เมื่อนึกถึงเฉินเทียนเหลย หัวหน้าหมู่บ้านก็อดตัวสั่นไม่ได้ แรงกดดันจากนายทหารคนนั้นรุนแรงยิ่ง
โจ๊กข้าวในหม้อเดือดแล้ว มันส่งเสียงดังปุดๆ
จางเจียิยกโจ๊กมาให้ฮั่วเสี่ยวเหวิน
“ฮั่วเสี่ยวเหวิน รอเข้าฤดูใบไม้ผลิแล้วพี่จะปลูกผัก เมื่อถึงเวลาพวกเราจะได้มีผักดองกิน”
ฮั่วเสี่ยวเหวินเบ้ปาก ในยุค 80 แค่โจ๊กข้าวก็ถือว่าหรูหราแล้ว ไม่เหมือนกับยุคที่หล่อนจากมา ผักดองไม่ใช่ของหายากอีกต่อไป เพราะนอกจากโจ๊กแล้วยังมีอาหารเช้าจำพวกน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ หมั่นโถวและเสี่ยวหลงเปาอีกมากมาย
“ดีจ้ะ เมื่อถึงเวลานั้นแล้วฉันจะช่วยพี่ปลูกนะ”
……
ยายแก่ฮั่วเพิ่งออกจากบ้านจางโดยมีลูกชายคอยประคอง หลิวชุ่ยฟางก็ถือโถใบใหญ่มาปรากฏตรงหน้า หล่อนแสร้งเชิดหน้ามองท้องฟ้าเมื่อเห็นคนทั้งสอง
“ไอ้หยา เหตุใดพวกยายสองแม่ลูกจึงหน้าตามอมแมมเช่นนี้ ถูกทำร้ายมาอย่างนั้นหรือ? ฉันว่านะ พวกยายไปคำนับศีรษะขอโทษนายทหารคนนั้นเสียจะดีกว่า เอาอย่างนี้แหละดี พวกยายลองดูตัวเองสิว่ากล้าลงมือไปขนาดนั้นได้อย่างไร นั่นน่ะคือหลานสาวแท้ๆ เชียวนะ”
ยายแก่ฮั่วโกรธจนเกือบหงายหลัง หล่อนเพิ่งโมโหจนแทบกระอักเืเพราะหัวหน้าหมู่บ้าน คิดไม่ถึงว่านังคนปากเก่งนี่ยังจะตั้งใจมาซ้ำเติมโดยเฉพาะอีก
หญิงชราหน้าซีดเผือด ริมฝีปากขยับแต่กลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“ปัดโธ่ ยายล่ะก็ อย่าเพิ่งโมโหที่ฉันพูดสิ ฉันตั้งใจนำน้ำเชื่อมจากน้ำตาลทรายแดงมารอเลยนะ หากใจยายรับไม่ไหว น้ำหวานของฉันช่วยได้”
ยายแก่ฮั่วชี้นิ้วไปทางหลิวชุ่ยฟาง “นังผู้หญิงสารเลว แกต้องไม่ตายดี”
หลิวชุ่ยฟางถ่มน้ำลาย “ยายแก่หงำเหงือก ไม่มีใครในโลกขายหลานสาวตัวเองได้แบบยายอีกแล้ว”
หลิวชุ่ยฟางเป็คนฉลาด รู้ว่าเอาชนะฮั่วต้าซานไม่ได้ ก็รีบอุ้มโถหันตัววิ่งหนีไป
ยายแก่ฮั่วะโไล่หลังด้วยความโมโห “หยุดเดี๋ยวนี้ ฉันจะฉีกปากแก”
หลิวชุ่ยฟางหันหน้ามา “คิดว่าฉันโง่หรืออย่างไร ฉันไม่เล่นด้วยหรอกนะ คนไร้ยางอายแบบยาย โดนด่ามาก็สมควรแล้ว”
ฮั่วต้าซานเห็นสีหน้าแม่ของตัวเองไม่สู้ดีนักก็รีบบีบนวดให้
“แม่ อย่าใส่ใจไปเลย แม่ก็รู้ว่าหล่อนปากเก่งไปอย่างนั้น ให้ผมประคองแม่กลับบ้านดีกว่า”
เมื่อกลับถึงบ้านตัวเอง ยายแก่ฮั่วก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ในที่สุดก็ะเิอารมณ์ออกมา
“นังเด็กนั่น พวกเราเลี้ยงหล่อนจนโตมาตั้งหลายปี แต่หล่อนกลับหนีไปอยู่บ้านคนอื่นโดยไม่บอกกล่าว ลุงของหล่อนมีเงิน ต้องทิ้งเงินไว้ให้ไม่น้อยแน่”
ฮั่วต้าซานประคองแม่ตัวเองนั่งลงบนเตียง ก่อนจะหมุนตัวเตรียมออกจากบ้าน เป้าหมายคือบ้านจาง
“ก็แค่เด็กคนหนึ่งกับไอ้หนูที่ยังไม่โต บ้านหลังแค่นั้น จะนำเงินไปซ่อนไว้ที่ใดได้?”
