ในกระโจมมีเพียงฟู่ถิงเย่กับอูซินเหยาอยู่ด้วยกันสองคน
อูซินเหยามองเขาด้วยความไม่เชื่อ “ท่านบอกว่าจะ...ขายอาวุธให้ข้า?”
“อืม ชาวเหลียวต้องยอมถอยทัพจากการโจมตีต้าฉี ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็ผลจากการถูกอาวุธใหม่นี้ข่มขู่ให้พวกเขากลัว ฉะนั้น การที่ข้าส่งกำลังเสริมไปให้ท่าน ไม่สู้ให้ท่านแบกอาวุธเหล่านี้กลับไปไม่ดีกว่าหรือ” ฟู่ถิงเย่กล่าวอย่างไม่เร่งรีบ “แน่นอนว่าราคาจะค่อนข้างสูง เพราะพวกเราต้าฉีต้องทุ่มเทกำลังคนและทรัพยากรจำนวนมากเพื่อผลิตอาวุธเหล่านี้”
อูซินเหยาอึ้งไป ราวกับตกตะลึงจนเรียกสติไม่ได้
“เื่นี้สำคัญมาก หากองค์หญิงทรงมีสาส์นไปถามความเห็นจากฮ่องเต้ของท่านก็จะเป็การดี” ฟู่ถิงเย่เงยหน้ามองนาง “องค์หญิงทรงเห็นเป็เช่นไร?”
อูซินเหยากล่าว “ท่านหมายความว่า...จะไม่ส่งทหารแม้แต่คนเดียวมาให้ข้า แต่จะ...ให้อาวุธเ่าั้?”
“ชาวเหลียวแข็งแกร่งโดยธรรมชาติ ถนัดการขี่ม้าและยิงธนู การส่งกองหนุนไปก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่ใช้รับมือกองทัพเหลียวได้ ก็คืออาวุธชนิดใหม่เ่าั้”
ฟู่ถิงเย่หยุดไปเล็กน้อย แล้วกล่าวต่อ “หากมีอาวุธเหล่านี้ ชาวเหลียวคงจะสงบเสงี่ยมไปได้สักระยะ แม้ในวันข้างหน้าอาจจะบุกเข้ามาอีก องค์หญิงก็ไม่จำเป็ต้องวิ่งวุ่นไปขอความช่วยเหลือจากที่ใดอีก”
จริงด้วย...
ดังคำที่ว่า พึ่งพาผู้อื่นมิสู้พึ่งพาตนเอง หากหนานจ้าวมีอาวุธชนิดใหม่เหล่านี้ ก็ไม่จำเป็ต้องเดินทางไกลไปขอความช่วยเหลือจากแคว้นอื่นอีก
อาวุธใหม่ของต้าฉีเหล่านี้ทำให้แคว้นต่างๆ ที่อยู่โดยรอบพากันอิจฉา แต่ไม่คิดว่าฟู่ถิงเย่จะเอ่ยปากขายได้อย่างง่ายดายเช่นนี้...
นี่น่าจะเป็เื่ดี แต่ทำไมกัน...ทำไมนางถึงไม่รู้สึกดีใจเลยแม้แต่น้อย?
อูซินเหยารู้ดีว่าการค้าขายเช่นนี้ เป็ความสัมพันธ์เงินมาของไป ไม่จำเป็ต้องพึ่งพาการแต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์ ดังนั้น...ฟู่ถิงเย่ไม่มีความตั้งใจจะแต่งงานกับนางจริงๆ หรือ?
หัวใจของนางราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบอย่างรุนแรง นางรู้สึกหายใจไม่ค่อยออก
“ข้า...ข้าจะเขียนสาส์นกลับไปถามเสด็จพ่อโดยเร็ว” อูซินเหยาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามผ่อนคลายอารมณ์ “เช่นนั้น ก่อนหน้านั้น ท่านจะขายอาวุธให้ข้าได้เท่าไหร่?”
