“ต่อไปนี้คนพรรค์นั้นไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าจวนไป๋เราแม้เพียงครึ่งก้าว อวี๋ซื่อ เ้าแต่งเข้าเป็สะใภ้ตระกูลไป๋แล้วก็ไปมาหาสู่กับญาติประเภทนั้นให้น้อยเสีย ระวังจะทำให้ลูกสาวของตนมัวหมองไปด้วย เสื่อมเกียรติ!”
อวี๋ซื่อไม่กล้าพูดอะไรทั้งสิ้น ทำได้แค่พยักหน้ารับทราบ ในขณะที่ไป๋ชิงโหรวหน้าซีดเผือด ชุดนี้คือชุดที่ตนชอบมากที่สุด ทั้งสีสันและเนื้อผ้าจัดว่าเป็เลิศ ตนใส่มาในวันนี้เพราะ้าจะอวดให้ไป๋เซียงจู๋เห็นก็เท่านั้น นอกจากนี้ อีกสักครู่นางจะต้องไปอวี้ซูไจ [1] เพื่อเลือกของว่างถวายให้พระสนมกุ้ยเฟย [2] สำหรับงานเลี้ยงชมดอกไม้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ได้ยินมาโดยตลอดว่าพระสนมกุ้ยเฟยโปรดปรานขนมหวาน นางย่อมต้องพยายามลงแรงสักหน่อย ไม่คิดว่าจะถูกฮูหยินเฒ่าไป๋ดุด่าขนาดนี้
“ผ้าที่เ้าส่งมาพวกนั้นตัดชุดตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว อีกไม่กี่วันจะถึงงานชมดอกไม้ที่พระสนมกุ้ยเฟยทรงจัดขึ้น หลานเข้าเมืองไปวัดตัวตัดชุดสวยๆ ในหออวิ๋นฉาง [3] ที่ดีที่สุดใส่เถิด ว่างเมื่อไรค่อยเชิญช่างมืออาชีพมาตัดเสื้อผ้าให้เ้าเพิ่ม เงินน่ะไปเอาจากคลังนะ” ฮูหยินเฒ่าจับมือของไป๋เซียงจู๋ด้วยความเอ็นดู
“ขอบพระคุณท่านยายเ้าค่ะ” ไป๋เซียงจู๋พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
ไป๋ชิงโหรวขบฟันจนพวกมันแทบแตกด้วยอารมณ์แค้น ทว่าแม้วันนี้จะเจ็บใจเพียงใดก็ห้ามยั่วโมโหฮูหยินเฒ่าเป็อันขาด นางจึงทำได้เพียงกล้ำกลืนฝืนทน ก้มหน้าก้มตาเดินออกไป
ชั่วขณะที่เดินสวนกัน ไป๋เซียงจู๋ได้รับความชิงชังที่ถูกส่งออกมาจากแววตาของไป๋ชิงโหรว ไป๋เซียงจู๋อมยิ้มตอบ
จะเล่นละครกับนางหรือ ดูเหมือนยังอ่อนประสบการณ์เกินไปนะ
อวี๋ซื่อแค้นใจเสียจนเกือบกระอักเืเช่นกัน แต่ก็จำยอมฝืนนำเงินส่วนหนึ่งมาให้ไป๋เซียงจู๋
----------------------------------------
ครั้งนี้ไป๋เซียงจู๋พาตู้เจวียนออกนอกจวนด้วยกัน จริงอยู่ที่ต้าฉีไม่เคร่งครัดในขนบธรรมเนียมดั้งเดิมเหมือนแคว้นอื่น สตรีก็สามารถเปิดเผยใบหน้าได้ ทว่าจะเกิดความไม่สะดวกหลายอย่าง แต่เมื่อคิดว่าหออวิ๋นฉางห่างออกไปเพียงสองถนน และตนไม่ได้ออกมาเดินเล่นข้างนอกนานแล้วด้วย ได้ปล่อยกายใจให้ผ่อนคลายบ้างก็ดีเหมือนกัน
ยิ่งไปกว่านั้น พอเห็นท่าทางตื่นเต้นร่าเริงของตู้เจวียนที่เดินตามหลังมา รอยยิ้มละไมบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของไป๋เซียงจู๋
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พัฒนาการในตอนนี้ถือว่าเป็ไปในทางที่ดี
เวลานี้ร้านรวงข้างทางเปิดทำการค้าขายกันอย่างครบถ้วน เสียงะโดังไม่ขาดสาย ตู้เจวียนสวมหมวกให้ไป๋เซียงจู๋ั้แ่ก้าวออกจากจวน ไป๋เซียงจู๋เองก็ไม่ขัดขืน แม้ใบหน้านี้ยังอ่อนเยาว์ตามวัย ทว่ามันกลับยิ่งมีเสน่ห์เย้ายวน ใส่ไว้ก็ดี ปัญหาน้อยลงหนึ่งอย่างย่อมประเสริฐกว่า
สองนายบ่าวตกลงกันว่าจะไปหออวิ๋นฉางเพื่อสั่งตัดชุดก่อน หลังเลือกผ้า วัดขนาดตัว และจ่ายเงินมัดจำแล้ว ก็แค่รอเสื้อผ้าที่เสร็จสมบูรณ์ส่งถึงจวนเป็พอ พวกนางไม่ได้เที่ยวเตร่มากนัก มุ่งหน้าตรงไปยังหออวิ๋นฉางทันที
