บทที่ 9 คืนแรกในบ้านร้างกับปืนไรเฟิล
กลิ่นหอมกรุ่นของไข่ดาวที่ทอดในน้ำมันหมูร้อนๆ ลอยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วกระท่อมดินหลังเก่า ปลุกให้นายทหารหนุ่มผู้าเ็สาหัสต้องปรือตาตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา
กู้เหยียนเซิง รู้สึกเหมือนศีรษะถูกทับด้วยหินโม่แป้ง ความปวดร้าวแล่นพล่านไปตามเส้นประสาททุกครั้งที่ขยับตัว แต่ทว่า ความเ็ปที่แผลข้างเอวกลับทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์ เหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึกตึงๆ และความเย็นวาบของสมุนไพรบางอย่างที่ออกฤทธิ์ระงับปวดได้อย่างชะงัด
เขาพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง สายตาคมกริบที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักกวาดมองไปรอบกายด้วยสัญชาตญาณระวังภัย
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาผู้พันหนุ่มถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง
ที่นี่คือกระท่อมร้างซอมซ่อ ผนังดินแตกร้าว หลังคามุงหญ้าคาที่มองเห็นท้องฟ้า แต่ทว่า บนแคร่ไม้ไผ่ที่เขานอนอยู่ กลับปูรองด้วยฟูกหนานุ่มและผ้าห่มนวมสีทึบที่ให้ััละเอียดอ่อนดุจไหมชั้นดี กลิ่นหอมสะอาดของน้ำยาปรับผ้านุ่ม (ที่ไม่น่าจะมีในยุคนี้) เตะจมูก
และที่มุมห้อง หญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามดุจภาพวาดพู่กันจีน กำลังนั่งฮัมเพลงเบาๆ อยู่หน้าเตาไฟดินปั้น
ในมือของเธอไม่ใช่ตะหลิวไม้เก่าๆ แต่เป็กระทะเทฟลอน สีดำขลับที่ดูล้ำสมัย ซึ่งเธอกำลังใช้มันทอดไข่ดาวฟองโตอย่างชำนาญ
"ตื่นแล้วเหรอพ่อคุณ?"
เสียงหวานใสแต่แฝงแววหยอกเย้าดังขึ้น หลินซีไม่ได้หันมามอง แต่กลับรับรู้การตื่นของเขาได้ราวกับมีตาหลัง
เธอตักไข่ดาวใส่จานสังกะสีใบเก่า แล้วเดินนวยนาดเข้ามาหาเขา
วันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตตัวโคร่งที่พับแขนขึ้นลวกๆ กับกางเกงยีนส์เข้ารูป (ของในมิติที่ดูไม่สะดุดตาเกินไป) ผมยาวสลวยถูกมัดรวบเป็หางม้าเผยให้เห็นลำคอระหงขาวผ่อง
"คุณ" กู้เหยียนเซิงพยายามเปล่งเสียง แต่ลำคอแห้งผากราวกับทะเลทราย
"หยุด อย่าเพิ่งพูด เก็บเสียงไว้ครางเวลาทำแผลจะดีกว่า"
หลินซียัดแก้วน้ำใส่มือเขา ในแก้วบรรจุน้ำเกลือแร่ผสมวิตามิน สีส้มสดใส
"ดื่มซะ มันจะช่วยให้เืลมเดินดี แล้วก็กินไข่ดาวนี่ซะ นี่คือไข่ที่ฉันไปยืมมาจากแม่เลี้ยงใจั์ ถือว่าเป็ของหายากเชียวนะ"
กู้เหยียนเซิงรับแก้วน้ำมาด้วยความมึนงง รสชาติหวานอมเปรี้ยวที่ซาบซ่านทำให้สมองของเขาปลอดโปร่งขึ้นทันตาเห็น เขาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์
"คุณเป็ใครกันแน่ หมอ? หรือสายลับ?"