“ธนูและหน้าไม้สองหมื่น เครื่องยิงหินสิบเครื่อง ะเิอสนีบาตห้าพัน” ฟู่ถิงเย่ได้คำนวณจำนวนไว้ั้แ่เมื่อวาน เมื่ออูซินเหยาถาม เขาจึงตอบได้ทันที “อาวุธเหล่านี้จะถูกส่งไปยังหนานจ้าวสามครั้ง แต่ละครั้งจะมีช่างฝีมือสองคนติดตามไปด้วย เพื่อแจ้งรายละเอียดข้อควรระวังในการใช้งาน”
อูซินเหยาขมวดคิ้ว “แล้วดาบกับกระบี่ล่ะ? ข้ารู้ว่าดาบแบบใหม่ของพวกท่านต้าฉีคมกริบจนตัดเหล็กได้เหมือนตัดโคลน ทั้งยังทนทานเป็อย่างยิ่ง”
“การหลอมดาบและกระบี่ต้องใช้เวลาและสิ้นเปลืองแรงงาน ช่างฝีมือของเราจะสอนวิธีการหลอมตีดาบแบบพับทบให้พวกท่านแทน”
เมื่อได้ยินดังนั้น ในดวงตาของอูซินเหยาก็ฉายแววดูิ่ “วิธีการหลอมตีนั้นจะขายเท่าใด?”
“ถึงแม้วิธีการหลอมตีเหล็กนี้จะล้ำค่า แต่ต้าฉีจะไม่นำมาใช้เพื่อกอบโกยผลประโยชน์ รอข้าทูลรายงานแด่ฮ่องเต้แล้ว เมื่อนั้นองค์หญิงก็จะสามารถนำตำราและช่างฝีมือกลับแคว้นไปได้”
อูซินเหยามองเขาอย่างประหลาดใจ
ฟู่ถิงเย่รู้ว่าอูซินเหยากำลังประหลาดใจในเื่ใด เขามีสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกลับรู้สึกปลาบปลื้มโดยไม่รู้ตัว
วิธีการหลอมตีเหล็กเช่นนี้ แม้แต่ชาวเหลียวก็ยังต้องหาวิธีแฝงตัวเข้าไปในค่ายทหารของกองทัพฉีเพื่อขโมยไป เงินทองมากเพียงใดก็เทียบกับคุณค่านี้ไม่ได้ แต่หวาชิงเสวี่ยกลับสามารถบอกว่าจะมอบให้โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย จิตใจกว้างขวางน้ำใจสูงส่งเช่นนี้ ฟู่ถิงเย่รู้สึกภาคภูมิใจ สมแล้วที่เป็สตรีของข้า
ทางด้านอูซินเหยาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามเขาว่า “จำนวนที่ท่านให้มานี้ สามารถเพิ่มอีกได้หรือไม่?”
ฟู่ถิงเย่ส่ายหน้า “จะอย่างไรข้าก็ต้องเหลือเผื่อไว้ตามจำนวนที่ต้าฉี้า และขั้นตอนการผลิตอาวุธนั้นยุ่งยากซับซ้อน การขุดหาวัตถุดิบก็ไม่ใช่เื่ง่าย แม้แต่จำนวนเท่านี้ก็ยังต้องทยอยส่งเป็งวดๆ”
อูซินเหยากัดริมฝีปาก ในที่สุดก็ลงการตัดสินใจ “ได้! ฟู่ถิงเย่ ข้าหวังว่าท่านจะรักษาสัญญา”
“หากจะกล่าวถึงความน่าเชื่อถือ องค์หญิงวางพระทัยได้เลย” ฟู่ถิงเย่ตอบกลับ
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของอูซินเหยาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ไม่รู้ว่านางคิดมากไปเองหรือไม่ แต่รู้สึกเหมือนฟู่ถิงเย่จงใจสะท้อนถึงการทรยศในอดีตของนาง...
แต่ในครั้งนั้น...ครั้งนั้นพวกเขาเป็ศัตรูนี่! นางย่อมต้องทำเช่นนั้น!
