ทั้งสองต่างก็รวบรวมพลังิญญาที่แข็งแกร่งขึ้นแล้วต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“หมัดทะลวง หมัดเคลื่อนธารดารา”
“วิชานี้อีกแล้ว?” เทียนหลางมีความมั่นใจล้นหลาม เพราะเขาคุ้นชินกับกระบวนท่านี้ของหลงเหยียนยิ่งนัก
“วิชาเพลิงตาข่าย... สังหารหมื่นภพ”
ทันทีที่เทียนหลางขับเคลื่อนวิชาสังหารหมื่นภพขึ้น โลกทั้งใบก็คล้ายจะเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ตาข่ายแห่งไฟปรากฏขึ้นกลางอากาศ จากนั้นก็มีมือขนาดใหญ่โผล่ออกมาจากตาข่าย กดทับลงมาที่ร่างของหลงเหยียนอย่างรวดเร็ว
ทางด้านหลงเหยียน พลังของเขาเพิ่มมากขึ้นถึงสิบเท่า ด้วยพลังระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงสุด เขาไม่รอช้า ซัดหมัดทะลวงและหมัดเคลื่อนธารดาราออกไปด้วยพลังที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา
“โครม!” เกิดการปะทะขึ้นอย่างรุนแรง แสงดารานับหมื่นจากหมัดของหลงเหยียนทำลายฝ่ามือขนาดั์ของเทียนหลางลงสำเร็จ
“อะไรกัน? หลงเหยียนทำเช่นนี้ได้อย่างไร? ทั้งที่พี่เทียนหลางขับเคลื่อนพลังที่ซ่อนอยู่ในสายเือันสูงส่ง ทำให้มีพลังเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าแล้วแท้ๆ ทว่ากลับสู้กับหลงเหยียนได้เพียงเสมอกันอย่างนั้นหรือ?”
ผู้คนส่งเสียงอุทานด้วยความใเมื่อพบว่าหลงเหยียนรับการโจมตีที่ทรงพลังนี้ได้โดยไม่จำเป็ต้องหลบเลี่ยงด้วยซ้ำ สิ่งที่ควรรู้ก็คือ ด้วยพลังโจมตีที่น่าสยดสยองนั้น เกรงว่าแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพลังอยู่ในระดับชีพธรณีซึ่งเป็ระดับเดียวกับเทียนหลาง ก็ยังยากที่จะต้านทานได้
“สมแล้วที่สังหารผู้นำแห่งสำนักมารได้ หลงเหยียนมีพลังที่แข็งแกร่งจนมองข้ามไม่ได้เลย”
ใบหน้าชราของผู้าุโฉินกว่างที่นั่งอยู่บนแท่นผู้ชมประกายความชื่นชมขึ้น “สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็ยอดอัจฉริยะที่เปี่ยมไปด้วยพร์”
“ผู้าุโฉิน เ้าหนุ่มนี่ใช้พลังิญญามากเกินไป ขืนยังเป็แบบนี้ต่อไปละก็...?”