หลินซีเลิกคิ้วสูง นั่งลงที่ปลายแคร่ไม้ไผ่ แล้วไขว่ห้างด้วยท่วงท่าของนางพญา
"ฉันชื่อ หลินซี สถานะปัจจุบัน: หญิงสาวชาวบ้านที่เพิ่งถูกครอบครัวตัดหางปล่อยวัด ส่วนอาชีพเสริม ก็แล้วแต่ว่าใครจ้าง"
เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขา จนปลายจมูกรั้นเชิดแทบจะชนกับจมูกโด่งเป็สันของชายหนุ่ม
"ส่วนคุณ กู้เหยียนเซิง สุนัขรับใช้รัฐที่ถูกหมาป่ากัดจนสะบักสะบอม ผมพูดถูกไหม?"
ชายหนุ่มชะงักกึก ร่างกายเกร็งเขม็งเตรียมพร้อมต่อสู้ "คุณรู้ชื่อผมได้ยังไง?"
"ป้ายชื่อห้อยคอคุณมันฟ้อง" หลินซีใช้นิ้วเรียวเกี่ยวสร้อยคอทหาร (Dog Tag) ของเขาออกมาแกว่งเล่น "อีกอย่าง ฝีมือการเย็บแผลระดับเทพขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่ฉัน คุณคงได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว เพราะฉะนั้น"
เธอแบมือมาตรงหน้าเขา กระดิกนิ้วยิกๆ
"จ่ายมาซะดีๆ ค่ารักษา ค่าที่พัก ค่าไข่ดาว แล้วก็ค่าปิดปาก รวมทั้งหมด 500 หยวน ไม่รับเชื่อ ไม่รับผ่อน รับแต่เงินสดหรือทองคำเท่านั้น"
กู้เหยียนเซิงมองดูมือเล็กๆ นั้น แล้วเผลอหลุดขำออกมาเบาๆ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง
"500 หยวน? คุณนี่หน้าเืใช้ได้เลยนะแม่นางหลิน ชีวิตผมมีค่าแค่ 500 หยวนเองเหรอ?"
"อ้าว งั้นจะจ่ายสัก 5,000 ก็ได้นะ ฉันไม่ขัดศรัทธา" หลินซียักไหล่
"แต่ตอนนี้ คุณกินไข่ดาวไปก่อน เพราะดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญ กำลังจะมาเคาะประตูบ้านแล้ว"
ฉับพลันนั้น รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของหลินซีก็เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาอำมหิตที่เย็นะเืดุจน้ำแข็งขั้วโลก
เธอวางจานไข่ดาวลงบนตักของกู้เหยียนเซิง แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"แขก?" กู้เหยียนเซิงขมวดคิ้ว สัญชาตญาณทหารของเขาเริ่มทำงาน แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแอทำให้การรับรู้ช้ากว่าปกติ
"พวกหมาล่าเนื้อที่ตามกลิ่นเืคุณมาไง" หลินซีพูดเสียงเรียบ หันหลังเดินไปที่มุมมืดของห้อง
"มีกันสามคน อาวุธครบมือ เข้ามาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระยะห่าง 300 เมตร กำลังลัดเลาะมาตามแนวป่าไผ่"
"คุณรู้ได้ยังไง!" กู้เหยียนเซิงตกตะลึง ระยะขนาดนั้น แม้แต่หน่วยสอดแนมยังยากจะจับััได้ แต่ผู้หญิงคนนี้กลับระบุพิกัดได้แม่นยำราวกับมีเรดาร์
เขาพยายามจะลุกขึ้น "ส่งปืนมาให้ผม ผมจะจัดการเอง คุณรีบหนีไป"
"นั่งลง!"
