บทที่ 44
ผู้ใช้อาคมคุณไสย
หลินซีเอ่ยเรียบๆ "ก็น่าจะเป็ชาวบ้านในหมู่บ้านปี้ลั่วค่ะ พวกเขาเทิดทูนปลาคาร์พเป็ดั่งเทพเ้า เมื่อพวกคุณฆ่าเทพของพวกเขา พวกเขาก็ต้องล้างแค้นกลับเป็ธรรมดา"
เกล็ดปลาสีน้ำตาลเข้มคือตัวแทนของคำสาป ส่วนเกล็ดปลาสีเหลืองอ่อนคือสิ่งที่เกิดจากตบะบารมีของเ้าปลาคาร์พเอง เ้าปลาตัวนี้แวะมาดูพวกเขาสามคนทุกคืนเพื่อดูว่าตายหรือยัง พอเห็นว่าท่าจะรุ่งริ่งใกล้ตาย มันก็จะแปะเกล็ดสีเหลืองอ่อนให้แผ่นหนึ่งเพื่อชะลอคำสาปเอาไว้... ช่างเป็ปลาที่ซื่อบื้อจริงๆ
หลินซีกวักมือเรียก เ้าปลาคาร์พเอาตัวมาดุนฝ่ามือเธอเบาๆ แล้วฉีกยิ้มซื่อ
"หลินซี... ชอบ..." หลินซูลูบหัวมันแล้วชี้ไปที่หวังหู่ที่อยู่ข้างๆ "เห็นเขาแล้วทำไมไม่หนีล่ะจ๊ะ?"
เ้าปลาชะงักไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังใช้ความคิด "น้ำ... ว่ายน้ำ... ตาย..."
หลินซีฟังจากคำพูดที่ขาดๆ หายๆ ของมันจนสรุปเื่ราวได้ว่า เ้าปลาคาร์พเห็นหวังหู่ลงไปในน้ำก็นึกว่าเขาจะจมน้ำตาย เลยหวังดีว่ายเข้าไปช่วย แต่กลับถูกหวังหู่เอาหินทุ่มใส่จนตาย... ปลาตัวนี้ช่างโง่เขลาเหลือเกิน ปฏิบัติตุ่์ด้วยความปรารถนาดีที่สุด แต่สุดท้ายกลับต้องตายด้วยน้ำมืุ์ และถึงจะตายไปแล้วมันก็ยังใสซื่อ ไม่หลบหนีมนุษย์ แต่กลับยังอยากใกล้ชิดอยู่อีก
เมื่อหลินซีเล่าเื่นี้ให้ทุกคนฟัง หวังเหลียงซานก็นิ่งอึ้งไปนานแสนนาน ท่านเทพปลาช่างมีจิตใจที่บริสุทธิ์และสูงส่งเหลือเกิน ไม่ถือโทษโกรธเคือง ซ้ำยังดั้นด้นมาช่วยคนถึงบ้านตระกูลหวัง นี่แหละคือเทพเ้าที่แท้จริง
เขาซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพราก โขกศีรษะลงพื้นดังปึกๆ สามครั้ง "ท่านเทพปลา บุญคุณอันยิ่งใหญ่นี้ตระกูลหวังไม่อาจทดแทนได้หมด ชาตินี้ชาติหน้าผมยอมเป็วัวเป็ควายเพื่อตอบแทนท่านครับ"
เ้าปลาคาร์พมองเขาตาปริบๆ ในแววตามีแต่ความงุนงง มนุษย์คนนี้พูดอะไรอีกแล้ว ฟังไม่ออกสักคำเลย "เสี่ยวฉือ" พูดไม่ผิดจริงๆ มนุษย์เป็สิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนมาก... อ่า ซับซ้อนจัง!
ปลาคาร์พมองหลินซีตาละห้อย "เขา... พูดว่า... อะไร"
หลินซีอธิบาย "เขาบอกว่าเ้าเป็ปลาที่ดีที่สุดในโลก เขาอยากตอบแทนเ้า เ้าอยากได้อะไรไหม?"
