ณ ดอกโบตั๋นั์
กู่ฉินมองกระดานหมากล้อมแห่งความตาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
เขาเห็นกู่ไห่ะโลงไปในหุบเขา แล้วคนก็หายไป กลายเป็เม็ดหมากโปร่งใส จากนั้นไม่นาน หนึ่งในเม็ดหมากล้อมโปร่งใสก็แตกสลาย
“เม็ดหมากข้างๆ นายท่านแตก... มันถูกนายท่านสังหารอย่างนั้นหรือ?”
“หมากโปร่งใสแตกอีกแล้ว นายท่านสังหารอีกหนึ่ง!”
“คราวนี้หมากสิบเม็ดแตกในเวลาเดียวกัน นายท่านสังหารสิบคนในครั้งเดียว!”
“แย่แล้ว! หมากโปร่งใสทั้งหมดมารวมตัวกันที่เม็ดหมากของนายท่าน พวกมันต้องมารุมนายท่านแน่!”
“เราจะทำอย่างไรกันดี?”
กลุ่มคนโฉดต่างก็กังวล เพราะเป็ห่วงนายของตน แต่ไม่นานนักพวกเขาก็ต้องผงะ
“การแตกกระจายของเม็ดหมากโปร่งใสเพิ่มขึ้น พวกเขาถูกสังหารหมู่หรือนี่?”
“เหมือนกับที่สำนักซ่งเจี่ย... ถูกล่าสังหาร?”
“มีมากกว่าสามหมื่นตน เขาสามารถฆ่าพวกมันด้วยตัวคนเดียวอย่างนั้นหรือ?”
“โอ้! คราวนี้หนึ่งร้อย… หมากแตกไปอีกหนึ่งร้อยเม็ด!”
“นี่คือการเกี่ยวข้าวสาลีหรืออย่างไร?”
มีครึ่งอสูรอยู่มากมาย แต่ไม่มีใครเลยที่สามารถหยุดยั้งกู่ไห่ได้ พวกเขาเห็นหมากล้อมโปร่งใส ค่อยๆ แตกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปทีละเม็ดๆ
แววตาของกู่ฉินเต็มไปด้วยความยินดี... ตอนนี้พ่อบุญธรรมกำลังสังหารศัตรูอย่างดุเดือด นี่ใช้เวลาไปมากขนาดไหน? หมากห้าร้อยเม็ดแตกหมดแล้วหรือ? นานแค่ไหนแล้ว ที่พ่อบุญธรรมไล่สังหารครึ่งอสูรกลุ่มนั้น?
กู่ฉิน กลุ่มคนโฉด และผู้ฝึกตนมากมาย ต่างให้ความสนใจกับการปรากฏตัวของกู่ไห่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาได้ทำลายเม็ดหมากเ่าั้ไป ความบ้าดีเดือดเช่นนี้ ได้รับความสนใจจากผู้คนโดยรอบเป็อย่างมาก
ตอนแรก เมื่อเห็นว่ากู่ไห่กลายเป็เม็ดหมากโปร่งใส เหล่าผู้ฝึกตนต่างก็ก่นด่าและเอ่ยวาจาหยามเหยียด ก่อนจะค่อยๆ สงบปากคำ แล้วเริ่มแสดงอาการตกตะลึง จากนั้นก็เปลี่ยนเป็ถูกความกลัวเข้าครอบงำจิตใจในที่สุด
“น่ากลัวมาก กู่ไห่เป็คนฆ่าเม็ดหมากเ่าั้หรือ? เพียงคนเดียว ก็สังหารปีศาจไปมากกว่าแปดร้อยตน?”
“แม้ข้าจะไม่อาจมองเห็นสถานการณ์ในโลกของหมากล้อมได้ แต่มันต้องเป็เพราะกู่ไห่แน่... หมากเม็ดนั้นคือกู่ไห่!”
“โศกนาฏกรรมที่สำนักซ่งเจี่ยเคยประสบ กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างนั้นหรือ?”
“คราวนี้ กู่ไห่จะต้องสังหารคนกว่าสามหมื่นคน... นี่มันมารร้ายชัดๆ! ไม่รู้ว่าฝึกฝนมาได้อย่างไร?”