เสียงตวาดของหลินซีเฉียบขาดและทรงอำนาจจนกู้เหยียนเซิงเผลอทำตาม
"สภาพอย่างคุณ แค่ยืนยังจะล้ม อย่ามาเกะกะ นั่งกินไข่ดาวไปเงียบๆ แล้วดูซะว่า เ้าบ้าน เขาต้อนรับแขกกันยังไง"
หลินซีเอื้อมมือเข้าไปในความว่างเปล่ากลางอากาศ (ในสายตาของกู้เหยียนเซิงคือเธอก้มลงหยิบของในมุมมืด)
วินาทีต่อมา สิ่งที่ปรากฏในมือของเธอก็ทำให้นายทหารหนุ่มต้องเบิกตากว้างจนแทบถลน
มันไม่ใช่มีดทำครัว หรือไม้หน้าสาม
แต่มันคือ ปืนไรเฟิลซุ่มยิงสีดำมะเมื่อม ลำกล้องยาวเหยียดพร้อมติดตั้งกล้องเล็งสโคประยะไกล!
อาวุธาระดับพระกาฬที่หายากยิ่งในยุคนั้น แม้แต่ในกองทัพยังมีใช้เฉพาะหน่วยพิเศษ
แต่หญิงสาวชาวบ้านผู้นี้กลับถือมันด้วยท่าทางคุ้นเคยราวกับถือตะเกียบ!
กริ๊ก!
เสียงกระชากลูกเลื่อนขึ้นลำกล้องดังชัดเจน บาดลึกเข้าไปในความเงียบ
หลินซีตรวจสอบกลไกปืนอย่างรวดเร็ว เช็คแม็กกาซีน แล้วประทับพานท้ายปืนเข้ากับร่องไหล่
ท่วงท่าของเธอนั้นงดงาม สง่างาม และสมบูรณ์แบบตามตำราทหารทุกกระเบียดนิ้ว
"ะุเจาะเกราะ 7.62 มม. หวังว่าพวกมันจะใส่เสื้อเกราะมานะ จะได้สนุกหน่อย"
หลินซียิ้ม เป็รอยยิ้มของมัจจุราชที่งดงามที่สุดเท่าที่กู้เหยียนเซิงเคยเห็น
เธอเดินไปที่หน้าต่างบานเก่าที่ผุพัง ใช้ปลายกระบอกปืนดันบานหน้าต่างออกเล็กน้อย สร้างช่องยิงที่สมบูรณ์แบบ
สายตาคมกริบมองผ่านเลนส์สโคป ภาพเป้าหมายขยายชัดเจนในคลองจักษุ
ไกลออกไปในป่าไผ่ ชายฉกรรจ์สามคนในชุดรัดกุมกำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างเงียบเชียบ ในมือของพวกมันถือปืนพกและมีดสั้น ท่าทางมุ่งร้ายหมายชีวิต
"เจอตัวแล้ว ตามรอยเืมาสินะ เก่งใช้ได้ แต่โชคร้ายที่มาเจอฉัน"
หลินซีปรับศูนย์เล็ง คำนวณทิศทางลมและความชื้นในอากาศภายในเสี้ยววินาที
"เจอกันชาติหน้านะไอ้หนู"
ปัง!
เสียงปืนดังกึกก้องกัมปนาท ะเืเลื่อนลั่นไปทั่วหุบเขา นกกาแตกตื่นบินว่อน
ะุนัดแรกพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง หมุนควงสว่านเจาะทะลุต้นไผ่ แล้วพุ่งเข้าปะทะเป้าหมายแรก
ที่ชายป่าไผ่ ชายคนนำหน้าล้มคว่ำลงทันที ะุเจาะเข้าที่หัวเข่าขวาอย่างแม่นยำ ขาขาดสะบั้นจนพับงอผิดรูป เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม
"หนึ่ง" หลินซีนับเลขเสียงเย็น
ชายอีกสองคนที่เหลือแตกตื่น รีบะโหลบเข้าหลังต้นไม้
"มีมือสไนเปอร์! ระวังตัว!"
