ฮั่วเสี่ยวเหวินทำตามที่สวีเถียนบอกคือ ปิดประตูให้สนิท ภายในบ้านมีแค่โต๊ะ เตียงและเก้าอี้สองตัว เรียบง่ายว่างเปล่ามาก ทำให้ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้สึกเหมือนอยู่กำลังอยู่ในคุก
อยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวนมาสองวัน ขณะที่กำลังจะคิดว่าไม่มีอะไรแล้ว จู่ๆ ประตูบ้านก็ถูกเคาะ พูดให้ถูกคือโดนถีบ
‘ตึง ตึง ตึง’ เกิดเสียงดังครั้งแล้วครั้งเล่า หัวใจของฮั่วเสี่ยวเหวินเต้นเร็วตามจังหวะ เคาะประตูรุนแรงขนาดนี้คงเป็หยางเสวียเหวินไม่ผิดแน่
“ใครน่ะ?” ฮั่วเสี่ยวเหวินลองถามออกไป เสียงเธอเบามาก และมีความสั่นเนื่องจากหวาดกลัว
คนด้านนอกไม่ตอบ แต่ฮั่วเสี่ยวเหวินมั่นใจว่าอีกฝ่ายได้ยินที่เธอถาม เพราะตอนเธอถาม เสียงถีบประตูหยุดไปสองสามวินาที จากนั้นตามมาด้วยเสียงถีบที่รุนแรงกว่าเดิม
‘โครม’ มีเสียงไม้หักดังขึ้น ฮั่วเสี่ยวเหวินใหน้าซีด แย่ล่ะ เขาคงทำสลักประตูพังแล้วแน่ๆ
ขณะที่เธอกำลังลังเลว่าจะออกไปดูดีหรือไม่ ชายคนหนึ่งที่ถือขวานก็พุ่งเข้ามา
ฮั่วเสี่ยวเหวินใล้มลงบนเตียง เธอมองหยางเสวียเหวินพร้อมกับเอ่ยปากขอร้องว่า “คุณอาหยาง ฉันขอร้อง อย่าฆ่าฉันเลย”
แต่หยางเสวียเหวินเหมือนไม่ได้ยินอย่างไรอย่างนั้น เขาพุ่งตรงมาที่ฮั่วเสี่ยวเหวินโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว แล้วยกขวานเล่มคมพาดบนไหล่เธอ
ขวานเหล็กบนไหล่หนักและเย็นมาก ฮั่วเสี่ยวเหวินรู้ดีว่าหากขยับตัวเพียงเล็กน้อยจะถูกเขาฆ่าทันที
เมื่อความตายใกล้เข้ามา ฮั่วเสี่ยวเหวินกลับรู้สึกกลัวน้อยลง ก็แค่ตายไม่ใช่หรือ? มีอะไรต้องกลัวกัน?
ให้กำลังใจตัวเองเช่นนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินจึงค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลง หยางเสวียเหวินดูเหมือนจะไม่ได้้าฆ่าเธอในทันที เขาจ้องหน้าฮั่วเสี่ยวเหวินเขม็ง เสมือน้าชื่นชมความกลัวบนใบหน้าของเธอ
“คุณอาหยาง ฉันไม่ได้ฆ่าเสี่ยวซวี่จริงๆ นะคะ คุณจะฆ่าฉันไม่ได้”
หยางเสวียเหวินแสยะยิ้ม “เธอไม่ได้ฆ่า?”
ขวานขยับเข้าใกล้คอมากขึ้นแทบจะััโดนิั ความเย็นยะเยียบแผ่ซ่านจากคอไปทั่วลำตัว เขาถามขึ้นว่า “หากไม่ใช่เธอ จะให้เป็ฉันหรือไง?”
ได้ยินประโยคนี้ฮั่วเสี่ยวเหวินไร้ซึ่งความหวังใดๆ อีก
หยางเสวียเหวินเปลี่ยนไปแล้ว เขากลายเป็คนพาลไม่ฟังเหตุผล ในตัวเขามีเชื้อของความบ้าคลั่งอยู่ วันนี้ไม่ได้มาหาเธอเพื่อล้างแค้น แต่มาเพื่อระบายอารมณ์ต่างหาก
“เสี่ยวเหวิน เสี่ยวเหวิน อยู่บ้านหรือเปล่า?” จังหวะนี้เองมีเสียงของผู้หญิงดังมาจากด้านนอก
เมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ฮั่วเสี่ยวเหวินรีบะโขึ้นแบบไม่สนใจอะไรทั้งนั้น “คุณน้าหวางช่วยด้วย!”
