ภายในราชวังใต้ดิน มีร่างเงาร่างหนึ่งวิ่งออกมา ผมยาวปลิวไสวไปตามลม ฝีเท้าของเขากระทืบลงพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ร่างพุ่งทะยานออกไปไกลหลายสิบจ้าง
ิญญามิงค์ะโเกาะแขนเสื้อของเขาแน่น ตัวห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ พร้อมกับส่งเสียงร้องกี้กี้ดังลั่น
ด้านหลังมีเื่ที่น่ากลัวเกิดขึ้น หินจำนวนมากถล่มลงมา ที่พื้นดินเกิดรอยแตกร้าวเป็ทางยาว พลังที่น่าหวาดกลัวไล่หลังพวกเขามาจากส่วนลึกอย่างรวดเร็ว
ร่างเงาสีดำเดินออกมาจากพลังหยิน หอกาในมือชี้ไปข้างหน้าด้วยความเร็วสุดขีด ทุกเส้นทางที่มันวิ่งผ่านไปปรากฏรอยแตกร้าวขึ้นยาวเป็ทาง
ในใจของเต้าหลิงร้อนรนราวกับถูกไฟเผา เขาััได้ถึงพลังน่ากลัวที่ไล่หลังเข้ามา คลื่นพลังทั่วร่างของเขาเดือดขึ้น ฝ่าเท้ากระทืบลงพื้นพุ่งทะยานไปข้างหน้า จะต้องหนีออกไปให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นได้ตายอยู่ที่นี่แน่
เต้าหลิงพุ่งกระโจนเข้าไปข้างในถ้ำโบราณอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาเข้ามาในถ้ำ ตัวถ้ำก็เริ่มทรุดลงไป ก้อนหินก้อนใหญ่ตกลงมาจากข้างบน
“ให้ตายสิ” เต้าหลิงขบฟันกรอดด้วยความเ็ป เขาถูกหินขนาดใหญ่หล่นทับเข้าที่หลัง มุมปากมีเืไหลออกมา หินจำนวนมากตกลงมาที่พื้น
เต้าหลิงอุ้มิญญามิงค์ พลางวิ่งหนีออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว เขาไม่กล้าที่จะก้าวพลาดแม้แต่ครั้งเดียว ไม่คิดเลยว่าที่นี่จะมีุ์ที่น่ากลัวขนาดนี้อยู่
หินยังคงตกลงมาสู่พื้นถ้ำอย่างต่อเนื่อง ถ้ำโบราณใกล้จะถล่มลงมา เขาไม่รู้ว่าโดนหินตกใส่ไปแล้วกี่ก้อน เต้าหลิงกระอักเืออกมา ััได้ว่าพลังน่ากลัวที่อยู่ข้างหลังเริ่มไล่ตามเข้ามาติดๆ แล้ว
“โฮก” เสียงร้องคำรามะเิดังออกมา คลื่นเสียงกระจายไปทั่ว ทำให้ถ้ำโบราณสั่นไหว
คล้ายกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังต่อสู้กันอยู่ข้างหลัง พลังที่น่ากลัวทั้งสองปะทะเข้าด้วยกันจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ถ้ำโบราณนี้ใกล้จะถล่มลงมาเต็มทนแล้ว มวลอากาศบิดเบี้ยวรุนแรง ภาพที่เกิดขึ้นช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน
“นั่นมันอะไรกัน” สีหน้าเต้าหลิงดูไม่ปกติ เขาวิ่งออกมาหยุดอยู่ที่ต้นผ่านจิต เหงื่อไหลออกมาท่วมหลังพลางกล่าวพึมพำว่า “ในเหมืองโบราณนั่นมีสิ่งชั่วร้ายอยู่จริงๆ เพราะอย่างนั้นสัตว์อสูร์จึงตายอยู่ที่นั่นหรือ”
