เมืองจูเซียน สวนด้านหลังเรือนน้ำชากงอี้
หวังเค่อเดินขึ้นเวทีสูงเช่นครั้งก่อนท่ามกลางความสนใจของทุกคน
“ประมุขหวัง!” มีเสียงะโอย่างนับถือดังขึ้นรายล้อม
ที่หวังเค่อเชิญมาวันนี้ล้วนแต่เป็ยอดฝีมือประจำเมืองจูเซียน รวมถึงยอดฝีมือขั้นเซียนเทียน ทุกคนต่างมองหวังเค่อด้วยสายตาคาดหวัง
ในอดีต พวกเราทุกคนล้วนแต่อยู่ในระดับเดียวกัน เป็ชนชั้นล่างสุดของโลกผู้ฝึกตนเหมือนกัน แล้วทำไมหวังเค่อตอนนี้ถึงได้โด่งดังคับฟ้า? นี่ไม่สมควรเกิดขึ้น! พวกเราด้อยกว่ามันตรงไหน? น่าอิจฉานัก! แต่เื่ความสัมพันธ์สมควรยกได้วางได้ บางทีการชุมนุมวันนี้อาจช่วยส่งพวกเราขึ้นไปทัดเทียมหวังเค่อได้
“ขอบคุณทุกท่านที่มารวมกันในเรือนน้ำชากงอี้วันนี้ เป็เกียรติต่อข้าหวังเค่อยิ่งนัก! ข้าไม่ขอพูดมากความ วันนี้ขอเข้าประเด็นเลย!” หวังเค่อเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ดี!” ทุกคนมองหวังเค่ออย่างคาดหวัง
“ข้าหวังเค่อหาเงิน เทพไม่เทพ?” หวังเค่อะโขึ้นมา
คำนี้ทำให้จางเจิ้งเต้าที่ฟังอยู่ไม่ไกลต้องเบิกตาโต นี่อะไร คำแรกเปิดมาก็ชวนให้ทุกคนยี้เสียแล้ว ไม่สิ คำแรกเปิดมาก็คุยโวโอ้อวด! หวังเค่อ ยางอายเ้าอยู่ไหนหมด?
“ประมุขหวัง เหอเหอ นี่มัน…!” ยอดฝีมือประจำเมืองจูเซียนต่างหน้าแข็งค้าง
บรรยากาศกลายเป็กระอักกระอ่วนพิกล
“ฮ่าฮ่าฮ่า ทุกท่านคิดว่าข้ากำลังคุยโวสินะ? เช่นนั้นข้าขอบอกท่าน ไม่นานมานี้บริษัทเสินหวังข้าเปิดตัว เพียงวันเดียวก็ทำเงินไปได้สิบเอ็ดล้านสี่แสนหกหมื่นห้าพันชั่งศิลาิญญา! วันเดียว ข้าใช้แค่วันเดียวเท่านั้น!” หวังเค่อกล่าว
“ว่าอะไรนะ?” ผู้คนนับไม่ถ้วนรอบด้านต่างส่งเสียงฮือฮา
ทุกคนต่างมองหวังเค่ออย่างตะลึง
ทุกคนล้วนทราบเื่ของอาคารเสินหวัง เคยได้ยินเื่พิธีเปิดบริษัทเสินหวัง แต่ไม่เคยได้ยินใครทำเงินมากมายขนาดนั้นมาก่อน เกินสิบล้านชั่ง? ตัวเลขนี่มันอะไรกัน?
ขณะที่ทุกคนต้องวิ่งเต้นเืตาแทบกระเด็นเพื่อศิลาิญญาสิบยี่สิบชั่ง หรือแม้แต่ชั่งสองชั่งก็ยังมีโต้เถียงต่อรอง แล้วดูหวังเค่อสิ? เกินสิบล้านชั่ง? เกินสิบล้านชั่ง! ภายในวันเดียว?