อูซินเหยาลุกขึ้น จ้องมองฟู่ถิงเย่ตรงๆ “ท่านอย่านึกเสียใจก็แล้วกัน บางทีไม่นานหนานจ้าวของข้าก็จะสามารถเรียนรู้วิธีการทำอาวุธเ่าั้ได้!”
ใบหน้าเคร่งขรึมของฟู่ถิงเย่ ในที่สุดก็ปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อย “ในเมื่อกล้าขายให้ท่านแล้ว ย่อมไม่กลัวว่าคนของท่านจะเรียนรู้ไปได้”
อูซินเหยากัดริมฝีปากล่างแน่น จากนั้นก็หันหลัง แล้วเดินจากไปด้วยความโกรธ
ฉินเหลาอู่เดินเข้ามาพอดี พบเข้ากับอูซินเหยา เขาถึงกับงงงวยกับใบหน้าโกรธเกรี้ยวของนาง
“ท่านแม่ทัพ ผ่านมาหลายปี องค์หญิงแห่งหนานจ้าวก็ไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ อารมณ์ร้ายไม่เปลี่ยน!”
ร่างของฉินเหลาอู่พ้นเข้ามาในกระโจมแล้ว แต่หัวยังหันไปมองแผ่นหลังของอูซินเหยาด้านนอก มองไปก็ถอนหายใจไป “ท่านแม่ทัพ ท่านไปยั่วโมโหอะไรนางเข้าอีกแล้วหรือ?”
“ข้าจะไปยั่วโมโหนางเื่อะไร? ข้าแค่บอกนางว่าไม่มีกองหนุน ถ้าอยากได้อาวุธก็ต้องเอาเงินทองมาซื้อ”
“ขายอาวุธ?!” ฉินเหลาอู่เบิกตากว้าง “ท่านแม่ทัพ ท่านล้อเล่นใช่หรือไม่?! อาวุธของเรา จะเอาไปขายให้คนของหนานจ้าวหรือ?”
ฟู่ถิงเย่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ฉินเหลาอู่ก็ลูบเคราแล้วพูดว่า “เื่ดีขนาดนี้ ราวกับมีลาภลอยตกลงมาจากฟากฟ้า นางไม่ดีใจสักนิดเลยหรือ? องค์หญิงแห่งหนานจ้าวคิดอะไรอยู่กันแน่?!”
ฉินเหลาอู่คิดไม่ตก ฟู่ถิงเย่ก็ยิ่งคิดไม่ตกเช่นกัน เมื่อครู่เขาพูดแต่เื่ที่เป็ข้อเท็จจริง ไม่รู้ว่าคำพูดใดไปกระทบกระเทือนอีกฝ่ายเข้า
แต่ถึงแม้ว่าเขาจะไปกระทบกระเทือนองค์หญิงจริงๆ เขาก็ไม่ใส่ใจ ตอนนี้อูซินเหยาเป็ฝ่ายที่้าขอความช่วยเหลือจากเขา ฟู่ถิงเย่คิดว่าเขาไม่ได้วางท่าทีถือตัว ก็ถือว่าแสดงความจริงใจให้เพียงพอแล้ว
“ทางนี้เ้าคอยจับตาดูไปก่อน ข้าจะกลับเข้าเมืองสักหน่อย” เขากล่าว
ใบหน้าของฉินเหลาอู่เผยรอยยิ้มออกมาทันที “ท่านแม่ทัพจะไปหาแม่นางหวาหรือขอรับ?”