เต้าหลิงเกาหัว ภายในใจรู้สึกสับสนเป็อย่างมาก ทว่าในตอนนี้การหนีออกไปจากที่นี่จึงจะเป็สิ่งที่สำคัญที่สุด ความลับบางอย่างก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเข้าไปล่วงรู้ได้
“กี้กี้” ิญญามิงค์ดึงขากางเกงของเต้าหลิง เล็บเล็กชี้ออกไปพลางร้องลั่น
“เ้าจะเอามันไปด้วยงั้นหรือ” เต้าหลิงหันไปมอง เมื่อเห็นิญญามิงค์พยักหน้า เต้าหลิงก็เดินไปดึงต้นไผ่ออกมา
เต้าหลิงถอนรากถอนโคนต้นไผ่ออกมาจนหมด เขาใช้สายตามองมันด้วยความประหลาดใจ ตอนที่เขาดึงมันขึ้นมา ดูเหมือนกับไม่มีอะไร ทว่ากลับต้องใช้แรงดึงมากกว่าที่คิด
“หรือว่ามันจะถูกบ่มเพาะจนกลายเป็ของล้ำค่าไปเสียแล้ว” เต้าหลิงเม้มปาก พลางรีบเก็บต้นไผ่ลงไปแล้ววิ่งออกไปข้างนอกในทันที ที่นี่มันไม่ปกติแล้ว ถ้าไม่มีพลังมากพอก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปข้างในได้
หลังจากที่ออกมาไกลพอสมควรแล้ว เต้าหลิงรู้สึกใจชื้นขึ้นมา เขาไม่ได้หนีต่ออีก ทว่ากลับเจอถ้ำรกร้างถ้ำหนึ่ง ภายในนั้นคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเื เดาว่าน่าจะเป็รังของสัตว์อสูร
เขาได้รับาเ็หนักแสนสาหัส เพราะหินเมื่อครู่ที่ตกทับลงมา ในตอนนั้นเขาเกือบจะจมอยู่ใต้กองหินแล้ว แต่โชคดีที่ร่างกายของเขาแข็งแกร่ง ถ้าเป็ผู้อื่นเดาว่าคงจะถูกทับจนกระดูกแหลกเป็ฝุ่นไปแล้ว
เขานั่งขัดสมาธิลงพลางดูดซับพลังงานฟ้าดิน กล้ามเนื้อที่เสียหายเริ่มฟื้นฟูกลับมา พลังที่อ่อนนุ่มแทรกซึมไปยังาแบริเวณหลัง จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืน ดวงตาทั้งสองของเขาก็เปิดขึ้น
“จะต้องรีบแล้ว พรุ่งนี้ก็จะครบกำหนดเวลาสอบ ถึงข้าจะได้ตราเข้าสอบมามาก แต่มีคนที่เข้าร่วมการสอบตั้งสามพันกว่าคน อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีสักห้าร้อยเหรียญตราถึงจะได้ ตอนนี้ยังขาดอยู่อีกนิดหน่อย”
ั์ตาของเต้าหลิงฉายแสงออกมา สุดท้ายแล้วสายตาของเขาก็มองไปที่ิญญามิงค์ด้วยความสงสัย จากนั้นสีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง ิญญามิงค์กำลังหลับสนิท ขนปุกปุยของมันปลดปล่อยแสงล้ำค่าออกมา พลังภายในร่างได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
“มันกินเืสัตว์อสูร์เข้าไป” สายตาของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะกล่าวพึมพำออกมา “หรือว่าเ้านี่กับสัตว์อสูร์จะมีต้นกำเนิดเดียวกัน”
