พ่อบ้านพยักหน้าพร้อมกับถอนหายใจ ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่มีต่อฉู่เมิ่งเอ๋อร์ “เดิมก็คิดจะให้นางอยู่ที่นี่ ได้มีชีวิตที่ดี ไม่คิดเลยว่าเพียงซื่อจื่อไม่อยู่แค่ไม่กี่วัน นางจะเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา ช่างน่ารังเกียจนัก!”
ฉู่เมิ่งเอ๋อร์สวมชุดเปิดไหล่สีแดง ยิ่งขับให้ผิวของนางดูขาวราวกับหิมะ แววตาใสกระจ่างน่าหลงใหล ริมฝีปากประดับไปด้วยรอยยิ้ม ดูงดงามจับใจ
หญิงสาวจากหอนางโลมทั้งหลายเดินนวยนาดตรงเข้ามา “เอ๋ นี่พี่เมิ่งเอ๋อร์ไม่ใช่หรือ พี่เมิ่งเอ๋อร์สวยขึ้นอีกแล้ว”
ฉู่เมิ่งเอ๋อร์แย้มยิ้ม นางอาศัยอยู่ที่ตำหนักอ๋องแห่งนี้มาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว นางจึงคิดถึงเหล่าพี่น้องที่อยู่หอนางโลม อาศัย่ที่จ้าวซีเหอไม่อยู่ เรียกให้พี่ๆ น้องๆ ที่หอนางโลมมาหา
หญิงสาวในชุดสีเหลืองอ่อนผู้หนึ่งเดินเข้าไปใกล้ฉู่เมิ่งเอ๋อร์ ก่อนจะสวมกอดนาง “พี่เมิ่งเอ๋อร์ ข้าคิดถึงพี่เหลือเกิน ดูจากสีหน้าของพี่แล้ว อยู่ที่นี่คงจะมีความสุขไม่น้อย”
“ใช่ ได้ยินว่าพี่เมิ่งเอ๋อร์เป็อนุผู้เดียวในตำหนักอ๋องแห่งนี้ ตำหนักแห่งนี้ใหญ่โต แต่มีพี่เป็เ้านายอยู่ผู้เดียว พี่เมิ่งเอ๋อร์ช่างโชคดีเหลือเกิน”
ฉู่เมิ่งเอ๋อร์ได้ฟังในใจยิ่งรู้สึกหยิ่งผยอง เดินพาพี่ๆ น้องๆ ทั้งหลายไปที่เรือนของตัวเอง “พี่สาวน้องสาวทั้งหลายเชิญนั่ง ไม่ต้องเกรงใจ”
ทว่าเวลานี้เอง หญิงสาวผู้หนึ่งเค้นเสียงฮึในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยความไม่ประสงค์ดี มองฉู่เมิ่งเอ๋อร์พร้อมกับเอ่ยว่า “เรือนของพี่เมิ่งเอ๋อร์อยู่ไกลเหลือเกิน พวกข้าต้องเดินตั้งนานกว่าจะถึง ซื่อจื่อช่างไม่เอาใจใส่พี่เอาเสียเลย ถึงกับจัดให้พี่พักอยู่ในเรือนที่ห่างไกลเช่นนี้”
หลังฉู่เมิ่งเอ๋อร์ได้ฟัง สีหน้าเปลี่ยนเป็ดูไม่ดีนัก หากยังไม่ทันได้พูดคำใด หญิงสาวอีกคนเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจออกมา “นั่นสิพี่เมิ่งเอ๋อร์ เหตุใดซื่อจื่อถึงจัดให้ท่านพักอยู่ในเรือนที่ห่างไกลเช่นนี้”
ฉู่เมิ่งเอ๋อร์ยิ้มแหย เื่นี้เป็เื่ที่นางไม่อยากพูดถึง “ซื่อจื่อย่อมมีเหตุผลของตัวเอง ข้าได้เตรียมขนมเอาไว้ให้พวกเ้าแล้ว พวกเ้ารีบกินตอนยังร้อนเถิด”
“ดีเลย” หญิงสาวทั้งหลายเดินไปยังจานขนม ครั้นเห็นขนมหน้าตาสวยงามวางอยู่ในจาน ต่างน้ำลายสอทันที
“พวกเ้ารู้หรือไม่ การแข่งขันประชันความงามของเหล่านางโลมกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้านี้แล้ว” หญิงสาวในชุดสีเหลืองอ่อนเอ่ยขึ้นมา
“หึๆ รู้สิ เพียงแต่พี่เมิ่งเอ๋อร์ได้เข้ามาอยู่ในตำหนักอ๋อง คงยังไม่รู้ข่าวนี้“
“การแข่งขันประชันความงามของเหล่านางโลมอันใดกัน พวกเราแก่แล้ว มีสิทธิ์เข้าร่วมที่ไหน นึกถึงปีนั้นที่พี่เมิ่งเอ๋อร์ของพวกเราได้เป็นางโลมที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งเมืองหลวง”
สีหน้าฉู่เมิ่งเอ๋อร์เปลี่ยนเป็ซีดขาว ท่าทางดูไม่ปกติ นางกระแอมออกมาก่อนจะเอ่ย “ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย ถ้าอย่างไรวันนี้พวกเ้ากลับไปก่อนดีกว่า ่นี้ข้าต้องลมหนาวบ่อยครา อาจจะเอาโรคไปติดพวกเ้าได้”
สิ้นเสียง หญิงสาวทั้งหลายมีสีหน้าไม่พอใจ “อย่าเพิ่งสิ พี่เมิ่งเอ๋อร์อย่าเพิ่งไล่พวกเรากลับไปได้หรือไม่”