เทียนหลางเริ่มโมโหขึ้นมาเล็กน้อย “หลงเหยียน เ้ารับพลังโจมตีที่ทรงพลังนี้ของข้าได้หรือ ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินเ้าต่ำเกินไป เกรงว่าตอนนี้พลังิญญาของเ้าคงแทบไม่มีเหลือแล้วสินะ”
“วางใจเถิด ข้ามีพลังิญญามากพอที่จะเอาชนะเ้าได้แน่”
“อ้อ เช่นนั้นก็ต้องขอโทษด้วยที่ข้าต้องใช้วิชายุทธ์ระดับมายาขั้นสูง ซึ่งเป็การโจมตีด้วยพลังที่แท้จริงของแห่งสายเืชั้นสูงแห่งตระกูลพยัคฆ์ขาวที่ข้าเพิ่งฝึกสำเร็จเพื่อจัดการกับเ้า”
“หมัดจอมพยัคฆ์ขาว!” ครั้งนี้ เทียนหลางแสดงพลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา วิชาระดับมายาขั้นสูงนี้มีพลังที่รุนแรงมากจริงๆ ที่หน้าอกของเทียนหลางมีรูปพยัคฆ์ขาวที่ดุดันสลักอยู่ เมื่อเขาแสดงวิชานั้นออกมา รูปพยัคฆ์ที่หน้าอกก็ส่งเสียงร้องคำรามขึ้น เมื่อพยัคฆ์ขาวหลั่งโลหิตที่แสนสูงส่งของมันออกมาหนึ่งหยด พลังของเทียนหลางก็เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว
พยัคฆ์ขาวพุ่งเข้ามาหาหลงเหยียนอย่างทรงพลัง มันเป็การโจมตีที่ผสานพลังของพยัคฆ์ขาว พลังของฟ้าดิน และพลังของวิชายุทธ์เอาไว้ จึงมีพลังทำลายล้างที่รุนแรงมากเหลือเกิน
ผู้าุโสามคนที่นั่งอยู่บนแท่นลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเวลาเทียนหลางที่เพิ่งฝึกวิชานี้เพียงไม่กี่วันจะแสดงวิชายุทธ์ระดับสูงของตระกูลพยัคฆ์ขาวออกมาได้เช่นนี้ อีกทั้งพลังที่เขาแสดงออกมายังเป็พลังที่น่าสยดสยองจนสามารถทำลายทุกสิ่งอีกด้วย
ตงจวินตกตะลึงจนถึงขีดสุด ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
“หลงเหยียน หลานชายของข้า หรือว่าเ้าจะพ่ายแก่การโจมตีที่ทรงพลังนี้แล้วจริงๆ? ไม่... เ้าจะตายไม่ได้เด็ดขาด ผู้ที่มีพร์ล้ำเลิศ ทั้งยังเป็หลานชายแท้ๆ ของข้าเช่นเ้า ข้าจะทนเห็นเ้าตายไปต่อหน้าต่อตาได้เช่นไร?”
ตงจวินขับเคลื่อนพลังิญญาไปที่ฝ่ามือ เตรียมจะเข้าไปช่วยชีวิตหลงเหยียนในเวลาแห่งความเป็ความตายนี้ ทว่าเว่ยเวยกลับเดินเข้ามากดร่างของเขาเอาไว้พลางพูดขึ้นด้วยเสียงเบาหวิว “ท่านพ่อ อย่าเพิ่งวู่วาม ดูสีหน้าของเหยียนเอ๋อสิ เขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกใดๆ ออกมาด้วยซ้ำ นั่นก็แสดงว่าเขามั่นใจว่าจะรับมือได้”
“ไม่ได้ ข้าจะทนเห็นหลานชายของตนเองถูกซ้อมจนตายได้เยี่ยงไร ต่อให้ต้องแลกกับตำแหน่งผู้ปกครองสำนักตงฟาง ต่อให้ต้องทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด ต่อให้ต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอให้เทียนหลางยอมไว้ชีวิตเหยียนเอ๋อ ข้าก็ยอม”
