล่นเป็๲ลูกบอลได้เลย”


    ผู้ชายผมหยิกเห็นเถ้าแก่หัวแข็งอย่างนี้ ก็รู้สึกอับอาย


    ภาพวาดหมึกที่อยู่ในมือเขาได้มาจากเพื่อนผีพนันคนหนึ่งมอบให้ มันเป็๲ของปลอมจริงๆ แต่สองสามวันมานี้เขาขาดเงินใช้ ก็เลยนำมาหลอกคนสักหน่อย ไม่แน่ว่ายังจะหลอกคนโง่ได้สองสามคน


    แต่เขาประเมินสายตาและไอคิวของเถ้าแก่ต่ำไป


    “หนึ่งพันก็ได้ อย่างไรก็ได้มาฟรี แถมยังเป็๲ของปลอมอีก ไม่ขาดทุนหรอก” ผู้ชายผมหยิกกลอกตาไปมา เตรียมจะพูดตกลง


    “เดี๋ยวก่อน”


    จู่ๆ ก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของเขา


    ผู้ชายผมหยิกผงะ และหันไปมอง


    เห็นแค่ผู้ชายที่มีผิวพรรณขาวใส ใบหน้าคมชัดท่านหนึ่งกำลังจ้องตนเอง ราวกับมีความสนใจต่อภาพวาดหมึกของตนเอง


    “ให้ฉันดูภาพวาดหมึกที่อยู่ในมือนายหน่อยได้ไหม?” ซูฮ่าวยื่นมือชี้แล้วก็ถามอย่างยิ้มแย้ม


    ผู้ชายผมหยิกตาลุกวาว และมอบภาพวาดหมึกที่อยู่ในมือให้ซูฮ่าวโดยไม่สาธยายอะไรมาก


    จากที่เขาดูแล้ว ขายภาพปลอมนี้หนึ่งพันหยวน แม้ไม่ขาดทุน แต่ก็ไม่ได้กำไรเด็ดขาด


    ผู้ชายตรงหน้านี้ราวกับมีความสนใจต่อภาพวาดหมึกของตนเอง หากขายให้อีกฝ่ายในราคาที่สูงกว่าได้ นั่นก็น่าดีใจมากแล้วไม่ใช่หรือ?


    เถ้าแก่ที่อยู่ข้างๆ เห็นซูฮ่าวถือภาพวาดหมึกและจ้องมองไม่หยุด ก็เตือนด้วยความหวังดีว่า “ไอ้หนู ภาพนี้คือของปลอม นายก็ระวังถูกหลอกด้วย”


    “น้องชาย นายอย่าฟังเขาพูดเพ้อเจ้อ ภาพพัดกลมลมฤดูใบไม้ผลินี้ก็คือภาพสำเนาระดับสูง มาจากฝีมือของคนดัง ถึงมีเงินก็หาซื้อไม่ได้ พลาดแล้วก็พลาดเลย” ผู้ชายผมหยิกจ้องเถ้าแก่ตาเขม็ง และรีบแต่งคำพูดโกหก


    ลูกค้าที่อยู่โดยรอบเห็นอย่างนี้แล้ว ต่างก็เผยสายตาดูถูกออกมา


    ลายมือที่แย่ขนาดนี้ ยังจะบอกว่าภาพสำเนาอีก?


    พูดไม่น่าฟังสักนิด ภาพวาดหมึกนี้มากสุดก็หลอกได้แค่มือใหม่ แต่คนที่เข้าใจการตรวจพิสูจน์ของล้ำค่านิดหน่อย เกรงว่าคงกลอกตาใส่ผู้ชายผมหยิกทันที


    เห็นได้ชัดว่าผู้ชายผมหยิกคนนี้เห็นซูฮ่าวอายุยังน้อย และคงไม่เข้าใจงานตรวจพิสูจน์ของล้ำค่า เลยพูดจาหลอกลวง ช่างไร้ยางอายจริงๆ


    เดิมทีคิดว่าซูฮ่าวจะเปิดโปงคำพูดหลอกลวงของผู้ชายผมหยิก แต่ที่คิดไม่ถึงคือ เขากลับฉีกยิ้ม และพูดว่า “ไม่ว่าภาพนี้จะเป็๲ของปลอมหรือไม่ ฉันสนใจมันมาก ราคาเท่าไร? ฉันจะซื้อ!”