ในชั่วพริบตา ทุกคนก็สงบใจต่อไปไม่ไหวอีก ต่อให้พวกมันเคยเดาว่าหวังเค่อร่ำรวย ไหนเลยจะคาดคิดถึงจำนวนตัวเลขเวอร์วังปานนี้
ความอิจฉาริษยาที่เคยมีต่อหวังเค่อเริ่มจางหาย เมื่อบุคคลอยู่สูงส่งเกินเอื้อม ก็ไม่มีคำว่าอิจฉาอีก มีแต่อิจฉามากขึ้น และอิจฉาสุดประมาณ
“พวกท่านอยากเป็แบบข้าหรือไม่? ทำเงินเป็กอบเป็กำ!” หวังเค่อถามฝูงชนเบื้องล่าง
แม้รอบด้านเงียบสนิท หากเสียงหัวใจเต้นถี่รัวกลับดังกระหน่ำ
“อยาก!” มีคนะโ
“อยาก!” “อยาก!” “อยาก!”
………
ทันใดนั้น ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างส่งเสียงะโ
“งั้นข้าขอถามอีกครั้ง ข้าหวังเค่อหาเงิน เทพไม่เทพ?” หวังเค่อะโอีกครั้ง
“เทพ~~~~~~!”
บรรยากาศกลายเป็ร้อนแรงในอึดใจ
จางเจิ้งเต้าเองก็คาดไม่ถึงว่าฝูงชนรอบด้านไม่จะถือสาความไร้ยางอายของหวังเค่อ? ทำไมพวกเ้าโดนล้างสมองกลายเป็ปีศาจกันหมดแล้ว? พวกเ้าเสียสติหรือไง?
หวังเค่อทอดตามองต่ำอย่างพอใจ
ความบ้าคลั่ง! นี่ก็คืองานสัมมนาประจำปีของธุรกิจขนาดเล็กทั่วไปบนดาวโลก! คำพูดล้างสมอง! จะธุรกิจดีหรือธุรกิจเลวก็ล้วนแต่มีทั้งนั้น พวกธุรกิจเลวล้วนแต่เชี่ยวชาญด้านการหลอกลวง งานสัมมนาธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้ล้วนพาั้แ่ประธานบอร์ดจนถึงพนักงานขายมา ทั้งหมดเพื่อปลุกปั่นให้ทุกคนมุ่งหน้าสู่จุดสูงสุด กระตุ้นให้บรรยากาศฮึกเหิมเปี่ยมความหวัง เชื่อไม่เชื่อ?
เมื่อบรรยากาศพาไป สมองท่านก็จะร้อนรุ่มตื้นตัน พร้อมควักเงินจ่ายได้โดยง่าย!
“ไม่นานมานี้ โรงหลอมสกัดที่ทำธุรกิจกับอาคารเสินหวังข้าทำเงินได้เยอะหรือไม่?” หวังเค่อถาม
“ไม่มากนัก! ขอบคุณประมุขหวังที่เป็ห่วง!” เถ้าแก่ท่านหนึ่งยิ้ม
“ฮ่าฮ่า เป็ห่วงอันใด? เป็ห่วงตรงไหน? อาคารเสินหวังจะไม่ได้มีเพียงแห่งเดียว ในภายภาคหน้าอาคารเสินหวังจะกระจายไปทั่วทุกเมืองเซียน สินค้าที่สั่งย่อมมีแต่จะเพิ่มพูน ถามว่าทำเพื่ออะไร? ยังมีธุรกิจอีกมากรอข้าอยู่ ข้าเปิดอาคารเสินหวังแห่งเดียวก็ทำศิลาิญญามากกว่าสิบล้านชั่งในหนึ่งวัน ภายภาคหน้าจะต้องได้มากกว่านั้น เพิ่มพูนขึ้นทุกปี ติดตามข้ามาทำเงินไม่สิ้นสุดไปด้วยกัน!” หวังเค่อะโ
สายตาของทุกคนเบื้องล่างทอแววกระตือรือร้น
“พวกท่านอยากขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตหรือไม่? ตามข้าไปทำธุรกิจ มือซ้ายการงาน มือขวาครอบครัว วันข้างหน้าท่านเองก็สามารถมีกระบี่บินสุดหรูได้! เชื่อไม่เชื่อ!” หวังเค่อะโให้คนด้านล่าง
จางเจิ้งเต้าถลึงตาใส่หวังเค่อ นี่เ้ากำลังคุยโม้? กระบี่บิน? กระบี่บินสุดหรู? พูดถึงได้ง่ายปานนั้น? ขนาดข้าเองหลายปีดีดักยังไม่มีกระบี่บิน พวกมันมีหรือจะได้มาโดยง่าย?