"หลบหลังต้นไม้งั้นเหรอ? คิดว่าต้นไผ่บางๆ จะกันลูกรักของแม่ได้รึไง?"
หลินซีแสยะยิ้ม นิ้วชี้เหนี่ยวไกซ้ำอย่างต่อเนื่อง
ปัง! ปัง!
ะุเจาะเกราะทะลุผ่านลำต้นไผ่ราวกับกระดาษ พุ่งเข้าเจาะไหล่ขวาของชายคนที่สองจนปืนหลุดจากมือ และเฉี่ยวศีรษะของชายคนที่สามจนเือาบ หูแหว่งไปข้างหนึ่ง
"ถอย! ถอยเร็ว! ข้อมูลผิดพลาด! เป้าหมายมีอาวุธหนัก!"
พวกมันที่เหลือรีบลากเพื่อนที่าเ็ถอยหนีอย่างทุลักทุเล ความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ พวกมันเป็นักฆ่ามืออาชีพ แต่ไม่เคยเจอใครที่ยิงปืนได้แม่นยำและโเี้ขนาดนี้ในระยะไกล
หลินซีลดปืนลง ไม่ได้คิดจะตามไปสังหารให้สิ้นซาก
"ปล่อยให้มันรอดไปสักคนสองคน ไปส่งข่าวบอกเ้านายมันว่า อย่ามายุ่งกับคนของหลินซี จะได้ไม่กล้าส่งใครมาอีก"
เธอหันกลับมามองกู้เหยียนเซิง
ชายหนุ่มนั่งอ้าปากค้าง ไข่ดาวในจานยังพร่องไปไม่ถึงครึ่ง เขาจ้องมองเธอราวกับเห็นผี
"คุณ คุณเป็ใครกันแน่?"
หลินซีเดินกลับมา วางปืนไรเฟิลพิงไว้ข้างฝา (ก่อนจะแอบเก็บเข้ามิติในจังหวะที่เขาเผลอ) แล้วกลับมานั่งลงตรงหน้าเขา
"ฉันบอกแล้วไง ฉันคือหลินซี เ้าหนี้ของคุณ"
เธอยื่นนิ้วไปเช็ดคราบไข่แดงที่มุมปากของเขาออกอย่างแ่เบา ััที่อ่อนโยนนั้นช่างขัดแย้งกับความโเี้เมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
"รีบกินให้หมดสิ เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อย อ้อ ค่าะุเมื่อกี้ 3 นัด นัดละ 50 หยวน ฉันจดลงบัญชีแล้วนะ"
กู้เหยียนเซิงมองหญิงสาวตรงหน้า ความรู้สึกหลากหลายประดังเข้ามาในอก
ความทึ่ง ความชื่นชม และความปรารถนา ที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
ผู้หญิงคนนี้ อันตรายยิ่งกว่ายาพิษ แต่งดงามยิ่งกว่าดอกฝิ่น
"หลินซี" เขาเรียกชื่อเธอเสียงทุ้มลึก ั์ตาสีดำสนิทจ้องมองเธอด้วยความหมายมาดใหม่ "หนี้ชีวิตนี้ ผมกู้เหยียนเซิง จะใช้คืนให้คุณทั้งชีวิต คุณจะหนีผมไม่พ้นแน่"
หลินซีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคอ
"คำพูดลิเกชะมัด เอาเถอะ รีบๆ หายดีแล้วกัน ฉันยังมีงานใช้แรงงานรอให้คุณทำอีกเยอะ"
ขณะเดียวกัน ที่บ้านสกุลหลิน
เสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวเมื่อครู่ ทำให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านแตกตื่น
หลินต้าจื้อและจางชุ่ยที่กำลังนั่งร้องไห้อาลัยอาวรณ์ข้าวของที่หายไป สะดุ้งสุดตัวจนตกเก้าอี้ (ที่ไปยืมเพื่อนบ้านมานั่ง)
"เสียงปืน! เสียงปืนดังมาจากท้ายหมู่บ้าน!" ชาวบ้านะโ
"นั่นมันทางบ้านร้างที่นังหนูซีอยู่นี่หว่า!"