ในเืของสัตว์อสูรบางชนิดอุดมไปด้วยพลังที่รุนแรงทำให้ไม่สามารถหล่อหลอมได้โดยตรง แต่ว่าตอนนี้ิญญามิงค์ได้หล่อหลอมมันลงไปแล้ว อีกทั้งยังเป็เืของสัตว์อสูร์ นั่นทำให้เขาแทบไม่อยากเชื่อ หากมันดูดซับเืสัตว์อสูร์ไปแล้ว พลังของมันจะต้องเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
เต้าหลิงเกาหัว พลางสังเกตการเปลี่ยนแปลงของิญญามิงค์อย่างละเอียด เขาััได้ว่าพลังภายในร่างของิญญามิงค์กำลังถูกปลุก ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะหลับสนิทเช่นนี้อีกนานเท่าไร แต่คิดว่าจะต้องใช้เวลาไม่น้อยแน่
จากนั้น เขาก็นั่งขัดสมาธิลง ภายในมือปรากฏเืสีดำสนิทหยดหนึ่ง หลังจากที่ขบคิดสักพัก เขาก็กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจว่า “เืนี้น่าจะเป็ธาตุหยิน หากหล่อหลอมมันสำเร็จ ร่างกายของข้าก็จะมีธาตุหยินและหยาง ถ้าเป็เช่นนั้นข้าก็จะสามารถฝึกฝนฝ่ามือหยินหยางได้”
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าฝ่ามือหยินหยางมีพลังอานุภาพที่น่ากลัวมากน้อยเพียงใด แต่เขาก็สามารถััได้ถึงความลึกลับของวิชาฝ่ามือนี้ ตอนนี้เขาหยั่งรู้วิชานี้ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าฝึกฝนได้สำเร็จ พลังอานุภาพของมันจะต้องน่ากลัวอย่างมากแน่ หากเป็เช่นนั้นเขาก็จะได้สุดยอดวิชามหาอำนาจที่เอาไว้ใช้ป้องกันตัวได้อีกวิชาหนึ่ง
เืสัตว์อสูร์แล่นเข้าสู่ร่างกาย เต้าหลิงสั่นสะท้าน ร่างกายเหมือนกับกำลังจะถูกแช่แข็ง ฟันของเขากระทบกันจนมีเสียงดังกึกกึก
เสียงสวดคัมภีร์วิชาสยบฟ้าดังขึ้นมา พลังลึกลับประกายออกมาภายในร่างเป็ระลอกๆ เกิดการกระทำที่น่ากลัวขึ้นในร่างของเขา พลังงานหยกดำถูกเปิดออก มันปลดปล่อยแสงสว่างล้ำค่า ก่อนที่จะซึมเข้าไปในร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง
พลังงานบริสุทธิ์ทะลักออกมาทั่วร่างของเต้าหลิง บริเวณศีรษะเปล่งแสง์สว่างจ้า คลื่นพลังที่น่ากลัวะเิออกมา ทำให้ถ้ำสั่นะเื
ความแข็งแกร่งนี้เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าของเขาดูไม่ดีนัก เขาประเมินระดับพลังของเืสัตว์อสูร์ต่ำไป ในตอนนี้พลังภายในร่างของเขาเปี่ยมล้นจนถึงขีดสุด เหมือนกับว่ามันอัดแน่นจนจะะเิออกมา
