หลังจากจัดการเื่ของฮูหยินหงและเจี่ยเหยียนอันเสร็จแล้ว ลู่เต้าก็ลากร่างกายที่อ่อนล้ากลับห้อง เขาไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดของเตียงนุ่มๆ ได้ เพียงแค่ก้าวเข้าไปในห้องก็ตรงดิ่งไปที่เตียงเพื่อพักผ่อนทันที
ทว่าเท้ากลับไม่ยอมขยับ ยกไม่ขึ้นราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ลู่เต้าเอ่ยอย่างไม่พอใจ “เ้าทำอันใด ปล่อยข้าไปสิ!”
“ใครบอกว่าเ้าพักผ่อนได้ ต่อไปต้องทำการฝึกฝนพิเศษที่ข้าเตรียมไว้ให้เ้า!” ไป๋เสียที่นั่งอยู่บนเตียงอย่างเกียจคร้านมองลู่เต้า ดวงตาเป็ประกายวิบวับ ราวกับกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง
“ข้าเหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว ไม่ได้พักผ่อนเลย ท่านไว้ชีวิตข้าเถอะ” ลู่เต้าอ้อนวอน
“ข้าช่วยเ้าจัดการปัญหาที่ก่อไว้เรียบร้อยแล้ว” ไป๋เสียกล่าวต่อ “วิธีตอบแทนผู้อื่นเช่นนี้ ปู่เ้าสอนมาหรือ”
“ฮือ...” ลู่เต้าถูกแทงใจดำ จึงทำได้เพียงนั่งคุกเข่าลงบนพื้นอย่างว่าง่าย
เขาถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน “เชิญ”
ไป๋เสียนั่งยิ้มอยู่บนเตียงพลางมองลู่เต้า เห็นได้ชัดว่าเขาพอใจกับอิริยาบถที่แสดงถึงฐานะที่แตกต่างกันเช่นนี้ แต่พอได้ยินเสียงถอนหายใจอย่างไม่เต็มใจของลู่เต้า เขาก็พลันโกรธเกรี้ยวด่าทอในใจ ‘เ้าเด็กเนรคุณ...ข้างนอกนั้น หากจอมเวทปราบปีศาจคนใดรู้จักชื่อของข้า ล้วนแต่คุกเข่าขอฝึกวิชาด้วยความเต็มใจ! ไฉนเ้าถึง...’
“เฮ้อ ช่างเถอะ” เพื่อไม่ให้ถูกรบกวนจากโลกภายนอก เขาจึงสะบัดแขนเสื้อเบาๆ หน้าต่างทุกบานก็ปิดลง บรรยากาศภายในห้องมืดลงฉับพลัน
ลู่เต้ายังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ยันต์สีขาวแผ่นหนึ่งก็ร่วงลงมาตรงหน้าเขา เขามองดูอย่างพินิจ ก็พบว่าเป็ยันต์ที่ผนึกิญญาของเจี่ยเหยียนอันเอาไว้ เพราะบนนั้นวาดภาพใบหน้าอันน่าเกลียดน่ากลัวของเจี่ยเหยียนอันเอาไว้ด้วยชาดสีแดงอย่างละเอียดลออ
“น้ำเต้ายังอยู่หรือไม่”
ลู่เต้าพยักหน้า แล้วหยิบของที่แขวนอยู่ตรงเอวออกมาเขย่า ไป๋เสียพยักหน้า “เ้าลองดูจำนวนยาแก้พิษก่อน”
ลู่เต้าเทลูกกวาดหลากสีสันและลวดลายต่างๆ ลงบนมือ ในที่สุดเขาก็หยิบลูกกวาดสีเหลืองสลับขาวออกมาสามเม็ด แล้วนับ “สามเม็ด”
“สามเม็ดหรือ พอแล้ว” ไป๋เสียกล่าวต่อ “ฟังให้ดีเ้าหนู ต่อไปข้าจะให้เ้าฝึกฝนวิชาลับใหม่”
“โอ้” ลู่เต้ามองยาแก้พิษในมือด้วยความสนใจใคร่รู้ “หรือว่าเพียงแค่กินมันเข้าไปก็จะเรียนรู้ความสามารถในการล้างพิษได้”
ไป๋เสียส่ายหน้า “ไม่ใช่ นี่เป็เพียงการเตรียมการสำหรับขั้นตอนต่อไป”
“สิ่งที่ข้าจะให้เ้าเรียนรู้นั้นคือ...” ไป๋เสียชี้นิ้วไปที่ยันต์ที่ผนึกเจี่ยเหยียนอันบนพื้น “กรงเล็บพิษของมัน”