ดวงตาขุ่นมัวของยายแก่ฮั่วกลอกไปมา
“ต้องค้นบ้านให้ทั่วทุกมุม ฉันไม่เชื่อว่าจะหาเงินนั่นไม่เจอ”
ครั้นนึกถึงหลานสาวของตัวเอง เมื่อก่อนเพียงแค่พูดเสียงดังเ้าตัวก็ตัวสั่นแล้ว ทว่าตอนนี้กลับถึงขั้นปีกกล้าขาแข็งไปอยู่บ้านคนอื่น นางรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไป
นางเคยกล่าวว่า ‘แน่จริงก็อย่ากลับมาบ้านนี้ ไม่อย่างนั้นแล้วฉันจะตีแกให้ตาย’
แต่นางไม่รู้เลยว่าฮั่วเสี่ยวเหวินไม่คิดจะกลับมายังบ้านนี้อีกต่อไปแล้วจริงๆ
……
ทั้งที่เป็แค่โจ๊กธรรมดา ไม่มีเครื่องเคียงเลิศรสสักอย่าง แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินกลับกินอย่างเอร็ดอร่อย เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ร่างกายนี้ได้กินอาหารดีๆ แบบนี้
“ฉันล้างชามเองจ้ะ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินแย่งชามจากมือจางเจียิ และรีบวิ่งไปที่ห้องครัว
เป็เวลาเดียวกับที่ฮั่วต้าซานได้กลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้งพอดี ดวงตาของเขาจับจ้องมาที่จางเจียิเป็อย่างแรก
ในห้องผุพังสองห้องนี้ ไม่มีที่ให้ซ่อนสิ่งของแม้แต่จุดเดียว ดังนั้น เขาคิดว่าเงินจะต้องอยู่กับตัวแน่นอน เขาได้ค้นตัวฮั่วเสี่ยวเหวินไปแล้ว เหลือแค่ไอ้หนูนี่ที่ยังไม่ค้น
จางเจียิกับฮั่วต้าซานจ้องตากัน เขายังไม่ทันพูดอะไร ก็ถูกฮั่วต้าซานผลักเข้ากับกำแพงอย่างแรง จนกำแพงสั่นไหว ฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาฟุ้งกระจายทั่วห้อง
“บอกมา พวกแกเอาเงินไปซ่อนไว้ที่ไหน?”
