“หม่อมฉันออกไปสูดอากาศด้านนอกมาเพคะ” เยว่ซินจำใจปิดบัง เพราะไม่้าให้เกิดปัญหาใด ๆ ทำให้เขาขุ่นเคืองใจหากแต่คำตอบของนางทำให้ชายหนุ่มค่อย ๆ รินชาลงบนถ้วย ทว่าชาที่ไหลออกมาสะเปะสะปะไร้ทิศทาง เยว่ซินรีบเดินเข้าจับมือเขาไว้
“พระองค์เป็อันใดเพคะ” นางถามพลางเอื้อมไปหยิบชาจากมือเขา แล้วเทชาใส่ถ้วยยื่นให้ พร้อมสายตาอ่อนหวานมองเ้าเฉินลู่ด้วยความเป็ห่วง ก่อนเขาจะยกยิ้มมุมปาก เหลือบมองถ้วยชาที่นางยื่นให้
“เพล้ง!” ถ้วยในมือนางถูกเขาปัดลงพื้น จนแตกกระจาย นั่นทำให้เยว่ซินใเบิกตากว้าง หันมองมายังรัชทายาทด้วยความหวาดหวั่น
“ข้าไม่อยากเชื่อ ว่าเ้าจะเป็หญิงชั่วช้าได้เพียงนี้ เ้าหลอกลวงข้าครั้งแล้วครั้งเล่า เ้าเห็นข้าเป็ตัวอะไร?” เขาถามอีกฝ่าย พร้อมหยดน้ำตาร่วงลงพื้น ก่อนเยว่ซินจะถอยหลังเพื่อตั้งหลัก หากแต่จ้าวเฉินลู่ค่อย ๆ ลุกขึ้น ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ จนนางต้องถอยหลังไปติดกำแพง
“สี่ปีก่อน เ้าทำกับข้าไปครั้งหนึ่ง นั่นก็นับว่าเป็การดูถูกศักดิ์ศรีข้ามากเพียงพอแล้ว แต่วันนี้ ที่เ้าอยู่ในฐานะพระสนมของข้า เ้าก็ยังลักลอบออกไปหามัน!” เยว่ซินกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ กล่าวออกมา ก่อนสายตาของรัชทายาทจะก้มลงมองที่ท้องน้อยของนาง
“เ้าท้องกับข้า หรือท้องกับมันกันแน่” คำถามของเขา ทำให้เยว่ซินถึงกับชะงักนิ่ง พูดอะไรไม่ออก มีเพียงสายตาสั่นไหวมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาด้วยความผิดหวัง
“พระองค์ตรัสสิ่งใดออกมารู้ตัวหรือไม่เพคะ” นางถามด้วยน้ำเสียงสั่นไหว ก่อนเขาจะยิ้มมุมปาก พร้อมหยดน้ำตาร่วงหล่นลงพื้น แม้พยายามกลั้นแล้วอย่างเต็มที่ แต่เ้าน้ำตานั้นก็ยังขัดคำสั่ง เอ่อล้นออกมาให้นางได้เห็นอยู่ดี
มือหนาค่อย ๆ เลื่อนขึ้นบีบคออีกฝ่าย แล้วกัดฟันถามนางเป็ครั้งสุดท้าย
“ข้าถาม! ว่าเ้าแอบมีสัมพันธ์กับองค์ชายสามแล้วใช่หรือไม่?” เขาะโถามด้วยแววตาเ็ป พร้อมภาพความสุขที่เคยวาดฝันไว้ สลายหายไปต่อหน้า ก่อนมือหนาจะค่อย ๆ ออกแรงบีบคอนางมากขึ้น
“หม่อมฉันไม่เคยทำสิ่งชั่วช้าเช่นนั้นเพคะ” นางปฏิเสธ พร้อมมือหนากำคอนางแน่นด้วยความคับแค้นใจ
“คิดว่าข้าจะเชื่อเ้าอีกงั้นรึ เ้าหักหลังข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะให้ข้าเชื่อได้อย่างไรว่าเด็กในครรภ์ เป็ลูกของข้า” เขากดเสียงต่ำ เวลานี้สติของจ้าวเฉินลู่แตกกระเจิงล่องลอยหาที่เกาะเกี่ยวไม่ได้ สายตาคมสั่นไหว จับจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าราวกับจะกินเืกินเนื้อ
“ข้าเป็ถึงรัชทายาท ที่ใคร ๆ ต่างให้ความเคารพยำเกรง แต่เ้า กลับหลอกลวงข้า ใช้ความอ่อนหวานหลอกล่อให้ข้าหลงเชื่อ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเ้าก็ยังหักหลังข้าเหมือนเคย อย่าคิดว่าข้ารักเ้ามาก ถึงขนาดไม่กล้าลงมือ” เยว่ซินเวลานี้ ได้แต่ส่ายศีรษะไปมา พยายามอธิบาย หากแต่อีกฝ่ายโกรธจนหน้ามืดตามัว เพียงแค่นึกภาพนางนอนเคียงคู่กับองค์ชายสาม ก็ทำให้เขาไม่อาจทนต่อไปได้
