บทที่ 112 การต่อสู้ในห้องโถงด้านหลัง
“เ้าคิดว่าไฟแท้หนิงคงของเ้าจะเอาเชือกผูกะของข้าอยู่หรือ? ข้าก็เพียงเงียบเหงามานาน อยากจะหาคนมาพูดคุยด้วยก็เท่านั้น ในเมื่อเ้ารนหาที่ตาย ข้าก็จะสงเคราะห์ให้! เชือกผูกะ แปลงร่างเดี๋ยวนี้!”
จากนั้นเมื่อเด็กชายชี้นิ้ว เชือกผูกะทั้งหมดที่พันกันอุตลุดอยู่กับไฟแท้หนิงคงก็ขยับขึ้นทันที ทันใดนั้นรูปร่างสีทองเหมือนงูตัวยาวก็หดตัวลงราวกับเส้นด้าย และหลุดออกจากพันธนาการของโซ่ไฟแท้หนิงคงได้อย่างง่ายดาย ไม่นานมันก็เป็ราวกับสายฟ้าเส้นสีทองเล็กๆ บินพุ่งเข้ามาหาลู่อวี่
แม้ว่าลู่อวี่จะใไม่น้อย แต่เชือกสีทองเส้นนี้ก็คือเชือกผูกะปลอมในตำนาน โดยเฉพาะความสามารถในการจัดการกับศัตรูที่ทรงพลังของเชือกผูกะในตำนานที่สุดคณานับนั้นหยั่งรากลึกอยู่ในใจของผู้คนยาวนานแล้ว แม้จะเป็ของปลอมก็ตาม ใน่เวลาแห่งความเป็ความตายลู่อวี่ก็ไม่มีทางล่อเสือออกจากถ้ำอยู่แล้ว
เมื่อเห็นว่าเชือกผูกะกำลังจะบินเข้ามาตรงหน้า ลู่อวี่ก็ทำหน้าเคร่งเครียด จากนั้นร่างของเขาก็ค่อยเลือนรางขึ้นในทันที จนสุดท้ายก็กลายเป็จุดดาวและหายวับไป ในทางกลับกัน เขาก็มาปรากฏตัวขึ้นที่อีกด้านหนึ่งของห้องโถง อยู่ห่างจากเด็กชายโดยมีหม้อต้มทองสัมฤทธิ์คางคกเขียวั์กันไว้ตรงกลาง
เพียงแต่ใบหน้าของลู่อวี่ดูซีดไปเล็กน้อย เพราะนี่คือพลังเวทเล็กๆ อย่าง “เทคนิคการหลบหนีิญญา” ที่ใช้พลังเยอะนัก ผลของมันเทียบเท่าได้กับการเคลื่อนย้ายภายในพริบตาจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งของพลังเวท แต่การเคลื่อนย้ายภายในพริบตาจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งนั้นต้องเป็ขั้นเกิดเทพเ้าถึงจะใช้ได้ อีกทั้งยังต้องมี่ปลายขั้นตงซวนที่แข็งแกร่งก็พอจะฝืนทำได้อยู่บ้าง แต่สามารถใช้พลังเวทได้ในขั้นฟันฝ่า ก็น้อยคนนักที่จะทำได้
ลู่อวี่หยิบยาหุยหยวนเป่ามาเม็ดหนึ่งด้วยความเร็วแสงและกินมันเข้าไป แม้ว่าพลังเวทมนตร์ขนาดเล็กนี้จะสิ้นเปลืองพลังไม่น้อย ที่ดูเหมือนใช้พลังปราณสองในสามเท่าของร่างกายของเขาไปในพริบตา แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็เห็นได้ในทันที
โดยปกติแล้วเชือกผูกะของปลอมไม่สามารถติดตามและกำจัดศัตรูได้โดยอัตโนมัติเหมือนกับของแท้ ดังนั้นหากโจมตีไม่สำเร็จก็จะลอยกลับไปอยู่ในมือเด็กชาย
