ทุกคนในหมู่บ้านรู้ดีว่าบ้านอู๋กับบ้านหวางมีเื่ขัดแย้งกัน เพียงแต่ไม่คิดว่าสาวใหญ่จะทำถึงขนาดนี้
เซี่ยโม่พูดต่อ “ถึงฉันจะเรียนวิชาแพทย์กับอาจารย์ แต่ฉันก็ไม่มีสิทธิ์รักษาให้คนป่วย ถ้าฉันทำการรักษาให้ใครตอนนี้ นั่นคือฉันกำลังทำผิดกฎหมายอยู่ คุณเองก็รู้แต่ก็ยังอยากเห็นฉันเข้าคุก”
สิ้นประโยคสายตาที่ทุกคนมองสาวใหญ่ก็เปลี่ยนไป
ใบหน้าสาวใหญ่ประเดี๋ยวแดงประเดี๋ยวซีดขาว แก้ตัวเป็พัลวัน “ฉันไม่ได้มีความรู้เยอะขนาดนั้นซะหน่อย ฉันเห็นลูกสาวเป็แบบนี้ก็เลยอยากให้เธอช่วยดูอาการให้เท่านั้นเอง ฉันคิดแค่นี้จริงๆ”
“ฉันคิดมากเกินไปเองงั้นเหรอ คุณก็รู้ว่าฉันเพิ่งเรียนการแพทย์ได้แค่ไม่กี่วัน แต่คุณก็ยังจะคะยั้นคะยอให้ฉันรักษา ไม่กลัวฉันเห็นลูกสาวคุณเป็ตัวทดลองหรือรักษาพลาดจนลูกสาวคุณต้องเสียชีวิตเหรอ”
ตอนแรกชาวบ้านทุกคนมองว่าสาวใหญ่ทำถูกแล้ว และคิดว่าเซี่ยโม่เป็เด็กที่ไร้น้ำใจ แต่พอได้ยินเด็กสาวพูดออกมาเช่นนี้ ทุกคนจึงลองคิดมุมกลับบ้าง หากเป็ตัวเองจะกล้าปล่อยให้คนที่เพิ่งเรียนวิชาแพทย์มาแค่ไม่กี่วันทำการรักษาให้งั้นหรือ
พอคิดได้ทุกคนก็เปลี่ยนมุมมองไปจากเดิม คำพูดเซี่ยโม่นั้นมีเหตุผลไม่น้อย คนเป็แม่ต่อให้รีบร้อนอย่างไรก็ไม่น่าทำผิดถึงขนาดนี้ นอกเสียจากคิดอยากจะเล่นงานผู้อื่น
สายตาที่ทุกคนมองสาวใหญ่จึงเปลี่ยนไป
ลูกสาวเจ็บหนักถึงขนาดนี้ยังจะคิดเอาคืนคนอื่น ต้องแค้นถึงขนาดไหนกัน
พอเห็นสีหน้าของทุกคน เซี่ยโม่ลอบยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะเอ่ยต่ออีกว่า “กลับไปเถอะค่ะ ไม่ส่งนะคะ”
จากนั้นเธอหันไปขอบคุณทุกคน “ขอบคุณชาวบ้านทุกคนที่วิเคราะห์แยกแยะถูกผิดได้นะคะ”
ใครบ้างไม่ชอบฟังคำพูดดีๆ เห็นเด็กสาวพูดอย่างเกรงอกเกรงใจ ตาชั่งในใจของทุกคนก็เริ่มเอนเอียง
สาวใหญ่เดินจากไปด้วยสีหน้าไม่ดีนัก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลังจากเหล่าจ้าวฝังเข็มและให้กินยา เด็กหวางที่นอนอยู่บนเตียงในบ้านตัวเองก็ค่อยๆ ลืมตาฟื้นขึ้นมา
เห็นบุตรสาวฟื้นขึ้นมา สาวใหญ่ร้องห่มร้องไห้ปรี่เข้าไปหา “แกขึ้นเขาไปทำไม คิดจะทำอะไรของแกฮะ? ตอนนี้แกแขนขาหัก รู้ไหมว่าต้องใช้เงินอีกตั้งเท่าไรกว่าแขนขาแกจะหายและกลับมาเดินเหินได้เป็ปกติน่ะ!”
ทุกคนในที่นั้นต่างขมวดคิ้ว
นี่คือคำพูดของคนเป็มารดางั้นหรือ?
ร้องห่มร้องไห้ ต่อว่า บ่นเื่เงินค่ารักษา?
ลูกสาวกระดูกหัก คนเป็แม่ควรต้องพูดปลอบไม่ใช่หรือ?
แล้วแบบนี้ลูกสาวจะคิดอย่างไร? จะมีกำลังใจรักษาอาการาเ็ได้อย่างไร?