“ข้าจะฆ่าเ้า!” เขาพูดพลางออกแรงบีบจนอีกฝ่ายหน้าแดงก่ำเพราะหายใจไม่ออก เยว่ซินพยายามใช้มือต่อต้าน หากแต่แรงของนางน้อยนิดไม่สะกิดให้อีกฝ่ายรู้สึก ก่อนลมหายใจของนางจะสิ้นสุด เสียงของพระชายาฟางเหลียนก็ดังขึ้น
“ขอรัชทายาทโปรดไว้ชีวิตพระสนมด้วยเพคะ” จ้าวเฉินลู่ได้สติ หันมาพบว่าเยว่ซินอ่อนล้าเต็มที จึงรีบผ่อนแรง พร้อมร่างของหญิงสาวร่วงกองลงพื้นทันทีที่เขาปล่อยมือ
“เยว่ซิน!” เสียงเรียกของพระชายาฟางเหลียนดังขึ้น พร้อมเข้าไปประคองร่างของพระสนม ก่อนเยว่ซินจะได้สติ แล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมไอออกมาเป็ระยะ
“อย่างไรพระสนมเยว่ซิน ก็เป็น้องสาวของหม่อมฉัน ได้โปรดไว้ชีวิตนางด้วยเพคะ” พระชายาฟางเหลียนแสร้งคลานเข้าไปหาจ้าวเฉินลู่ ขอร้องเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“แม้นางจะแอบลักลอบ ออกไปพบองค์ชายสามจริง หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ควรลงโทษถึงตายนะเพคะ” ชายหนุ่มมองไปยังเยว่ซิน ที่กำลังสบตาเขา พร้อมน้ำตาของนางไหลรินเป็สายด้วยความผิดหวัง อีกทั้งคำพูดของพระชายาไม่ทำนางอยากแก้ตัวใด ๆ กับเขา
“เอานางออกจากตำหนักของข้า ก่อนที่ข้าจะระงับโทสะไม่อยู่แล้วลงมือสังหารนางจนตาย!” เขาจับจ้องไปยังเยว่ซินที่นั่งกองอยู่กับพื้น
“หากอยากฆ่าหม่อมฉัน ก็ลงมือเถิดเพคะ อย่าชักช้าเลย” นางพูดด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างถึงที่สุด ก่อนรัชทายาทจะเดินเข้ามาแล้วย่อตัวลงสบสายตาของอีกฝ่าย
“อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าลงมือ”
“หม่อมฉันไม่คิดท้าทาย หม่อมฉันรู้ว่าพระองค์มีอำนาจที่จะทำสิ่งใดก็ได้ตามพระทัย ในเมื่อคิดว่าเด็กในท้องหม่อมฉันเป็ลูกขององค์ชายสามแล้ว ก็ฆ่าหม่อมฉันเถิดเพคะ” หญิงสาวพูดพร้อมใบหน้าแดงก่ำ น้ำตามากมายไหลรินลงมาไม่ขาดสาย นางยังคงมองเขาด้วยสายตาแห่งความผิดหวัง
“ฟางเหลียน!” เขาหันไปเรียกชื่อพระชายาโดยที่ยังจับจ้องมองใบหน้าของเยว่ซินไม่ละสายตา
“เพคะรัชทายาท”
“ในเมื่อเ้าร้องขอชีวิตนาง ข้าก็มอบชีวิตนางให้เ้า นับจากนี้ข้าขอปลดเยว่ซินออกจากตำแหน่งพระสนม แล้วให้นางย้ายไปอยู่ที่ตำหนักเย็นท้ายวัง ห้ามมีบ่าวไพร่คอยดูแล ให้กินอาหารเพียงมื้อเดียว และห้ามออกจากตำหนักจนกว่าข้าจะอนุญาต”
“รับพระบัญชาเพคะ” ฟางเหลียนค่อย ๆ ประคองร่างของเยว่ซินออกจากตำหนักเฉียนกู่ พร้อมทหารสองสามคน เดินมาส่งที่ตำหนักเย็นท้ายวัง ท่ามกลางความมืดมิดอันเงียบสงบ ทั้งหมดหยุดยืนอยู่หน้าตำหนัก ก่อนฟางเหลียนจะหันมายังทหารสองคนนั้น
“พวกเ้าออกไปก่อน ข้าจะอยู่กับเยว่ซินเอง”
“พ่ะย่ะค่ะ” ยามนี้ เหลือกันเพียงสองคนเท่านั้น ฟางเหลียนไม่จำเป็ต้องเล่นละครตบตาผู้ใดอีก มือที่เคยควงแขนอีกฝ่าย ค่อย ๆ ปล่อยออก แล้วเดินมองตำหนักเย็นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