แต่ครั้งนี้เด็กชายก็ไม่ได้พูดอะไรที่ไร้สาระ ไม่ใช่ว่าเขาใต่อการกระทำของลู่อวี่ หรือคิดได้ แต่เขาััได้ว่ายอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าที่เขาย้ายออกไปกำลังคิดทำลายค่ายกลกระบี่อย่างรุนแรง เห็นได้ชัดว่าในขณะที่ไม่มีวิธีการทำลายค่ากลกระบี่ได้นั้น ก็จะทำทุกอย่างเพื่อที่จะทำลายค่ายกลกระบี่ให้ออกมาให้ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลามากพอที่จะมานั่งเสียเวลาแล้ว ถึงแม้จะเชื่อมั่นในการตั้งค่ายกลกระบี่ของท่านปู่ และหากยอดฝีมือขั้นเกิดเทพเ้าผู้นั้นคิดจะทำลายค่ายกลกระบี่ให้เปิดออกมาให้ได้คงต้องใช้เวลาอยู่อีกนาน แต่เขาก็กังวลว่าหากเื่ราวยังยืดเยื้อออกไปต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ดีเกิดขึ้น
ทว่าเขาก็ตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นกัน เหตุเพราะ้ายึดร่างของลู่อวี่มา ในสายตาของเขาแล้ว ร่างกายของลู่อวี่ก็เหมือนกับเป็ของเขาเอง หากหลีกเลี่ยงที่จะทำร้ายได้ก็จะทำ นั่นจึงเป็เหตุผลที่ใช้เชือกผูกะเพื่อควบคุมศัตรูในตอนแรก แต่เห็นได้ชัดว่าเชือกผูกะปลอมนั้นแทบจะใช้ไม่ได้ผลอะไรเลย ภายใต้วิชาหลบหนีที่ยอดเยี่ยมนั้นของลู่อวี่
ครั้งนี้เขาเพียงอยากต่อสู้และให้มันจบให้เร็วที่สุด แม้ว่ามันจะสร้างความเสียหายต่อร่างกายตัวเองในอนาคตก็ตาม
เมื่อกัดฟัน และร่างกายสั่นเทา แสงกระบี่สีขาวเหมือนพระจันทร์เสี้ยวก็บินออกมาพร้อมกับการแผ่กระจายของน้ำแข็ง หมุนและวาดเป็วงโค้งที่สวยงาม ค้นหาตำแหน่งของลู่อวี่ได้อย่างแม่นยำ มันบุกโจมตีเข้าไปอย่างไร้ความปรานี
“ปัง!” ลู่อวี่เปลี่ยนไฟแท้หนิงคงที่เพิ่งเรียกกลับมาให้แปลงร่างเป็โล่ไฟแท้หนิงคงป้องกันการโจมตีได้ทันเวลา แต่ร่างกายของเขากลับถอยร่นกลับไปทางด้านหลังหลังถูกแรงกระแทกอันทรงพลัง
ไม่รอให้เขาได้ทันตอบโต้กลับ แสงกระบี่รูปพระจันทร์เสี้ยวนั้นก็หมุนอีกครั้งพร้อมเปลี่ยนทิศทางบุกเข้าโจมตีหลังจากถูกสกัดกั้น
ลู่อวี่ทำหน้าโกรธเกรี้ยวอีกครั้ง ใบหน้าหลายส่วนดุดันผิดปกติ
แต่โชคดีที่รู้ว่าหากเขาดันทุรังต่อไปในเวลานี้ ตัวเองก็จะตายอย่างอนาถแน่นอน ดังนั้นจึงรีบเรียกกระบี่บินของตัวเองกลับมาทันที
กระบี่แสงเปลวเพลิงสีแดงมาพร้อมกับเสียงลมและฟ้าร้องที่ดังกึกก้อง เมื่อเสียง “เคร้ง!” ดังขึ้นก็สกัดกั้นพระจันทร์เสี้ยวที่เข้าโจมตีอีกครั้ง เสียงแหลมคมของทองคำและเหล็กที่เข้าปะทะกันดังก้องอยู่ในห้องโถง แม้แต่ลู่อวี่และเด็กชายทั้งสอง ก็ขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ เพราะเสียงนี้มันแสบแก้วหูนัก
แต่มันก็ไม่ง่ายเลยที่ลู่อวี่จะมีเวลาได้หายใจ แล้วจะให้เสียเปล่าได้อย่างไร เมื่อสายฟ้าในมือก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง อีกทั้งยังหลบการขัดขวางของหม้อต้มทองสัมฤทธิ์ั์ได้ มันไม่รอช้าเข้าโจมตีเด็กชายอีกครั้ง
