“บัดซบ ข้าจะฆ่าเ้า!” ซาหลินคำรามเพิกเฉยเสาั์ของเซียงซานง้างดาบมาดหมายฟันจูชิง
“ครืนน!” เซี้ยงซานยกเสาหินฟาดไหล่ซาหลิน
ซาหลินโอดครวญ กายาสั่นสะท้านไปชั่วขณะ กระนั้นแล้วมือก็ยังคงกวัดแกว่งดาบกระดูก แม้ว่าจะาเ็สาหัสทว่าเขาก็อยากฆ่าจูชิงเพื่อล้างแค้นให้กับน้องชาย
หากแต่จูชิงหรือจะนั่งงอมืองอเท้ารอวันตาย อักขระาหลัวโหวที่แขนขวาสว่างวาบวิวัฒน์เป็คันธนูหลัวโหว ส่วนง้าวปีศาจิญญาอำมหิตก็วิวัฒน์เป็ลูกธนูเช่นเดียวกัน
การกระทำทั้งหมดทั้งมวลนั้นเสร็จสิ้นในครั้งเดียว เขาน้าวสายธนูแล้วยิงเป็วิถีเส้นตรง ทันทีที่ดาบกระดูกเคลื่อนเข้าใกล้ ลูกธนูสีดำสนิทก็ยิงออกไปในทันที
ัโลหิตเลื้อยพันรอบล้อมลูกธนูทมิฬ เสียงคำรณอึกทึกก้องนภาลัย
“ฟึ่บ!” ดาบกระดูกกลายเป็ผุยผงในพริบตา ม่านตาของซาหลินหดเล็กเท่ากับรูเข็ม ่เวลาชี้เป็ชี้ตายนั้น เขาเอี้ยวตัวหลบลูกธนูทมิฬพ้นจุดสำคัญได้อย่างหวุดหวิด
ทว่าถึงส่วนที่สำคัญจักพ้นวิกฤติ แต่แขนขวาก็ยังถูกลูกธนูเสียบเข้าอย่างจัง อานุภาพอันทรงพลังแพร่งพรายทำลายแขนขวาทั้งแขนของซาหลิน
“อ๊ากกก!” ซาหลินร้องครวญคราง มือซ้ายกำแขนขวาแน่น แววตาทั้งสองเต็มไปด้วยความหวาดผวา
ซาหลินไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าจะมีพลังที่น่าพรั่นพรึงเฉกเช่นนี้ได้อย่างไร
จูชิงผิดหวังเล็กน้อยที่ฆ่าซาหลินไม่สำเร็จในลูกธนูเดียว ทว่าอย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็ขั้นหลอมลมปราณสี่ชั้นฟ้า จูชิงยังไล่ตามไม่ทันในแง่ของความแข็งแกร่ง ต้องพึ่งพาง้าวปีศาจิญญาอำมหิตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าไม่มีง้าวปีศาจิญญาอำมหิต ถึงเขาจะยิงธนูเป็ร้อยดอกก็ไม่มีทางทำให้ซาหลินาเ็ได้อย่างแน่นอน
ซาหลินเป็ขั้นหลอมลมปราณสี่ชั้นฟ้า เป็เื่ธรรมดาที่มองออกว่าจูชิงพึ่งพาความได้เปรียบของศัสตราวุธ อีกฝ่ายไม่ได้มีพลังแกร่งกล้าเหนือชั้น เพลานี้ศัสตราวุธประหลาดนั่นหายไปแล้ว ถึงเสียแขนข้างหนึ่งไปเขาก็ยังสามารถฆ่าจูชิงได้
ส่วนเซี้ยงซานซาหลินมิได้เห็นอยู่ในสายตา อนารยชนพัฒนาที่อยู่ร่วมกับมนุษย์นั้นเสื่อมถอยแล้ว เป็แค่ช้างป่าเถื่อนจะเก่งกาจยิ่งกว่าฉลามป่าเถื่อนได้อย่างไร?
“ฆ่า!” ซาหลินคำราม เขาปรากฏตัวข้างๆ จูชิงแล้วอ้าปากกว้าง
ฟันเป็อาวุธที่ทรงพลังที่สุดของฉลามป่าเถื่อน กระทั่งเรือล่าสัตว์ก็ยังเปราะบางมิต่างอันใดกับกระดาษ
ความเร็วของขั้นหลอมลมปราณนั้นมิใช่สิ่งที่มดปลวกเช่นขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าจะสามารถหลบทัน จูชิงทำได้เพียงมองซาหลินพุ่งเข้ามากัดเขาอย่างช่วยไม่ได้
ร่างกายของจูชิงยังตอบสนองไม่ทัน ทว่าถึงจะตอบสนองทันแต่มันก็ช้าเกินไป ในสถานการณ์นี้สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือมอง
ทว่าการมองนั้นเสมือนดึงเขากลับมาจากประตูนรก อักขระิญญาบนดวงตาจรัสแสง หญ้าแห้งอันหนึ่งพุ่งผ่านั์ตาทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า
“อั่ก!” เจตจำนงกระบี่โจมตีโดนปากของซาหลินอย่างจัง!