"ดีใจ..." ปลาคาร์พพ่นฟองอากาศอย่างร่าเริง "อยากได้... วิบวับ... วิบวับ..."
หวังเหลียงซานทำหน้าเอ๋อ "อาจารย์หลิน ท่านเทพปลาหมายความว่ายังไงครับ?"
หลินซีถอนหายใจ "ปลาคาร์พชอบของที่มันเปล่งประกายทองๆ น่ะค่ะ เข้าใจหรือยัง?"
หวังเหลียงซานพยักหน้าหงึกๆ "เข้าใจแล้วครับ! ท่านเทพปลา ผมจะใช้ทองคำแท้สร้างรูปปั้นให้ท่านอย่างงดงามอลังการ รับรองว่าวิบวับกระแทกตาแน่นอน และจะคอยจุดธูปบูชาให้ท่านทุกวันเลยครับ"
เ้าปลาคาร์พยังคงไม่เข้าใจประโยคยืดยาวนั่น แต่คราวนี้มันจับใจความคำว่า "วิบวับ" ได้ มันพยักหน้าหงึกๆ อย่างตั้งใจ "ตกลง!"
หวังเหลียงซานถอนหายใจอย่างโล่งอก "ขอบคุณท่านเทพปลา ขอบคุณอาจารย์หลินครับ"
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนถามต่อ "อาจารย์ครับ ในเมื่อคำสาปไม่ได้มาจากท่านเทพปลา แล้วเราจะทำยังไงดี?"
"ก็ต้องหาคนลงมือสิคะ" หลินซีปรายตามองเ้าปลา "เ้ารู้ใช่ไหมว่าเป็ใคร?"
เ้าปลาคาร์พหยุดพ่นฟอง น้ำเสียงดูเศร้าลงเล็กน้อย "เสี่ยวฉือ... คือเธอ... ฉัน... ทำไม่ได้..."
"โอเคๆ ฉันเข้าใจแล้ว" หลินซีตบหัวมันเบาๆ เพื่อปลอบใจ "เสี่ยวฉือจะเข้าใจเจตนาของเ้าเอง"
"จริงเหรอ?" เ้าปลาดีใจจนเนื้อเต้น "หลินซี... จูบหน่อย "
หลินซียืนนิ่งไม่ขยับ ปลาตัวนี้เสพติดการจูบคนจริงๆ เ้าปลาคาร์พทำปากจู๋ ว่ายเข้ามาใกล้แก้มของเธอแล้ว "จุ๊บ!" เข้าให้คำโต "ชอบ... เธอที่สุดเลย"
แสงห้าสีจางๆ ตกกระทบลงบนศีรษะของหลินซี ทันใดนั้นทั่วร่างของเธอก็เปล่งประกายเรืองรองเหมือนหลอดไฟหลากสี... จูบแรกของเธอเสียให้ปลาไปซะแล้ว แต่นี่คือ "คำอวยพรจากปลาคาร์พ" ผู้ที่ได้รับคำอวยพรนี้จะมีโชคลาภวาสนาดีอย่างที่สุด
หลินซียิ้มละไม "ขอบใจนะ เ้าปลาคาร์พ"
ปลาคาร์พมองเธอตาเยิ้ม "สวยจัง..."
หลินซีแตะหน้าผากมันเบาๆ "ไปกันเถอะ เราไปหาเสี่ยวฉือกัน"
"ได้เลย!" เ้าปลาสะบัดหางว่ายวนรอบตัวเธอสองสามรอบ ร่างของมันค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนมาหยุดอยู่ข้างขาของหลินซี "ขี่หลัง... นะ"
หลินซีไม่ปฏิเสธ นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่จะได้ััประสบการณ์ "ขี่ปลาคาร์พ"
หวังเหลียงซานเห็นพวกเธอจะไปก็รีบะโเรียก "อาจารย์หลินครับ หวังหู่กับหูเถายังขยับไม่ได้เลย!"