หลังจากเด็กหวางได้ทราบถึงอาการาเ็ของตัวเองก็พูดอย่างน้อยอกน้อยใจ “แม่คะ ตอนแรกหนูก็ขุดหาผักอยู่ตรงตีนเขาอยู่ดีๆ เป็เซี่ยโม่กับพี่ชายแซ่ซ่งคนนั้นแหละที่พาหนูขึ้นไปบนเขา”
สาวใหญ่ตาโตอย่างไม่เชื่อหู “ว่ายังไงนะ? สองคนนั้นพาแกขึ้นเขางั้นเหรอ? แล้วทำไมเด็กนั่นบอกว่าไม่เห็นแกล่ะ?”
เด็กหวางเบิกตากว้างด้วยความใ ก่อนจะเห็นมารดาเดินออกจากบ้านไปอย่างเร็วรี่
สาวใหญ่ตรงไปที่บ้านอู๋ ก่อนจะะโด่าทอเสียงดัง “เซี่ยโม่ เธอมันนังเด็กสารเลว ที่แท้เธอก็หลอกฉัน เธอเป็คนพาลูกฉันขึ้นเขา เธอเป็คนทำให้ลูกฉันต้องาเ็หนักแบบนี้ รีบเอาเงินค่ารักษามาเลย…”
เซี่ยโม่เพิ่งจะส่งซ่งมู่ไป๋กลับไป
ในหูยังคงมีประโยคที่พี่ซ่งพูดกับเธอก่อนที่จะกลับดังก้องอยู่ ‘เด็กโง่ ต่อไปหากอยากซื้อขายอะไรก็มาหาฉัน ห้ามไปหาคนอื่นอีกนะ’
พี่ซ่งต้องสงสัยว่าเธอฝากพี่พั่งจื่อให้เอาของไปขายแน่ๆ ก่อนกลับถึงได้กำชับเธอแบบนี้
เพิ่งจะได้สติกลับคืนมาก็ได้ยินเสียงะโโวยวายของสาวใหญ่ที่หน้าบ้าน เธอยกมือนวดขมับขณะเดินออกไปดู
“คุณกลับมาอีกทำไม ลูกของคุณาเ็สาหัสเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย” เธอถามด้วยสีหน้างงงวย
สาวใหญ่พูดตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงดุดันแข็งกร้าว “ลูกฉันบอกกับฉันว่าเธอกับพ่อหนุ่มนั่นเป็คนพาลูกฉันขึ้นเขา แต่ตอนฉันถาม เธอกลับบอกไม่เห็นลูกของฉัน”
เซี่ยโม่มองชาวบ้านมากมายที่ตามมารอชมเื่สนุกอยู่ด้านหลัง เธอลอบยิ้มเ็าอยู่ในใจก่อนจะตอบ “คุณพูดอะไรของคุณ ฉันกับพี่ซ่งไปเจอลูกคุณตอนไหน ฉันคงต้องถามลูกคุณให้รู้เื่สักหน่อยแล้วมั้ง”
พูดจบเซี่ยโม่ก็เดินเข้าไปในบ้านหวาง มองเด็กหวางที่นอนใบหน้าซีดเผือดอยู่บนเตียงด้วยแววตาคมกริบ”
“ถ้าเธอพูดโกหกขอให้ถูกฟ้าผ่าตาย พูดความจริงมา ฉันเป็คนพาเธอขึ้นเขางั้นเหรอ”
เด็กหวางเห็นทั้งตัวเซี่ยโม่มีแต่ความเ็าก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ ก่อนจะตอบออกไปเสียงสั่น “ฉัน…ฉันเป็คนขึ้นไปเอง”
“ทุกคนได้ยินแล้วใช่ไหม” เธอหันไปพูดกับทุกคน
สาวใหญ่แย้งอย่างไม่ยินยอม “เธอขู่ลูกฉัน แล้วลูกฉันจะกล้าพูดความจริงได้ยังไง”
เวลานี้เองคุณปู่จ้าวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “นางหนูหวาง ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เล่าให้ทุกคนฟังอย่างละเอียดสิ แล้วก็ห้ามโกหกนะ”
เด็กหวางร้องไห้สะอึกสะอื้นขณะเล่าเื่ทั้งหมดออกมา “หนูได้ยินพี่โม่โม่บอกว่าจะขึ้นเขาไปจับไก่ป่ากับกระต่ายป่าก็เลยแอบตามไป…”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ” ใครคนหนึ่งถามอย่างร้อนใจใคร่รู้
“แต่พอตามขึ้นไป พวกเขาไม่ได้ไปล่าสัตว์ เอาแต่เก็บเกาลัดกัน หนูเบื่อก็เลยไปขึ้นเขาไปคนเดียว แต่ว่าหนูเกิดหลงทาง…”
เซี่ยโม่หันไปเอ่ยกับทุกคน “ทุกคนได้ยินแล้วใช่ไหมคะ เื่ที่เธอขึ้นเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน”
“สัตว์ป่าบนเขาอยู่รวมกันเป็ฝูง พวกเธอขึ้นเขาไปล่าสัตว์บ่อยๆ ก็น่าจะจับได้บ้างสิ” สาวใหญ่ถามอย่างสงสัย