ตอนนี้ เทียนหลางเป็ศิษย์ยอดอัจฉริยะของตระกูลชั้นใน ไม่ใช่เทียนหลางคนเดิมที่เป็แค่ศิษย์ของหน่วยกฎระเบียบอีกต่อไป เพราะถูกรับเข้าไปเป็ศิษย์แห่งตระกูลชั้นในแล้ว ดังนั้น ใน่เวลาแห่งความเป็ความตายเช่นนี้ หากเทียนหลางจะไม่ฟังคำสั่งของตงจวิน ก็ไม่มีใครทำอะไรเขาได้อยู่ดี
“ท่านพ่อ เชื่อข้าเถิด ข้าที่เป็แม่หรือจะไม่สนเื่ความเป็ความตายของลูกตัวเอง วางใจเถิด ข้ารู้นิสัยเขาดี”
ตงจวินถอนหายใจออกมา เขายอมกลับไปนั่งที่เดิมในที่สุด เพียงแค่สายตายังคงจับจ้องไปที่ลานประลองอย่างเป็กังวลไม่คลาดสายตา
วินาทีต่อมา ทุกคนต่างก็เพ่งสายตาไปที่ลานประลองด้วยความกังวลและลุ้นระทึก เพราะบนนั้น การโจมตีที่ทรงพลังกำลังปะทุขึ้น
“หมัดทะลวง!” หลงเหยียนร้องคำรามเสียงดัง
“ฮึ... ในสายตาของข้า หมัดทะลวงของเ้าเบายิ่งกว่าผายลมเสียอีก”
โครม! ครั้งนี้ หมัดทะลวงของหลงเหยียนถูกหมัดจอมพยัคฆ์ขาวของเทียนหลางทำลายลงในพริบตา พลังโจมตีอันแสนรุนแรงผลักให้หลงเหยียนลอยถลากลับไปด้านหลัง เงาพยัคฆ์ขาวที่พุ่งเข้ามาใกล้คล้ายกำลังกัดทึ้งร่างที่ล้มลงของหลงเหยียนอย่างไรอย่างนั้น
“อะไรกัน? หลงเหยียนพ่ายแพ้ลงแล้วหรือ?” คนทั้งหลายมองไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนลานประลองของหลงเหยียนด้วยความตกตะลึง
การโจมตีที่ยิ่งใหญ่นั้นทรงพลังมากจริงๆ หลงเหยียนประเมินพลังของเทียนหลางต่ำเกินไปแล้ว คิดไม่ถึงว่าเมื่อก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับชีพธรณี ด้วยเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่วัน พลังของเทียนหลางจะเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้
หลงเหยียนได้รับาเ็สาหัส ทว่าไม่ถึงสามลมหายใจเท่านั้น หลงเหยียนก็ขับเคลื่อนวิชาหวนปราณ ซึ่งเป็วิชาฝึกชีพที่ทรงพลังภายในร่างกายขึ้นเสียแล้ว
พลังของวิชาหวนปราณกำลังซ่อมแซมร่างกายที่ได้รับความเสียหายของหลงเหยียนด้วยความรวดเร็ว หากไม่ใช่เพราะพลังป้องกันจากกายสายฟ้าที่แข็งแกร่ง ป่านนี้ร่างของหลงเหยียนคงแหลกเป็เสี่ยงๆ ไปแล้ว
ภายใต้ความตกตะลึงของทุกคน ผู้าุโทั้งสามมีท่าทีถอดใจ ดั่งลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม พวกเขาถอนหายใจอย่างเสียดาย ทว่าตงจวินกลับยังจ้องไปที่ร่างของหลงเหยียนตาไม่กะพริบ
เขาพึมพำขึ้นเบาๆ “หลาน... หลานของข้าต้องมาตายเช่นนี้หรือนี่?”
