เช้ามืดวันต่อมาด่านจิงเซินในตำนานก็ได้ปรากฏอยู่ตรงหน้าถังเหล่ยแล้ว พื้นที่ครึ่งหนึ่งของด่านจิงเซินเป็ของูเาจู่หุน และอีกครึ่งหนึ่งเป็ของอาณาจักรซือฉี
แม้ว่าด่านจิงเซินจะได้รับการดูแลโดยตระกูลตี้แต่ตระกูลตี้ก็ไม่ได้้าพื้นที่ส่วนที่เกินไปในูเาจู่หุนแต่อย่างใด ตราบใดทีู่เาจู่หุนและจักรวรรดิซือฉีไม่สร้างความวุ่นวายนอกพื้นที่
ภายใต้ความมืดมิดด่านจิงเซินเป็เหมือนกำแพงขนาดใหญ่กั้นระหว่างูเาจู่หุนและจักรวรรดิซือฉีออกจากกัน
ถังเหล่ยไม่ลังเลมุ่งหน้าไปยังด่านจิงเซินทันที หากรอจนฟ้าสว่างการเดินทางของเขาจะยากลำบากยิ่งขึ้น ถังเหล่ยจำเป็จะต้องใช้ประโยชน์จากความมืดในการเดินทาง
แม้ว่าถังเหล่ยจะมองเห็นด่านจิงเซินแล้ว แต่เขาก็ยังวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดเป็เวลาครึ่งชั่วยามจึงจะไปถึงกำแพงของด่านจิงเซิน
จากนั้นถังเหล่ยก็มาถึงกำแพงด่านจิงเซินที่มีูเาสูงขนาบอยู่ด้านข้าง ถังเหล่ยสามารถหาจุดที่แข็งแรงและปีนขึ้นไปได้ ภายใต้แสงสว่างจากดวงจันทร์เขามองเห็นหินที่ยื่นออกมา
“เงียบสงัดราวกับไม่มีทหารลาดตระเวน!”
ถังเหล่ยรู้สึกสับสนเล็กน้อย เหตุใดจึงสามารถปีนอยู่บนกำแพงโดยที่ไม่ถูกค้นพบ ยิ่งไปกว่านั้นถังเหล่ยคาดเดาว่าแม้แต่ผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับต่ำก็ยังสามารถปีนป่ายขึ้นไปบนกำแพงแห่งนี้ได้
ในเวลาเดียวกันแสงสว่างก็เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถังเหล่ยเงยหน้าขึ้นและกวาดสายตาไปรอบๆ เขาตรวจสอบว่ามีทหารลาดตระเวนอยู่บริเวณกำแพงของด่านจิงเซินหรือไม่ แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับมีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น
ถังเหล่ยปีนขึ้นไปบนกำแพงอย่างระมัดระวัง จากนั้นไม่นานเขาก็ปีนขึ้นไปถึงยอดกำแพงและออกวิ่งทันที เขาหวังจะไปถึงอีกฟากของด่านจิงเซินให้เร็วที่สุด
ทันในนั้นหางตาของถังเหล่ยก็เหลือบไปเห็นโครงกระดูกกองอยู่ใต้กำแพง และระยะเกือบร้อยวาใต้กำแพงมีร่องรอยการต่อสู้ขนาดน้อยใหญ่หลายสิบแห่ง สถานที่แห่งนี้คือสนามรบภายในด่านจิงเซิน
ในเวลาเดียวกันถังเหล่ยตระหนักได้ทันทีว่าด่านจิงเซินจะต้องแข็งแกร่งอย่างแน่นอน เขาคาดไว้ว่าแม้แต่ผู้ฝึกตนระดับราชันยุทธ์ก็ยากที่จะทะลวงผ่านไปได้
บริเวณลานสังหารแห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัว ส่วนตรงกลางมีเส้นทางเล็กๆ ที่ทอดยาวไปจนถึงด่านจิงเซินอยู่
ถังเหล่ยกวาดสายตาไปมองรอบๆ ไม่มีเส้นทางอื่นนอกจากเส้นทางนี้อีกแล้ว หาก้าที่จะไปถึงด่านจิงเซินจะต้องผ่านเส้นทางนี้เท่านั้น
ถังเหล่ยถอนหายใจ ปีนกำแพงด้วยความยากลำบากจะมีประโยชน์อะไร หากเขาต้องมาเจอสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ อย่างไรก็ตามหากเขา้าที่จะไปูเาจู่หุนเขาจะต้องผ่านเส้นทางนี้เท่านั้น
ทันใดนั้นในระยะไกลก็ปรากฏทหารสองคน พวกเขาสวมชุดเกราะสีดำและวิ่งเข้ามาทางถังเหล่ยอย่างรวดเร็ว
ถังเหล่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หากเขา้าผ่านด่านจิงเซินไปเขาจะต้องผ่านเส้นทางนี้เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าถ้าเขาลงมือสังหารทหารที่ด่านจิงเซินพวกเขาจะไม่ยินยอมให้ถังเหล่ยผ่านไปได้อย่างแน่นอน
การลงมือสังหารคือทางเลือกสุดท้าย
หลังจากทหารทั้งสองวิ่งมาถึงถังเหล่ย พวกเขาก็ไม่ได้มีท่าทีคุกคามแต่อย่างใด พวกเขาเพียงจ้องมองถังเหล่ยด้วยความสับสน
“เ้าเป็ใครและมาทำอะไรที่นี่?” เสียงของทหารผู้หนึ่งถามออกมาทันที
ทหารทั้งสองคนอยู่ในระดับยอดยุทธ์ขั้นหนึ่ง แม้แต่ทหารลาดตระเวนยังเป็ผู้ฝึกตนระดับยอดยุทธ์ นี่บ่งบอกได้ชัดเจนว่าด่านจิงเซินแข็งแกร่งมากเพียงใด ถังเหล่ยจึงเลือกที่จะเจรจา
“ข้า...ข้าอยากไปทีู่เาจู่หุน”
ถังเหล่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเทาในขณะที่เขายืนอยู่บนกำแพง เขาไม่สามารถตอบได้ว่าตัวเขานั้น้าทะลวงด่านจิงเซินไป
“ูเาจู่หุน?” ทหารทั้งสองมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ แล้วมองไปที่ถังเหล่ยอีกครั้ง
“ถ้าเ้า้าไปทีู่เาจู่หุนเ้าสามารถผ่านเส้นทางนี้ได้ แต่จงบอกเหตุผลของเ้ามา” ทหารผู้หนึ่งถามต่อทันที
“คนจากจักรวรรดิซือฉีที่้าไปยังูเาจู่หุนนั้นสามารถผ่านด่านจิงเซินไปได้ พวกเรามีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ผู้คนจากูเาจู่หุนบุกเข้ามายังจักรวรรดิซือฉีและรักษาความมั่นคงของจักรวรรดิเท่านั้น!”