หลินซีโบกมือคลายยันต์สะกดนิ่งและยันต์ปิดปากให้ หูเถากับหวังหู่ร่วงโครมลงไปในน้ำจนน้ำกระเซ็น ทั้งคู่เห็นเงาดำรูปปลาขนาดั์ก็ตาโตด้วยความหวาดกลัว มุดตัวสั่นเทาอยู่ในอ่างน้ำ ความคันและเ็ปเริ่มรุมเร้าอีกครั้ง... ชีวิตแบบนี้เมื่อไหร่จะจบสิ้นเสียที
เ้าปลาคาร์พมุ่งมั่นจะไปหาเสี่ยวฉือ มันแบกหลินซีทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หวังเหลียงซานโขกหัวส่งท้ายอีกสามครั้ง "ท่านเทพปลา อาจารย์หลิน เดินทางปลอดภัยนะครับ!"
หวังเชี่ยนมองตามเงาปลาที่ค่อยๆ ลับตาไป เธอคุกเข่าลงตามพ่อแล้วพึมพำ "ท่านเทพปลา... หนูขอโทษค่ะ"
ณ โรงงานร้างแห่งหนึ่งในปักกิ่ง
อวิ๋นเยี่ยน, ไป๋ซิวหยวน และเจียงหยวนหยวน กำลังซุ่มอยู่ในพุ่มไม้คอยป้อนเืให้ยุง ไป๋ซิวหยวนถือเข็มทิศฮวงจุ้ยสีหน้าเคร่งเครียด "อยู่ในนั้นครับ"
อวิ๋นเยี่ยนจ้องมองไปที่ประตู "ไปเถอะ ระวังตัวด้วย ฝ่ายตรงข้ามคือผู้ใช้อาคมคุณไสยจาก 'เผ่าหลี' " เจียงหยวนหยวนเอ่ย "ถ้าเื่เลี้ยงกู่ (แมลงพิษ) คงไม่มีใครสู้เผ่าม้งได้ แต่เผ่าหลีเชี่ยวชาญเื่คำสาปและปกติไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับคนภายนอก ข้อมูลที่เรามีเกี่ยวกับพวกเขาน้อยมาก"
ทั้งเผ่าหลีและเผ่าม้งต่างมีผู้ใช้อาคมเหมือนกัน ต่างกันตรงที่เผ่าม้งใช้แมลงสร้างความเสียหายทางกายภาพ ส่วนเผ่าหลีใช้คำสาปโจมตีทางจิติญญา
อวิ๋นเยี่ยนเอ่ย "เผ่าหลีอาศัยอยู่ในหมู่บ้านปี้ลั่วมาหลายชั่วอายุคน บูชาท่านเซียนปลาคาร์พ พวกเขาเคยเซ็นสัญญากับท่านผู้อำนวยการไว้ว่าผู้ใช้อาคมจะไม่ก้าวออกจากหมู่บ้านแม้แต่ก้าวเดียว"
เขามุ่นคิ้ว "การที่ผู้ใช้อาคมเผ่าหลีมาปรากฏตัวที่ปักกิ่ง มันประหลาดมาก"
"พยายามอย่าปะทะกันโดยไม่จำเป็ เราต้องพาเธอกลับไปที่ 'หน่วยจัดการพิเศษ'อย่างสันติ"
"รับทราบครับหัวหน้า" ไป๋ซิวหยวนพยักหน้า
เขาถือหลัวผานไว้ในมือ เข็มหมุนวนอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดนิ่งชี้ไปทางทิศใต้ ไป๋ซิวหยวนเดินนำทาง
"ทางนี้ครับ" เจียงหยวนหยวนปล่อยหนอนขนออกมาห้าตัว "ฉันจะให้กู่ของฉันไปสำรวจทางก่อน"
ในฐานะที่เป็ "ธิดาเทพเผ่าม้ง" รุ่นก่อน (แม่ของเธอ) เธอจึงสืบทอดวิชากู่มาและกลายเป็ธิดาเทพคนปัจจุบัน แมลงกู่รีบกลับมาส่งข่าวบอกว่ามีคนอยู่ข้างหน้า ทั้งสามคนมาถึงที่โล่ง เห็นคนคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ หันหลังให้พวกเขา
อวิ๋นเยี่ยนยกมือปราม "อย่าเพิ่งเข้าไป"
เขาถือ "กระบี่เหรียญทอง"ก้าวไปข้างหน้า กระบี่เล่มนี้สร้างจากเหรียญทองแดงโบราณ 108 เหรียญ แฝงไปด้วยพลังเที่ยงธรรมสะกดสิ่งชั่วร้ายทุกชนิด ทันใดนั้น คนคนนั้นก็หันหน้ากลับมา
อวิ๋นเยี่ยนเพ่งมอง "หุ่นเชิดไม้!"