ป้าหวังหน้าตื่น รีบวิ่งมาที่หน้าบ้านสกุลหลิน "แย่แล้ว! เกิดเื่แล้ว! มีโจรปล้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ อาซีน่าสงสารเหลือเกิน เพิ่งจะย้ายไปก็เจอเื่ร้ายๆ อีกแล้ว!"
จางชุ่ยได้ยินดังนั้น แทนที่จะห่วงลูกเลี้ยง กลับแสยะยิ้มอย่างสะใจทั้งน้ำตา
"สมน้ำหน้า! ฟ้ามีตาจริงๆ! นังตัวซวย แยกบ้านไปวันเดียวก็พาความซวยมาลงที่ตัวเอง ขอให้โจรมันฆ่าให้ตายๆ ไปซะ จะได้ไม่เป็เสนียดจัญไร!"
แม่เฒ่าหลินพนมมือขึ้นฟ้า "สาธุ! เ้าป่าเ้าเขาลงโทษมันแล้ว!"
หารู้ไม่ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่การลงโทษจาก์
แต่เป็การประกาศศักดาของนางพญา ที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล
กลับมาที่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน
หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ หลินซีสั่งให้กู้เหยียนเซิงนอนพัก ส่วนเธอก็เริ่มปฏิบัติการ รีโนเวทบ้าน
"บ้านสกปรกขนาดนี้ อยู่ไปเสียสุขภาพจิตแย่"
เธอยืนอยู่กลางห้อง กวาดตามองผนังดินและหลังคารูโหว่
"ระบบ ขอซื้อวอลเปเปอร์ลายอิฐขาว 3D แบบกันน้ำกันรา แผ่นหลังคาเมทัลชีทบุฉนวนกันความร้อน และชุดเครื่องนอนเกรดโรงแรม 5 ดาว"
เพียงพริบตาเดียว กองวัสดุก่อสร้างก็ปรากฏขึ้น
กู้เหยียนเซิงที่แกล้งหลับอยู่ (แต่แอบหรี่ตามอง) ต้องขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาเห็น เห็นหญิงสาวโบกมือวูบเดียว ผนังดินที่สกปรกก็ถูกปิดทับด้วยผนังสีขาวสะอาดตา หลังคาที่รั่วก็ถูกซ่อมแซมจนมิดชิด
กลิ่นอับหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์
"นี่มัน เวทมนตร์เหรอ?" เขาพึมพำกับตัวเองด้วยความตกตะลึง
ผู้หญิงคนนี้ มีความลับซ่อนอยู่มากเกินไปแล้ว
และเขาก็ยิ่งอยากจะค้นหาความลับนั้นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก
หลินซีหันมาเห็นเขาลืมตาอยู่ ก็ยิ้มหวานหยดย้อย
"ตื่นแล้วเหรอ? ดีเลย ลุกมาช่วยจับมุมผ้าปูที่นอนหน่อยสิ"
กู้เหยียนเซิงส่ายหน้าช้าๆ ทั้งที่มุมปากมีรอยยิ้ม
‘หนีเสือปะจระเข้ หนีนักฆ่ามาเจอนางมาร แต่ดูเหมือนนางมารตนนี้ จะน่ารักกว่าที่คิดแฮะ’
คืนแรกในบ้านร้างแห่งนี้ อาจจะเริ่มต้นด้วยเสียงปืนและกลิ่นคาวเื
แต่มันกำลังจะจบลงด้วยความอบอุ่นและความผูกพันที่เริ่มถักทอขึ้นทีละน้อย
ท่ามกลางกองฟางและปืนไรเฟิล ดอกรักกำลังเริ่มผลิบานอย่างเงียบงัน
