เหอชุนฮวามีหรือจะยอมก้มหัวให้หลี่อันหราน แต่ตอนนี้นางมีความผิดอยู่สองกระทง ไม่ว่ากระทงใดก็มีโทษทั้งสิ้น
ทว่ายามที่ตกอยู่ในความยากลำบาก บางครั้งคนเราก็ต้องยอมถอยบ้าง สุดท้ายแล้วนางก็ต้องอดกลั้นความหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเองและเดินไปหาหลี่อันหรานพร้อมรอยยิ้มกระอักกระอ่วน “อันหราน ป้าสะใภ้รองผิดเอง เ้าอย่าถือสาเลยนะ ป้าไม่ควรหยิบของของบ้านเ้า…”
“ขโมยต่างหาก! ท่านขโมยสูตรของบ้านข้า” หลี่อันหรานะโเสียงดัง สายตาที่ชำเลืองมายังพวกป้าสะใภ้รองเจือด้วยความเย็นะเื
เหอชุนฮวาได้แต่กัดฟันข่มอารมณ์ “ใช่ๆ ป้าสะใภ้รองผิดเอง เ้ายกโทษให้ป้าสะใภ้รองเถิด ปล่อยให้เื่นี้ผ่านไปและอย่าได้ถือสาหาความกันอีกเลย ที่วันนี้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เพราะป้าต้องทำบางอย่างผิดหรือใส่อะไรผิดเป็แน่ เ้าช่วยคิดหาวิธีหน่อยเถิด หากผ่านเื่นี้ไปไม่ได้ป้าคงต้องคิดคุกแล้วจริงๆ”
หลี่อันหรานเห็นว่าอีกฝ่ายยอมลดท่าทีมาขอร้องตัวเองก็รู้สึกสะใจนัก แต่จะให้ปล่อยผ่านไปง่ายๆ แบบนี้ก็คงจะไม่ใช่เสียทีเดียว
นางอยากสั่งสอนเหอชุนฮวาให้หลาบจำ อีกฝ่ายจะได้เลิกทำนิสัยใช้อำนาจบาตรใหญ่
“ป้าสะใภ้รอง แม้ท่านจะพูดแบบนี้แต่ข้าก็ทำอันใดมิได้อยู่ดีเ้าค่ะ ข้าช่วยเื่นี้ไม่ได้จริงๆ ข้าไม่รู้ว่าท่านใส่อะไรลงไปบ้าง” หลี่อันหรานขมวดคิ้วพร้อมกับแสร้งทำเป็จนปัญญากับเื่นี้เหลือเกิน
ตอนที่คุยกับถิงจั่งก่อนหน้านี้ พวกนางได้ทำการเล่าทุกอย่างให้ถิงจั่งฟังไปแล้ว ถิงจั่งเสนอให้พวกนางมาหาหลี่อันหราน หากแม้แต่หลี่อันหรานก็ช่วยแก้ไขอะไรไม่ได้เช่นนั้นเกรงว่าคงต้องนำไปให้ทางการตัดสิน
แน่นอนว่าเหอชุนฮวาไม่อยากติดคุก ด้วยเหตุนี้จึงให้หลี่จั่งพามาหาหลี่อันหราน
นึกไม่ถึงว่าหลี่อันหรานจะตอบแบบนี้ เหอชุนฮวาได้แต่หน้าซีดเผือดและตื่นตระหนกโดยพลัน “แต่ว่า... แต่ว่าข้าใส่ทุกอย่างตามสูตรของเ้าจริงๆ ไม่ได้เพิ่มอะไรทั้งนั้น เ้า… เ้าจะทำแบบนี้ไม่ได้! ปัญหามันอยู่ที่สูตรของเ้าชัดๆ”
“ป้าสะใภ้รอง ผู้ใดจะมั่นใจได้กันว่าท่านใส่อะไรบ้าง! แค่ท่านบอกว่าไม่ใส่ก็คือไม่ใส่แล้วหรือ?”