หยางเสวียเหวินยกขวานออกจากไหล่เธอ จากนั้นมุ่งตรงไปค้นของไปทั่วบ้าน ไม่สนใจเสียงะโด้วยความร้อนรนด้านนอก
ไม่นานหยางเสวียเหวินก็นำเชือกของกระสอบเข้ามา มัดมือฮั่วเสี่ยวเหวินไขว้หลังโดยไม่พูดอะไรสักคำ
มือฮั่วเสี่ยวเหวินถูกบิดจนเจ็บ เห็นเขาถือขวานเดินออกไปอีกครั้ง ฮั่วเสี่ยวเหวินตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ รีบะโเสียงดัง “คุณน้าหวาง รีบหนีไปค่ะ ไม่ต้องสนใจฉัน”
แต่สายไปแล้ว เสียงเย็นยะเยียบของหยางเสวียเหวินดังขึ้นด้านนอก “ในเมื่อคุณมาแล้ว เช่นนั้นพวกเรามาคิดบัญชีเก่าบัญชีใหม่พร้อมกันไปเลย”
หวางเจาหวาถูกหยางเสวียเหวินใช้ขวานพาดไหล่บังคับเข้ามา แต่สีหน้าของเธอนั้นนิ่งมาก มองไม่เห็นถึงความกลัวใดๆ
หวางเจาหวานั่งลงที่ขอบเตียง ส่วนหยางเสวียเหวินยืนติดด้านข้าง เขามองลงมาที่เธอ
หวางเจาหวาเอื้อมมือไปจับข้อมือที่ถือขวานของเขา หยางเสวียเหวินยกขวานออก แต่เมื่อหวางเจาหวาปล่อยมือออก เขาก็ยกขวานขึ้นพาดอีกครั้ง “ทำอะไร? ผมขอเตือนนะ อย่าขยับมั่วซั่ว”
“เฮ้อ” หวางเจาหวาถอนหายใจ ลากเสียงยาวมาก “เสวียเหวิน คุณกลายเป็คนแบบนี้ได้อย่างไร?”
หยางเสวียเหวินวางขวานลง เขานั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้างด้วยความโมโห ถามกลับว่า “ผมกลายเป็คนแบบนี้ได้อย่างไรน่ะหรือ?”
ตามด้วยะโเสียงดัง “คุณไม่รู้หรือไร? หากไม่ใช่เพราะคุณขอหย่า ไม่ใช่เพราะคุณไม่ยอมใช้หนี้ให้ ผมจะกลายเป็แบบนี้หรือ?”
ฮั่วเสี่ยวเหวินอดแทรกไม่ได้ “คุณติดหนี้พนันหรือ?”
หยางเสวียเหวินชี้ขวานมาที่ฮั่วเสี่ยวเหวินด้วยความเดือดดาล “เงียบไปเลย ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าแกเดี๋ยวนี้แหละ”
ฮั่วเสี่ยวเหวินพยักหน้าน้อยๆ ปิดปากเงียบอย่างเชื่อฟัง
หวางเจาหวามองสามี “เธอไม่เกี่ยวอะไรด้วย ปล่อยเธอไปเถอะ” เสียงของเธอราบเรียบ ไม่มีความไหวหวั่นแม้แต่น้อย
หยางเสวียเหวินตื่นเต้นขึ้นมา เขาวางขวานบนเก้าอี้ “จริงหรือ ถ้าผมปล่อยเธอไปคุณจะไม่หย่ากับผมแล้ว”
เขาจ้องหวางเจาหวาไม่วางตา อยากเห็นจากแววตาของเธอว่าไม่ได้โกหกเขา แต่เขาก็ต้องผิดหวัง เพราะหวางเจาหวาหลับตาลง น้ำตาสองหยดค่อยๆ ไหลลงจากหางตา
แม้นเป็สามีภรรยาเพียงวันเดียว แต่ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นไปตราบนานเท่านาน หวางเจาหวาคงไม่อยากแยกจากเขาเช่นกัน
แต่เขาเกินเยียวยาแล้ว
หวางเจาหวานึกถึงคืนวันนั้น หยางเสวียเหวินเมามายกลับมา เขาเขย่าตัวเธอให้ตื่นจากความฝัน “เจาหวา คุณต้องช่วยผมนะ ผมรู้ว่าคุณแอบซ่อนเงินไว้”
หวางเจาหวาขยี้ตา หายงัวเงียเป็ปลิดทิ้ง “คุณเสียเงินอีกแล้วหรือ?”