ได้ฟังแบบนั้นเธอก็ชักโมโห “ฉันพูดว่าจะไปล่าสัตว์ก็คือไปล่าสัตว์งั้นเหรอ งั้นถ้าฉันบอกว่าอยากฆ่าคนก็แปลว่าฉันกำลังจะไปฆ่าคนจริงๆ งั้นสิ ใครเป็คนกำหนดว่าห้ามพูดในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ งั้นพวกคุณสองแม่ลูกที่พูดอยากเรียนเื่สมุนไพร ตอนนี้คุณเรียนสำเร็จแล้วหรือยังล่ะ”
ทุกคนได้ฟังก็หัวเราะออกมา ที่แท้เื่ก็เป็แบบนี้เอง
พอเด็กหวางได้ยินเซี่ยโม่พูดว่าจะไปล่าสัตว์ก็เลยตามขึ้นเขาไปด้วย ปรากฏว่าเกิดหลงทางจนพลัดตกเขาเอง แล้วเื่นี้จะโทษเซี่ยโม่ได้อย่างไร
“ทุกคนเป็พยานให้ฉันด้วยนะคะ ต่อไปฉันไม่อยากได้ยินอีกว่า เื่ที่เด็กหวางได้รับาเ็เกี่ยวข้องกับฉัน” เธอกล่าวกับทุกคนเสียงดังฟังชัด
“โม่โม่ เื่นี้ไม่ได้เกี่ยวกับเธอเลย” ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
หลังจากสะสางทุกอย่างจบ เธอก็หันหลังเดินออกไป
เหล่าจ้าวลุกขึ้นยืนพลางพูดกับสาวใหญ่ “ฉันรักษาเสร็จแล้ว งั้นฉันกลับก่อนนะ พรุ่งนี้เตรียมเงินไว้ให้ครบล่ะ เดี๋ยวฉันจะเอายามาให้”
“คุณหมอจ้าว ที่บ้านฉันไม่มีเงินจริงๆ ขอฉันจ่ายวันอื่นแทนได้ไหม” สาวใหญ่อ้อนวอนขอผัดผ่อนค่ารักษา
ชายชราส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ใช่ว่าฉันใจร้ายหรืออะไรนะ แต่ฉันก็ต้องเอาเงินไปซื้อยาเหมือนกัน ถ้าเธอไม่มีเงินก็ไปหาผู้ใหญ่บ้าน เอาแต้มการทำงานไปแลกเป็เงินสิ”
“ก็ได้” สาวใหญ่รับคำด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก
ชายชราเดินตามเซี่ยโม่กลับไปที่บ้านอู๋
พอถึงบ้านก็ถามเด็กสาวออกมาทันที “เธอนี่ กำลังเอาคืนบ้านนั้นอยู่ใช่ไหม”
ยังคงเป็อาจารย์ที่รู้ทันความคิดเธอ เซี่ยโม่ยิ้มประจบประแจงก่อนจะเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟัง
ชายชราเตือนผู้เป็ศิษย์ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก “โม่โม่ เราฉลาดก็จริง แต่วันหลังอย่าทำแบบนี้อีก มันไม่ดี”
“อาจารย์ ฉันทราบแล้วค่ะ ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้วค่ะ” เซี่ยโม่ให้คำสัญญาหนักแน่น
ก่อนที่เธอจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เอ่ยถามผู้เป็อาจารย์ด้วยความอยากรู้ “จริงสิ อาจารย์คะ ทำไมเด็กคนนั้นถึงเชื่อฟังอาจารย์ได้ล่ะคะ”
“หลังจากคนแม่วิ่งออกจากบ้านจะไปเอาเื่เธอ แค่ฟังดูก็รู้ทันทีว่ามันต้องมีเื่อะไรซ่อนอยู่ ฉันก็เลยสั่งสอนเด็กคนนั้นไปประโยคสองประโยค บอกว่าถ้าพูดโกหก ชีวิตนี้จะต้องนอนอยู่บนเตียง ไม่สามารถเดินเหินไปไหนมาไหนได้อีก เด็กคนนั้นกลัวก็เลยพูดความจริงออกมา”
ที่แท้ก็เป็เช่นนี้เอง
“ขอบคุณมากค่ะอาจารย์”
“ขอบคุณอะไรกัน เธอเป็ลูกศิษย์ฉัน อนาคตฉันยังต้องพึ่งให้เธอเลี้ยงดู ถ้าฉันไม่เข้าข้างเธอ จะให้เข้าข้างใคร”
สายตาที่เธอมองอาจารย์เต็มไปด้วยความเคารพนับถือ
“อาจารย์คะ เื่ฟืนอาจารย์ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ ฉันสัญญาว่าหน้าหนาวปีนี้อาจารย์จะไม่มีวันที่ต้องหนาวแน่นอน” เธอให้สัญญาด้วยสีหน้าจริงจัง
“เด็กโง่ ฉันบอกแล้วไงว่าเดี๋ยวฉันเอาแต้มการทำงานไปแลกฟืนเอง”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ พี่ซ่งบอกแล้วว่าจะพาเพื่อนมาช่วย พี่เขาต้องทำตามที่พูดแน่นอน”