ขณะนั้น เืซาดกระเซ็นไปทั่วทุกหนแห่ง เจตจำนงหญ้าแห้งหลั่งไหลเข้าไปในร่างกายของซาหลินแล้วบดขยี้อวัยวะภายในของเขา!
ซาหลินตัวแข็งค้าง ก้มหน้ามองร่างกายของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ทั้งๆ ที่ไม่มีาแอะไรเลย ทว่าอวัยวะภายในกลับถูกทำลายจนหมดสิ้น
เจตจำนงกระบี่หญ้าแห้งที่ฝังอยู่ในดวงตาจูชิงยังไม่สมบูรณ์ แม้ว่าซาหลินจะถูกโจมตีด้วยคมกระบี่แต่ก็ไม่เป็ผล เพราะโครงสร้างร่างกายของฉลามป่าเถื่อนแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป
หากแต่จูชิงเล็งเจตจำนงกระบี่หญ้าแห้งไปที่ปากของซาหลิน พอมันแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย ไม่ว่าร่างกายภายนอกจักแข็งแกร่งปานไหน ทว่าภายในนั้นมิเคยถูกกลั่นหลอมย่อมไม่สามารถต้านทานเจตจำนงกระบี่หญ้าแห้งได้!
ระหว่างที่ขับเคลื่อนเจตจำนงกระบี่หญ้าแห้ง โลหิตหลั่งซึมจากหางตา คลองจักษุกลายเป็สีขาวโพลน หลังจากนั้นไม่กี่ลมหายใจ การมองเห็นก็ค่อยๆ ฟื้นกลับคืนมา
ขณะที่จูชิงสูญเสียการมองเห็น ปลาบินคลั่งหลายตัวก็พุ่งเข้ามาหา ปีกบางเฉียบคมกริบดั่งใบมีดฟันจูชิง ทว่าก็ถูกเกราะเพลิงสกัดกั้น แม้แต่ตัวมันยังมอดไหม้เป็เถ้าถ่าน
จูชิงยื่นมือข้างหนึ่งออกไป ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตพลันบินกลับมาอยู่ในมือ เขาเหวี่ยงง้าวเป็รูปจันทร์เสี้ยวฆ่าปลาบินคลั่งที่อยู่รอบๆ หลายสิบตัว
หลังจากใช้เวลาสักพักหนึ่ง ในที่สุดพวกจูชิงก็กวาดล้างอนารยชนที่บุกขึ้นมาบนเรือได้สำเร็จ ทว่ากองทัพอนารยชนดิบเคลื่อนเข้ามาใกล้หลายสิบลี้แล้ว มีเรือจำนวนไม่น้อยถูกปลาบินคลั่งโจมตีแตกพ่าย ส่งผลให้แนวป้องกันด่านแรกเกิดช่องว่าง
โชคดีที่มีคันศรั์เมืองสมุทร์ช่วยเหลือสนับสนุน ไม่เช่นนั้นกองทัพอนารยชนคงทลายแนวป้องกันได้ในไม่กี่อึดใจ
จูชิงพลิกมือแล้วหยิบลูกศรแบบพิเศษออกมาจากถุงเอกภพ ลูกศรนี้สร้างจากเหล็กทมิฬ ไส้ในมีตะปูเหล็กอยู่สามอัน แต่ละอันสลักอักขระิญญาปราณกระบี่ไป เนื่องจากการบวนการหลอมนั้นยุ่งยากมากเกินไป จูชิงจึงหลอมมาเพียงแค่ห้าดอก
ระยะการโจมตีของลูกศรครอบคลุมรัศมีหนึ่งลี้ พลานุภาพเองก็ไม่เลว ง่ายต่อการจัดการกับอนารยชนขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณ ส่วนอนารยชนขั้นสร้างลมปราณใช้ประโยชน์อะไรได้ไม่มากนัก
