หลี่อันหรานยกถาดน้ำชาเข้ามา แต่แล้วนางก็นึกเื่หนึ่งขึ้นได้ในขณะที่มองเสิ่นอิ๋นหวนจิบชา “ท่านห้ามบอกเื่นี้กับผู้ใดเด็ดขาด คิดเสียว่าไม่เคยรู้มาก่อน หากมีผู้ใดถามก็ให้แสร้งทำทีเป็ร้อนใจเหมือนที่ผ่านมา ไม่ว่าอย่างไรก็ให้คิดเสียว่าโดนขโมยสูตรไปจริงๆ”
เสิ่นอิ๋นหวนพยักหน้าเข้าใจ นางหมดซึ่งความสงสัยในตัวลูกสาว “เ้าวางใจได้ แม่จะทำตามที่เ้าว่า”
ก่อนที่หลี่อันหรานจะนิ่งเงียบไปสักพัก ทว่าอึดใจต่อมาก็นึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้ “ข้ามีเื่ต้องไปจัดการ ท่านพักผ่อนที่บ้านไปก่อน จำไว้ ไม่ว่าผู้ใดมาถามก็ให้ตอบตามที่บอก ต่อให้เป็พวกท่านป้าหวางก็ตาม”
ครั้นกำชับเรียบร้อยแล้ว นางจึงออกจากบ้านไปเพื่อมุ่งหน้าไปยังบ้านของถิงจั่ง พร้อมกันนั้นยังไม่ลืมพกเศษเงินไปด้วย
ทว่าเพิ่งออกจากบ้านเพียงไม่นานก็เห็นเหอชุนฮวาเดินมาจากไกลๆ เดิมทีหลี่อันหรานตั้งใจจะอ้อมไปอีกทาง แต่กลับถูกอีกฝ่ายะโร้องเรียกไว้เสียก่อน
“อันหราน เ้าจะไปที่ใดหรือ?”
หลี่อันหรานปฏิบัติต่อเหอชุนฮวาด้วยความสุภาพ เพราะไม่ว่าอย่างไร อีกฝ่ายก็มีศักดิ์เป็ป้าสะใภ้รองของนาง “ป้าสะใภ้รอง ข้าจะไปสอบถามอะไรบางอย่างกับถิงจั่งเ้าค่ะ”
เหอชุนฮวาพลันเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “จะถามเื่อะไรหรือ?”
หลี่อันหรานกัดริมฝีปากเบาๆ นางอยากตอบเหลือเกินว่า ‘ไม่ใช่เื่ของท่าน’ แต่สุดท้ายก็ตอบกลับไปเพียงว่า “ข้าอยากถามถิงจั่งเื่สูตรน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดที่หายไป นี่มันก็ผ่านมานานแล้ว จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าผู้ใดขโมยไป เื่นี้ทำให้ข้าร้อนใจมากเ้าค่ะ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของข้าด้วยเ้าค่ะ”
เหอชุนฮวาแอบยิ้มเยาะในใจเมื่อได้ยินดังนี้ “เื่นี้ก็สมควรต้องถามจริงๆ นั่นแหละ หากไม่มีสูตรการทำ ความเป็อยู่ของพวกเ้าคงได้กลับไปเป็เหมือนเก่าก่อน”
สีหน้าของเหอชุนฮวาเจือด้วยความเย้ยหยันและกระหยิ่มยิ้มย่องใจ ราวกับมีความสุขมากที่ได้รู้ว่าพวกนางอาจต้องกลับไปมีสภาพความเป็อยู่ที่ยากจนข้นแค้นเหมือนเก่า
หลี่อันหรานขมวดคิ้วโดยพลัน นางไม่อยากเสียเวลาคุยอะไรกับอีกฝ่ายมากนักเพราะรู้สึกสะอิดสะเอียนเหลือเกิน “ป้าสะใภ้รอง เื่นี้ค่อนข้างเร่งด่วน ข้าขอตัวก่อน”
“ได้ๆ รีบไปเถิด ไม่รู้ผู้ใดกันหนอที่ขโมยสูตรไป”