หยางเสวียเหวินเรอเป็กลิ่นสุรา “วันนี้ดวงไม่ขึ้น เสียไปห้าร้อยหยวน ไอ้เด็กพวกนั้นไม่เชื่อผม ไม่ยอมให้ค้างหนี้ไว้ก่อน ต้องให้ผมพูดว่าถ้าพรุ่งนี้ไม่นำเงินมาจ่ายจะยอมให้ตัดมือข้างนี้จึงจะยอมให้ค้างหนี้”
เขามีชีวิตชีวาเมื่อพูดถึงเื่นี้ ประหนึ่งได้ทำสิ่งที่มีเกียรติมากอย่างไรอย่างนั้น
หยางเสวียเหวินมองหวางเจาหวาพร้อมทำหน้าไร้ยางอาย “เจาหวา ไม่ใช่ว่าคุณเห็นคนตายแล้วจะไม่ช่วยกระมัง!”
หวางเจาหวาเงยหน้ามองโคมไฟบนคานห้อง พยายามไม่ให้น้ำตาไหลลงมา และเธอได้เปล่งคำพูดบางอย่างออกมาเหมือนไม่สะทกสะท้าน
เธอพูดว่า “พวกเราหย่ากันเถอะ”
หยางเสวียเหวินคิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดเช่นนี้ สีหน้ามึนเมาจางหายจากใบหน้าของเขาไปมาก
เขาเข้าใจหวางเจาหวา รู้ว่าหากเธอตัดสินใจไปแล้วจะไม่เปลี่ยนใจเหมือนที่ตอนนั้นเธอบอกว่าจะไม่มีลูกอีก ไม่ว่าต่อมาหยางเสวียเหวินจะหว่านล้อมอย่างไรก็ล้วนเปล่าประโยชน์
ทั้งสองคนมีปากเสียงกันและทะเลาะกันรุนแรงมาก ในความทรงจำของหยางเสวียเหวิน ั้แ่แต่งงานมาทั้งคู่ไม่เคยทะเลาะกันรุนแรงขนาดนี้
พวกเขาทะเลาะกันซ้ำไปซ้ำมาครั้งแล้วครั้งเล่า ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ แม้หยางเสวียเหวินจะยังไม่ยอมไปสำนักกิจการพลเรือน แต่ทั้งคู่ก็ไม่อาจใช้ชีวิตร่วมกันได้อีกต่อไปแล้ว
หยางเสวียเหวินกอดหวางเจาหวาแน่น ดึงเธอออกจากความทรงจำให้กลับสู่โลกความจริง
เขาลูบหลังเธอ ดมกลิ่นหอมจากเส้นผมเธอ และฟังเสียงหัวใจเธอเต้น เขากอดเธอแน่นมาก แน่นจนเธอหายใจไม่ออก
“เจาหวา พวกเราไปอยู่ในเมืองกันดีไหม ไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จักพวกเรา”
หวางเจาหวาหลับตาลงแต่ไม่ตอบ น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มสีคล้ำของเธอ
หยางเสวียเหวินรู้สึกผิดปกติ ถามอย่างร้อนรน “เจาหวา ทำไมคุณไม่ตอบ คุณไม่ยินดีหรือ?”
หวางเจาหวากลั้นใจตอบออกไป “ฉันยินดี”
หยางเสวียเหวินพอใจแล้ว เท่านี้ก็ดีแล้ว เธอเป็ของเขาอีกครั้งแล้ว