“เชื่อ!” หลายคนะโตอบ
จางเจิ้งเต้าเบิกตาเหล่าผู้คนหิวเงินรอบด้าน
ถึงเนี่ยเทียนป้าเบื้องล่างจะชิงชังหวังเค่อ แต่พอฟังวาจาลวงโลกของหวังเค่อแล้ว ตัวมันก็พลันรู้สึกว่าศิลาิญญาแสนห้าหมื่นชั่งที่ถืออยู่ไม่ใช่เงินก้อนโตอีกต่อไป ทำไมกัน?
“อย่างที่ทุกท่านทราบกันว่าระหว่างก่อสร้างอาคารเสินหวัง ข้าไม่เคยออกหน้าเองเพราะไม่คุ้มค่าเสียเวลา แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เจ็ดสิบสองเมืองเซียน ทำไมข้าถึงไม่ไปเมืองอื่น แต่กลับมาเมืองจูเซียน? เพราะข้าเคยอาศัยอยู่ที่นี่ มีความผูกพันแก่เมืองนี้ พวกเราล้วนเป็ชาวเมืองเดียวกัน ดังนั้นครั้งนี้ข้าเปิดธุรกิจทำกำไรได้ ข้าก็ย่อมต้องดูแลพวกท่าน!” หวังเค่อะโ
“ขอบคุณประมุขหวัง!” หลายคนเอ่ยอย่างตื่นเต้น
ไม่ทราบเพราะเหตุใด แต่ในเวลาเพียงชั่วครู่ ทุกคนต่างรู้สึกว่าหากติดตามหวังเค่อทำธุรกิจ เรียนรู้จากหวังเค่อ พวกตนก็สามารถบรรลุถึงจุดสูงสุดแห่งชีวิตได้ แน่นอนว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังสงบนิ่งโดยไม่พูดอะไร เพราะกลัวว่าจะโดนโทสะฝูงชนรุมเอาได้
“ส่วนธุรกิจที่ข้าพูดในวันนี้คืออะไร?” หวังเค่อกวาดตามองทุกคนรอบด้าน
ทุกคนพากันเงียบเสียง
“ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าเนี่ยเทียนป้ามาทำอะไรในเมืองจูเซียน่นี้?” หวังเค่อมองทุกคน
เนี่ยเทียนป้าในฝูงชนเลิกคิ้วสูง หวังเค่อมันพูดถึงข้าทำไม?
“เนี่ยเทียนป้ารึ? มันมาเพื่อเกณฑ์ไพร่พลเซียนเทียนให้ขุนศึกแดนมนุษย์!” มีคนะโ
“ข้ามาหาพวกท่านด้วยเื่เดียวกัน แต่ข้าช่วยเหลือขุนศึกอีกคน! ทุกท่านเต็มใจหรือไม่?” หวังเค่อเอ่ยกลั้วหัวเราะ
“ว่าอะไร?”
“ธุรกิจที่ท่านว่าคือการส่งพวกเราไปตายที่แดนมนุษย์?”
“บรรพชนข้าเขียนบันทึกไว้ ทุกครั้งที่มีการเกณฑ์พลเซียนเทียนไปเข้าร่วมศึกเปลี่ยนผ่านราชวงศ์ เซียนเทียนเกินครึ่งล้วนไม่รอดกลับมา!”
“าในแดนมนุษย์นองเืปานนั้น จะให้พวกเราเอาชีวิตไปทิ้งรึ?”