“ตู้มมม!” ท่ามกลางลูกศรนับพันลูก ลูกศรนี้มิได้โดดเด่น แต่เมื่อมันตกลงใส่กองทัพอนารยชน พายุเหล็กก็ก่อตัวขึ้นโดยพลันทันใด
ลูกศรกระจายตัวแตกเป็เสี่ยง อนารยชนที่อยู่ในรัศมีของตะปูเหล็กทมิฬต่างคร่ำครวญด้วยความเ็ป ทว่านั่นยังไม่จบ เมื่อตะปูเหล็กทิ่มแทงเข้าไปในร่างกาย มันก็ะเิออกมาอีกครั้ง พริบตาเดียวอนารยชนนับพันก็แหลกสลายกลายเป็หมอกโลหิต
ครั้นจิงฉยงที่อยู่ข้างหลังเห็นภาพนั้นใบหน้าพลันเขียวคล้ำ เดิมทีมนุษย์นั้นอ่อนแอ แต่เพราะนักหลอมอักขระิญญาคอยสร้างศัสตราวุธนับไม่ถ้วนตลอดเวลาไม่ขาดสาย ทำให้เผ่าอนารยชนที่ควรได้เปรียบกลับเสียเปรียบอย่างที่ไม่ควรจะเป็
พลังทำลายล้างของลูกธนูดอกเมื่อครู่นั้นรุนแรงยิ่งกว่าลูกศรลูกก่อนๆ มาก ถ้ามนุษย์ใช้ลูกศรเฉกเช่นนั้นโจมตีอีกจะต้องสร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงให้กับเผ่าอนารยชน
จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก เขาพึงพอใจกับพลังทำลายล้างเป็อย่างมาก ไม่เสียแรงที่ใช้เวลาหลอมตั้งนาน
“นายท่านจิงฉยง ลูกศรของพวกมนุษย์สร้างความเสียหายให้กับพวกเราไม่น้อย หรือว่า...” ปลาป่าเถื่อนคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กระวนกระวาย
“ถึงเวลาทำลายแนวป้องกันของพวกมันแล้ว” แสงเย็นสะท้อนผ่านดวงตาของจิงฉยง
หากเสียเวลาไปกับแนวป้องกันเรือล่าสัตว์มากเกินไปก็จะส่งผลกระทบต่อการปิดล้อมเมืองสมุทร์ จิงฉยงไม่มีทางยอมให้เกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้นกับการบุกโจมตีเมืองสมุทร์ในครั้งนี้เด็ดขาด
“ขอรับ ข้าจะให้คนเตรียมการเร็วที่สุด!” ปลาป่าเถื่อนก้มหัวทีหนึ่งแล้ววิ่งออกไปด้วยความตื่นเต้น
เสียงสัญญาณดังขึ้นในกองทัพอนารยชน ทันใดนั้นจอมยุทธ์เมืองสมุทร์ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเท่าไหร่นัก
“อนารยชนมีแผนอื่นอีกงั้นรึ?” ฮว๋างจ้านขมวดคิ้ว
“ซึ่ม!” ขณะนั้นเองมีฟองผุดขึ้นมาจากทะเล บริเวณที่ห่างจากแนวป้องกันเรือล่าสัตว์ไม่ถึงสามร้อยเมตร!
“โฮก!” สัตว์อสูรทะเลตัวใหญ่ั์พุ่งขึ้นจากน้ำชนเรือล่าสัตว์กลายเป็รูขนาดใหญ่!
มันอ้าปากกว้าง ลูกบอลน้ำก่อตัวอยู่ในปากของมัน จากนั้นรูปร่างของลูกบอลก็เปลี่ยนไปกลายเป็ลูกธนูน้ำจำนวนนับไม่ถ้วน ระดมยิงจอมยุทธ์ที่อยู่บนเรือ!