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะข้ามถนน กลับเจอม้าตัวหนึ่งพุ่งมาอย่างบ้าคลั่ง ชายบนหลังม้าก็ควบคุมมันไม่ได้โดยสิ้นเชิง เมื่อเห็นว่าจวนจะชนไป๋เซียงจู๋ ดุจดั่งเป็ไปด้วยสัญชาตญาณ ไป๋เซียงจู๋คลี่นิ้วมือเผยให้เห็นเข็มเงินสามเล่ม หรี่ตาลงเล็กน้อย เล็งเป้าแทงไปที่บริเวณขากรรไกรล่างของม้า
ทันใดนั้น แส้เส้นยาวก็ถูกสะบัดจากข้างรถม้าคันหนึ่ง ฟาดเข้าที่ดวงตาของม้า ใช้เวลาพักใหญ่กว่าตู้เจวียนจะตั้งสติได้ “คะ... คุณหนูเป็ไรใช่ไหมเ้าคะ”
ไป๋เซียงจู๋ส่ายหน้า ทอดสายตาไปยังเด็กหนุ่มชุดเทาผู้เหวี่ยงแส้คนนั้น หรือพูดให้ถูกต้องก็คือมองไปยังรถม้าข้างเด็กหนุ่มชุดเทา
ไป๋เซียงจู๋กวาดสายตาเฉียบคมมองรถม้าที่เด็กหนุ่มกำลังเฝ้า รู้โดยพลันว่าคนในนั้นคือเ้านายของเขา
นางเดินไปที่หน้ารถม้า ทำความเคารพต่อเงาร่างสูงโปร่งหลังม่านแพรบาง “ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเ้าค่ะ”
“ช่วย? ทำไมข้าคิดว่าเป็ม้าตัวนั้นเสียมากกว่าที่ควรจะขอบคุณ”
เสียงใสกังวานเสนาะหูเจือปนอารมณ์ขบขันนิดๆ
ตู้เจวียนที่อยู่ข้างกันไม่เข้าใจ นางจึงโพล่งถามออกมาทันที “หมายความว่าอย่างไรเ้าคะ หากไม่ได้คุณชายช่วยไว้ ข้ากับคุณหนูคงอยู่ใต้กีบม้าไปแล้ว”
บุรุษในรถม้ากลับส่ายศีรษะเบาๆ รอยยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม “คุณหนูของเ้าจะปล่อยให้ตนตกอยู่ในอันตรายอย่างนั้นหรือ”
ประโยคนั้นแฝงนัยอื่นจนทำให้ไป๋เซียงจู๋ถึงกับหรี่ตามอง นางตอบกลับอย่างใจเย็น “แม้ถ้อยคำนี้ของคุณชายไม่ผิด แต่ข้าเป็เพียงหญิงอ่อนแอ หากไม่ได้คุณชายช่วยเหลือ ย่อมไม่พ้นาเ็สาหัส”
“แม่นางถ่อมตัวเกินไปแล้ว วันนี้ต่อให้ข้าไม่ช่วย เข็มเงินสามเล่มที่ซ่อนอยู่ระหว่างนิ้วมือเ้าก็ทำให้ม้านั่นล้มไม่ลุกได้แน่นอน แล้วจะทำอันตรายพวกเ้านายบ่าวทั้งสองแม้ปลายเล็บได้อย่างไร เพียงแต่เ้ารู้หรือไม่ว่านี่คือม้าของใคร อีกทั้งเป็ใครที่นั่งบนหลังม้า เ้าใคร่ครวญก่อนจะลงมือบ้างไหม ต่อให้เ้าไม่ถูกม้ากระทืบก็อาจทำให้คนบนหลังม้านั่นเคืองขุ่นได้”
เมื่อบุรุษในรถม้าพูดจบ ตู้เจวียนข้างกายก็มองไป๋เซียงจู๋ด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ คุณหนูเก่งกล้าปานนี้ั้แ่เมื่อไร
“คุณชายชมเกินไปแล้วเ้าค่ะ” ไป๋เซียงจู๋กระตุกมุมปากยิ้ม ความสุขุมในดวงตาส่องประกายเหี้ยมเกรียมที่มิอาจมองข้ามไปได้ “หนึ่ง เข็มนี้ไม่ปนเปื้อนพิษใดแม้แต่น้อย แค่พอใช้เย็บปักถักร้อยได้เท่านั้น จะทำร้ายม้าพยศคลั่งคงไม่ง่ายดายอย่างที่พูดกระมัง คุณชายให้ค่าเข็มเงินนี้เกินควรแล้ว สอง ผู้ที่ลงมือคือคุณชายหรอกเ้าค่ะ คุณชายยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ กล้าหาญชาญชัย น่ายกย่องสรรเสริญ สาม ต่อให้ผู้สูงศักดิ์บนหลังม้าทรงอำนาจเพียงใด แน่ใจว่าก็มีตาเห็นว่าตนตกจากหลังม้าอย่างไร หาใช่เพราะเข็มเย็บปักถักร้อยเล่มจิ๋วของข้าไม่ ดังนั้นจะไม่มีการเคืองขุ่นและแก้แค้นอะไรทั้งสิ้น!”
