บทที่ 3 เงาสะท้อนและคำนินทาของเพื่อนบ้าน
ภายในกระท่อมดินที่มืดสลัว หลินชิงเหอนั่งลงบนขอบเตียงเตา ความทรงจำที่กระจัดกระจายของเ้าของร่างเดิมยังคงไหลวนอยู่ในหัวเหมือนฟิล์มภาพยนตร์เก่าๆ ที่ขาดตอน เธอหลับตาลง พยายามจัดระเบียบฐานข้อมูล ใหม่ในสมอง ร่างนี้ชื่อหลินชิงเหอเหมือนเธอ อายุเพียง 24 ปี แต่กลับดูร่วงโรยเหมือนคนอายุสามสิบกว่าเพราะการทำงานหนักและขาดสารอาหาร
เธอค่อยๆ ลุกขึ้นไปที่มุมห้อง พบเศษกระจกแตกบานเล็กที่วางอยู่บนหิ้งไม้ผุๆ ชิงเหอหยิบมันขึ้นมา เช็ดฝุ่นหนาเตอะออกด้วยชายเสื้อที่ขาดวิ่น แล้วเพ่งมองใบหน้าในกระจกนั้นอีกครั้งอย่างพิจารณา
คราวนี้เธอไม่ได้มองด้วยความตื่นตระหนกเหมือนตอนที่ดูในโอ่งน้ำ แต่มองด้วยสายตาของนักธุรกิจที่กำลังประเมิน 'สินทรัพย์'
"โครงหน้าไข่ไก่...จมูกโด่งรั้น...ดวงตาดอกท้อที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกตาที่บวมช้ำ" เธอพึมพำกับตัวเอง "ถ้าผู้หญิงคนนี้ได้กินอิ่ม นอนหลับ และได้รับการบำรุงเพียงเล็กน้อย เธอจะกลายเป็สาวงามล่มเมืองได้ไม่ยากเลย"
ผิวที่เคยเหลืองซีดหากได้รับวิตามินและโปรตีนที่เพียงพอคงจะกลับมาขาวนวลเหมือนหยก ร่างกายที่ผอมแห้งจนเห็นกระดูกหากมีเนื้อมีนวลขึ้นมาอีกนิด คงจะเป็ทรวดทรงที่สะดุดตาไม่น้อย ชิงเหอยกยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้เข้ามาอยู่ในร่างที่แก้ไขไม่ได้
"แม่ครับ... แม่ยิ้มทำไมเหรอ?" เสี่ยวเป่าที่เกาะขอบเตียงมองเธอด้วยความสงสัย
"แม่แค่คิดว่า... ต่อไปนี้พวกเราสามคนแม่ลูกจะดูดีกว่านี้เยอะเลยล่ะ" เธอกล่าวพลางลูบแก้มตอบๆ ของลูกชายคนเล็ก
ในขณะที่เธอกำลังคิดหาวิธีจัดการกับแป้งข้าวโพดกำมือเดียวนั้น เสียงเรียกที่คุ้นหูจากความทรงจำก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน
"ชิงเหอ! หลินชิงเหอ! อยู่บ้านหรือเปล่า?"
ชิงเหอชะงัก เธอเดินออกไปที่หน้าประตู พบหญิงวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าชุดลำลองสีเทาเข้ม ผมรวบตึง ใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นตามวัยแต่ดวงตาดูมีความเมตตา หญิงคนนั้นกำลังเดินผ่านรั้วไม้ไผ่เข้ามาพร้อมกับหาบตะกร้าใส่ผัก
ในหัวของชิงเหอปรากฎชื่อขึ้นมาทันที 'เหม่ยหลิน' เพื่อนบ้านที่อยู่ถัดไปไม่กี่หลัง และเป็ไม่กี่คนในหมู่บ้านที่ยังหยิบยื่นน้ำใจให้เธอเสมอ
"พี่เหม่ยหลิน" ชิงเหอเรียกชื่อฝ่ายตรงข้ามเบาๆ เพื่อหยั่งเชิง
เหม่ยหลินรีบวางหาบลงแล้วเดินเข้ามาจับมือชิงเหอ "ตายแล้ว! ฉันได้ยินคนในหมู่บ้านพูดกันว่าเธอเป็ลมล้มพับไปที่หน้าโอ่งน้ำ เป็ยังไงบ้าง? หน้าตาเธอยังดูซีดเซียวอยู่เลยนะ"
"ฉันดีขึ้นแล้วค่ะพี่ แค่หน้ามืดไปนิดหน่อย" ชิงเหอตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบกว่าปกติ ทำให้เหม่ยหลินมองเธอด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
"ดีแล้วๆ... นี่ ฉันเอาผักกาดขาวกับหัวไชเท้าที่เหลือจากแปลงมาฝาก เห็นว่า่นี้บ้านเธอคง... ลำบาก" เหม่ยหลินลดเสียงลงพลางถอนหายใจยาว "แล้วนี่ ยายแก่ตระกูลหลินนั่นไม่ได้มาหาเื่เธออีกใช่ไหม? เมื่อเช้าฉันเห็นนางเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากบ้านเธอ พร้อมกับหิ้วถุงแป้งขาวออกไปหน้าตาเฉย! ใจคอทำด้วยอะไรกันนะ ปล้นได้กระทั่งลูกสะใภ้และหลานแท้ๆ ของตัวเอง!"