………
………
……
……
…
…
คนจำนวนมากขมวดคิ้วในพริบตา ก็เห็นกันอยู่ว่าทุกคนฝึกตนบำเพ็ญเซียนเพื่อให้อายุยืนไม่ใช่รึ? เอาชีวิตไปทิ้งแลกเศษเงินคุ้มค่าแล้วหรือ? นี่ยังเป็เหตุผลที่เนี่ยเทียนป้าเกณฑ์คนไม่สำเร็จใน่หลายวันมานี้
“ฮ่าฮ่าฮ่า พวกท่านคิดว่าข้าเหมือนเนี่ยเทียนป้ารึ? หากข้าเป็เหมือนมัน ข้าไหนเลยจะช่วยทุกท่านทำเงินได้?” หวังเค่อหัวเราะ
ผู้คนรอบด้านพากันชะงักไป
“เนี่ยเทียนป้าตั้งเงื่อนไขเซียนเทียน เงินขั้นต่ำสุดคือห้าร้อยชั่งศิลาิญญา เ้าบอกว่าไม่เหมือนเนี่ยเทียนป้า แล้วเ้าจ่ายได้เท่าไหร่?” พลันมีเสียงถากถางดังมาจากฝูงชน
หวังเค่อตะลึงไป ไม่ใช่เมื่อครู่ข้าสร้างบรรยากาศไปแล้ว? ทำไมถึงมีคนที่รักษาความสงบไว้ได้? หรือต่อให้มันสงบ มันก็ไม่ควรพูดด้วยน้ำเสียงบาดหมางปานนั้นเลยนี่นา
“เป็ผู้ใด?” หวังเค่อเอ่ยกลั้วหัวเราะ
“ฮือฮา!”
ผู้คนรอบด้านพลันเปิดทางออก เผยให้เห็นชายในเสื้อคลุมแดง ชายผู้นี้ใช้เสื้อคลุมศีรษะไว้จนยากมองเห็นใบหน้า
เนี่ยเทียนป้าในชุดคลุมสีแดงตัวแข็งทื่อ พวกเ้าทำอะไร? ข้ากำลังช่วยพวกเ้าสู้เพื่อสิทธิของตัวเองอยู่เนี่ย! พวกเ้าดันคิดขายข้า?
“ท่านเป็ใครข้าไม่สน นั่นไม่ใช่เื่สำคัญ ข้าตอบคำถามท่านได้! เนี่ยเทียนป้าจ่ายห้าร้อยชั่งศิลาิญญารึ? ท่านว่าถ้าข้าเสนอศิลาิญญาหนึ่งหมื่นชั่งต่อเซียนเทียนหนึ่งคน ทุกคนจะเต็มใจหรือไม่?” หวังเค่อหัวเราะ
“ว่าอะไร?” เนี่ยเทียนป้าในชุดแดงอุทานพลางจ้องเขม็ง
ไม่เพียงเนี่ยเทียนป้า แต่ทุกคนรอบด้านยังล้วนจ้องไม่วางตา
“ศิลาิญญาหมื่นชั่ง? ประมุขหวัง ประมุขหวัง นี่ท่านพูดจริง?”
“ข้าไป!”
“ข้าไปด้วย ประมุขหวัง ท่านต้องเลือกข้านะ!”
………
………
……
……
…
…
ทันใดนั้นเอง ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างพากันะโอย่างตื่นเต้นยินดี
ขนาดจางเจิ้งเต้ายังอ้าปากค้าง ศิลาิญญาหมื่นชั่ง? ขนาดดวงธาตุทองคำอย่างข้ายังอยากเสนอตัวเลย นี่เ้าบ้าหรือเปล่า?
“ทุกคน อย่าไปฟังมัน หวังเค่อมันมีหรือจะควักศิลาิญญาหมื่นชั่งเพื่อเซียนเทียน? มันพูดจาเหลวไหล!” เนี่ยเทียนป้าะโสวน
เ้าล้อเล่นหรือไง เ้าจ่ายศิลาิญญาหมื่นชั่งเพื่อเกณฑ์คน แล้วใครมันจะเหลียวแลศิลาิญญาห้าร้อยชั่งของข้า?
จงใจปั่นราคาตลาด? เ้าบีบคั้นผู้อื่นจนไม่เหลือทางออกแล้ว!