เว่ยเวยเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าหลงเหยียนพ่ายแพ้ลงเช่นนี้ นางพูดไม่ออก ได้แต่มองไปยังบิดาด้วยความขมขื่น
ศิษย์นับร้อยของเรือนเหยากวางมีสีหน้าเศร้าหมองไปตามๆ กัน พวกเขารู้สึกเศร้าหมองเหลือเกิน มีเพียงเสี่ยวหลิงกับเ้าสิงโตน้อยที่ยังคงประกายรอยยิ้มบางๆ ออกมา
“หืม? ตายแล้วหรือ? ไม่... ไม่จริงใช่หรือไม่ หลงเหยียนน่ารำคาญมากก็จริง ที่ผ่านมาเขาไม่เคยพูดดีกับข้าด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม พอเห็นว่าเขาตายด้วยน้ำมือของพี่เทียนหลางจริงๆ เหตุใดข้าถึงดีใจไม่ออกเลย”
ในตอนที่ทุกคนไม่อาจยอมรับความจริงตรงหน้า อยู่ๆ หลงเหยียนที่ทุกคนคิดว่านอนตายตาไม่หลับอยู่บนลานประลองก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพียงชั่วพริบตาเท่านั้น วิชาหวนปราณก็รักษาาแบนร่างกายของเขาจนกลับมาหายดีแล้ว
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกๆ คน ฟึ่บ... ทันใดนั้น เขาก็ใช้มือยันพื้นแล้วกลับขึ้นมายืนอยู่เบื้องหน้าเทียนหลางราวกับคนที่ไม่เคยได้รับาเ็มาก่อน
รอยยิ้มที่มีทั้งความมั่นใจและเ้าเล่ห์ของเขาทำให้คนทั้งหลายใจนลูกตาแทบถลน
หลงเหยียนลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เื่นี้ทำให้ทุกคนรู้สึกเหลือเชื่อจริงๆ
“หลงเหยียนตายไปแล้วมิใช่หรือ เหตุใดถึงกลับมามีชีวิตอีกครั้งล่ะ อีกอย่าง ดูแล้วร่างกายของเขาไม่มีอาการาเ็เลยด้วยซ้ำ เื่มันเป็อย่างไรกันแน่เนี่ย?”
ตงจวินขยี้ตาตัวเองแรงๆ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทั้งหมดนี้จะเป็ความจริง เพราะเขารู้ดีว่าการโจมตีเมื่อครู่ของเทียนหลางน่าสยดสยองเพียงใด อย่าว่าแต่หลงเหยียนเลย กระทั่งยอดฝีมือระดับชีพธรณีขั้นสูงก็ยังยากที่จะรับมือกับการโจมตีระดับนั้นเลย
ผู้าุโทั้งสามส่ายหน้าเบาๆ “หลงเหยียนผู้นี้เป็สัตว์ประหลาดหรือไร? เขาทำได้อย่างไรกัน?”
เว่ยเวยดีใจจนเผลอหลั่งน้ำตาออกมา และนี่ก็เป็อีกครั้งที่หลงเหยียนไม่ได้ทำให้มารดาอย่างนางผิดหวัง
ภายใต้ความอึ้งของคนรอบด้าน หลงเหยียนรวบรวมพลังขึ้นที่กลางฝ่ามืออีกครา ทำให้เทียนหลางรู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมา
“ยังไม่ตายหรอกหรือนี่? เ้ามันเป็แมลงสาบที่ฆ่าไม่ตายหรืออย่างไร ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้าคงต้องใช้กระบวนท่าสุดท้ายแล้ว”
เมื่อได้ยินว่าเทียนหลางยังมีกระบวนท่าที่แข็งแกร่งและทรงพลังมากกว่านี้อยู่ ตงจวินกับคนอื่นๆ ก็รู้สึกหมดหวังไปตามๆ กัน หลงเหยียนเคยตายมารอบหนึ่ง ครั้งนี้เขาไม่มีทางรักษาชีวิตจากการโจมตีครั้งที่สองได้แน่ แม้แต่การที่หลงเหยียนยืนอยู่บนเวที ก็ยังถูกมองว่าเป็การฝืนสู้เท่านั้น
“นี่คือการดิ้นรนก่อนตายสินะ หรือเขาคิดจะต้านการโจมตีนี้ด้วยชีวิต?” ผู้นำแห่งหน่วยกฎระเบียบสบถในลำคออย่างเยือกเย็น เมื่อเห็นว่ามีผู้นำ ศิษย์ในหน่วยกฎระเบียบที่อยู่เื้ัก็ไร้สิ่งใดต้องหวั่นเกรงอีก เพราะในสายตาของพวกเขา หลงเหยียนก็เป็แค่คนใกล้ตายคนหนึ่ง แค่เขายังยืนไหว ก็ทำให้คนเหล่านี้รู้สึกยกย่องเขามากแล้ว
รอให้เขาตาย ไม่แน่ อาจได้ทำพิธีฝังอย่างเป็เกียรติก็ได้!
--------------------
