ฉินเสวียนอยากจะร้องแต่ก็ร้องไม่ออก เขารู้สึกเจ็บร้าวไปทั่วทั้งตัว ชายหนุ่มพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเงยหน้าขึ้นพลางกล่าวกับเซี่ยหลิงด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
“องค์ชายสาม กระหม่อมไม่เคยล่วงเกินพระองค์ เหตุใดพระองค์จะต้องทำร้ายกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
จวีจื่อหลิงที่ได้ยินฉินเสวียนเรียกเซี่ยหลิงว่าองค์ชายสาม ใบหน้างามของนางก็พลันซีดขาวขึ้นมา
องค์ชายสาม?
บรรลัยแล้วสิ ที่ผ่านมานางทั้งต่อยทั้งเอามีดจี้เขาด้วย ผู้ใดจะรู้กันเล่าว่าเขาเป็ใคร!
จวีจื่อหลิงลอบโอดครวญอยู่ในใจอย่างหมดอาลัยตายอยาก คนที่นางทั้งต่อย ทั้งเอามีดแทงที่แท้เป็ถึงองค์ชายสาม!
ด้านเซี่ยหลิงนั้นยามนี้เขาไม่มีเวลามาสนใจสีหน้าของจวีจื่อหลิงเลยด้วยซ้ำ ชายหนุ่มออกแรงที่เท้าและเหยียบลงไปบนแผ่นหลังของฉินเสวียนอย่างแรง พลางตอบอย่างสบายอารมณ์
"เ้าคงไม่รู้สินะ ว่าจวีจื่อหลิงน่ะเป็สหายรักกับองค์หญิงเซี่ยเหยาน้องสาวข้า ที่นางออกจากจวนบ่อยๆ เพราะนัดพบกับเซี่ยเหยา เ้าที่วันๆ คิดถึงแต่ชู้รักก็เลยไม่รู้ว่าภรรยามีสหายรักเป็ถึงองค์หญิง ในเมื่อจวีจื่อหลิงเป็สหายของน้องสาวข้า ข้าก็นับนางเป็น้องสาวอีกคนหนึ่งเช่นเดียวกัน พอได้ยินว่าน้องสาวไม่ได้รับความเป็ธรรม พี่ชายแสนดีอย่างข้าเลยนั่งไม่ติดเก้าอี้ ร้อนใจต้องมาช่วยอย่างไรเล่า จะว่าไปเ้านี่มีโทษอีกหนึ่งข้อหานะ ยามนี้น้องสาวข้าร้องไห้เป็ห่วงสหาย เ้าทำให้องค์หญิงร้องไห้โทษถึงตายเชียว เ้ารับไหวไหม”
ฉินเสวียนถึงกับเอ่ยวาจาใดไม่ออก เขานึกเจ็บใจขึ้นมาทันที ไม่คิดเลยว่าการปล่อยให้จวีจื่อหลิงออกไปนอกจวนจะทำให้นางไปผูกมิตรกับผู้สูงศักดิ์เข้าเสียได้ ผูกมิตรกับใครไม่ผูก ดันไปผูกกับครอบครัวองค์ชายสาม บรรลัยแล้ว!
เซี่ยหลิงที่เห็นว่าฉินเสวียนไม่ตอบซ้ำยังมีท่าทีสงสัย จึงเอ่ยถามอย่างยียวน
“ทำไม เ้าสงสัยในคำพูดของข้าหรือ สอดรู้สอดเห็นไม่ดูเวล่ำเวลาเดี๋ยวก็ถีบเข้าให้ ไอ้เวรนี่! จะดิ้นทำไม เ้าเจ็บหรือ เจ็บเป็ด้วยรึนี่ หรือว่ากำลังสำนึกผิดอยู่ แต่ข้าว่าเ้าดูเหมือนคนไม่สำนึกผิดเลย แต่ไม่เป็อะไร วันนี้ข้าเตรียมเื่สนุกมาให้เ้าด้วย รับรองว่าเ้าต้องชอบมากแน่นอน จิ่นหลาน พาตัวคนเข้ามา!"