“มีคนบอกว่าข้าพูดเหลวไหล ข้าอยากถามทุกท่าน ข้าหวังเค่อจ่ายไหวหรือไม่?” หวังเค่อถามด้วยรอยยิ้ม
หวังเค่อจ่ายไหวหรือเปล่า?
ถ้าหากไม่ได้ปูทางเตรียมไว้ล่วงหน้า ใครมันจะเชื่อหวังเค่อกัน? แต่เวลานี้ทุกคนล้วนไม่มีลังเล เพียงวันแรกที่บริษัทเสินหวังเปิดตัว หวังเค่อก็ทำเงินเกินสิบล้านชั่งศิลาิญญา มีหรือจะจ่ายไม่ไหว?
“จ่ายไหว!” หลายคนะโ
“ถูกต้อง! มีแต่คนที่เชื่อข้าเท่านั้นถึงจะคุยกันต่อได้! ศิลาิญญาหมื่นชั่ง? นั่นแค่เริ่มต้นเท่านั้น! ทุกท่าน!” หวังเค่อมองดูทุกคนก่อนหัวเราะร่า
“จริงรึ?” หลายคนตาแดงก่ำ
“ศิลาิญญาหมื่นชั่งต่อคน? เ้ามีปัญญาจ่ายรึ?” เนี่ยเทียนป้าะโออกมาจากฝูงชนอีกครั้ง
“ใคร? ใครมันคอยเสี้ยมอยู่ตลอด? ข้ามาที่นี่เพื่อทำธุรกิจ ทำไมท่านต้องคอยขัดคอข้าด้วย?” หวังเค่อถลึงตา
จางเจิ้งเต้าไม่ไกลออกไปเผยสีหน้าพิกล ไม่ใช่เ้าคอยชักนำพวกมัน? พอมีคนไม่คล้อยตามเ้าก็เลยลนลาน?
“เป็มัน!” มีคนะโขึ้น
“ฟุ่บ!”
หมวกคลุมศีรษะของเนี่ยเทียนป้าหลุดออก
“อ้าว เป็เนี่ยเทียนป้า?”
“เนี่ยเทียนป้า เงินที่เ้าติดหนี้พวกข้ายังไม่ใช้คืน ยังคิดมาก่อเื่อีก!”
“จริงด้วย เนี่ยเทียนป้า ทำไมเ้าต้องมาก่อกวนเื่ราว?”
“หากไม่ใช่ครั้งก่อนเ้าจับตัวฮูหยินหวังไป พวกเราคงได้ทำเงินร่วมกับประมุขหวังไปแล้ว!”
“เนี่ยเทียนป้า ไม่มีใครชวนเ้า เ้ายังเสนอหน้ามาหาเื่อีก!”
………
………
……
……
…
…
ทันใดนั้น เนี่ยเทียนป้าก็โดนถ่มถุยจมกองน้ำลาย
“พวกเ้าโง่หรือไง? หวังเค่อมันพ่นอะไรมายังจะเชื่ออีก? แค่เซียนเทียนได้ศิลาิญญาหมื่นชั่งต่อคน? เื่พรรค์นี้เป็ไปได้ที่ไหน?” เนี่ยเทียนป้าะโ
พริบตาที่เนี่ยเทียนป้าแผ่รัศมีพลังระดับดวงธาตุทองคำออกมา ผู้คนรอบด้านก็ถอยห่างทันที
“เ้าทำอะไร? มาก่อเื่แบบนี้ไม่รักชีวิตแล้ว?” จางเจิ้งเต้าปรากฏตัวมาตบบ่าเนี่ยเทียนป้า
จางเจิ้งเต้าอาจเอาชนะจางเสินซวีกับคนที่เหลือไม่ได้ แต่จัดการเนี่ยเทียนป้ามิใช่ง่ายดายหรอกหรือ? ตอนนี้หวังเค่อกำลังสอนวิธีทำเงินให้ข้า เ้ายังคิดอยากก่อกวนเื่ราวอีก?