เหอชุนฮวารอจนหลี่อันหรานจากไปแล้วค่อยชำเลืองตามองแผ่นหลังนางอย่างเ็า พร้อมกับพึมพำเสียงเบา “รอดูไปเถอะ รอให้ครอบครัวข้าผลิตน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดสำเร็จ ข้าอยากเห็นนักว่าพวกเ้าจะยังมีที่ยืนในหมู่บ้านอีกหรือไม่”
สิ้นเสียง นางก็เดินบิดเอวกลับบ้านตัวเองด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องใจ
เหอชุนฮวาลงทุนเพื่อทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดไปไม่น้อยเลย นางจ้างคนงานจำนวนหนึ่ง บ้างก็ขึ้นไปเก็บพริกบนูเา บ้างก็ทำน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดตามสูตร แต่แน่นอนว่านางมีการแบ่งขั้นตอนการผลิตเป็สามส่วน
เช่นนี้จะได้ป้องกันไม่ให้คนงานรู้วิธีการทำ นอกจากนี้นางยังรับหน้าที่ปรุงรสด้วยตัวเอง ไม่มีผู้ใดรู้สูตรทั้งนั้น!
นี่จึงเป็สาเหตุที่นางคอยแวะเวียนไปดูขั้นตอนการผลิตทุกวัน จากนั้นจึงใส่เครื่องปรุงตามสูตรที่มีเพียงตัวนางที่รู้
เื่นี้ทำให้นางอิ่มเอมใจทุกวัน มีความสุขจนเผลอฮัมเพลงออกมา
ทุกคืนเป็ต้องจินตนาการถึงภาพที่ตัวเองกลายเป็คนร่ำรวย นางคิดไปถึงขั้นว่าจะหาซื้อบ้านในเมืองและพาทั้งครอบครัวย้ายไปอยู่ที่นั่น จะได้ไม่ทนมองบ้านใหญ่กับบ้านสามให้ขัดหูขัดตาอีก
……
อีกด้านหนึ่ง หลี่อันหรานเร่งเดินทางมาถึงบ้านของถิงจั่งแล้วเข้าไปทำความเคารพเขา
บัดนี้ ถิงจั่งรู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของนางแล้วเช่นกัน ไม่ว่านางจะพูดอะไรก็จะให้เกียรติ ถึงแม้ว่านางจะเป็เพียงสตรีเพศ แต่กลับสามารถพลิกสภาพความเป็อยู่ซึ่งเคยยากจนข้นแค้นให้ร่ำรวยจนไม่เป็สองรองผู้ใดในหมู่บ้าน นับได้ว่าเป็คนมีความสามารถคนหนึ่ง
“วันนี้เ้ามีธุระอะไร?” ถิงจั่งเอ่ยถามหลังจากนั่งลง
หลี่อันหรานนำเงินจำนวนหนึ่งออกมาวางในมือเขาอย่างลับๆ แล้วถอยไปนั่งที่ตัวเอง
ถิงจั่งชั่งน้ำหนักของเงินในฝ่ามือแล้วค่อยเก็บเงินเข้าสู่แขนเสื้อ จากนั้นเลิกคิ้วมองมาทางหลี่อันหรานอีกครั้ง “มีอะไรก็ว่ามาเถิด”
“ถิงจั่ง ท่านเองก็ทราบว่าครอบครัวข้าคอยส่งน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดไปขายในเมืองอยู่ตลอด นอกจากนี้ยังมีชื่อร้านว่า ‘ผลิตภัณฑ์อาหารอวิ๋นเซวียน’ ทุกวันนี้ป้ายโฆษณาของข้ายังติดอยู่บนกระดานประกาศของหมู่บ้านเราอยู่เลย”
ถิงจั่งมีหรือจะไม่รู้เื่นี้? ก่อนหน้านี้เขาเคยอยากฉีกป้ายโฆษณาใบนั้นออก แต่เนื่องจากหลี่อันหรานคอยมอบสิ่งของให้กับพวกเขาไม่น้อย เขาจึงยอมมองข้ามปล่อยให้มันแปะอยู่อย่างนั้น อย่างน้อยมันก็ไม่ได้กระทบต่อผู้ใด
“ข้ารู้เื่นี้ มันมีปัญหาอะไรหรือ?”
“ข้าอยากขอให้ท่านช่วยเรียกคนในหมู่บ้านมารวมตัวกัน เมื่อถึงเวลาข้ามีเื่อยากจะกล่าวกับทุกคน”
ถิงจั่งขมวดคิ้วโดยพลัน เขาไม่เข้าใจเลยว่าหลี่อันหรานคิดจะทำอะไร
หลี่อันหรานกล่าวต่อ “ข้าเพียงแต่จะแจ้งให้ทุกคนทราบว่าน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของบ้านข้าจะใช้ชื่อว่า ‘ผลิตภัณฑ์อาหารอวิ๋นเซวียน’ เท่านั้น หากมีผู้ใดทำขายตามจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกข้า”
ถิงจั่งยังคงไม่เข้าใจนัก “คนในหมู่บ้านรู้อยู่แล้วว่าสินค้าของพวกเ้าใช้ชื่อนี้ จะทำเช่นนี้อีกเพื่ออะไร?”
หลี่อันหรานลุกขึ้นแล้วย่อตัวลงคำนับถิงจั่ง “รบกวนถิงจั่งแล้วเ้าค่ะ”
ถิงจั่งยกมือััเงินใต้แขนเสื้อตัวเองอย่างแ่เบาอีกครั้งแล้วกล่าว “ได้ พรุ่งนี้ข้าจะจัดการประชุมและเรียกทุกคนในหมู่บ้านมารวมตัว ข้ามีเื่ต้องคุยกับทุกคนอยู่พอดี เ้ารอข้าคุยจบแล้วค่อยพูดเื่ของเ้ากับทุกคนแล้วกัน”
หลี่อันหรานได้ยินดังนี้ก็รู้สึกซาบซึ้งใจมาก นางจึงย่อตัวลงแล้วคำนับอีกครั้ง
ทั้งสองคนไม่ได้คุยอะไรกันอีก ก่อนที่หลี่อันหรานจะแยกตัวจากไป
ในเวลาเที่ยงตรงของวันต่อมา ถิงจั่งเรียกทุกคนมารวมตัวกัน คนในหมู่บ้านพบเจอเหตุการณ์จำพวกนี้อยู่บ่อยครั้งจนเคยชิน ทุกคนรู้ตัวว่าต้องมารวมตัวกันที่สี่แยกที่ใหญ่ที่สุดภายในหมู่บ้าน
ถิงจั่งยืนบนตำแหน่งที่สูงมากที่สุดของบริเวณนั้น จากนั้นะโเรียกคนในหมู่บ้าน ผ่านไปครู่หนึ่งจึงกวาดสายตามองโดยรอบคร่าวๆ ครั้นแน่ใจว่าทุกคนมากันเกือบครบแล้วจึงค่อยเริ่มกล่าว “นี่ก็ใกล้ถึง่เก็บเกี่ยวประจำฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ทางราชสำนักจะทำการเรียกเก็บภาษี ประกาศถูกติดอยู่บนกระดาน ผู้ใดอ่านออกก็ลองไปอ่านดู หากอ่านไม่ออกก็อยู่ฟังข้าพูดให้ฟังที่นี่”
ถิงจั่งทำการอ่านประกาศเรียกเก็บภาษีของราชสำนักให้ทุกคนฟัง ชาวบ้านต่างหันไปคุยกันหลังจากฟังจบ
“เหตุใดจึงเก็บภาษีเพิ่มอีกแล้ว ปีก่อนก็เพิ่มมาแต่ยังพอรับได้ ทว่าปีนี้กลับเพิ่มเยอะขนาดนี้ ประชาชนจะอยู่อย่างไร”