“เอ๋...” ลู่เต้ารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะสิ่งที่เขาอยากเรียนรู้คือวิชาที่ทรงพลังเช่นเดียวกับวิชาของเฉายวนิ เมื่อได้ยินว่าเป็เพียงกรงเล็บพิษที่ทำให้คนอื่นติดพิษ เขาก็ไม่ได้กระตือรือร้นนัก “ไยถึงให้ข้าเรียนวิชาอัปรีย์เช่นนี้เล่า”
“นี่คือสิ่งที่ข้าให้เ้าไว้ป้องกันตัว ท้ายที่สุดแล้ว พวกสำนักพิษถนัดการใช้พิษและอาวุธลับ เมื่อคนทั่วไปเห็นคนของสำนักพิษต่างก็หลีกเลี่ยง สำหรับเ้าที่อ่อนแอกว่า ก็ใช้หลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้” ไป๋เสียกล่าว
“แล้วจะเรียนอย่างไร” ลู่เต้าเกาหัว “ไม่ใช่ว่าต้องกินสมุนไพรพิษห้าชนิดถึงจะเข้าใจหรือ”
“หึ” ไป๋เสียแค่นเสียงเ็าอย่างดูถูก “พวกเราผู้อยู่บนวิถีแห่งภูตผี สามารถกลืนกินวิชาลับของคนตายได้โดยตรง ‘อาหาริญญา’ ของพวกเรากับ ‘อาหาริญญา’ ของพวกมนุษย์นั้นแตกต่างกัน แต่หลักการก็เหมือนกัน”
“แน่นอนว่าเพราะวิชาลับนั้นไม่ใช่ของเ้า ดังนั้นร่างกายจะต่อต้านอย่างรุนแรง เช่นกรงเล็บพิษนี้ จะก่อให้เกิดพิษรุนแรงในร่างกาย หากเ้าเอาชนะมันได้ก็จะใช้มันได้เช่นกัน”
ลู่เต้ายกมือที่ถือลูกกวาดขึ้นเล็กน้อย “เพราะอย่างนี้ ท่านถึงให้ข้าเตรียมยาแก้พิษเพื่อบรรเทาพิษหรือ”
ไป๋เสียดีใจ “โอ้ ดูเหมือนเ้าก็มีความสามารถอยู่บ้าง”
เขาชูนิ้วขึ้น ยันต์สีขาวก็มีลูกกลมเล็กๆ สีม่วงดำลอยออกมาอยู่กลางอากาศ ปล่อยกลิ่นอายอันตรายออกมาไม่หยุดหย่อน
“ยาแก้พิษมีเพียงสามเม็ด เ้ามีโอกาสลองกลั่นมันเพียงสามครั้งเท่านั้น” ไป๋เสียถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “พร้อมหรือยัง”
ลู่เต้าพยักหน้า ไป๋เสียสะบัดนิ้ว ลูกกลมเล็กๆ ก็พุ่งเข้าไปในปากของลู่เต้า แล้วไหลลงคอไป
ตอนแรกก็ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ไม่นานลู่เต้าก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมา ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็สั่นเทา ไม่เพียงแต่หลอดอาหารจะรู้สึกร้อนผ่าว ท้องของเขายังปวดรุนแรง จนเหงื่อเย็นไหลรินไม่หยุด
“อือ...ปวด...” ลู่เต้ากัดฟันแน่น ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยว
กระแสลมวนสีม่วงดำที่แปรเปลี่ยนมาจากลูกกลมเล็กๆ กำลังอาละวาดอยู่ในท้องของลู่เต้า ราวกับมีพายุคมมีดก่อตัวขึ้นภายในท้องของเขา
“รีบกินยาแก้พิษ!” ไป๋เสียเตือน
ลู่เต้าหยิบยาแก้พิษเม็ดหนึ่งขึ้นมาใส่เข้าไปในปากอย่างยากลำบาก ก่อนจะกัดแตกส่งเสียงดังกร๊อบ ลูกกวาดกลายเป็ความเย็นฉ่ำชื่นใจ ความรู้สึกร้อนผ่าวไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะอาหาร
ความเ็ปในท้องก็บรรเทาลงอย่างรวดเร็ว สีหน้าที่ตึงเครียดของลู่เต้าค่อยๆ ผ่อนคลายลง ทว่าทั่วร่างกลับเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ หากไม่รู้มาก่อนอาจคิดว่าเขาตกลงไปในน้ำ
ลู่เต้าหยิบลูกกวาดแก้พิษเม็ดที่สองขึ้นมากัด แล้วรวบรวมความเย็นะเืเพื่อต้านพิษ