“นั่นมันเต่าวารีขั้นสร้างลมปราณระดับกลาง เป็ไปได้ยังไง พวกอนารยชนควบคุมสัตว์อสูรได้ยังไงกัน?” ฮว๋างจ้านเบิกตาทั้งสองกว้าง
อย่าว่าแต่อนารยชนเลย แม้เป็มนุษย์ยังไม่สามารถควบคุมสัตว์อสูริญญาได้ ทว่าเพลานี้เต่าวารีนับพันตัวผุดออกมาจากใต้ทะเล สำหรับแนวป้องกันที่หนึ่งแล้วมันคือหายนะ
สัตว์อสูรประเภทเต่ามีลักษณะพิเศษที่เหมือนกันอย่างหนึ่งก็คือพลังป้องกัน ลูกธนูไม่สามารถสังหารพวกมันได้ในระยะสั้นๆ
แม้ว่าเต่าวารีจักเป็แค่สัตว์อสูรขั้นสร้างลมปราณ ทว่าลูกธนูน้ำของพวกมันน่ารำคาญเป็อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเต่าวารีหลายพันตัวยิงลูกธนูออกมาพร้อมกัน ทำเอาจอมยุทธ์ฝั่งมนุษย์นั้นแหงนหน้าแทบไม่ขึ้น
“ถ้ายึดเมืองสมุทร์สำเร็จ ข้าจักตบรางวัลให้พวกเ้าอย่างงาม” จิงฉยงมองแนวป้องกันที่ค่อยๆ พังทลายแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ขณะนั้นหอกกระดูกของวาฬป่าเถื่อนได้กลายเป็เป็ฝันร้ายของเหล่ามนุษย์ ถึงจะอยู่ห่างหลายสิบลี้ ทว่ามันกลับสามารถทำลายเรือล่าสัตว์ได้อย่างสมบูรณ์
เรือล่าสัตว์บริเวณรอบนอกจมลงทีละลำสองลำ เมื่อสูญเสียเรือล่าสัตว์ซึ่งเป็ที่พึ่งพิง พวกเขาถูกลูกธนูน้ำของเต่าวารีฆ่าตายเป็ผักเป็ปลา บ้างก็ถูกปลาบินคลั่งฟันตัวขาด บ้างก็ถูกหอกกระดูกแทงหัวใจ บ้างก็ถูกฉลามป่าเถื่อนกัดตาย แนวป้องกันด่านแรงล่มสลายในพริบตาเดียว
ครึ่งวัน แนวป้องกันด่านแรกถูกเผ่าอนารยชนทำลายในเวลาเพียงครึ่งวัน จอมยุทธ์ที่อยู่ในเมืองสมุทร์เห็นดังนั้นถึงกับใจหล่นตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
แล้วเมืองสมุทร์จักต่อต้านได้อีกนานเท่าไหร่ หนึ่งวัน สองวันหรือหนึ่งเดือน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเผ่าอนารยชนนั้นแข็งแกร่งเฉกเช่นนี้ เมืองจักต้องถูกยึดครองไม่ช้าก็เร็ว
“ตู้มมม!” จูชิงถูกฉลามป่าเถื่อนเหวี่ยงค้อนซัดกระเด็นไปเกือบสามร้อยเมตร เขาถึงกับต้องขับเคลื่อนลมปราณเพื่อคงสมดุลให้กับร่างกาย
ฉลามป่าเถื่อนเองก็คิดไม่ถึงว่าขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าจักรอดชีวิตจากค้อนกระดูกของมันได้ แต่มันก็ไม่ได้สนใจจูชิง เหวี่ยงค้อนสังหารจอมยุทธ์คนอื่นแทน
จูชิงน้าวสายธนู ง้าวปีศาจิญญาอำมหิตพุ่งปราดไปเบื้องหน้า ยิงกลางแสกหน้าฉลามป่าเถื่อน!
แต่ไม่ว่าจูชิงจักกล้าหาญเพียงใดก็มิอาจพลิกวิกฤติกลับคืนมาได้ สิ่งที่ทำได้มีเพียงสู้แล้วก็ถอย เขายิงธนูเยือกแข็งสังหารจอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งของอนารยชนไปจำนวนไม่น้อย ท้ายที่สุดแล้วเมื่อไม่มีการป้องกันใดๆ ถึงเป็อนารยชนขั้นหลอมลมปราณก็ยากที่จะหลบลูกธนูที่ยิงจากธนูหลัวโหว อย่าว่าแต่ป้องกันเลย ง้าวิญญาปีศาจอำมหิตศัสตราวุธิญญาขั้นลึกลับ ใครเล่าจักต้านทานไหว!
ในานี้ อนารยชนที่จูชิงสังหารนั้นถูกหินโลหิตสูบกลืนลมปราณไปจนหมดสิ้น ลมปราณที่เหือดแห้งเป็เวลานานถูกเติมเต็มอีกครั้งหนึ่ง
ในที่สุดจูชิงกับคนที่โชคดีรอดชีวิตก็ถอยกลับเมืองสมุทร์ได้สำเร็จ หมู่ชนถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยๆ พวกเขาก็มีชีวิตรอดกลับมา
จูชิงทิ้งตัวนั่งลงบนพื้น จากการต่อสู้ยาวนานกว่าครึ่งวัน ถึงเป็คนเหล็กก็ยังทนไม่ไหว ถ้ามิใช่เพราะมีหินโลหิตคอยฟื้นคืนลมปราณอย่างต่อเนื่อง จูชิงก็คงทนได้ไม่นานขนาดนี้