ฟู่ถิงเย่ไม่ตอบอะไร แต่ในดวงตาฉายแววความปีติยินดีออกมาเล็กน้อย “ข้าจะนำพระราชโองการและของพระราชทานไปมอบให้”
“ไปเถอะ ไปเถอะขอรับ!” ฉินเหลาอู่ยิ้มราวกับดอกไม้บาน “ข้าน้อยจะคอยจับตาดูให้ หากมีข่าวอะไร จะรีบแจ้งให้ท่านแม่ทัพทราบโดยเร็ว”
ฟู่ถิงเย่ลูบเคราของตนเอง พลางคิดว่าพอไปถึงแล้วก็จะให้หวาชิงเสวี่ยช่วยเล็มหนวดเคราให้
เมื่อก่อนไว้หนวดเคราก็ไม่ได้คิดอะไร ตอนนี้พอหวาชิงเสวี่ยคอยดูแลให้สองครั้ง ก็รู้สึกติดใจไปแล้ว ไม่ได้เล็มหนวดเครากลับรู้สึกไม่สบายตัว
เมื่อคิดถึงภาพหวาชิงเสวี่ยก้มตัวลง มือที่นุ่มนวลลูบไล้ไปบนใบหน้าของเขาอย่างแ่เบา ราวกับสายน้ำที่อ่อนโยน...
ฟู่ถิงเย่ก็รู้สึกเหมือนตัวชาไปทั้งตัว...
แม่ทัพใหญ่จมอยู่ในห้วงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น เดินออกจากค่ายทหารไปด้วยสีหน้าเบิกบาน
ไม่นานอูซินเหยาก็ทราบข่าวการออกจากค่ายของฟู่ถิงเย่
ทหารองครักษ์ของนางเฝ้าอยู่หน้ากระโจม คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของฟู่ถิงเย่ เมื่อเห็นเขาออกจากค่ายก็รีบไปบอกอูซินเหยาทันที
“เขาขี่ม้าไป ด้านหลังมีรถม้าคันหนึ่ง บรรทุกของพระราชทานที่ส่งมาให้วันนี้ พร้อมทั้งมีทหารคุ้มกัน น่าจะไปพบซือปิงฟูเหริน”
อูซินเหยาคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอก "เตรียมม้า ข้าจะไปดูว่าคนคนนั้นเป็ใครกันแน่"
ยังไม่ทันขาดคำ ก็เห็นฉินเหลาอู่เดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“คารวะองค์หญิง!”
อูซินเหยาขมวดคิ้ว หยุดฝีเท้าลง “รองแม่ทัพฉิน”
“จะไปดูคลังอาวุธหน่อยหรือไม่?” รอยยิ้มของฉินเหลาอู่แทบจะกว้างจนถึงใบหู “ต้องตรวจสินค้าให้เรียบร้อยก่อน ถึงจะสบายใจในการซื้อขาย ใช่หรือไม่? ถ้าหากอานุภาพการทำลายไม่พอ นำกลับไปแล้วก็คงไม่รู้จะอธิบายกับคนที่แคว้นของพระองค์อย่างไร”
อูซินเหยาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า “ดี ถ้าเช่นนั้นก็ไปดูกันหน่อย”
นางอยากจะเห็นว่าซือปิงฟูเหรินผู้นี้ สร้างอาวุธชนิดใหม่ที่น่าสนใจอะไรออกมา ถึงกับทำให้ทัพม้าเหล็กของต้าเหลียวต้องเปลี่ยนเป้าหมายไปโจมตีทางใต้
...
โกดังของกรมสรรพาวุธยังสร้างไม่เสร็จ ดังนั้นทางกรมสรรพาวุธจึงเปิดพื้นที่แห่งหนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อเก็บะเิอสนีบาตที่ช่างฝีมือสร้างขึ้น
การปรับอัตราส่วนของวัตถุดิบเป็หน้าที่ของเหลียงเหวินเฉิงแต่เพียงผู้เดียว ส่วนวัตถุดิบทั้งหมดก็ผ่านการทำให้บริสุทธิ์โดยหวาชิงเสวี่ย งานที่เหลือก็คือการหล่อลูกเหล็กกลวงและการทำชนวน ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าสูตรจะถูกเปิดเผย
ต่อให้พวกเขาได้ะเิอสนีบาตไป ก็ไม่สามารถรู้ส่วนผสมข้างในได้ หรือต่อให้หนานจ้าวมีช่างฝีมือที่เก่งกาจจนสามารถศึกษาสูตรได้ แต่หากไม่มีวัตถุดิบที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์จากหวาชิงเสวี่ย ก็ไม่สามารถผลิตะเิอสนีบาตที่มีอานุภาพเช่นนี้ได้
ฉินเหลาอู่เลือกมาสองลูกจากในโกดัง หยิบขึ้นมาถือในมือแล้วชั่งน้ำหนัก เขาชอบไอ้ลูกกลมๆ สีดำๆ นี้จากใจจริง!