‘เอ๊ะ?’ ขณะที่ลู่เต้าหลับตาเพ่งสมาธิสำรวจภายในร่างกาย ก็พบว่าสีของพายุหมุนจางลงกว่าเดิมมาก แต่พลังทำลายล้างกลับไม่ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
ไป๋เสียเห็นว่าเขาหยุดชะงัก จึงถามว่า “เป็อะไรไป”
“สีของพายุหมุนจางลงแล้ว” ลู่เต้าตอบพลางหลับตา
“ถูกต้องแล้ว จงใช้ลูกกวาดแก้พิษล้างพิษของมันต่อไป”
“ฮ่า...” ลู่เต้ารวบรวมความเย็นะเืให้ไหลเข้าสู่พายุหมุนอีกครั้ง
มันเหมือนกับเหวลึกที่ดูดซับลูกกวาดแก้พิษไม่หยุดยั้ง สีสันก็ยิ่งจางลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็ใสราวกับผลึก
“ดีมาก! บัดนี้พิษถูกขจัดหมดแล้ว จงใช้พลังิญญาของเ้าห่อหุ้มแล้วหลอมรวมมันซะ!”
ลู่เต้าทำตามคำแนะนำของไป๋เสีย เขาผสานพลังิญญาสร้างเป็แผ่นเคลือบบางๆ ห่อหุ้มพายุหมุนเอาไว้
“ค่อยๆ บีบรัด ให้มันกลับคืนสู่รูปทรงลูกแก้วเหมือนเดิม”
แผ่นเคลือบค่อยๆ หดเล็กลง แต่พลังทำลายของพายุหมุนนั้นเปรียบเสมือนคมดาบ มันกรีดเฉือนแผ่นเคลือบขาดอย่างง่ายดาย
“อึก...” ใบหน้าของลู่เต้าพลันบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป
ไป๋เสียเห็นว่าลู่เต้าไม่อาจสะกดกรงเล็บพิษของเจี่ยเหยียนอันได้จึงอดคิดไม่ได้ว่า ‘ถึงแม้จะมีลูกกวาดแก้พิษช่วย แต่การให้เ้าหนูกลืนกินิญญาตอนนี้มันเร็วเกินไปหรือไม่’
ลู่เต้าฮึดสู้ เขาผสานพลังิญญามากขึ้นเพื่อห่อหุ้มพายุหมุน กำแพงพลังแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก
กำแพงพลังที่หนาขึ้นสามารถต้านทานพายุหมุนเอาไว้ได้โดยไม่ฉีกขาด เขายิ้มอย่างยินดีในใจ “สำเร็จแล้ว”
ดังนั้นเขาจึงเริ่มควบคุมจิตใจ บีบรัดพลังิญญาเข้าไป กดข่มพายุหมุนอย่างรุนแรง พายุหมุนพุ่งชนไปมาอย่างบ้าคลั่งบนผนัง หวังจะเจาะทะลุกำแพงพลังให้ได้
เมื่อเห็นว่าพายุหมุนกำลังจะถูกบีบอัดกลับคืนสู่รูปทรงลูกแก้ว ความตึงเครียดในใจของลู่เต้าก็คลายลง แต่เพราะความประมาทเพียงชั่วครู่ ทำให้พายุหมุนเจาะทะลุกำแพงพลังสำเร็จ มันกลับคืนสู่ขนาดเดิมในพริบตา
ไม่เพียงเท่านั้น เนื่องจากเสียเวลานานเกินไป พิษบนพายุหมุนจึงแพร่กระจายกลับกลายเป็สีม่วงดำอีกครั้ง อาการปวดท้องของเขาก็กำเริบขึ้นมา
ถึงแม้จะล้มเหลว แต่ลู่เต้ากลับค้นพบความสนุกในการฝึกฝนครั้งนี้ นี่เป็ประสบการณ์มหัศจรรย์ที่เขาไม่เคยััมาก่อนในชีวิต
เมื่อเห็นว่าลู่เต้าเหงื่อท่วมตัวและอ่อนล้า ไป๋เสียจึงส่ายหน้า ยกนิ้วขึ้นเตรียมหยุดการฝึกฝน “พอแล้ว ข้าให้เ้าที่บำเพ็ญเพียรได้เพียงหนึ่งดาราไปกลืนกินเคล็ดวิชาของผู้บำเพ็ญเพียรสองดาราก็เร็วเกินไปจริงๆ”
“เดี๋ยวก่อน” ลู่เต้ารั้งเขาไว้ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ขอข้าลองอีกครั้ง ข้าคิดว่าข้าจับเคล็ดได้แล้ว”
‘เป็ไปได้อย่างไร’ ลู่เต้าที่มักจะอู้งานอยู่เป็ประจำกลับขอร้องด้วยตัวเอง
ไป๋เสียรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเกลี้ยกล่อมว่า “เ้าไม่ต้องฝืนก็ได้ รอให้เตรียมลูกกวาดแก้พิษให้มากพอก่อน ค่อยลองหลอมรวมก็ยังไม่สาย...”