ทันใดนั้น เนี่ยเทียนป้าก็ถูกสยบไว้ ขณะที่มันกำลังจะเอ่ยปากเรียกตัวช่วยด้วยโทสะ
“ช่างเถอะ จางเจิ้งเต้า ช่างมัน ช่างมัน เนี่ยเทียนป้าก็แค่อิจฉาเท่านั้น!” หวังเค่อพลันะโขึ้น
หวังเค่อไม่ได้เวทนาเนี่ยเทียนป้า แต่ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็ลูกหลานของเนี่ยชิงชิง เนี่ยชิงชิงสมควรเป็คนสะสางเื่ราวกับมันเอง เอาไว้กลับไปเล่าให้เนี่ยชิงชิงฟังว่าข้าปล่อยหลานท่าน นั่นน่าจะมีประโยชน์มากกว่าเยอะ!
“ประมุขหวังช่างใจกว้างมากไมตรี!” หลายคนต่างทอดถอนใจ
“ด้วยสถานะของประมุขหวังตอนนี้ ไหนเลยต้องสนใจเนี่ยเทียนป้าอีก?” บางคนเห็นด้วย
“เหอะ!”
จางเจิ้งเต้าสะบัดมือปล่อยเนี่ยเทียนป้าไป
เนี่ยเทียนป้าใบหน้าบูดเบี้ยว “หวังเค่อ นี่เ้าคิดสู้กับข้า? เ้าหลอกลวงผู้คน เซียนเทียนหนึ่งคนศิลาิญญาหมื่นชั่ง มาสิ ควักเงินออกมา เอาออกมาเลย!”
เนี่ยเทียนป้าเผยท่าทีอหังการ ส่งเสียงคำรามก้องกึง ในตอนนี้ แม้ทุกคนรอบด้านจะชิงชังเนี่ยเทียนป้า แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธคำพูดของเนี่ยเทียนป้าอีก
ใช่แล้ว เอาเงินออกมาให้ดูก่อน ศิลาิญญาหมื่นชั่ง แล้วพวกเราจะทำงานให้เ้า ควักออกมา!
หวังเค่อมองเนี่ยเทียนป้าก่อนฉีกยิ้มบาง “ไม่ต้องห่วง! ข้ามาทำธุรกิจย่อมต้องแจกแจงให้ชัดเจน! ไม่มีซุกงำอำพราง! ศิลาิญญาหมื่นชั่งนับเป็อย่างไร? นั่นเทียบได้กับชีวิต! ทุกท่านมาที่นี่เพื่อหาเงิน ไม่ได้มาหาที่ตาย! หากกระทั่งชีวิตยังรักษาไว้ไม่ได้ ได้เงินไปจะมีประโยชน์อันใด?”
“เอ๋?” หลายคนมองหวังเค่ออย่างมึนงง
“ทุกท่าน การที่พวกท่านจะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเซียนย่อมไม่ใช่เื่ง่าย แต่เหตุใดบางตระกูลถึงได้ร่ำรวยมีมรดกมากมาย ส่วนบางตระกูลต้องใช้ชีวิตอย่างยากจนข้นแค้น? พวกท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าตระกูลใหญ่เหล่านี้เอาทองไหแรกมาจากไหน?” หวังเค่อกวาดตามองทุกคนรอบด้าน
เหล่ายอดฝีมือพากันมุ่นคิ้ว
“ประมุขเฉิน ท่านเองก็เป็ตระกูลใหญ่ในเมืองจูเซียน ท่านจะเล่าเื่บรรพชนตระกูลท่านให้พวกเราฟังได้หรือไม่?” หวังเค่อยิ้มแย้ม
“ข้ารึ?” หนึ่งในประมุขตระกูลขมวดคิ้ว