“คนมากกว่าสามหมื่นคนนั้น ส่วนใหญ่เป็ศิษย์ของสำนักหมู่ตาน หากกู่ไห่ฆ่าพวกเขาทั้งหมดจริงๆ เ้าคิดว่ากู่ไห่จะทำลายห้าสำนักใหญ่บนเกาะจิ๋วหวู่ทั้งหมด เพียงคนเดียวได้อย่างนั้นหรือ?”
“พรรคต้าเฟิง เขาก็ทำลายไปแล้ว! สำนักชิงเหอ ถูกกวาดล้างทั้งหมด! สำนักซ่งเจี่ยก็ถูกกำจัดเช่นกัน! สำนักติงหลงก็ด้วย! แล้วนี่สำนักหมู่ตานก็กำลังจะถูกทลายเช่นเดียวกันอย่างนั้นหรือ? เขาคือผู้ขจัดทั้งห้าสำนัก... ไม่มีใครเทียบกู่ไห่ได้อีกแล้วในยามนี้!”
“มารร้ายกู่ไห่! เ้านั่นอันตรายมาก เป็มหันตภัยจริงๆ… โชคดีนัก ที่ข้าไม่ได้เข้าไปขวางทางเขาก่อนหน้านี้!”
“ใช่แล้ว! ก่อนหน้านี้ พวกเ้ายังคิดที่จะเข้าไปขวางกู่ไห่มิใช่หรือ? เห็นนั่นไหม?... แตกกระจายเป็เสี่ยงๆ!”
เมื่อมองไปยังเม็ดหมากที่แตกออกเป็เสี่ยงๆ ผู้คนมากมายต่างก็แสดงสีหน้าพรั่นพรึง ความน่าครั่นคร้ามของพญามารกู่ไห่ ได้ซึมลึกเข้าไปในจิตใจของทุกคนแล้วในยามนี้
...
ภายในหมากล้อมแห่งความตาย
ณ หุบเขาที่กู่ไห่กำลังยืนอยู่ ตอนนี้กระบี่โลหิตเพิ่มพลังกู่ไห่ให้สูงขึ้นอย่างเต็มพิกัด ส่วนกระบี่เจวี๋ยเซิงก็ส่งพลังมาให้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ฆ่าๆๆๆ!
กู่ไห่ฟาดฟันกระบี่ทั้งสองออกไป ใต้เท้าของเขาในยามนี้ เต็มไปด้วยสีขาวจากซากกระดูก จากนั้นไม่นาน หมากล้อมก็เริ่มปริแตกและสลายหายไปมากถึงสองหมื่นเม็ด
ระหว่างการสังหารหมู่ สภาพศพที่เรียงรายอยู่ใกล้ๆ ทำให้กลุ่มคนครึ่งอสูรต่างพากันหวาดกลัวอย่างถึงขีดสุด
ด้วยพลังของกระบี่เจวี๋ยเซิง ภาพของหัวกะโหลกนับไม่ถ้วนที่เข้ากัดกินคน กลายเป็ฝันร้ายที่ยิ่งทำให้ครึ่งอสูรเหล่านี้รู้สึกสะพรึงกลัวมากยิ่งขึ้น
“ผู้าุโ... ช่วยด้วย!” คนครึ่งอสูรกล่าว พลางวิ่งหนีไปไกล
“กลับมาเดี๋ยวนี้!” ฟู่เสวี่ยที่ถูกจับ ะโสั่ง
“ไม่! ผู้าุโ… ไม่เอาแล้ว… ข้าไม่สู้แล้ว!” คนครึ่งอสูรร้องด้วยความหวาดผวา ก่อนจะวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต
“ฮึ่ม!” ฟู่เสวี่ยแค่นเสียง
ตูม!
เพียงเสี้ยววินาที ร่างของคนครึ่งอสูรที่กำลังหลบหนี พลันะเิเป็จุณ กลายเป็หมอกโลหิตฟุ้งกระจายเต็มท้องฟ้า ไม่เหลือแม้แต่ซากศพให้เห็น
ใครคือผู้ที่เปลี่ยนให้พวกเขาเป็อสูร? ทุกคนย่อมตระหนักได้ทันที เช่นนั้นแล้ว ผู้าุโก็สามารถฆ่าพวกเขาได้เหมือนกัน
“หากกล้าถอยหนี ร่างเ้าก็จะะเิและตายทันที ดังนั้น ข้าจะให้ทางรอดแก่พวกเ้า ไปสังหารกู่ไห่ให้ข้าเสีย!” ฟู่เสวี่ยคำราม
“ฆ่า!”
เมื่อไร้ซึ่งทางเลือก คนครึ่งอสูรจึงจำต้องสู้ พวกเขาหันกลับไปเผชิญหน้า และพุ่งเข้าใส่กู่ไห่อีกครั้ง มีกระบี่มากเช่นนี้ ย่อมสามารถแทงอีกฝ่ายได้แน่
แต่กู่ไห่ก็มีกระบี่เช่นกัน อีกทั้งกระดูกของเขาจะเปลี่ยนไปทันที เมื่อถูกกระบี่ทิ่มแทง กระดูกโลหะเ่าั้ก็จะโผล่ออกมาปกป้องร่างของเขา
ตึง!
คมกระบี่นับร้อยถูกสกัดกั้นโดยกระดูกโลหะ
“หึ!”
ตอนนี้ กู่ไห่มีกระดูกโลหะจำนวนมากอยู่บนร่าง มันแนบติดตัวเขา ราวกับชุดเกราะ
“ตายเสียเถอะ!” กู่ไห่กล่าวเสียงเย็น
กลุ่มคนครึ่งอสูรต่างะโหนี ไม่ได้เข้ากลุ้มรุมกู่ไห่เช่นก่อนหน้า นั่นเป็เพราะมีเกราะโลหะปกป้องร่าง ทำให้เขาไม่เกรงกลัวการโจมตีใดๆ จึงทะยานเข้าใส่กองทัพอสูรโดยพลัน
“อ๊าก!!”
ตูมๆ!
ทันใดนั้น ปีศาจร่างใหญ่ก็ถูกฟันจนขาดออกเป็สองท่อน ก่อนที่จะถูกปราณสีดำที่เต็มไปด้วยหัวกะโหลกขนาดเล็ก เคลื่อนเข้ากัดแทะอย่างบ้าคลั่ง
ตูมๆ!
ร่างของอสูรผู้โชคร้าย ถูกกินจนเหลือเพียงกระดูก ที่ร่วงลงไปกองกับพื้นเบื้องล่าง สีขาวของกระดูกแผ่กระจายเป็วงกว้าง เหมือนผ้าปูพื้นขนาดใหญ่ก็ไม่ปาน มันกองทับถมกันจนเป็เนินขนาดเล็ก
ไม่ไกลนัก เจียวหลงที่กำลังพยายามดิ้นรน แสดงสีหน้าหวาดหวั่น
“เป็ไปไม่ได้ นี่มันกระบี่อะไรกัน? มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?” ฟู่เสวี่ยมองกู่ไห่ ความสะพรึงกลัวฉายผ่านแววตาอย่างปิดไม่มิด
ตูมๆ!
กองกระดูกสีขาวหม่นแผ่ขยาย พร้อมกระบี่โลหิตที่พุ่งไปทั่วบริเวณ ควันสีดำฟุ้งกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ ท่ามกลางฝูงชนอันหนาแน่น การสังหารหมู่จึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พริบตา มนุษย์ครึ่งอสูรมากกว่าแปดพัน ตอนนี้ได้กลายเป็กองกระดูกไปเสียแล้ว
ความโเี้ของการสังหารหมู่ในครั้งนี้ ล้วนอยู่ในสายตาของผู้ฝึกตนที่กำลังเฝ้ามองจากภายนอกทั้งสิ้น พวกเขาต่างรู้สึกขวัญผวากับภาพที่เห็นอย่างบอกไม่ถูก แม้แต่ฟู่เสวี่ยที่ถูกแหวนักักขังเอาไว้ ก็ยังพรั่นพรึงต่อความตายที่กำลังใกล้เข้ามา
จากเหตุการณ์นี้ ทำให้ครึ่งอสูรบางคน สูญเสียความกล้าในการต่อสู้ไปหมดสิ้น บ้างก็ถึงกับร่างสั่นเทา ดวงตาแดงก่ำ แต่ไม่ว่าอย่างไร กู่ไห่ก็เป็เช่นเครื่องบดเนื้อขนาดมหึมา ที่ไล่สังหารผู้คนอย่างต่อเนื่อง
ฆ่าๆๆๆ!
พวกกู่ฉินที่คอยมองจากข้างนอก พากันกลั้นหายใจ มองไปที่หมากโปร่งใสเม็ดหนึ่งที่อยู่กลางเวหา ก่อนที่หมากตัวนั้นจะะเิไม่มีชิ้นดี
“คุณชายใหญ่ หมากโปร่งใสหนึ่งหมื่นสองพันเม็ด แตกเป็เสี่ยงๆ หมดเลยหรือ?” หนึ่งในกลุ่มคนโฉดเอ่ยถาม พลางลอบกลืนน้ำลาย
เหตุใดนายท่านถึงได้น่ากลัวกว่าทุกครา
ครั้งสุดท้าย ที่สังหารศิษย์สำนักซ่งเจี่ยห้าหรือหกพันคน เขาใช้เวลาสองหรือสามวันมิใช่หรือ? แต่นี่มีคนมากกว่าหนึ่งหมื่นคน กลับใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป? เป็ไปได้อย่างไร? นายท่านทำได้อย่างไร?
การต่อสู้ภายในโลกของหมากล้อม
เจียวหลงรู้สึกกลัวจับใจ เมื่อมองไปยังภาพตรงหน้า ร่างของเขาบิดไปมาอย่างบ้าคลั่ง ้าที่จะพาตัวเองหนีไปจากการจับกุมนี้ ขณะเดียวกัน ก็ะโสั่งให้คนใต้อาณัติเข้าโจมตีกู่ไห่ เพราะหากไม่สามารถจัดการกับกู่ไห่ได้ ก็จะเป็เขาที่จะตกอยู่ในอันตราย ส่วนคนที่คิดหนี เขาก็จะะเิให้แหลกเป็จุณ
การตายของครึ่งอสูร ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่สามารถเข้าถึงตัวกู่ไห่ได้ ก็จะถูกโจมตีโดยเกราะกระดูกโลหะ
“อัก!”
เจียวหลงคำรามลั่น พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะยกแหวนัขึ้นไปให้พ้นร่างของตน
“ทำไม? ทำไมวงแหวนันี่ จึงได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้กับเผ่าของข้า? ข้าไม่เข้าใจ... ข้าไม่ยอม!” ฟู่เสวี่ยคำรามก้อง
ตูม!
ปากของเจียวหลงกัดลงบนแหวนั หวังจะทำลายมันให้แตก
“ฮึ่ม!”
แหวนัเปล่งแสงสีทองพร่างพราว ใบหน้าของเจียวหลงแสดงความกราดเกรี้ยวขึ้นเรื่อยๆ รู้ดีแก่ใจ ว่าไม่สามารถทำลายมันได้ เพราะความแข็งแกร่งของตนนั้น ไม่อาจเทียบกับพลังของแหวนัได้เลย แต่หาก้าที่จะมีชีวิตอยู่ เขาก็ต้องทำลายมันทิ้งให้ได้!
“ซ่งเซิงผิง สิ่งที่เ้าทำ มันมิได้ทำให้ข้ารู้สึกดีแม้แต่น้อย ต่อให้เ้าตายไปแล้วก็เถอะ!” เจียวหลงกัดลงบนแหวนัเต็มแรง พลางสบถอย่างนึกแค้นใครบางคน
แหวนัถือกำเนิดขึ้นในราชวงศ์ซ่ง เดิมทีมันถูกสร้างขึ้นเพื่อมอบให้กับหัวหน้าสำนักซ่งเจี่ย โดยได้รับความร่วมมือในการสร้างจากเผ่าั แหวนันี้ จะสามารถนำพาความรุ่งเรืองมาสู่ผู้ถือครองได้
แต่ตอนนี้ มันกลับถูกกู่ไห่นำมาใช้เพื่อทำร้ายเขา!
ยิ่งแค้นเท่าใด เจียวหลงก็ยิ่งกัดมันเต็มแรงมากขึ้น
หลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม
แครก!
จู่ๆ ก็เกิดรอยร้าวขึ้นบนแหวนั
“แหวนักำลังจะแตก... มันกำลังจะแตก!” เจียวหลงกล่าวอย่างยินดี เพราะรับรู้ได้ถึงแรงกดทับบนร่างที่อ่อนกำลังลง
“ดีจริงๆ!” จู่ๆ เสียงเยือกเย็นก็ดังขึ้นในหูของเขา ใบหน้าของเจียวหลงเปลี่ยนไป พลางหันไปมองรอบตัว
เห็นเพียงกู่ไห่ในชุดเกราะสีเงินรัดรูป ในมือทั้งสองถือกระบี่เปื้อนเืเอาไว้ ดวงตาคมมองมายังเขาด้วยความสายตาเรียบเฉย
“แล้วคนอื่นๆ เล่า?” ฟู่เสวี่ยถามเสียงแ่
เมื่อหันศีรษะไปมองโดยรอบ ก็พบว่าอสูรใต้อาณัติมากกว่าสามหมื่นตน ยามนี้ได้กลายเป็กองกระดูกขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังของกู่ไห่ ภาพที่เห็นนั้น ดูราวกับทะเลกระดูก
“ไม่ต้องมองหา ข้าสังหารพวกมันไปจนสิ้นแล้ว พลังของเหล่าอสูรได้สะสมอยู่ในร่างของข้า ช่างน่าอึดอัดยิ่งนัก พลังที่อัดแน่นเหล่านี้ สร้างความเ็ปให้แก่ร่างกายข้า... นี่สินะ! ที่คนมักจะคอยเตือนอยู่เสมอ ว่าอย่าฝืนเข้าสู่พลังระดับแก่นทองคำ!” กู่ไห่พ่นเืข้นๆ ออกมา ก่อนเอ่ยเสียงแ่
“เ้าฆ่าหมดแล้วหรือ? จะเป็ไปได้อย่างไร? พวกมันมีมากกว่าสามหมื่นตน!” เจียวหลงแสดงสีหน้าใ แทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง
“ต่อไปก็ถึงคราวเ้าแล้ว... ฟู่เสวี่ย!” กู่ไห่พูดเสียงเย็นะเื
“กู่ไห่ เหตุใดเ้าถึงต้องสังหารข้า? เ้ากับข้า เรามีศัตรูคนเดียวกัน เราร่วมมือกันได้ ข้าจะยอมจำนนต่อเ้า!” ท่าทีของเจียวหลงพลันเปลี่ยนไป เมื่อเห็นท่าไม่ดีเขาจึงยื่นข้อเสนอ และวิงวอนอีกฝ่าย
กู่ไห่ส่ายหน้าปฏิเสธ พลางกล่าว “ในครั้งนั้น ข้าได้สังหารหัวหน้าสำนักชิงเหอ เพื่อปลดปล่อยเขาให้เป็อิสระ แต่ท้ายที่สุด ข้าก็ถือได้ว่าเป็ผู้มีความกตัญญูรู้คุณผู้หนึ่ง ดังนั้นข้าย่อมจะแก้แค้นให้กับเขา ส่วนเ้า ที่เป็คนทำร้ายเขา จงอย่าได้ร้องขอความเมตตาจากข้า!” ว่าแล้ว กระบี่ทั้งสองก็พุ่งแทงไปยังร่างของฟู่เสวี่ยอย่างรวดเร็ว
“โฮก!” ฟู่เสวี่ยคำรามลั่นด้วยความโกรธ
เพราะแหวนั ร่างของเขาจึงไม่สามารถขยับได้
ตูม!
ฟู่เสวี่ยพยายามกัดลงไปบนแหวนัอีกครั้ง แต่ครานี้ เขากัดมันอย่างสิ้นหวัง
แครกๆ!
ทันใดนั้น ก็ปรากฏรอยแตกร้าวเพิ่มขึ้นจำนวนมากบนวงแหวนั และลามไปทั่วตัวเรือนทองคำอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าเขาจะพยายามอย่างเต็มที่ในการทำลายแหวนั แต่ก็ไม่อาจหยุดคมกระบี่ที่กำลังเข้าโจมตีของกู่ไห่ได้
ตูม!
ไอสีดำพุ่งตรงไปยังาแ หัวกะโหลกจิ๋วนับไม่ถ้วนพุ่งเข้ากัดกินฟู่เสวี่ยอย่างบ้าคลั่ง
“อ๊าก!”
ตูมๆ!
ร่างของฟู่เสวี่ยบิดไปมา ทว่าปากของเขากลับยังคงกัดแหวนัอย่างไม่ลดละ แม้ว่าตอนนี้ตัวเขาจะถูกปกคลุมไปด้วยควันสีดำก็ตาม
ตูมๆๆๆๆๆๆๆ
ท่ามกลางปราณสีดำ เจียวหลงดิ้นรนอย่างสุดชีวิต แล้ววงแหวนัก็ปลดปล่อยลำแสงสีทองเส้นสุดท้ายออกมา
“ฮึ่ม!”
ตูม!
แหวนัแตกเป็เสี่ยงๆ ก่อนจะะเิออก ร่างของฟู่เสวี่ยที่ได้รับแรงะเิก็ถูกฉีกเป็ชิ้นๆ เช่นกัน
ภายในความมืดของกลุ่มควันสีดำ มีเสียงร้องโหยหวนของฟู่เสวี่ยดังออกมา
ฟู่!
ฟู่เสวี่ยกระโจนออกจากกลุ่มควันสีดำ แต่ตอนนี้ร่างของเขากลับไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ร่างเจียวหลงขนาดใหญ่ ยามนี้แทบจะเหลือเพียงโครงกระดูก เมื่อเืเนื้อถูกฝูงกะโหลกจิ๋วกัดแทะ ยังคงมีบางส่วนที่เหลือเนื้อติดอยู่บ้าง แต่ก็ช่างน้อยนิด
“อ๊าก!”
เสียงร้องโหยหวนครั้งสุดท้ายของเจียวหลงดังขึ้น
ฟู่!
หมอกสีดำเคลื่อนเข้าปกคลุมมันอีกครั้ง หัวกะโหลกนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าไปกัดกิน จากนั้นไม่นาน กลุ่มควันหมุนวนสีดำก็หายไป พร้อมๆ กับเสียงร้องของเจียวหลงที่ขาดหาย ควันสีดำทั้งหมด เคลื่อนกลับเข้าไปในกระบี่ของกู่ไห่เช่นเดิม
“แค่กๆๆๆ!”
กู่ไห่ไอออกมา พลางเหลือบมองกระดูกงูยาวบนพื้น ด้วยสายตาเ็า
“พลังของฟู่เสวี่ยยังคงน่ากลัว แม้จะสิ้นชีพไปแล้วก็ตาม... เมื่อไม่สามารถเลื่อนระดับพลังได้ ด้วยพลังมหาศาลขนาดนี้ ทำให้ข้าแทบหายใจไม่ออก อึดอัดเหลือเกิน!” ใบหน้าของกู่ไห่เหยเกเล็กน้อย เมื่อรู้สึกเ็ปภายในร่างกายของตน
“หือ?” ท่าทีของกู่ไห่เปลี่ยนไป
หลังจากที่แหวนัแตกออก มันก็กลายเป็หมอกและสลายตัวไป อย่างไรก็ตาม กระแสหมอกอันหมุนวน ได้ทิ้งบางสิ่งที่คล้ายผลึกสีขาวเอาไว้
ฟึ่บ!
พลัน ผลึกสีขาวก็ลอยเข้าไปผสานกับผลึกที่หว่างคิ้วของกู๋ไห่
ฟึ่บ!
สองผลึกผสานกัน กลายเป็ผลึกขนาดใหญ่
ภายในหว่างคิ้วของเขา ผลึกสีขาวที่อยู่ใต้หมากดำ คือผลึกที่ได้มาจากท่านผู้เฒ่า เมื่อครั้งที่กู่ไห่ได้ทำลายแผ่นหยกที่ใช้สร้างค่ายกลหมากยี่สิบแปดเส้น[1] ส่วนผลึกอีกชิ้นหนึ่งนี้ ก็มาจากแหวนัอย่างนั้นหรือ?