หลังจากเซี่ยหลิงออกคำสั่ง ไม่นานจิ่นหลานก็พาตัวสตรีนางหนึ่งเข้ามา เมื่อจวีจื่อหลิงหันไปมอง ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมก็ปรากฏชื่อของสตรีนางนี้ขึ้นมาในหัวแทบจะทันที
ม่านซุนหลัน
ยามนี้ม่านซุนหลันถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ เมื่อเข้ามาด้านในเรือนแล้วจิ่นหลานก็โยนนางเข้าใส่ฉินเสวียนทันที ม่านซุนหลันหวาดกลัวมากเมื่อถูกแก้เชือกที่มัดมือและเท้าออกแล้ว นางจึงรีบโผเข้ากอดฉินเสวียนทันที ฉินเสวียนเองก็รีบกอดตอบนางเอาไว้อย่างห่วงใย จวีจื่อหลิงที่เห็นภาพตรงหน้าก็แทบอยากจะอาเจียนออกมาเสียตรงนั้น
ทุเรศสิ้นดี!
เซี่ยหลิงที่เห็นม่านซุนหลันกอดฉินเสวียนไม่ปล่อยก็ส่งเสียงหัวเราะชอบใจออกมาทันที
"ช่างเป็ความรักที่ลึกซึ้งจริงๆ ม่านซุนหลันเ้าก็หน้าตางดงามดี แต่นิสัยกลับไร้ยางอายเสียเหลือเกิน บุรุษดีดีมีตั้งมากมายเ้าไม่ชอบ แต่กลับหมายตาสามีชาวบ้าน เ้านี่ เทียบไม่ได้กับนางโลมที่ข้าเลี้ยงเอาไว้ในจวนเลย ไม่สิ นางโลมเ่าั้ยังมีคุณธรรมมากกว่าเ้าเสียอีก เ้าน่ะมันทุเรศทุรังกว่าพวกนางเยอะ ส่วนเ้าฉินเสวียน หลงเมียน้อยจนคิดฆ่าเมียหลวง พวกเ้านี่มันเหมาะสมกันราวผีเน่ากับโลงผุเสียจริงๆ"
วาจาที่ออกมาจากปากของเซี่ยหลิงช่างเผ็ดร้อนเสียจนคนถูกด่าหน้าชา ฉินเสวียนและม่านซุนหลันหมดหนทางจะต่อปากต่อคำ เขาจะเอ่ยสิ่งใดได้ นั่นคือองค์ชายสาม ส่วนเขาเป็คนธรรมดา หากสู้กันขึ้นมาเขาก็แพ้อยู่ดี!
“เอาล่ะ เื่สนุกใกล้จะเริ่มแล้ว จิ่นหลาน จัดการได้”
จิ่นหลานพยักหน้าน้อมรับคำสั่ง ก่อนจะเดินเข้าไปหาสองคนนั้นทันที แล้วกรอกยาปลุกกำหนัดให้ดื่มอย่างไม่รอช้า ฉินเสวียนและม่านซุนหลันคิดจะขัดขืนแต่กลับไม่อาจทำได้ สุดท้ายพวกเขาก็ถูกกรอกยาลงคอไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
“ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว เชิญพวกเ้ามั่วโลกีย์กันให้สาแก่ใจเถอะ”
เซี่ยหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า ก่อนจะเดินเข้ามาดึงแขนจวีจื่อหลิงให้ออกมาด้านนอกเรือนด้วยกัน จากนั้นก็หันไปถามจิ่นหลานว่า
“ตาแก่ม่านใกล้มาถึงแล้วกระมัง”
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายสาม”
“ดี ให้ตาแก่ม่านมาเห็นกับตาว่าบุตรสาวตนทำเื่งามหน้าอะไรเอาไว้ ตาแก่นั่นจะต้องโวยวายจนกลายเป็เื่ใหญ่โตแน่นอน”
พูดจบก็หันมาส่งยิ้มให้จวีจื่อหลิงอย่างอ่อนโยน แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับมองเขาเหมือนมองผีเสียอย่างนั้น
“น้องจือจือ เหตุใดเ้าจึงมองข้าเช่นนี้เล่า หรือว่าเ้าตกหลุมรักในความหล่อเหลาของพี่หลิงเข้าให้แล้ว ให้ตายเถอะ อย่ารีบร้อน รอหนังสือหย่าก่อน”
จวีจื่อหลิงปวดเศียรเวียนเกล้าไปหมดแล้ว นางกำลังจะยกเท้าขึ้นไปเตะหน้าแข้งเขา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าคนตรงหน้าเป็ถึงองค์ชายนางก็ชะงักไปทันที
“ท่านเป็องค์ชายหรือ เหตุใดจึงต้องปิดบังสถานะตนเองด้วย?”
