ตกเย็น หลังจากเจินเจินอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็กอดหมอนที่กู่ซื่อปักให้วิ่งไปยังห้องของกู้อวี้
“พวกเราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่าเ้าจะนอนคนเดียว” กู้อวี้ต้องอธิบายเหตุผลให้ฟังอยู่นานกว่าเด็กหญิงจะยอมนอนคนเดียว แต่ปรากฏว่าเพิ่งจะผ่านไปเพียงหนึ่งคืนนางก็โยนเื่นี้ทิ้งไปแล้ววิ่งมานอนกับเขาอีกแล้ว
“ข้าจะมาท่องหนังสือกับพี่ชาย เมื่อตอนกลางวันยังท่องไม่เสร็จเลย”
กู้อวี้อยากจะบอกออกไปเหลือเกินว่า ไว้ท่องพรุ่งนี้ไม่ก็มะรืนนี้ก็ได้ ทว่าเขาไม่อยากทำลายความกระตือรือร้นของนาง อีกทั้งมีคำกล่าวว่า บอกว่าเอาไว้ค่อยทำพรุ่งนี้ แล้วพรุ่งนี้ที่ว่าคือเมื่อใด
ขณะที่กู้อวี้กำลังลุกลงจากเตียงมานั่งบนรถเข็นเพื่อไปยังโต๊ะหนังสือ เจินเจินกลับหยิบตำราสามอักษรมาจากบนโต๊ะหนังสือ จากนั้นะโขึ้นไปบนเตียงแล้วซุกตัวซ่อนใต้ผ้าห่ม
“ลงไป” กู้อวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายใจ
เจินเจินสั่นศีรษะ “ไม่ ข้าหนาว”
กู้อวี้เม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้กล่าวคำใดออกมาอีก เขาเขยิบไปอีกด้านของเตียงเพื่อเว้นระยะห่าง ไหนเลยจะรู้ว่าเจินเจินกลับเบียดเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอาใบหน้านุ่มนิ่มซบมาที่อกของเขา
“นอนแบบนี้จึงจะมองเห็นชัด”
กู้อวี้ระบายลมหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ก้มมองคนที่ซุกอยู่ที่อกเขา พยายามใช้มือผลักตัวเจินเจินออก แต่ไม่ว่าจะผลักอย่างไรอีกฝ่ายกลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย เขาจึงได้แต่ต้องจำยอมปล่อยไป จากนั้นจึงนอนตัวแข็งทื่อเริ่มต้นท้องหนังสือ
ขีดจำกัดของคนเรามักจะผ่อนลงโดยที่ไม่รู้ตัว หากเป็ตอนที่เจินเจินเพิ่งเข้ามาอยู่ในบ้านสกุลกู้ใหม่ๆ กู้อวี้ผู้เคร่งครัดในขนมธรรมเนียมไม่มีทางยอมให้นางมานอนซบอกเช่นนี้แน่ ทว่านี่ก็เพิ่งจะผ่านไปแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเอง...
“สั่งสอนบุตรไม่ดีเป็ความผิดของบิดามารดา สั่งสอนแต่ไม่เข้มงวด นับว่าอาจารย์ี้เี เด็กที่ไม่ขยันเรียนเป็การกระทำที่ไม่เหมาะสม หากตอนเด็กไม่ขยันเรียน แก่ไปจะทำมาหากินใด…” น้ำเสียงกู้อวี้ยามท่องตำราเรียบเรื่อยประหนึ่งสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ ฟังแล้วให้ความรู้สึกสบายหูเหลือเกิน ทำให้ไม่นานต่อมาเจินเจินก็อ้าปากหาว
“หากง่วงแล้วก็นอนเถิด” กู้อวี้วางตำราลง
เจินเจินเอามือปิดปากหาวพร้อมกับส่ายหน้า “ข้าไม่ง่วง พี่ชายพูดต่อเถอะ สั่งสอนบุตรไม่ดีอันใดต่อนะ…” ทว่าเพิ่งจะพูดจบ ดวงตาก็ปิดสนิทผล็อยหลับไป ทั้งยังมีน้ำลายไหลออกมาอีกต่างหาก
รุ่งเช้าวันต่อมา เจินเจินลืมตาตื่นขึ้น นางมองไปด้านข้าง พี่ชายไม่อยู่แล้ว หากตำราสามอักษรยังคงวางไว้บนหมอน “แย่แล้ว เมื่อคืนข้าเผลอหลับไป!”