เหอชุนฮวาลนลานมาก แต่ไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร “ไม่ ข้าไม่ได้ใส่ ข้าไม่ได้ใส่อะไรผิดแน่นอน” นางเริ่มอ้ำๆ อึ้งๆ เมื่อเห็นว่าแม้แต่หลี่จั่งก็มองมายังตัวเองด้วยความสงสัย “เ้า… เ้าลองทำตามสูตรให้ข้าดูสิ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าของที่เ้าทำออกมาจะไม่มีปัญหา”
หลี่อันหรานแค่นเสียงหัวเราะเย็นเยียบ “น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดที่ข้าทำขายอยู่ทุกวันก็ตรงตามสูตร จะมีปัญหาได้อย่างไร?” ครั้นเห็นว่าเหอชุนฮวายังคงไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจ จึงหันไปเอ่ยกับหลี่จั่งแทน “หากพวกท่านไม่เชื่อก็ไปตามถิงจั่งมาได้เ้าค่ะ”
หลี่จั่งรู้ดีว่าเื่นี้พวกเขาเป็ฝ่ายกระทำผิดก่อน เกรงว่าหลี่อันหรานจงใจเล่นตัวมากกว่า
เขารีบเกลี้ยกล่อมนาง “ป้าสะใภ้รองของเ้าสำนึกผิดแล้ว เ้าปล่อยนางไปเถิด ยามนี้ชาวบ้านหลายคนกำลังทรมาน เื่ขโมยสูตรค่อยมาคุยกันวันหลังก็ยังไม่สาย ตอนนี้แก้ไขเื่นี้ก่อนเถิด”
หลี่อันหรานฟังแล้วเกิดลังเลใจขึ้นมา ตอนนี้ควรต้องเป็ห่วงชาวบ้านก่อนจริงๆ อย่างที่หลี่จั่งว่า
“ได้เ้าค่ะ ข้ายอมฟังท่านลุงรอง แต่ข้าต้องคุยกับถิงจั่งก่อน จบเื่นี้แล้วข้า้าการรับผิดชอบอย่างสมน้ำสมเนื้อ”
หลี่จั่งตอบตกลงหลี่อันหรานจึงไม่ได้พูดอะไรอีก นางตามพวกเขาไปยังบ้านของชาวบ้านเ่าั้ อาการของพวกเขาที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เป็เื่จริงดังหลี่จังว่า
หลี่จั่งจ่ายเงินจำนวนไม่น้อยเพื่อซื้อยามารักษาพวกเขา ทั้งที่ควรอาการดีขึ้นภายในสองชั่วยามแต่กลับไม่เป็เช่นนั้น
ยามที่หลี่อันหรานมาถึง ถิงจั่งยังคงอยู่ที่นี่ ชาวบ้านรอบข้างมารวมตัวกัน สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปเมื่อเห็นหลี่อันหราน
นางสาวเท้ายาวๆ เข้าไปคารวะถิงจั่ง “ถิงจั่ง ข้าทราบเื่ที่เกิดขึ้นแล้วเ้าค่ะ สูตรนี้เป็สูตรของข้าจริง แต่ข้าไม่ทราบจริงๆ ว่าระหว่างการทำมีการใส่อะไรลงไปบ้าง ไร้หนทางจะแก้ไขเื่นี้เ้าค่ะ”
มีชาวบ้านฟังแล้วเริ่มร้องไห้ออกมา
ถิงจั่งพลันขมวดคิ้ว “ข้าบอกให้ป้าสะใภ้รองของเ้าไปคุยกับเ้าแล้วมิใช่หรือ? นางไม่ได้บอกหรือว่าใส่อะไรบ้าง?”