เซี่ยหลิงยิ้มตาหยี และเอ่ยตอบอย่างอารมณ์ดี
“ก็เ้าไม่ได้ถาม”
จวีจื่อหลิง” .....”
ก็จริงของเขา นางไม่ได้ถาม เขาก็เลยไม่ได้ตอบ บัดซบจริงเชียว เหตุใดนางต้องรู้สึกว่าตนเองเป็คนผิดด้วยเล่า
หญิงสาวเงยหน้าไปมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่ซับซ้อน เซี่ยหลิงที่เห็นดังนั้นก็กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่ต้องคิดมาก ข้าไม่ถือสาหาความเื่ที่เ้าตีข้าหรอก เ้าเคยวางตัวกับข้าเช่นไรก็ทำตามเดิม สำหรับเ้าแล้ว ข้ายกเว้นให้เป็กรณีพิเศษ อ้อ ขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการ ข้าเซี่ยหลิง องค์ชายสามแห่งจิ้นอัน”
จวีจื่อหลิงไม่คิดว่าเขาจะละเว้นนางง่ายดายเช่นนี้ ทว่าความกังวลในใจกลับลดลงไปหลายส่วน ทันใดนั้นนางก็คิดถึงอาเหยาขึ้นมา
“เช่นนั้นอาเหยา?”
“นางคือองค์หญิงเซี่ยเหยา น้องสาวร่วมมารดาของข้า วันนั้นนางหนีออกมาเที่ยวนอกวังหลวงจนเกิดเื่ หากไม่ได้เ้าช่วยเอาไว้คงแย่แน่ นางบ่นคิดถึงเ้าทุกวัน ในเมื่อเ้ารู้สถานะของพวกเราแล้ว ไว้ข้าจะให้นางหาโอกาสเรียกเ้าเข้าไปพบในวังหลวงก็แล้วกัน”
จวีจื่อหลิงที่ได้ยินดังนั้นก็ผงกศีรษะรับคำ นางเริ่มเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างมากขึ้น ที่เซี่ยหลิงกล้าออกหน้าช่วยนางเพราะเขาเป็ถึงองค์ชาย แน่นอนว่าฉินเสวียนย่อมเทียบไม่ได้ เมื่อคิดได้แล้วนางก็หันมาบอกกับชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงหลายส่วน
“อย่างไรก็ต้องขอบคุณท่านมากสำหรับเื่ในวันนี้”
นางพูดยังไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงม่านซุนหลันและฉินเสวียนร้องครวญครางออกมาจากในเรือน จวีจื่อหลิงถึงกับทำหน้าไม่ถูกขึ้นมา เซี่ยหลิงที่เห็นแล้วก็รีบเอ่ยปลอบทันที
“น้องจือจือ เ้าอย่าคิดมาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ก่อน เพื่ออิสรภาพของเ้า หรือว่าเ้าทำใจไม่ได้ที่ต้องมองดูอดีตสามีร่วมรักกับหญิงชู้ เช่นนั้นเ้าอดทนอีกสักหน่อย รอให้ได้หนังสือหย่ามาแล้วเ้าค่อยเอาโทสะมาลงที่ข้า เ้าอยากจะตบตีข้าอย่างไรก็ได้ หรืออยากจะปลุกปล้ำข้าก็จะยอมไม่ขัดขืน และข้ายังจะร้องครางให้ดังกว่าฉินเสวียนอีก โอ๊ย!”
จวีจื่อหลิงรู้สึกทนไม่ไหวแล้ว นางจึงยกเท้าเตะเข้าไปที่หน้าแข้งของเซี่ยหลิงอย่างแรงจนคนถูกแตะร้องไม่เป็ภาษา
“ข้ากลัวเสนียดติดหูจะตายอยู่แล้ว ท่านยังเอาแต่เอ่ยวาจาชวนขนลุกอยู่ได้!”
“ให้ตายเถอะ เ้ากล้าเตะองค์ชายหรือ”
“ก็ท่านบอกเองนี่ว่าให้ข้าทำตัวเหมือนเดิม ข้าก็ทำตามที่ท่านบอก ข้าผิดหรือ!”
เซี่ยหลิง “....”
ก็ได้ เขาเป็ฝ่ายผิดก็ได้!