“ผลึกนี้? มันคงไม่ใช่ชิ้นส่วนหมาก์ของท่านผู้เฒ่าใช่หรือไม่?” สีหน้าของกู่ไห่เปลี่ยนไปทันที
“เช่นนั้น หมากดำที่พาข้ามายังโลกนี้ ก็ไม่ใช่อาวุธวิเศษชิ้นที่เก้าของใต้หล้าหรอกหรือ? ส่วนหมาก์ที่แท้จริง ได้ถูกท่านผู้เฒ่าแยกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย และนำไปซ่อนไว้ในอาวุธวิเศษอื่นๆ ที่ท่านผู้เฒ่าได้ทิ้งเอาไว้?” สีหน้าของกู่ไห่แปรเปลี่ยนอีกหน
“ผู้เฒ่าท่านนี้ แม้ตัวจะตายจากไป แต่ยังคงทิ้งปริศนาเอาไว้มากมายจริงๆ!” ใบหน้าของกู่ไห่เต็มไปด้วยความหดหู่
หากเป็คนอื่น คงจะดีใจมาก เพราะนี่เป็ถึงชิ้นส่วนของหมาก์ แต่สำหรับกู่ไห่ เขากลับพยายามที่จะหลบหลีกไปมา ราวกับมันเป็งูหรือแมงป่องกระนั้น
ฟู่!
กู่ไห่สูดลมหายใจลึก พลางสงบสติอารมณ์ และระงับความรู้สึกไม่สบายกายเอาไว้ในใจ ก่อนหันไปมองยอดเขาที่อยู่ไกลออกไป
บัดนี้ ผู้คนบนยอดเขาได้หายไปนานแล้ว
กู่ไห่เลิกคิ้วขึ้น “แล้วคนล่ะ?”
ตอนที่มาถึงครั้งแรก เขายืนอยู่ในระยะไกล... ไม่สิ! น่าจะเป็เพราะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับหลงหว่านชิง คนพวกนี้จึงถูกควบคุมและจากไป
กู่ไห่สูดหายใจลึกๆ เก็บกระบี่ เปลี่ยนเสื้อผ้าและะโออกไป
เมื่อกู่ไห่จากไป กลุ่มผู้ฝึกตนมากมายที่คอยดูจากพื้นที่ภายนอกต่างก็เกิดอาการสั่นเทา ในตอนนี้หมากโปร่งใสหายไปจนหมดสิ้น ไม่มีเหลือแม้แต่เม็ดเดียว ครึ่งอสูรกว่าสามหมื่นคนถูกสังหารโดยกู่ไห่?
นอกดอกโบตั๋นั์ ผู้ฝึกตนทั้งหลายต่างก็รู้สึกหวาดกลัว
“เ้ามารร้ายกู่ไห่!”
“ยังดีที่ข้าไม่ได้ขวางเขา!”
“ตอนนี้ ใครจะกล้าสร้างปัญหาให้ตาเฒ่าผู้นี้อีก?”
ทว่า ทุกคนที่อยู่ด้านใน กลับตื่นเต้นต่อสิ่งที่เห็น
“หมากโปร่งใสทั้งหมดแตกออกเป็เสี่ยงๆ นายท่านฆ่าคนไปมากกว่าสามหมื่นคน สังหารทุกคนเลยอย่างนั้นหรือ?”
“ร่างแยกของนายท่าน หมากโปร่งใสเม็ดนั้น เปลี่ยนไปเป็หมากสีทอง?”
“ข้าเข้าใจแล้ว! นายท่านกำจัดหมากโปร่งใสไปหมดแล้ว ร่างแยกของเขาจึงกลายเป็สีทอง แสดงว่านายท่านได้ถือครองหมากสีทอง ที่ควบคุมเม็ดหมากโปร่งใสอย่างนั้นหรือ?”
“นายท่านกลายเป็ผู้เล่นหมากแล้ว!”
“พ่อบุญธรรมได้กลายเป็ผู้เดินหมากอย่างนั้นหรือ?” กู่ฉินกล่าวพลางยิ้มกว้างอย่างดีใจ
----------------------------------------------
[1] แผ่นหยกที่ใช้สร้างค่ายกลหมากยี่สิบแปดเส้นนั้น ท่านอรหันต์เหลียนเซิงเป็ผู้ค้นพบในสระิญญา ณ หุบเขาไร้โศก ที่ดินแดนแรกสาบสูญ และมอบให้กู่ไห่ ทำให้กู่ไห่ได้ผลึกสีขาวขนาดเล็กชิ้นแรกมา พร้อมกับวิชาค่ายกลหมากยี่สิบแปดเส้น (ความเดิมตอนที่ 38 และ 43)