นี่เป็การต่อสู้ที่อันตรายที่สุดที่ลู่อวี่เคยประสบพบเจอมา ในขณะที่ควบคุมโล่ไฟแท้หนิงคงเพื่อปกป้องตัวเอง ก็ยังสั่งการให้กระบี่บินสกัดกั้นศัตรูที่ไม่รู้ว่าใช่วิธีการใดสั่งการพระจันทร์เสี้ยวให้เข้ามาจู่โจม ในเวลาเดียวกันก็ยังต้องใช้เคล็ดวิชาสายฟ้าโจมตีศัตรูด้วย เหมือนจะทำสามภารกิจพร้อมกัน ต่อให้ลู่อวี่จะมีพลังจิตและพลังยุทธ์แข็งแกร่งเพียงไหน แต่การใช้พลังจิตก็ไม่สามารถคงทนอยู่ได้นาน
ในการสู้รบก็มีนักพรตจำนวนมากที่ทำสองสิ่งพร้อมกันได้ แต่มีน้อยนักที่จะทำสามสิ่งพร้อมกันได้
เมื่อเด็กชายเห็นว่าลู่อวี่ปล่อยเคล็ดวิชาลับทำลายเสินเซียวอีกครั้ง สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปทันที รีบปล่อยเชือกผูกะบินหนีไปหาลู่อวี่ การโจมตีของวิชาสายฟ้านั้นเร็วเกินไป และเขาเองก็รู้ว่าหลบไม่ทัน อีกทั้งยังทนต่อการโจมตีหลายครั้งไม่ไหว ดังนั้นสู้ใช้กลยุทธ์ในการดึงแยกศัตรูให้แตกออกจากกันดีกว่า
แม้ว่าเด็กชายจะเป็คนในสมัยโบราณ พลังยุทธ์ก็อยู่่กลางขั้นฟันฝ่า แต่ในแง่ของตัวตน เขาก็เป็เพียงเด็กปรุงโอสถของเ้าของถ้ำเดิมเท่านั้น ในตัวมีอาวุธวิเศษและเคล็ดวิชาลับมากมายได้ มันก็ถือสุดยอดแล้ว
เมื่อเห็นเชือกผูกะนั้นบินออกมาอีกครั้ง ลู่อวี่ก็อดที่จะสบถด่าไม่ได้ เขาไม่เชื่อหรอกว่าเด็กชายผู้นี้จะแยกสมาธิในการสั่งการตั้งสามงานได้เหมือนตัวเอง เพราะเื่นี้มันไม่ได้ขึ้นอยู่อะไรมากกับพลังยุทธ์สูงต่ำของตัวเองเลย
“ตูม!”
เด็กชายที่ถูกสายฟ้าโจมตีโดน ถูกแรงสั่นะเืของพลังสายฟ้าะเิใส่จนถอยร่นไปติดๆ ต่อกันหลายก้าว แม้แต่เชือกผูกะปลอมที่บินเข้าไปหาลู่อวี่ ก็สูญเสียการควบคุมและหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
เมื่อเห็นโอกาสนี้ ลู่อวี่มีหรือจะรอช้า รีบเข้าโจมตีด้วยเคล็ดวิชาลับทำลายเสินเซียวอีกครั้ง และยังหยิบยาอายุวัฒนะมากินอีกเม็ดหนึ่งด้วย เคล็ดวิชาลับทำลายเสินเซียวเป็วิชาสายฟ้าเพียงหนึ่งเดียวที่ลู่อวี่ฝึกฝนอยู่ในตอนนี้ เหตุผลที่ฝึกฝนวิชานี้ก็เพราะในความทรงจำของเขา มันเป็วิชาสายฟ้าที่ทรงพลังเพียงวิธีเดียวที่สามารถใช้ได้ในขั้นฟันฝ่าได้ เนื่องด้วยพลังยุทธ์ของเขา พลังปราณทั้งหมดในร่างกายถึงถูกกระตุ้นอีกสองครั้งในภายหลัง แต่สำหรับลู่อวี่คนปรุงโอสถขั้นห้าแล้ว ถึงแม้จะถูกกระตุ้นต่อเนื่องก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้
เด็กชายถูกสายฟ้าครั้งที่สองของลู่อวี่โจมตีอีกครั้ง แม้ว่าจะไม่ได้รับาเ็อะไรมากนักเนื่องจากอาวุธวิเศษป้องกัน แต่ก็หน้าแดงเพราะความอับอายและความโกรธ
เมื่อเห็นลู่อวี่กินยาอายุวัฒนะ และเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีครั้งต่อไป เด็กชายก็หัวเราะด้วยความโมโห ฉับพลันร่างก็หายวับไปพร้อมกับเสียงดัง “หวือ!” เมื่อเปรียบเทียบกับแสงหลบหนีที่ลึกลับมากนั้นของลู่อวี่ เขามีข้อได้เปรียบมากมายที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในห้องโถงนี้ เพียงก่อนหน้านี้ไม่เห็นลู่อวี่อยู่ในสายตามาก่อน ดังนั้นก็เลยไม่ได้นำเอาออกมาใช้ แต่ในเวลานี้ เกราะป้องกันภายนอกไม่สามารถต้านทานการโจมตีด้วยสายฟ้าสองครั้งได้แล้ว มันเลยยากมากที่จะรับมือกับการโจมตีครั้งที่สามในระยะเวลาอันสั้นนี้ได้ ดังนั้นจึงยืมใช้พลังของค่ายกลกระบี่ เขาก็เคลื่อนย้ายภายในพริบตาจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งเช่นเดียวกัน ซึ่งมันประหยัดแรงและแม่นยำกว่าแสงหลบหนีของลู่อวี่นัก
เมื่อเห็นการหายตัวไปอย่างกะทันหันของเด็กชายผู้นั้น ลู่อวี่ก็รู้สึกใและทำได้แต่เพียงหยุดเคล็ดวิชาลับทำลายเสินเซียวที่เตรียมพร้อมไว้เมื่อครู่นี้
อีกด้านหนึ่ง กระบี่เปลวเพลิงสีแดงและอาวุธที่คล้ายพระจันทร์เสี้ยวของเด็กชายยังคงพันกันอยู่ที่นี่ แม้ว่าจะ ตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบอยู่ แต่ก็ยังคงรั้งเขาไว้อย่างมั่นคง หากเวลาไม่สั้นเกินไป ลู่อวี่คงจะใช้พลังเวทของ “นิ้วทะลวงฟ้า” จัดการเด็กชายผู้นั้นไปแล้ว แม้ว่านิ้วทะลวงฟ้าจะทรงพลัง แต่ทุกครั้งที่ใช้ก็ต้องเตรียมตัวทุกครั้ง ย่อมต้องมีความ้าพลังปราณที่ชมมหาศาลเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าเสี่ยงง่ายๆ นี่คือการต่อสู้เกี่ยวกับความเป็ความตายเลย หากไม่ถูกบีบจนจนตรอก เขาก็ไม่มีทางทุ่มสุดตัวแน่
ขณะที่เด็กชายซ่อนตัวอยู่ ลู่อวี่ก็ออกห่างจากหม้อต้มทองสัมฤทธิ์ั์ และพยายามยืนอยู่ในที่โล่ง ด้วยวิธีนี้ เขาลดเสี่ยงให้น้อยลงต่อการโจมตีจากกับดักของค่ายกลกระบี่ที่เด็กชายควบคุมอยู่ แต่เขาก็ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีโดยเด็กชายเช่นกัน เขาทำได้เพียงต้องรออยู่ที่นี่ เพราะนิ้วทะลวงฟ้าทรงพลังนัก แต่ด้วยระดับพลังยุทธ์ในปัจจุบันของเขา ทำให้เขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะสามารถทำลายกับดักค่ายกลกระบี่ในห้องโถงนี้ทั้งหมดและฝ่าด่านออกได้หรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเด็กชายที่เปรียบเสมือนงูพิษที่คอย่ชิงร่างของเขาอยู่
“เคร้งเคร้ง ฟิ้ว...” หลังจากที่พระจันทร์เสี้ยวของเด็กชายเข้าไปพัวพันกับกระบี่เปลวเพลิงสีแดงของลู่อวี่อีกสองสามครั้ง จู่ๆ มันก็เด้งไปด้านข้างและหายวับไป
ลู่อวี่ก็ไม่ได้ไปสืบหาดูความจริงว่าพระจันทร์เสี้ยวหายไปไหน เพียงเรียกกระบี่บินและไฟแท้หนิงคงของตัวเองกลับมา แม้ว่าตอนนี้เขาจะตกอยู่ฝ่ายถูกกระทำ แต่เขาไม่เชื่อว่าเด็กชายจะทนต่อไปได้ เพราะเวลายิ่งนานมันก็ยิ่งมีประโยชน์ต่อตัวเอง
แต่ตู้เสวียนเฉิงกลับต้องพบกับความประหลาดใจในเวลานี้!