ทุกๆ เส้นพลังหยกดำอุดมไปด้วยพลังบริสุทธิ์ที่เหมือนกับสายน้ำขนาดใหญ่ มันไหลเวียนไปทั่วร่างของเขา กระดูกภายในร่างสั่นะเื จนเกิดเสียงดังกรอบแกรบลั่นออกมา
“หล่อหลอม” เต้าหลิงแผดเสียงคำรามต่ำ คัมภีร์วิชาสยบฟ้าเริ่มรวดเร็วและรุนแรงขึ้น กล้ามเนื้อแต่ละมัดส่องแสงออกเพื่อดึงเอาพลังบริสุทธิ์ราวกับสายน้ำขนาดใหญ่นั้นมาหล่อหลอมเข้าไปในร่าง
กระดูกทุกชิ้น กล้ามเนื้อทุกมัด สั่นไหวภายใต้การท่องคัมภีร์ของวิชาสยบฟ้า เืสัตว์อสูร์ค่อยๆ หายไป ปราณที่แกร่งกล้าได้บีบอัดพลังนี้เข้าไปในร่าง เพื่อเริ่มเปิดพลังศักยภาพ
พลังศักยภาพแข็งแกร่งขึ้น พลังบริสุทธิ์ราวกับสายน้ำถูกหล่อหลอมด้วยความเร็วจนถึงขีดสุด ทั่วร่างของเขาปกคลุมไปด้วยเมฆที่มีแสงเรืองรอง ดูแล้วศักดิ์สิทธิ์เป็อย่างมาก ภายในร่างเต็มได้วยพลังที่น่าตกตะลึง
เปรี้ยงเปรี้ยง
มีเสียงฟ้าร้องดังขึ้นที่ท้อง นิมิตสีทองที่น่ากลัวผ่าฟาดลงมาทำลายทุกสรรพสิ่ง
พลังบริสุทธิ์จำนวนมหาศาลถูกเต้าหลิงดูดซับเข้าไปหล่อหลอม ในขณะที่ฟ้าสางผิวทั่วร่างของเขาก็เปล่งแสงออกมา โอบล้อมไปด้วยแสง์ ร่างกายส่องแสงระยิบระยับเหมือนกับเซียนที่นั่งขัดสมาธิอยู่ พลังภายในร่างไหลเวียนไปมาอย่างบ้าคลั่ง
เหมือนกับแม่น้ำยาวสายใหญ่พุ่งทะลักออกมา พลังภายในร่างของเขาร้อนแผดเผายิ่งขึ้น ทั้งยังแฝงไว้ด้วยคลื่นพลังชีวิตที่เปี่ยมล้น
เืสัตว์อสูร์น่ากลัวมาก เวลาหนึ่งค่ำคืนที่ผ่านไป เขาก็ได้เปิดพลังศักยภาพจำนวนมากขึ้น พลังกายะเิพุ่งขึ้นมาหลายเท่าตัว
เต้าหลิงรู้สึกว่าตนได้เข้าไปสู่ระดับขั้นพลังที่น่ากลัวเข้าให้แล้ว ในตอนนั้นกล้ามเนื้อของเขาได้เปลี่ยนไป หมัดทั้งสองกำแน่น พลังภายในเืไหลพล่านแล้วะเิพลังที่รุนแรงออกมา
เสียงฟ้าร้องสั่นะเืลั่นไปทั่ว หากมองทอดออกไปจะเห็นว่า ทั่วทั้งถ้ำได้ถูกพลังทำให้ทรุดตัวลงมา หินจำนวนมากกระเด็นกระจัดกระจายไปทั่ว เมฆบนท้องฟ้าสั่นะเืตามแรงพลัง
ร่างเงาสีทองร่างหนึ่งเดินออกมา ผมยาวปลิวไสว แขนเสื้อสะบัดไปมา แสงสว่างปกคลุมไปทั่วร่าง เผยให้เห็นใบหน้าละอ่อน
เต้าหลิงเอาิญญามิงค์ใส่ไว้ในกระเป๋าหนังสัตว์อสูร พลางพุ่งทะยานออกไปจากที่นี่
ในพื้นที่เขตสิบวุ่นวายเป็อย่างมาก ผู้คนกลุ่มใหญ่เดินออกมาจากในป่า แต่ละคนต่างมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก
โอกาสที่จะสอบตกนั้นสูงมาก บนพื้นระหว่างทางเดินเต็มไปด้วยศพจำนวนไม่น้อย เืไหลอาบทั่วพื้นดิน ไม่รู้ว่ามีคนต้องตายไปกี่คน