นางะโลงจากเตียง รีบหยิบเสื้อคลุมมาสวม ซึ่งเป็เวลาเดียวกับที่จ้าวซื่อเดินเข้ามาในห้อง
“เ้าลูกคนนี้นี่ เมื่อคืนวิ่งมานอนกับพี่ชายของเ้าอีกแล้วหรือ” จ้าวซื่อช่วยสวมถุงเท้าและรองเท้าให้บุตรสาว ก่อนจะอุ้มออกจากห้องพากลับไปยังห้องเอ่อร์ฝางซึ่งเป็ห้องนอนของเจินเจิน
ภายในห้องมีถังน้ำอุ่นตั้งรอเอาไว้แล้ว จ้าวซื่ออาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้บุตรสาว ก่อนจะเกล้ามวยผมเป็ทรงกลมดังลูกซาลาเปาสองก้อนซ้ายขวา ทั้งยังผูกเชือกประดับผมแขวนกระดิ่งห้อย ทำให้เวลาเจินเจินขยับตัวจะมีเสียงกรุ๊งกริ๊งอันไพเราะดังขึ้น
“ท่านแม่ พี่ชายเล่าเ้าคะ” เจินเจินเอียงคอถามอย่างฉงน
จ้าวซื่อยิ้มก่อนจะใช้มือเขกที่ศีรษะบุตรสาวไม่แรงนัก ในสมองของบุตรสาวนางมีแต่กู้อวี้หรืออย่างไร ไม่เห็นผู้อื่นอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย “ตอนที่แม่มาก็ไม่เห็นพี่ชายของเ้าแล้ว พอถามแม่บุญธรรมของเ้า นางบอกว่าเขาออกไปั้แ่ฟ้าเพิ่งจะสว่าง”
สีหน้าเจินเจินแปรเปลี่ยนเป็เศร้าสลดทันที ต้องเป็เพราะเมื่อคืนนางไม่ตั้งใจท่องหนังสือเป็แน่ วันนี้พี่ชายถึงได้ไม่ไปเที่ยวเล่นกับนาง
“เป็อันใดไป เมื่อครู่ยังดีๆ อยู่เลยแท้ๆ” จ้าวซื่อเห็นท่าทางของบุตรสาวเลยเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
เจินเจินถอนหายใจกล่าวตอบว่า “ท่านไม่เข้าใจ”
จ้าวซื่อหลุดหัวเราะพรืดออกมา “เ้าเพิ่งจะอายุเท่าใด ไฉนถึงได้พูดเหมือนคนแก่เช่นนี้”
เจินเจินไม่อยากจะกล่าวคำใดอีกจึงเลือกที่จะเงียบ
จ้าวซื่ออุ้มบุตรสาวขึ้นมา “พวกเราไปกินข้าวกันเถิด เช้านี้มีซาลาเปาให้กิน”
เจินเจินเอาหน้าซุกกับไหล่ของมารดา เมื่อพี่ชายไม่อยู่เล่นกับนาง นางจึงหมดความอยากอาหารในทันใด แม้แต่ซาลาเปาก็ไม่อาจดึงดูดความสนใจได้เช่นทุกครั้ง ทว่าพอถึงเวลาเจินเจินผู้ที่บอกว่าไม่อยากอาหารกลับกินซาลาเปาเข้าไปถึงห้าลูกด้วยกัน
กินข้าวเสร็จจ้าวซื่อก็กลับบ้าน บ้านหลังนี้ทั้งเก่าและทรุดโทรมอย่างมาก นางจึงมีงานที่ต้องทำมากมาย ส่วนหยวนเหล่าเอ้อร์เข้าไปซื้อของในตำบล เขาและภรรยาออกจากสกุลหยวนมาตัวเปล่า แม้แต่หม้อที่จะใช้ทำกับข้าวก็ยังไม่มี
กู้ซิ่วไฉนำโสมที่ซื้อมาจากหยวนเหล่าเอ้อร์ซ่อนไว้ในอกเสื้อ กำลังจะเดินทางไปขายให้กับคหบดีจางที่หมู่บ้านข้างๆ ระหว่างกินข้าว เขาได้ถามหยวนเหล่าเอ้อร์ว่า หากตนสามารถพูดคุยกับคหบดีจางให้ช่วยหางานดีๆ ให้ได้ อีกฝ่ายจะยินดีทำหรือไม่