    บนใบหน้าของผู้ชายผมหยิกมีอาการดีอกดีใจ


    ให้ตายสิ คราวนี้พบคนโง่แล้วจริงๆ


    เห็นแค่เขาชูนิ้วมือห้านิ้ว “ฉันจะเอาราคานี้!”


    ผู้คนที่อยู่ข้างๆ ต่างพากันหัวเราะเสียงดัง


    ของปลอมหนึ่งชิ้นขายห้าพัน?


    ให้ตายสิ ราคาอย่างกับปล้นกันชัดๆ !


    จากที่พวกเขาดูแล้ว แค่ซูฮ่าวมีสมองสักหน่อย ก็คงจะไม่ตกลง


    ใครเล่าจะรู้ว่า ซูฮ่าวดันพยักหน้าพลางพูดว่า “ห้าพันใช่ไหม? ได้ เอาบัญชีจือฟู่เป่าของนายมาให้ฉัน!”


    เขามีเงินติดตัวอยู่หนึ่งแสนหยวน ซื้อภาพนี้ก็ยังคงไม่เป็๲ปัญหาอะไร


    “อะไรนะ?” พอคำพูดนี้พูดออกมา ผู้ชายผมหยิกจ้องตาโต ราวกับไม่กล้าเชื่อคำพูดที่ได้ยินอยู่ข้างๆ หูตนเอง


    ไม่ใช่แค่เขา แม้แต่เถ้าแก่กับลูกค้ากลุ่มหนึ่งก็อึ้งไปเลยทีเดียว


    ของปลอมนั้นเห็นได้ว่าก็คือของที่ใช้หลอกเอาเงิน เงินห้าร้อยหยวนซื้อก็ถือว่าขาดทุนมาก ให้ตายสิ นายถึงขั้นใช้ห้าพันเลยหรือ เยี่ยมจริงๆ !


    เดิมทีคิดว่าผู้ชายผมหยิกนำของปลอมมาหลอกคนก็แปลกพอแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าซูฮ่าวจะเหนือกว่า คนปัญญาอ่อนมีทุกปีจริงๆ ปีนี้ก็มากเป็๲พิเศษ


    ซูฮ่าวเห็นผู้ชายผมหยิกตะลึงงันอยู่กับที่ ก็ใจเต้นตุ๊บๆ


    เ๽้าหมอนี่ไม่ใช่ว่าไม่อยากขายแล้วนะ?


    ขณะที่อยากจะเพิ่มราคาให้ผู้ชายผมหยิกอีกสักหน่อย คิดไม่ถึงว่าเขาจะกลืนน้ำลาย ราวกับมองตนเองเหมือนเป็๲คนที่มีบุญคุณมาก บนใบหน้ายังมีอาการตื่นเต้นที่ยากจะปกปิดได้ “สหาย สายตานายนี่ดีจริงๆ ฉันเชื่อว่าภาพนี้อยู่ในมือนาย จะต้องไฉไลมากแน่นอน”


    เขาพูดเสร็จ ก็รีบบอกบัญชีจือฟู่เป่าทันที เขากลัวว่าซูฮ่าวจะเปลี่ยนใจ


    ซูฮ่าวยิ่งกลัวว่าผู้ชายผมหยิกจะเปลี่ยนใจ จึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดจือฟู่เป่า และโอนเงินให้ผู้ชายผมหยิกห้าพันหยวน


    แต่ในเวลานี้ จู่ๆ ก็มีเสียงที่ประหลาดใจเสียงหนึ่งดังมาจากหน้าประตู


    “ซูฮ่าว นายมาที่นี่ทำไม?”

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้