เต้าหลิงมาถึงเขตพื้นที่หนึ่งที่เต็มไปด้วยซากศพ สายตาของเขามองไปที่าแ มีทั้งที่ถูกเผาจนไหม้เกรียม มีทั้งที่ถูกกรงเล็บตะปบ เดาว่าน่าจะถูกสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งทำร้าย
“เดาว่าตอนนี้ตราเข้าสอบน่าจะถูกยอดฝีมือแย่งชิงไปหมดแล้ว หากคิดแย่งก็คงจะยาก” เต้าหลิงกล่าวพึมพำออกมาในใจ ถึงแม้ว่าพลังของเขาจะเพิ่มขึ้นมามากแล้ว แต่ถ้าเทียบกับยอดฝีมือขั้นสถิติญญา ถือว่ายังห่างกันอีกมาก ทั้งสองขั้นพลังนี้ไม่อาจจะเอามาเปรียบเทียบกันได้เลย
ในขณะที่เต้าหลิงกำลังเดินเข้าไปข้างในนั้น ก้อนเมฆบนท้องฟ้าก็พลันสั่นไหว จากนั้นก็แตกสลายออกเป็ผุยผง มีเปลวเพลิงสีแดงบินโฉบลงมา เปลวเพลิงแผดเผาคุโชนทั่วพื้นที่ ทะเลสาบที่อยู่บนพื้นดินระเหยขึ้นไปจนแห้งผาก
ก้อนหินะเิออก ปรากฏร่างของวิหคเพลิงตัวหนึ่งบินอยู่กลางอากาศ ดวงตาสีแดงเพลิงจ้องไปที่เต้าหลิงด้วยความเ็า
“มันนั่นเอง วิหคเพลิง” เต้าหลิงกำหมัดแน่น มันก็คือสัตว์อสูรโบราณที่ยังโตไม่เต็มวัย ซึ่งเขาเคยเห็นมันมาแล้วก่อนหน้านี้ที่เมืองชิงโจว เย่วิ่นเองก็เตือนเขาเอาไว้ว่าห้ามไปต่อสู้กับมันอย่างเด็ดขาด
วิหคเพลิงกระพือปีก มวลอากาศแหลกสลาย ทั่วร่างโอบล้อมไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานก่อนที่มันจะแผดเสียงคำรามดังออกมา
“เ้ามนุษย์ เ้าไม่เลวเลย เป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตสิบที่ข้าเคยเห็นมา”
เต้าหลิงมองไปที่มันแล้วกล่าวขึ้นว่า “เ้าคิดจะทำอะไร”
“ในตอนนี้ข้ายังขาดข้ารับใช้อยู่ขอแค่เ้ามากับข้า ภายภาคหน้าเ้าก็จะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทุกแว่นแคว้น” วิหคเพลิงยื่นข้อเสนอ มันไม่อยากจะฆ่าเขา เพราะมันรู้สึกว่าในภายภาคหน้าเต้าหลิงจะมีชื่อเสียงยิ่งใหญ่
“ข้าเองก็ขาดข้ารับใช้เหมือนกัน งั้นเป็เ้าก็แล้วกัน” เต้าหลิงกล่าวขึ้นพลางชี้ไปที่มัน
“เ้าว่าไงนะ” วิหคเพลิงตะลึงไปชั่วขณะ มันคิดว่าฟังผิดไป ด้วยสถานะของมันที่เป็สัตว์อสูรโบราณและบารมีของตระกูลวิหคเพลิง อัจฉริยะจากตระกูลต่างๆ ต่างก็อยากได้ข้อเสนอนี้กันทั้งสิ้น แต่ทว่าเขากลับ้าให้มันไปเป็ข้ารับใช้
วิหคเพลิงโกรธมาก สายตาเ็าของมันมองไปที่เต้าหลิงอย่างเหยียดหยาม มันไม่คิดเลยว่าคนคนนี้จะหาญกล้ามากถึงขนาดนี้ เดาว่าคงไม่รู้ถึงพลังอานุภาพของสัตว์อสูรโบราณอย่างนั้นสินะ คงจะต้องสั่งสอนเขาให้รู้สำนึกหน่อยแล้ว!