เขาต้องถามเื่นี้กับหยวนเหล่าเอ้อร์เสียก่อน มิฉะนั้นเกิดไปแล้ว ปรากฏว่าหยวนเหล่าเอ้อร์ไม่อยากทำขึ้นมา อาจทำให้เขาผิดใจกับคหบดีจางได้ ยามที่ถามหัวใจเขาเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ อยู่ตลอดเวลา กลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ยินดี อย่างไรเสียหยวนเหล่าเอ้อร์ก็อยู่บ้านว่างๆ มาหลายปี ไหนเลยจะรู้ว่าเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็กลับยิ้มแย้มอย่างยินดี ทำให้เขาลอบผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก ในใจคิดว่า เขาดูคนไม่ผิดจริงๆ
กู้ซิ่วไฉไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่า เหตุที่หยวนเหล่าเอ้อร์ยินยอมเป็เพราะคำว่างานดีๆ ที่เอ่ยออกมา งานดีๆ ที่ว่าคงจะเพียงพอทำให้เขาพูดโอ้อวดคนในหมู่บ้านได้หลายวัน อีกอย่างสำหรับเขาแล้ว งานดีๆ ที่ว่านี้คงไม่น่าจะเหนื่อยสักเท่าใด หากเป็งานที่เหน็ดเหนื่อยแล้วจะเรียกว่างานดีๆ ได้อย่างไร
กู่ซื่อไปหาภรรยาของผู้ใหญ่บ้านเพื่อพูดคุยธุระ ในขณะที่สามพี่น้องกู้สะพายตะกร้าที่หลังแล้วออกจากบ้านไป ไม่รู้ที่หมายว่าจะไปที่ใด บ้านสกุลกู้ในเวลานี้จึงเหลือเจินเจินเพียงผู้เดียว นางนั่งเอามือเท้าคางอยู่หน้าประตู เหม่อมองออกไปข้างหน้าไกลๆ
เพลานี้เจินเจินไม่มีกะจิตกะใจแม้แต่จะไปวิ่งเล่นกับสหาย ต่อมาสายตานางก้มลงไปเห็นมดที่เดินเรียงแถวกันบนพื้น เด็กหญิงหยิบใบไม้ขึ้นมาขวางทางมันไม่ให้มันเดินต่อไปได้ มันจึงแถวแตก มดบางตัววิ่งไปทางซ้ายทีวิ่งไปทางขวาทีอย่างไม่รู้จะวิ่งไปทางใดดี กระนั้นพวกมันก็ยังเก่งมากอยู่ดี แถวแตกได้ไม่นานก็กลับมาตั้งแถวได้ใหม่อีกครา
กู้อวี้มองเห็นจากไกลๆ ว่าเจินเจินกำลังนั่งหงอยเหงาอยู่หน้าประตูบ้าน ท่าทางแลดูน่าสงสารอย่างยิ่ง
“พี่ชาย!”
ทันทีที่นางเห็นเขา ท่าทีเปลี่ยนกลับมาสดใสร่าเริง ในแววตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความยินดีและประหลาดใจ
“พี่ชาย ท่านกลับมาแล้วหรือ ท่านไปที่ใดมา” นางเดินเข้ามาจับมือเขาพร้อมเอ่ยถาม
“วันนี้เ้าไม่ได้บอกว่าจะออกไปเที่ยวเล่นหรือ” เขาไม่ตอบแต่ถามกลับ ทั้งยังพยายามจะดึงมือออก แต่ไม่ว่าจะดึงอย่างไรก็ไม่เป็ผล จึงได้แต่ล้มเลิกความคิดไป ช่างเถอะ อย่างไรนางก็ยังเป็แค่เด็ก
“แต่เมื่อคืนข้าเผลอหลับไปก่อนที่จะท่องตำราเสร็จ…” เจินเจินคอตกอย่างเศร้าสลด
“เช่นนั้นวันนี้เ้าก็ท่องให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปเที่ยวเล่น” กู้อวี้มีสีหน้าเรียบเฉยขณะกล่าวคำ
“ดีเ้าค่ะ” เจินเจินพยักหน้าอย่างแรง ก่อนจะเข็นรถเข็นพากู้อวี้เข้าไปในบ้าน จากนั้นท่องตำรากับชายหนุ่มอย่างสงบเสงี่ยม
เจินเจินตั้งใจท่องตำรา เพียงไม่นานก็สามารถจดจำความรู้ที่ท่องได้ทั้งหมด ทันทีที่กู้อวี้ปิดตำรา นางวิ่งไปหยิบตะกร้ามาสะพายที่หลัง ก่อนจะหยิบมีดใส่ลงไป “พี่ชาย พวกเราไปกันเถิด” เจินเจินเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ากู้อวี้ด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมกับมองอีกฝ่ายอย่างรอคอย