“ที่ตระกูลเฉินมีทุกวันนี้ได้ นอกจากการบริหารจัดการของประมุขตระกูลรุ่นก่อนๆ แล้ว อีกเหตุผลหลักก็คือาในแดนมนุษย์ ใช่หรือไม่?” หวังเค่อเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ประมุขเฉินนิ่งเงียบไปพักใหญ่
“ในแดนมนุษย์ ราชวงศ์ถูกเปลี่ยนผ่าน เหล่ายอดคนส่วนใหญ่ถูกเกณฑ์จากเมืองเซียนเพื่อเข้าร่วมศึกชิงแผ่นดิน แต่เพราะพวกมันติดตามขุนศึกผิดคน จนสุดท้ายต้องสิ้นชีพในา เมื่อาสิ้นสุด ขุนศึกผู้ชนะจะเถลิงอำนาจขึ้นเป็าา เหล่าเซียนเทียนที่ติดตามขุนศึกผู้นั้นยังทำเงินได้มากมายมหาศาลในา เพราะทุกครั้งที่สังหารเซียนเทียนของขุนศึกฝ่ายตรงข้ามได้ พวกมันก็จะขโมยทรัพย์สมบัติของอีกฝ่ายมาจนกระเป๋ามิติแน่นเอี๊ยด บรรพชนของตระกูลเฉินเองก็ทำเงินมหาศาลได้เพราะติดตามขุนศึกถูกคน! ศิลาิญญาหมื่นชั่ง? ไม่ใช่ทำเงินได้มากมายกว่านั้น?” หวังเค่อหัวเราะ
“นั่นมันเมื่อร้อยกว่าปีก่อน!” ประมุขเฉินเอ่ยเสียงเข้ม
“ไม่เป็ไร ข้าแค่พูดความจริงให้ทุกท่านฟังเท่านั้น แม้าแดนมนุษย์จะอันตราย แต่ก็เต็มไปด้วยผลกำไรมหาศาลเช่นกัน! ขอเพียงท่านอยู่ฝ่ายผู้ชนะ ท่านก็จะมีเงินทองมากเหลือ! ทุกท่าน ค่าตัวศิลาิญญาห้าร้อยชั่งของเนี่ยเทียนป้านับเป็ผายลมอันใดได้! หากท่านได้อยู่ฝั่งผู้ชนะ ศิลาิญญาหมื่นชั่งนับเป็อย่างไรได้! พวกท่านจะเป็เหมือนบรรพชนตระกูลเฉิน กลับสู่เมืองเซียนสร้างครอบครัว! วิธีเดียวที่จะคลายความกังวลทั้งปวงของพวกท่าน มีเพียงการเป็คนรวย! มั่งมีเงินทอง!” หวังเค่อเอ่ยกับทุกคนรอบด้าน
ทันใดนั้น หลายคนพลันหอบหายใจถี่รัว! เพราะสิ่งที่หวังเค่อพูดเป็ความจริง แถมเป็ความจริงที่ทุกคนรู้กันอยู่แล้ว!
วิธีคลายความกังวลทั้งปวง? มีเพียงการเป็คนรวย! ข้าอยากเป็คนรวยในชั่วข้ามคืน!
“หวังเค่อ เ้าแหกตาทุกคนอีกแล้ว! เหอะ ใครมันจะรับปากได้ว่าขุนศึกที่ตนติดตามจะเป็ฝ่ายชนะ? เ้าเองก็บอกเองว่านอกจากเซียนเทียนฝ่ายขุนศึกที่ชนะ ทุกคนที่เหลือล้วนตายเกลี้ยง! ไม่รอดสักคน! ขุนศึกที่เ้าเกณฑ์คนไปช่วยจะเป็ฝ่ายมีชัยรึ? เ้าเอาอะไรมารับประกัน?” เนี่ยเทียนป้าเอ่ยอย่างดูแคลน
ทันทีที่เนี่ยเทียนป้าเอ่ยปาก ทุกคนก็สงบใจลงชั่วคราว จริงด้วย ถึงที่หวังเค่อพูดจะเย้ายวนใจ แต่ถ้าหากเข้าร่วมฝ่ายที่แพ้าเล่า? ใครจะรับประกันได้ว่าฝ่ายไหนจะชนะ?
าในแดนมนุษย์มีสำนักเซียนมากมายเชื่อมโยงอยู่เื้ั ไม่มีใครรับประกันได้ทั้งนั้น!