ไป๋เสียเห็นว่าลู่เต้ายังไม่จุใจ ถึงแม้จะอยู่กับเขามาไม่นาน แต่ก็พอจะรู้ว่านิสัยของลู่เต้าค่อนข้างดื้อรั้น เขาจึงล้มเลิกความคิดเดิม “เช่นนั้นก็ทานลูกกวาดฟื้นฟูพลังอีกเม็ด”
ลู่เต้าฝืนความเ็ปที่ท้อง เขายื่นมือไปหยิบลูกกวาดอีกเม็ดจากน้ำเต้า ส่งเข้าไปในปากพร้อมกับลูกกวาดแก้พิษ เมื่อลูกกวาดทั้งสองเม็ดถูกกัดพร้อมกัน มันก็แปรเปลี่ยนเป็ความอบอุ่นและเย็นะเืไหลลงสู่ท้อง
ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย บำรุงเส้นชีพจรทุกเส้น ทำให้พลังกายฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ส่วนความเย็นะเืแทรกซึมเข้าไปในพายุหมุน ขจัดพิษออกไปอีกครั้ง
ลู่เต้าที่พลังกายเต็มเปี่ยม ได้ผสานพลังิญญามากขึ้น สร้างเป็แผ่นเคลือบหนาห่อหุ้มพายุหมุนเอาไว้ทั้งหมด ในที่สุดพายุหมุนที่คมกริบราวกับคมดาบก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ มันถูกบีบอัดกลับคืนสู่รูปทรงลูกแก้วอย่างช้าๆ
บัดนี้มันไม่มีร่องรอยของความเกรี้ยวกราดหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันลอยเคว้งคว้างอยู่ในท้องของเขาอย่างสงบนิ่ง
ไป๋เสียเห็นว่าเขาสามารถสะกดกรงเล็บพิษได้สำเร็จ จึงรีบเอ่ยด้วยความยินดี “เร็วเข้า! รีบหลอมรวมมันซะ!”
ลู่เต้าไม่รอให้เขาพูดจบ เขาควบคุมจิตใจ ลูกแก้วก็หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาทันที
ในชั่วขณะนั้น ลู่เต้าราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว! เขามองดูมือทั้งสองข้าง จากนั้นก็ผสานพลังิญญาตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้นปลายนิ้วทั้งสิบก็ถูกปกคลุมไปด้วยพลังสีดำสนิท!
ถึงแม้จะเป็เคล็ดวิชาที่แย่งชิงมาจากคนตาย แต่มันก็เหมือนกับที่เจี่ยเหยียนอันใช้ไม่มีผิดเพี้ยน! และเป็เช่นที่ไป๋เสียเคยกล่าวไว้ในห้องลับจริงๆ เมื่อเรียนรู้เคล็ดวิชาใดๆ แล้ว ก็ใช้มันออกมาได้อย่างเป็ธรรมชาติราวกับหายใจ
ลู่เต้าแสดงผลลัพธ์ให้ไป๋เสียเห็นด้วยความภาคภูมิใจ ส่วนไป๋เสียก็ยิ้มน้อยๆ “ยินดีด้วย!”
“กรงเล็บพิษ...บำเพ็ญสำเร็จแล้ว!”