คำพูดของเหม่ยหลินยืนยันสิ่งที่ต้าเป่าบอกชิงเหอไว้ก่อนหน้านี้ ความโกรธขึ้งสายหนึ่งแล่นผ่านหัวใจของชิงเหอ แต่มันถูกเคลือบไว้ด้วยความสุขุม
"นางเอาแป้งขาวไปหมดเลยค่ะพี่เหม่ยหลิน ทิ้งไว้แค่ขี้รำกำมือเดียว"
เหม่ยหลินตบเข่าฉาด "นั่นไง! ฉันว่าแล้ว! ยายแก่นั่นน่ะร้ายนัก รักแต่ลูกชายคนรองกับลูกชายคนเล็ก ส่วนสามีเธอน่ะ... ถึงเขาจะหายสาบสูญไป แต่นั่นก็ลูกชายคนโตของนางนะ แถมต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าก็เป็เืเนื้อเชื้อไขของตระกูลหลินแท้ๆ ทำไมถึงได้รังเกียจรังงอนกันขนาดนี้ ของกินดีๆ ขนไปให้หลานทางบ้านโน้นกินจนอ้วนพี แต่หลานทางนี้ผอมจนซี่โครงบาน!"
ชิงเหอนิ่งฟัง เธอพยายามรวบรวมข้อมูล 'ยายแก่ตระกูลหลิน' หรือแม่สามีของร่างนี้ คือศัตรูหมายเลขหนึ่งที่เธอต้องจัดการ
"นางบอกว่าสามีฉันตายไปแล้ว ฉันเป็ตัวซวยที่ทำให้ลูกชายนางไม่ได้กลับมา" ชิงเหอพูดตามความทรงจำที่เ็ป
"เพ้อเจ้อ!" เหม่ยหลินด่าทอแทน "ามันจบไปตั้งนานแล้ว ใครจะไปรู้ว่าเขากลายเป็อะไรไป หรืออาจจะแค่ยังกลับมาไม่ได้ ยายแก่นั่นแค่อยากหาข้ออ้างฮุบเงินำาญและของกินของพวกเธอมากกว่า ชิงเหอเอ๋ย... ฉันละสงสารเธอจริงๆ ยอมเขาไปเสียหมดแบบนี้ แล้วเด็กๆ จะโตมาได้ยังไง"
ชิงเหอมองไปที่เด็กชายสองคนที่แอบดูอยู่หลังประตูบ้าน ต้าเป่ามองเหม่ยหลินด้วยสายตาขอบคุณ ส่วนเสี่ยวเป่าท้องร้องเสียงดังจนได้ยินมาถึงข้างนอก
"พี่เหม่ยหลินคะ" ชิงเหอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป มันมีความหนักแน่นและเย็นเยียบจนเหม่ยหลินต้องชะงักคำบ่น "ขอบคุณสำหรับผักนะคะ ต่อไปนี้... ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาเอาของของลูกฉันไปอีกแล้ว ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็ใครก็ตาม"
เหม่ยหลินเบิกตากว้าง มองหญิงสาวตรงหน้าที่ดูเหมือนจะเป็คนเดิม แต่แววตาและท่าทางกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "เธอ...เธอพูดจริงเหรอชิงเหอ? ถ้าเธอคิดได้แบบนี้ฉันก็เบาใจ แต่ยายแก่นั่นมีลูกชายคนอื่นๆ คอยหนุนหลังนะ เธอตัวคนเดียวจะสู้ไหวเหรอ?"
ชิงเหอยกยิ้มที่เป็เอกลักษณ์ของประธานหลิน "คนเราไม่ได้สู้กันที่กำลังอย่างเดียวหรอกค่ะพี่... สู้กันที่สมองต่างหาก"
เหม่ยหลินรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่เคยเห็นชิงเหอในมุมนี้มาก่อน มุมที่ดูทรงอำนาจและน่าเกรงขาม "เอ่อ...จ๊ะ... ถ้าเธอ้าความช่วยเหลืออะไรก็บอกนะ ฉันต้องรีบไปซักผ้าที่ลำธารแล้ว เดี๋ยวจะค่ำมืดเสียก่อน"
"ขอบคุณมากค่ะพี่" ชิงเหอยืนส่งเพื่อนบ้านจนลับสายตา
เมื่อเหม่ยหลินจากไป ความเงียบสงบก็กลับคืนสู่กระท่อมอีกครั้ง ชิงเหอหันกลับไปมองผักกาดขาวสองต้นและหัวไชเท้าในมือ มันอาจดูมีค่าเพียงน้อยนิดในสายตาคนเมืองในอนาคต แต่ในยุค 80 ที่ขัดสนนี้ นี่คือวัตถุดิบชั้นเลิศที่จะช่วยต่อลมหายใจ
เธอกวักมือเรียกต้าเป่า "ต้าเป่า ไปหาฟืนมาเพิ่มอีกหน่อย แม่จะทำ 'ซุปผักกาดขาวกับแผ่นแป้งข้าวโพด' ให้พวกเรากินมื้อนี้"
"ครับแม่!" ต้าเป่าตอบรับด้วยความกระตือรือร้น เขาเริ่มรู้สึกว่าแม้วันนี้แม่จะดูแปลกไป แต่แม่คนนี้กลับทำให้เขารู้สึก 'ปลอดภัย' อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ชิงเหอเดินกลับเข้าครัวที่แสนซอมซ่อ สายตาของเธอกวาดมองไปที่เตาไฟดินเหนียว ในหัวเริ่มวางแผนการตลาดก้อนแรก ไม่ใช่การขายหุ้นหมื่นล้าน แต่เป็การบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
'ขั้นแรกคืออิ่มท้อง...ขั้นที่สองคือสร้างตัว...และขั้นที่สาม...คือการชำระล้างเื่ในตระกูลหลินให้เรียบร้อย'
รอยยิ้มเ็าปรากฏบนใบหน้าผอมซูบของเธออีกครั้ง าในยุค 80 ของหลินชิงเหอ... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!