ทหารผู้หนึ่งกล่าวพร้อมกับยืดอกและชี้ไปที่เส้นทางทันที
ทันทีที่ถังเหล่ยได้ยินคำกล่าวของทหารใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที มันง่ายดายเช่นนี้เลยหรือ?
“มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?” ถังเหล่ยถามด้วยความตื่นเต้น
“ถูกต้อง แต่ขากลับเ้าจะต้องแสดงตราประจำตัวและจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียด” ทหารอีกคนกล่าวอย่างสงบ
“ข้าจะไปแล้ว!” ถังเหล่ยตอบรับทันที ในขณะนี้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย หากเขารู้ว่าสามารถผ่านด่านจิงเซินไปได้ง่ายดายเช่นนี้ เขาคงไม่ลำบากปีนป่ายอยู่บนกำแพง
จากนัั้นทหารทั้งสองได้นำถังเหล่ยไปยังป้อมปราการของด่านจิงเซิน เพราะเส้นทางที่นำไปสูู่เาจู่หุนอยู่ด้านล่างของป้อมปราการ
ระหว่างการเดินทางถังเหล่ยยังได้พบกับทหารคนอื่นๆ อีกด้วย แต่สิ่งที่เกินความคาดหมายของเขาก็คือทหารเ่าั้ไม่มีเจตนาร้ายต่อเขาเลย พวกเขาเ่าั้คาดเดาจากความแข็งแกร่งของถังเหล่ยว่าจะต้องเป็คนจากจักรวรรดิซือฉีอย่างแน่นอน
หลังจากนั้นไม่นานถังเหล่ยก็มาถึงป้อมปราการ ที่ด่านจิงเซินนี้แข็งแกร่งจริงๆ มีเครื่องยิงหน้าไม้ขนาดใหญ่มากมาย ที่สำคัญเครื่องยิงหน้าไม้ขนาดใหญ่เหล่านี้ล้วนหันหน้าไปในทิศทางของูเาจู่หุน
“ตามเส้นทางจะมีป้ายอยู่เป็ระยะๆ เ้าสามารถไปทีู่เาจู่หุนได้ตามเส้นทางนี้ อีกอย่างข้าอยากจะบอกให้เ้าทราบว่าจากด่านจิงเซินไปจนถึงูเาจู่หุนนั้นอันตรายมาก ข้าขอแนะนำให้เ้าระวังตัวไว้ด้วย!”
ทหารผู้หนึ่งกล่าวด้วยความกังวลเล็กน้อย พวกเขาทั้งสองััได้ว่าถังเหล่ยผู้นี้ยังเป็ผู้ฝึกตนระดับต่ำ หากไปถึงูเาจู่หุนจะต้องกลายเป็ทาสหรือไม่ก็ถูกสังหารทิ้งแน่
“ขอบคุณสำหรับน้ำใจ แต่ข้าก็ยังต้องไป” ถังเหล่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเดินลงไปด้านล่างเสียงหนึ่งก็ดังมาจากด้านหลัง
“ช้าก่อน”
ถังเหล่ยหยุดชะงักและหันกลับไปมองทันที เขาพบชายที่ไม่สวมชุดเกราะกำลังเดินลงมาจากป้อมปราการ
ชายผู้นั้นสวมชุดคลุมสีดำและมีลวดลายสีทอง ซึ่งทำให้เขาดูสูงส่งกว่าทหารที่สวมชุดเกราะสีดำมาก ทันทีที่ทหารทั้งสองเห็นชายผู้นั้นพวกเขาก็ยืนตัวตรงทันที
“เ้าจะไปทีู่เาจู่หุนอย่างนั้นหรือ?” ชายผู้นั้นกล่าวขณะเดินผ่านทหารทั้งสองคนและมุ่งหน้าเข้ามายังถังเหล่ย
ในเวลาเดียวกันถังเหล่ยก็ััได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของชายผู้นั้นทันที กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมานั้นทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าชายผู้นี้จะต้องอยู่ในระดับปรมาจารย์ยุทธ์อย่างแน่นอน
“ใช่แล้วขอรับ” ถังเหล่ยตอบอย่างนอบน้อม
“หากข้าเดาไม่ผิด เ้าคือถังเหล่ยใช่หรือไม่?” ชายผู้นั้นมองไปที่ถังเหล่ยและกล่าวด้วยรอยยิ้ม
……