นางยิ้ม “ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น เพียงแต่่นี้คนในตำหนักต้องลมหนาวจนไม่สบายไปหลายคน ข้ากลัวพวกเขาจะเอาโรคไปติดพี่สาวน้องสาวทั้งหลาย หากเป็เช่นนั้นข้าคงไม่รู้จะอธิบายกับท่านแม่อย่างไร”
ไม่ง่ายเลยกว่านางจะไล่พี่สาวน้องสาวจากหอนางโลมทั้งหลายให้กลับไปได้ หลังทุกคนกลับไป นางอารมณ์ไม่ดีและใจคอห่อเหี่ยวยิ่ง จนอยากจะเอาเทียนที่ตั้งอยู่ด้านข้างเขวี้ยงทิ้งลงพื้น
“พี่สาวน้องสาวเหล่านี้พูดจาไม่เกรงใจกันบ้างเลย”
เหยาหงเห็นฉู่เมิ่งเอ๋อร์มีท่าทีโมโหรีบวิ่งเข้ามาปลอบ “อนุฉู่ ท่านอย่าโมโหไปเลยเ้าค่ะ ผู้หญิงพวกนั้นแค่เห็นท่านมีชีวิตที่สุขสบายก็เลยอิจฉา”
ฉู่เมิ่งเอ๋อร์แค่นเสียงฮึ โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำในวันนี้จะทำให้นางมีอนาคตที่ยากลำบาก
ตำหนักิฉือในเวลาเดียวกัน ได้มีการเปลี่ยนนางกำนัลเป็ชุดใหม่ชุดแล้วชุดเล่า นางกำนัลที่ถูกพาตัวออกมาจากตำหนักิฉือล้วนมีสติไม่สมประกอบ
ซูเฟยนั่งอยู่บนตั่งคนงามด้วยสีหน้าหยิ่งยโส มองนางกำนัลทั้งหลายยุ่งกับงานในมือ นางเพ่งมองเล็บของนางกำนัลที่กำลังปักดอกไม้ใส่แจกันผู้หนึ่ง
นางชี้นิ้วไปที่นางกำนัลผู้นั้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับปีศาจจากขุมนรก “เ้า มานี่สิ”
นางกำนัลผู้นั้นตาโตมองซูเฟย แผ่นหลังมีเหงื่อซึมขณะเดินตัวสั่นเข้าไปหา ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้น “พระสนมมีเื่ใดจะสั่งบ่าวหรือเพคะ”
ซูเฟยลุกขึ้นยืน มองเล็บยาวสวยของนางกำนัลผู้นั้น “ข้าเห็นว่าเล็บของเ้าสวยดี”
นางกำนัลผู้นั้นก้มหน้าลงโดยพลัน พร้อมกับรีบซ่อนเล็บมือของตัวเองไว้ด้านหลัง “พระสนมชมเกินไปแล้ว บ่าวเพียงลืมตัดเล็บ”
ซูเฟยยิ้มก่อนจะสะบัดชายกระโปรงจนเผยให้เห็นขาเรียวยาว ก้มมองนางกำนัลผู้นั้นด้วยแววตายโส “เช่นนั้นก็ดี ใครก็ได้เข้ามาในนี้หน่อย นำเล็บของนางกำนัลผู้นี้มาให้ข้า!”
“เพคะ” หมัวหมัวหน้าตาโเี้เดินตรงเข้าไปหานางกำนัลผู้นั้น
นางกำนัลผู้นั้นสะดุ้งใกลัว โขกศีรษะลงกับพื้นไม่หยุด “พระสนมไว้ชีวิตบ่าวด้วย บ่าวไม่กล้าไว้เล็บยาวอีกแล้ว…”
“เ้าจะกลัวอันใด ข้าแค่้าเล็บของเ้าเท่านั้น ข้ามีรางวัลให้ด้วยนะ ตบรางวัลให้นางด้วย” ซูเฟยหยิบแก้วชาที่วางอยู่บนโต๊ะด้านข้างขึ้นมาพิจารณามอง ขณะที่มุมปากยกเป็รอยยิ้มเยียบเย็น
เสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้น ก่อนที่นิ้วมือของนางกำนัลผู้นั้นจะมีแต่เืสีแดงสดไหลออกมา แลดูน่ากลัวเป็ที่สุด สีหน้าของหมัวหมัวเหล่านี้โเี้ไร้ความปรานีขณะเดินเข้าไปคุกเข่าเบื้องหน้าซูเฟย “ทูลพระสนม บ่าวนำเล็บของนางกำนัลผู้นั้นมาให้พระองค์แล้วเพคะ”
หมัวหมัวยื่นเล็บซึ่งยังคงมีเืเปรอะเปื้อนให้ซูเฟย ซูเฟยก้มหน้ามองเล็บในมือหมัวหมัว “ดีมาก นำเล็บเหล่านี้ไปล้างให้สะอาด แล้วข้าจะมีรางวัลให้พวกเ้า”
ครั้นหมัวหมัวได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มอย่างดีใจออกมา “ขอบคุณเพคะพระสนม”
หมัวหมัวนำเล็บไปล้างที่บ่อน้ำ ก่อนจะเดินนำเล็บสะอาดไปมอบให้ซูเฟย
ซูเฟยมองนางกำนัลที่นั่งกุมมือตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังพรมที่ถูกย้อมจนกลายเป็สีแดงสดอย่างไม่ชอบใจ จากนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยิ่งทะนงระคนดูแคลน “ออกไปได้แล้วไป ข้าอนุญาตให้เ้าพักสักหลายวันเพื่อรักษานิ้วมือที่ได้รับาเ็ได้ มอบยาให้นางด้วย”