เจียงหยวนหยวนถอนหายใจเฮือก "ใหมด นึกว่าศพอีกแล้ว"
่นี้เธอเก็บศพจนเอียน ไม่อยากเจอศพอีกเลย... ถ้ารู้แบบนี้ไม่น่าเรียนวิชา "ไล่ศพ" จากตาแก่พ่อตัวเองเลย พ่อเธอคือทายาทวิชาไล่ศพแห่งเซียงซี ตอนเด็กๆ เธอถูกหลอกให้เรียน ตอนนี้เลยกลายเป็ว่าศพทุกร่างในหน่วยเธอต้องเป็คนจัดการทั้งหมด ั้แ่เก็บศพ, ชันสูตร, ไล่ศพ, ขุดหลุม, ยันฝัง... บริการครบวงจรในคนเดียว
หุ่นเชิดไม้อ้าปากออก แล้วคายกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา อวิ๋นเยี่ยนสวมถุงมือแล้วหยิบขึ้นมาอ่าน ในนั้นเขียนว่า
"ถึงทุกท่านในหน่วยจัดการพิเศษ ต้องขออภัยที่ล่วงเกินก่อนหน้านี้ การที่ฉันออกจากหมู่บ้านปี้ลั่วถือเป็ความผิดของฉันเอง ฉันจะจัดการเื่ราวทั้งหมดให้เรียบร้อย แล้วจะไปมอบตัวที่หน่วยจัดการพิเศษเอง โปรดให้อภัยด้วย... ผู้ใช้อาคม หลีฉือ"
เจียงหยวนหยวนถาม "เธอหมายความว่ายังไง? เรายังต้องหาตัวต่อไหม?"
"หา" อวิ๋นเยี่ยนวิเคราะห์ "เราเชื่อคำพูดฝ่ายเดียวไม่ได้ เธอจงใจล่อเรามาที่นี่ คืนนี้ต้องมีเื่ใหญ่แน่ๆ"
"ไป๋ซิวหยวน ระบุตำแหน่งใหม่"
"ครับหัวหน้า"
ไป๋ซิวหยวนร่ายคาถา ใช้เคล็ดวิชา "ดาราเร้นกาย" ตามหาคน เขามาจากสำนักฮวงจุ้ยระดับท็อปอย่าง "สำนักดารา์" มีสัญชาตญาณไวต่อ "ไอ" ชนิดต่างๆ และเก่งเื่การสะกดรอย เคล็ดวิชานี้ใช้ได้ั้แ่หาชัยภูมิฮวงจุ้ยัไปจนถึงการตามหาไอิญญาเพียงนิดเดียว
ไป๋ซิวหยวนล็อคทิศทางได้อย่างรวดเร็ว
"ทางนี้ครับ!" ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็พลันสว่างวาบด้วยแสงสีทอง อวิ๋นเยี่ยนเงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดกว่าเดิม "เป็ทิศทางนี้จริงๆ ด้วย... มีบางอย่างบินผ่านไปแล้ว เราต้องรีบกว่านี้!"