ฮั่วต้าซานพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด จางเจียิไม่มีทางยอมถูกกดเข้ากับกำแพงเฉยๆ อยู่แล้ว เขาออกแรงดิ้นรน แต่กลับเปล่าประโยชน์เหตุเพราะแรงที่น้อยกว่าอีกฝ่าย จางเจียิถูกฮั่วต้าซานกดเข้ากับกำแพงด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งก็ล้วงเข้ามาในกระเป๋าของเขา
ฮั่วเสี่ยวเหวินวางชามในมือลง เธอแอบเดินมาอยู่ด้านหลังของทั้งคู่โดยไม่ให้ตั้งตัว
เธอเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน ก่อนจะพูดขึ้น “คุณพ่อเหมือนโจรจริงๆ เลยนะคะ มาปล้นถึงบ้านของลูกสาว”
ฮั่วต้าซานหันกลับมาอย่างกระอักกระอ่วน ท่ามกลางแสงสลัวในบ้าน เขาเห็นความเด็ดเดี่ยวที่ไม่สมวัยจากลูกสาว และเห็นแม้กระทั่งแววเหยียดหยันจากสายตาของเธอ
“นังลูกไม่รักดี เดี๋ยวฉันค่อยคิดบัญชีกับแกทีหลัง”
เขาเปลี่ยนสีหน้าเพียงเสี้ยววินาที
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาคิดบัญชีกับหนู คุณลุงพูดถูก พวกคุณเห็นลูกชายดีกว่าลูกผู้หญิง ไม่เห็นคุณแม่เป็คน คุณแม่ของหนูตายเพราะพวกคุณนั่นแหละ”
ไม่ต้องพูดถึงยุค 80 ขนาดในยุค 90 ก็ยังคงมีคนที่เห็นเพศชายดีกว่าเพศหญิง แต่การขายลูกสาวกินนี่เป็อะไรที่น่ารังเกียจมากเกินไปแล้ว
ฮั่วต้าซานปล่อยมือจากจางเจียิทันที
เขากำหมัดดังกร๊อบๆ หันมามองลูกสาวคนสุดท้องของตัวเอง เมื่อก่อนหล่อนไม่เคยขัดขืนเลยสักครั้ง แค่คุยกับเขายังตัวสั่น ด้วยเหตุนี้จึงถูกใช้เป็ที่ระบายความโกรธอยู่เสมอ
มือขวาของเขาง้างขึ้นสูง เล็งไปที่หน้าซีกซ้ายของฮั่วเสี่ยวเหวิน
ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ยอมยืนอยู่เฉยๆ ให้เขาตีอยู่แล้ว เธอถอยหลังหลบไปอย่างรวดเร็ว ฮั่วต้าซานจึงจับได้เพียงแค่อากาศ จางเจียิซึ่งอยู่ด้านหลังหยิบไม้คานยกขึ้น
“บ้านพวกผมไม่ต้อนรับคุณ เชิญออกไป”
“ไม่ต้อนรับฉัน? แกลักพาตัวลูกสาวฉันมา แถมไม่จ่ายเงินให้ฉันสักหยวน ยังจะกล้าอวดดีอีก สมกับเป็ลูกที่ไม่มีแม่สั่งสอน”
ฮั่วต้าซานยังพูดไม่จบก็ถูกจางเจียิเหวี่ยงไม้คานในมือเข้าใส่ ฮั่วต้าซานใช้มือบัง แขนจึงถูกฟาดเข้าไปหนึ่งที แต่เนื่องจากข้อได้เปรียบของรูปร่าง ทำให้เขาแย่งไม้คานจากจางเจียิได้ในทันที เขากดจางเจียิลงกับพื้น ฝุ่นผงในห้องลอยฟุ้งอีกครั้ง
ฮั่วต้าซานรัวหมัดใส่ราวกับสายฝนที่ตกกระหน่ำ เอาความรู้สึกโมโหที่หาเงินไม่เจอกับถูกลูกสาวยั่วยุไปลงกับจางเจียิจนหมด
“หยุดนะ ขืนยังต่อยแบบนี้ เขาได้ตายแน่”
ฮั่วเสี่ยวเหวินเห็นว่าจมูกจางเจียิเริ่มมีเืไหลแล้ว เธอรีบเข้าไปคว้าแขนของฮั่วต้าซาน พยายามที่จะหยุดเขา
ฮั่วต้าซานแค่สะบัดมือไปด้านหลังก็ผลักฮั่วเสี่ยวเหวินให้ล้มลงได้แล้ว ฝุ่นในบ้านลอยละล่องขึ้นอีกรอบ
ฮั่วเสี่ยวเหวินรีบลุกขึ้น ไม่มีเวลามาปัดฝุ่นออกจากตัว
“หยุดเดี๋ยวนี้ ถ้ายังไม่หยุด เขาจะตายแล้วนะ”
หล่อนแทบจะเค้นเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีะโออกไป