“เ้า...เ้าดูดซับวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับไปแล้วสินะ!” สตรีเยือกแข็งจ้องมองเยี่ยเฉินเฟิงที่พลังพุ่งทะยานสูงด้วยสายตาซับซ้อน ส่งกระแสเสียงไปถามอีกฝ่าย
เพื่อจัดการกับวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ นางยอมเสี่ยงเป็เสี่ยงตายและถูกขังในที่แห้งนี้เป็เวลานานหลายเดือน แต่นางไม่คิดไม่ฝันเลยว่าความพยายามทั้งหมดของนางจะเป็การตัดชุดแต่งงานให้ผู้อื่น[1] อีกทั้งคนผู้นั้นยังมีระดับพลังที่อ่อนด้อยเช่นนี้อีก
“อื้อ วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับหลอมรวมกับร่างกายของข้าแล้ว”
เยี่ยเฉินเฟิงรู้ดีว่าเื่นี้ไม่มีทางปิดบังได้ จึงพยักหน้ายอมรับ เหลือบมองไปทางสตรีเยือกแข็งด้วยสายตาระมัดระวังพร้อมเอ่ยปากตอบ
แม้ว่าเมื่อสักครู่นี้พวกเขาจะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกัน แต่เยี่ยเฉินเฟิงประจักษ์ถึงมูลค่าของวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับเป็อย่างดี จึงเกิดระแวงว่าสตรีเยือกแข็งอาจจะคิดสังหารตัวเองทิ้ง แล้วแย่งชิงต้นเทวะโกลาหลที่กลืนกินวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับเข้าไป
“เ้ารู้บ้างไหมว่าข้ายอมลงทุนลงแรงไปมากมายแค่ไหน เพื่อจัดการกับวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ” สตรีเยือกแข็งจ้องเยี่ยเฉินเฟิงด้วยดวงตาวาววับ เอ่ยถามเสียงต่ำ
“ข้าทราบดี ข้าก็ไม่ได้อยากแย่งชิงวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับมาจากท่านหรอก เพียงแต่ในท้ายที่สุดแล้ววารีทิพย์เหมันต์ลึกลับกลับเลือกที่จะหลอมรวมกับข้า บางทีผู้ที่เป็เ้าของมันอาจจะถูกกำหนดเอาไว้แล้ว และไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์อย่างเราจะเปลี่ยนแปลงได้” เยี่ยเฉินเฟิงผงกศีรษะรับคำและเอ่ยขึ้นอย่างจงใจ
ผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่จะเข้าใจในหลักของเหตุและผล พิถีพิถันกับโอกาสและวาสนา ดังนั้นที่เยี่ยเฉินเฟิงจงใจพูดว่าวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับถูกกำหนดมาให้เป็ของเขา ก็เพื่อที่จะทำให้สตรีเยือกแข็งยอมถอยคนละก้าว
“ถูกกำหนดไว้? วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับไม่ถูกกำหนดมาเพื่อข้าจริงๆ หรือ?”
สตรีเยือกแข็งติดอยู่ในเขตแดนบรรพชนอสูรโลกามาหลายปี ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่อาจข้ามผ่านก้าวสุดท้ายนั้นได้ และกลายเป็ราชันย์แห่งยุคสมัยของทวีปโต้วหุนสักที และวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับก็เป็สิ่งที่สามารถพลิกชะตาให้นางทะลวงผ่านเขตแดนได้
นางเคยคิดเอาไว้ว่าหากตนเองดูดซับวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับได้ ก็จะมีโอกาสสูงมากที่จะข้ามผ่านก้าวสุดท้ายนั้นไปได้ และบรรลุสู่เขตแดนราชันย์อสูรผกผัน
ทว่าในตอนนี้ โอกาสนั้นของนางได้หลุดลอยไปแล้ว และถึงนางจะไม่อาจทำใจยอมรับได้แต่ก็อับจนหนทางไร้ทางแก้ไขอยู่ดี
“กี๊ซ กี๊ซ...”
ในตอนที่สตรีเยือกแข็งกำลังจมอยู่กับความทุกข์ใจ และเยี่ยเฉินเฟิงกำลังคิดหาหนทางหลบหนีอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องชวนให้ขนลุกซู่ดังทะลุผ่านสระน้ำเย็นเฉียบถึงกระดูก และกระทบโสตประสาทของพวกเขาทั้งคู่
“แย่แล้ว นั่นมันปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็ง มันหลุดออกมาได้แล้วหรือเนี่ย”
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นมา สตรีเยือกแข็งก็หน้าเปลี่ยนสีทันที
หากเป็ตอนที่นางอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม นางย่อมไม่หวาดกลัวต่อปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็ง แต่ในยามนี้นางที่ฝืนใช้เคล็ดวิชาลับออกไป กำลังอยู่ในสภาพร่างกายอ่อนแออย่างถึงที่สุด และไม่ใช่คู่ต่อกรของปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งเลยสักนิด
“ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งคือตัวอะไรหรือ?” เมื่อเห็นสีหน้าเผือดสีของสตรีเยือกแข็ง เยี่ยเฉินเฟิงจึงเอ่ยถามอย่างรีบร้อน
“ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งคือิญญาผู้เฝ้าปกป้องวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ มีพลังเทียบเท่ากับยอดฝีมือบรรพชนอสูรลี้ลับระดับสามถึงสี่ สังหารทิ้งได้ยากมาก ไม่กี่เดือนก่อนข้าลงทุนลงแรงไปมากมาย กว่าจะขังมันเอาไว้ในเขตอาคมได้ ไม่คิดเลยว่ามันจะตรวจจับการคงอยู่ของวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับได้ แล้วฝืนทำลายเขตอาคมออกมา ด้วยพลังของข้าในยามนี้ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันแน่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเ้าเลย” สตรีเยือกแข็งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“จะอย่างไรเสียพวกเราก็ต้องลองเสี่ยงกันดูสักตั้ง บางทีหากเราสองคนร่วมมือกันอาจจะมีโอกาสหนีรอดก็ได้” เยี่ยเฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วส่งกระแสเสียงตอบกลับ
“ก็ได้”
สตรีเยือกแข็งพยักหน้ารับคำ นางรู้ดีว่าตัวเองไม่เหลือทางเลือกอยู่แล้ว มีแต่จะต้องเสี่ยงตีฝ่าออกไปเท่านั้น
“อันนี้ข้าให้ท่าน” เยี่ยเฉินเฟิงหยิบเม็ดยาหวนิญญาที่แสนล้ำค่าออกมาจากถุงเอกภพ แล้วยื่นส่งให้สตรีเยือกแข็ง
“ยาหวนิญญา เ้ามียาหวนิญญาด้วยหรือเนี่ย”
เมื่อเห็นเม็ดยาหวนิญญาที่เยี่ยเฉินเฟิงส่งมาให้ สตรีเยือกแข็งก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา และคิดว่าเยี่ยเฉินเฟิงชักจะไม่ธรรมดามากขึ้นทุกทีแล้ว
เพราะว่าเม็ดยาระดับนี้ไม่อาจพบเห็นได้มากนักในท้องตลาด ตัวนางเองยังมีเก็บไว้เพียงสองเม็ดเท่านั้น แล้วก็ใช้หมดไปั้แ่ก่อนหน้านี้แล้วด้วย
สตรีเยือกแข็งรีบกลืนยาหวนิญญาลงท้อง และััได้ถึงพลังอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายได้ทันที พลังิญญาที่แทบจะแห้งเหือดของนางก็ได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
“ไปกันเถอะ”
เมื่อััได้ว่าพลังิญญาของตนเองฟื้นคืนมาอย่างรวดเร็วแล้ว สตรีเยือกแข็งก็ทำการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด รีบว่ายขึ้นไปยังบริเวณผิวน้ำของสระน้ำที่เย็นเฉียบ
“มาแล้ว!”
ในตอนที่พวกเยี่ยเฉินเฟิงเร่งความเร็วในการว่ายจนเกือบจะถึงผิวน้ำอยู่แล้วนั้น ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งที่ราวกับสร้างตัวตนขึ้นมาจากน้ำแข็ง ร่างกายส่วนล่างที่พลิ้วไหวอย่างว่องไวไร้สองขา องค์ประกอบบนใบหน้าชัดเจน มีเขาวัวสองข้างงอกอยู่บนศีรษะก็ทลายผิวน้ำในสระ และแทรกซึมเข้าไปภายในสระน้ำอันหนาวเหน็บ พุ่งเข้าประชิดพวกเขาทั้งสองด้วยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัว
“วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ ผนึกเยือกแข็ง”
เมื่อปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งเข้ามาใกล้ เยี่ยเฉินเฟิงก็รีบควบคุมต้นเทวะโกลาหลให้ปลดปล่อยพลังของวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับออกมาจากร่างกาย และเยือกแข็งน้ำในสระตรงหน้าของพวกเขา กักขังปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งเอาไว้ภายในก้อนน้ำแข็งทั้งอย่างนั้นเลย
เสี้ยววินาทีที่ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งถูกเยือกแข็ง สตรีเยือกแข็งก็เผยสีหน้าขมขื่นออกมาเล็กน้อย นางคิดไม่ถึงเลยว่าเยี่ยเฉินเฟิงไม่เพียงหลอมรวมกับวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับเท่านั้น แต่ยังควบคุมมันมาใช้ในการจู่โจมได้ด้วย
ทำให้นางเข้าใจผิดกันไปใหญ่ว่าวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับยอมรับเยี่ยเฉินเฟิงเป็นายของมันแล้ว
แต่ในยามนี้นางไม่มีเวลามานั่งคิดเล็กคิดน้อยหรอก นางยกกระบี่เอกภพสุริยันจันทราขึ้นฟาดฟันเงากระบี่ที่ทับซ้อนกันออกไปเป็สาย ทลายก้อนน้ำแข็งและตัดเฉือนร่างกายของปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็ง ร่างของมันถูกฟันจนเกิดเป็รอยแผล
“เ้าพวกมนุษย์น่ารังเกียจ พวกเ้าจงตายไปซะ”
เมื่อหน้าอกถูกฟันจนเป็แผล ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งก็พูดภาษามนุษย์ออกมาพร้อมจิตสังหารที่คุกรุ่น ไอเย็นแต่ละสายพรั่งพรูออกมาจากร่างของมัน ก่อนจะพุ่งใส่พวกเยี่ยเฉินเฟิงราวกับอุกกาบาต
“ทำลาย!”