หลี่อันหรานตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ “นางเล่าให้ฟังระหว่างมาที่นี่แล้วเ้าค่ะ ทุกอย่างตรงตามสูตร แต่หากเป็เช่นนั้นจริง น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะที่ผ่านมาครอบครัวข้าก็ทำออกมาขายตั้งมากมาย”
นางยังพูดไม่ทันจบก็มีคนลุกออกมาชี้หน้าะโใส่ “อย่าไปฟังนาง ถึงอย่างไรพวกนางก็เป็ครอบครัวเดียวกัน เป็สกุลหลี่ด้วยกัน ต้องพูดเข้าข้างกันอยู่แล้ว”
เหอชุนฮวาที่อยู่ด้านข้างได้ยินหลี่อันหรานกล่าวดังนี้ก็เกิดความมั่นใจ นางหันไปโต้ตอบชาวบ้านผู้นั้นทันที “เ้าหุบปากไป อันหรานพูดถูกแล้ว พวกเ้าไม่เคยกินน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของพวกนางหรือ? ไม่แน่ว่าเื่นี้จะไม่ใช่ความผิดของข้าด้วยซ้ำ พวกเ้าคงไปกินสิ่งที่ไม่ควรกินมาแล้วโยนความผิดให้ข้ามากกว่า”
ชาวบ้านรอบข้างเริ่มถกเถียงกัน ทุกคนต่างกังวลใจว่าจะไม่มีผู้รับผิดชอบเื่นี้ หากคนในครอบครัวของตัวเองเป็อะไรไปขึ้นมาและไม่มีผู้รับผิดชอบจะทำอย่างไร
ทันใดนั้นเอง ถิงจั่งตบโต๊ะตะเบ็งเสียงด้วยความโมโห “พวกเ้าเงียบก่อน ห้ามผู้ใดพูดทั้งนั้น อันหรานยังพูดไม่ทันจบก็คาดเดากันไปต่างๆ นานาแล้ว ตราบใดที่ข้ายังอยู่ที่นี่ ไม่ต้องกังวลว่าเื่นี้จะไม่ได้รับการแก้ไข”
พูดจบแล้วก็หันไปมองหลี่อันหราน “เ้าพูดต่อได้”
หลี่อันหรานพยักหน้าเล็กน้อย “ป้าสะใภ้บอกว่าทำทุกอย่างตามสูตร แต่ข้าไม่ได้เห็นเองกับตา นอกจากนี้นางยังมีการใส่วัตถุบางอย่างด้วยตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกรู้สูตร มีเพียงตัวนางที่รู้ว่าวัตถุดิบพวกนั้นมีอะไรบ้าง ดังนั้น ข้าไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่นางพูดเป็ความจริงเ้าค่ะ”
เหอชุนฮวาก้าวออกมาทันที “หลี่อันหราน นี่เ้ากล่าวหาป้าสะใภ้รองของตัวเองหรือ?”
“ข้าเพียงแต่พูดความจริงก็เท่านั้น” หลี่อันหรานตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
ถิงจั่งค่อยๆ สูดลมหายใจเข้า ในขณะที่เหอชุนฮวาหันไปทะเลาะกับชาวบ้านรอบข้างอีกรอบ เขาพิจารณาเหตุการณ์นี้โดยละเอียด นอกจากนี้ยังหันไปมองหลี่อันหรานเป็ครั้งคราวด้วย
เขาพบว่าสีหน้าของนางไม่ไหวติงแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นยังดูสนใจกับการโต้เถียงกันของคนอื่นๆ
ถิงจั่งพาหลี่อันหรานออกจากห้องมาที่ลานบ้าน เขาหันกลับไปมองคนที่กำลังโต้เถียงภายในห้องอีกครั้งก่อนจะถามนางอย่างใจเย็น “ที่เ้าพูดเมื่อครู่เป็ความจริงหรือ?”
หลี่อันหรานกะพริบตาปริบ ท่าทีไร้เดียงสายิ่งนัก “ต้องจริงอยู่แล้วเ้าค่ะ ข้าจะกล้าพูดปดได้อย่างไร”
“สูตรที่ใช้เป็สูตรในการทำน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดของบ้านเ้าจริงหรือ?”
“จริงเ้าค่ะ ข้าเป็ผู้เขียนออกมาด้วยตัวเอง ย่อมจำได้อยู่แล้ว” นางตอบด้วยความมั่นใจ
ถิงจั่งพลันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “หากนี่เป็ความจริง เช่นนั้นเหอชุนฮวาคงยากที่จะรอดพ้นความผิด ผู้ใดใช้ให้นางแกว่งเท้าหาเสี้ยนกันล่ะ ขโมยสูตรของบ้านเ้าไปแล้วแต่กลับใช้ไม่เป็”
ระหว่างที่พูด เขาคอยจับสังเกตสีหน้าของหลี่อันหรานไปด้วย