“ข้าไม่มีอะไรรับประกัน? คนที่ข้าเกณฑ์ไปก็อาจตายได้เหมือนกัน!” หวังเค่อตอบ
“หา?” ทุกคนตะลึงไป
เนี่ยเทียนป้าเองก็คาดไม่ถึงว่าหวังเค่อจะยอมรับหน้าตายแบบนี้!
“แต่เซียนเทียนทุกคนที่เข้าร่วมกับข้า ข้าจะจ่ายเป็《ประกันอุบัติเหตุ》ให้!” หวังเค่ออธิบาย
“อะไร? เ้าหมายความว่าไง? เ้าไม่คิดจ่ายเงิน แต่ยังอยากเกณฑ์ไพร่พลเซียนเทียนไปช่วยเ้ารบ?” เนี่ยเทียนป้าตะลึง
ขนาดจางเจิ้งเต้ายังเบิกตากว้าง หวังเค่อ เมื่อวานเ้าพูดว่าเกณฑ์คนจ่ายศิลาิญญาร้อยชั่ง ตอนนี้ไหงเปลี่ยนอีกแล้ว? คราวนี้สักสลึงก็ไม่จ่าย? จ่ายด้วยกระดาษเปล่า? จับหมาป่าขาวด้วยมือเปล่า?
“《ประกันอุบัติเหตุ》ที่ศิษย์สำนักเซียนซื้อกันไปนั้น พวกท่านย่อมไม่มีปัญญาซื้อ เพราะมันราคาสูงถึงห้าพันชั่งศิลาิญญา! แต่ในเมื่อพวกเราเป็คนเมืองเดียวกัน ข้าจึงได้ปรึกษาหารือกับคนในบริษัท สุดท้ายได้เป็ประกันหนึ่งในสิบมาให้ทุกท่าน! ขอเพียงจ่ายศิลาิญญาห้าร้อยชั่ง พวกท่านก็สามารถได้รับศิลาิญญาหนึ่งหมื่นชั่ง! ผลตอบแทนยี่สิบเท่า! ทุกท่านคิดว่าศิลาิญญาหนึ่งหมื่นชั่งนี้เป็อย่างไร?” หวังเค่อเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนรอบด้านพากันเงียบเสียง
“หากพวกท่านตายในา จะมีใครมอบเงินชดเชยให้พวกท่านบ้าง? มีไหม? ไม่มีทาง! พวกมันจ่ายเงินเกณฑ์พวกท่านเท่าไหร่? พอให้ตั้งรกรากสร้างครอบครัวรึ? อย่างที่เนี่ยเทียนป้าบอกพวกท่าน ห้าร้อยชั่งศิลาิญญา แค่นั้นนับเป็อย่างไรได้? มันอยากใช้ศิลาิญญาห้าร้อยชั่งซื้อชีวิตพวกท่าน! ชีวิตพวกท่านมีค่าแค่นั้นเองหรือ? แต่ข้าไม่เหมือนมัน! หากท่านตาย ครอบครัวพวกท่านจะได้รับศิลาิญญาหนึ่งหมื่นชั่ง! ครอบครัวใหญ่ผงาดค้ำฟ้า! หากพวกท่านรอด พวกท่านก็จะหาเงินกลับมาได้มากกว่าศิลาิญญาหมื่นชั่ง! ครอบครัวท่านก็ผงาดค้ำฟ้าเช่นกัน! ไม่ว่าท่านจะอยู่หรือตาย! ท่านกับครอบครัวก็สามารถมีศิลาิญญาหมื่นชั่งได้! มือซ้ายการงาน มือขวาครอบครัว! นี่ก็คือธุรกิจที่ข้าอยากคุยกับพวกท่าน! พวกท่านมีแต่ได้กับได้!” หวังเค่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ไม่ไกลออกไป จางเจิ้งเต้าก็ปากอ้าตาค้าง แม่งเอ๊ย นี่มันจะขี้โม้เกินไปแล้ว! ขายชีวิตให้เ้าฟรีๆ? พูดได้ซาบซึ้งกินใจเหลือเกิน!