เมื่อเห็นไอเย็นพุ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วสูง สตรีเยือกแข็งก็ขบกรามแน่นและทะยานเข้าใส่มันโดยตรง หยิบยืมพลังอันแกร่งกล้าของกระบี่เอกภพสุริยันจันทรา ตัดทำลายไอเย็นเ่าั้จนแตกกระจาย
“พรวด!”
หลังจากทำลายการโจมตีของปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งไป อาการาเ็ของสตรีเยือกแข็งก็ทรุดหนักกว่าเดิม เืสดๆ พวยพุ่งออกมาจากปากของนาง สาดกระจายจนแดงไปทั่วสระน้ำ
“วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ ผนึกเยือกแข็ง”
แม้ว่าพลังที่แท้จริงของเยี่ยเฉินเฟิงจะก้าวหน้าขึ้นจนเมื่อก่อนเทียบไม่ติด และสามารถะเิพละกำลังได้ถึงหนึ่งแสนสองหมื่นจิน แต่ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งน่ากลัวเกินไป เขาไม่มีทางรับมือกับมันโดยตรงได้เลย ทำได้เพียงควบคุมวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับให้ผนึกปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งไปเรื่อยๆ
“ไปเร็ว!”
เสี้ยวพริบตาที่ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งถูกผนึกในก้อนน้ำแข็ง เยี่ยเฉินเฟิงและสตรีเยือกแข็งก็พุ่งทะยานราวกับลูกธนูที่ยิงออกจากคันศร โผทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ข้ามผ่านปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งและเข้าใกล้ผิวน้ำของสระน้ำเย็นะเื
“พวกมนุษย์โสโครกต่ำช้า จงคืนวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับมา”
เมื่อถูกวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับผนึกบ่อยครั้งเข้า ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งที่โกรธเกรี้ยวจนสติหลุด จึงะเิพลังที่ทำให้คนรู้สึกอึดอัดหายใจลำบากออกมาจากร่าง ทำลายผนึกน้ำแข็งจนแตกกระจายและไล่ล่าตามทั้งสองคนไปอย่างรวดเร็ว
“กระบวนท่ากระบี่สูงสุด!”
ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งเข้าใกล้มาทีละนิด เยี่ยเฉินเฟิงจึงะเิพละกำลังมหาศาลออกมาอย่างฉับพลัน แล้วใส่ลงไปในกระบี่หนักพานหลงเพื่อให้อักขระช่วยเพิ่มพูนพลัง ตัดแยกน้ำในสระอันหนาวเหน็บและฟันใส่ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งที่ติดตามมาอย่างไม่ลดละ
“เพล้ง!”
น้ำในสระที่สั่นกระเพื่อมอย่างรุนแรงถูกเยี่ยเฉินเฟิงใช้กระบี่ตัดขาด คลื่นกระบี่ที่มีพลังของอำนาจกระบี่ พละกำลังหนึ่งแสนสองหมื่นจินและ พลังของวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับตัดเฉือนร่างกายของปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งอย่างโเี้ บนหน้าอกของมันปรากฏรอยแผลโดนฟันเป็รอยที่สอง ทำให้ความเร็วในการไล่ล่าของมันลดช้าลง
“เป็พลังโจมตีที่แข็งแกร่งมาก”
สตรีเยือกแข็งตะลึงในพลังอำนาจกระบวนท่ากระบี่ของเยี่ยเฉินเฟิงมาก นางคิดว่าพลังอำนาจในการตวัดกระบี่ของเขา แทบจะเทียบเคียงกับยอดฝีมือจอมพลอสูรโลการะดับหก แล้วยังมีพลังของอำนาจกระบี่ที่นักกระบี่ทุกคนถวิลหาแม้ยามหลับฝันอีก
“ผนึกเยือกแข็งหนึ่งร้อยลี้”
เมื่อเห็นว่าพวกเยี่ยเฉินเฟิงกำลังจะออกไปจากสระน้ำอันหนาวเหน็บได้แล้ว ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งจึงปลดปล่อยปราณเหมันต์ไร้ที่สิ้นสุดออกมาจากร่าง แช่แข็งร่างของพวกเยี่ยเฉินเฟิงในทันที
ครู่ต่อมา ปีศาจหิมะคีรีเยือกแข็งผู้โเี้ก็ทะลุผ่านชั้นน้ำแข็งชั้นแล้วชั้นเล่า เข้าประชิดตัวพวกเยี่ยเฉินเฟิงอย่างรวดเร็ว เตรียมจะโจมตีปลิดชีพพวกเขาให้สิ้นลมหายใจอยู่ ณ ที่แห่งนี้ และ่ชิงวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับกลับมาอีกครั้ง
---------------------------------------------------
[1] ทนทำงานลำบากมากมายแต่คนอื่นกลับได้ผลประโยชน์ไป