“ปากกล้ายิ่งนัก!” บุรุษผู้นี้ปรบมือพร้อมหัวเราะลั่น แม้ใบหน้าหล่อเหลาเลือนรางด้วยม่านบางที่บดบัง ทว่าั์ตาคมกริบไร้ปรานีไม่ต่างกัน “หากข้าไม่ลงมือ เ้าจะทำเช่นไร”
ฟังเสียงของชายในรถม้าแล้ว ไป๋เซียงจู๋เริ่มไม่แน่ใจว่าเขาเป็คนที่นางเคยรู้จักในอดีตชาติหรือไม่ แต่เสียงนี้ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน
ไป๋เซียงจู๋ตอบอย่างเฉยชา “เข็มเงินทั้งบางทั้งเล็ก ใช้แค่แทงทะลุหนังม้าเพื่อไม่ให้มันทำร้ายตัวข้าเองก็เท่านั้น ส่วนสาเหตุที่ม้าล้มน่ะหรือ จะรู้สาเหตุก็ต่อเมื่อฆ่าม้าตัวนี้ ถลกหนัง จากนั้นจึงแล่เนื้อออกทีละชิ้นนั่นแล และใครจะคิดว่าเป็เพราะเข็มเงินเล็กๆ นี่กันเล่า อีกอย่างมีใครที่ไหนเห็นว่าสตรีบอบบางเช่นข้าเป็คนทำ”
บ่าวหนุ่มชุดเทาใ ไม่คิดว่าเข็มเงินเล็กๆ เล่มหนึ่งจะมีอานุภาพร้ายแรงถึงขนาดนั้น เข็มเงินบางเท่าขนวัวสามารถทำให้ม้าตัวโตล้มลงกับพื้นได้เชียวหรือ มิหนำซ้ำน้ำเสียงมั่นใจและเรียบเฉยของนางยังราวกับว่านางกำลังพูดถึงบางสิ่งที่สุดแสนธรรมดา สตรีนางนี้น่าขนลุกขนพองจริงๆ
“แน่นอนว่าผู้คนไม่คิดสาวมาถึงสตรีบอบบางเช่นเ้า แต่ถ้าข้าเป็พยานเห็นว่าเ้ากระทำกับตา เ้าคงไม่รอดโทษจำคุกแน่” ชายหลังม่านหัวเราะหึๆ มองมาที่ไป๋เซียงจู๋ด้วยแววตาเฉียบแหลมเป็ประกาย ถึงนางจะใส่หมวกไว้ ทว่าเขากลับััได้ชัดเจนว่านางไม่เกรงกลัวแม้แต่นิดเดียว และเหมือนไม่คิดจะแสร้งกลัวด้วยซ้ำ นางไม่กลัวจริงๆ อย่างนั้นหรือ
“การใส่ร้ายป้ายสีของคุณชายไม่ค่อยฉลาดสักเท่าไรนะเ้าคะ ต่อให้มีพยานบุคคล ก็ยังขาดพยานวัตถุ หลักฐานไม่พอก็ยื่นคำร้องไม่ได้ อีกอย่าง…” ไป๋เซียงจู๋ชำเลืองมองบุรุษในรถม้า ยิ้มอย่างมั่นใจ แฝงด้วยความโอหังเหลือร้าย “อีกอย่างคุณชายคิดว่าแส้ขององครักษ์ผู้นั้นรวดเร็ว หรือว่าเข็มเงินของข้ารวดเร็ว”
เชิงอรรถ
[1]玉淑斋 อวี้ซูไจ คือ ร้านขายขนม
[2]贵妃 กุ้ยเฟย คือ ตำแหน่งนางสนมสูงสุด เป็รองเพียงฮองเฮา
[3]云裳阁 หออวิ๋นฉาง คือ สถานที่ซึ่งรับตัดเสื้อผ้าและจำหน่ายเครื่องแต่งกายอื่นๆ ของสตรี อวิ๋นฉางคำเดียวมีความหมายว่าเสื้อผ้าของเซียน