เมื่อจู่ๆ ก็ถูกเคลื่อนย้ายออกมา ทำให้ตู้เสวียนเฉิงตกอยู่ในอาการตื่นใและโกรธจัด เพราะลู่อวี่ไม่เพียงแต่เป็ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของเขาไว้ แต่เป็สหายที่เขาให้ความสำคัญไม่น้อย หากเกิดเป็อะไรขึ้นมา เขาไม่รู้จริงๆว่ามันจะเกิดเื่อะไรขึ้น
ทันทีที่เขาถูกเคลื่อนย้ายมาก็ตกลงไปในกับดักที่เต็มไปด้วยม่านหมอกหนาทึบ ในกลางค่ายกลกระบี่ที่ติดกับอยู่ตัดขาดพลังจิต ตู้เสวียนเฉิงก็กลัวว่าหากล่าช้าออกไปเป็เวลานาน ลู่อวี่จะตกอยู่ในอันตราย มีหรือจะยอมเสียเวลา ดังนั้นจึงใช้การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุด บวกกับพลังยุทธ์ของเขาสุดยอดนั้น จึงใช้เวลาไปชาร้อนหนึ่งถ้วยถึงจะทำลายค่ายกลกระบี่ที่ติดกับอยู่ได้
แต่หลังจากทำลายกับดักค่ายกลกระบี่นั้นแล้วมาปรากฏในสถานที่ตอนนี้เขาก็ไม่คุ้นเคยอีก ซึ่งอยู่ตรงบริเวณทางเดินหนึ่ง ซึ่งมีประตูหินที่เต็มไปด้วยกับดักซึ่งอยู่ไม่ไกลไปทางซ้ายดึงดูดความสนใจของเขาเข้า
ทางเดินนี้ยาวไม่น้อย มีประตูหลายแห่งตั้งเรียงไว้ทั้งสองข้างของทางเดิน แต่มีเพียงประตูเดียวในนั้นที่เต็มไปด้วยกับดัก อีกอย่างหลังจากออกจากกับดักค่ายกลกระบี่มาได้ ตู้เสวียนเฉิงก็รู้สึกได้ชัดเจนว่า ตอนนี้เขาน่าจะอยู่ที่ใต้ดิน เพราะทางเดินถูกปิดผนึกไว้ สถานที่ที่เขาทำลายค่ายกลกระบี่และฝ่าออกมาจุดนั้นอยู่ทางเข้าเริ่มแรกพอดี
ในท้ายที่สุด ตู้เสวียนเฉิงก็เห็นบานประตูอื่นๆ หลายบาน พบว่าในนั้นไม่มีทางออกไปได้ มันเป็เพียงห้องเก็บของธรรมดาๆ หรือเก็บของจำพวกที่ไม่ใช่สิ่งของและวัสดุล้ำค่าเท่านั้น ถึงได้ใช้เวลาสักพักจนในที่สุดก็เปิดประตูบานสุดท้ายที่เต็มไปด้วยกับดักออก
ประตูยังไม่เปิดออกไม่สุด ก็ััได้ถึงอากาศข้างใน ทำให้ตู้เสวียนเฉิงดีใจไม่น้อย เมื่อรอจนประตูเปิดจนสุด ก็เห็นอาวุธวิเศษ วัสดุ ม้วนตำราหยก และแม้แต่อาวุธเซียนหยกคุณภาพสูงที่ถูกจัดวางเรียงกันอยู่อย่างเป็ระเบียบ อยู่ในห้องหินทั้งหมดที่มีรัศมีมากกว่าสิบฉื่อ ซึ่งมีจำนวนนับแสนอย่างแน่นอน
นี่มันได้ลาภลอยมาชัดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองดูอาวุธวิเศษและม้วนตำราหยกพวกนั้น ตู้เสวียนเฉิงจินตนาการได้เลยว่าหากลู่อวี่อยู่ที่นี่ คงจะยิ้มจนปากฉีกแล้ว แม้ว่าเ้าเด็กผู้นี้จะดูท่าทีไม่แยแสอะไรเลย อันที่จริง หากไม่ใช่เพราะไม่มีเวลา เขาคงไม่ยอมทิ้งสิ่งของอะไรในถ้ำแห่งนี้ไปแน่
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ตู้เสวียนเฉิงจึงไม่รอช้า ระหว่างนั้นก็เก็บกวาดของพวกนี้ทั้งหมด แม้ว่าอาวุธวิเศษจะถูกวางกับดักไว้ทั้งหมด แต่เวลาผ่านไปเป็หมื่นปีแล้ว บวกกับประสบการณ์ในการทำลายกับดักของค่ายกลกระบี่ในห้องโถงกลาง หากครั้งนี้ต้องพังกับดักอีกครั้งก็ถือว่ารู้ลู่ทางเป็อย่างดีแล้ว