ไม่มีชายใดสามารถปฏิเสธเสน่ห์ของดินปืนได้
เขาคิดว่ามันเหลือเชื่อมาก หวาชิงเสวี่ยที่ดูอ่อนหวานบอบบางเช่นนั้น เหตุใดถึงสามารถผลิตของที่น่ากลัวเช่นนี้ได้?
“รองแม่ทัพฉิน นี่คืออาวุธที่ท่านบอกหรือ?” ใบหน้าสดใสของอูซินเหยาไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย นางมองะเิอสนีบาตในมือของฉินเหลาอู่ด้วยใบหน้าที่เ็า
“นี่แหละคือะเิอสนีบาตพ่ะย่ะค่ะ” ฉินเหลาอู่ยิ้ม “ข้าจะพาองค์หญิงไปดูอานุภาพของมัน”
กล่าวจบ เขาก็หยิบลูกเหล็กสองลูกเดินออกจากโกดัง
อูซินเหยาและหญิงรับใช้ของนางต่างก็มีท่าทีสงสัย แล้วเดินตามออกไป
อูซินเหยาคิดว่าฉินเหลาอู่จะพานางไปที่ลานฝึก เพราะการทดสอบอาวุธโดยทั่วไปแล้วมักจะทำกันที่ลานฝึก เช่นเดียวกับการประลองระหว่างนางกับฟู่ถิงเย่เมื่อวานนี้ ที่ทำเพื่อทดสอบดาบและกระบี่ที่ต้าฉีสร้างขึ้นใหม่
แต่ฉินเหลาอู่กลับเรียกคนมาจูงม้าหลายตัว คนกลุ่มหนึ่งออกเดินทางจากค่ายทหาร! มุ่งหน้าไปจนถึงเชิงเขาพานหลง!
“เหตุใดจึงต้องมาทดสอบที่นี่?” อูซินเหยารู้สึกระแวดระวังขึ้นมา ที่นี่อยู่ใกล้กับเขตอิทธิพลของกองทัพเหลียวมากเกินไป
“ที่นี่คือรอยต่อระหว่างชิงโจวกับโม่โจว บริเวณเขาพานหลงฝั่งนี้เป็ของต้าฉี ส่วนอีกฝั่งก็คือเขตของกองทัพเหลียว” รอยยิ้มของฉินเหลาอู่ดูน่ากลัวเล็กน้อย “เมื่อก่อนเวลาที่เราทดสอบอาวุธ ก็จะมาทดสอบกันที่เขาพานหลงนี่แหละ พอพวกมันได้ยินเสียงก็จะได้กลัว ไม่กล้าล้ำเข้ามา”
อูซินเหยามองเขาด้วยความไม่แน่ใจ
นางเคยประสบกับความโเี้และรุนแรงของการโจมตีของกองทัพเหลียวมาด้วยตนเอง อาวุธชนิดใดกัน ที่สามารถทำให้กองทัพเหลียวไม่กล้าแม้แต่จะลองเสี่ยง แต่เลือกที่จะถอยร่นกลับไปอีกฝั่งของูเา?
มันจะเป็ไปได้อย่างไร?
“องค์หญิง พร้อมหรือยัง?” ฉินเหลาอู่มองนางพร้อมกับยิ้มแย้ม
อูซินเหยาเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งยโส “เริ่มได้เลย”
...
ฟู่ถิงเย่เดินทางกลับจากเมืองผานสุ่ยมาถึงค่ายทหารอีกครั้งก็เป็เวลากลางคืนแล้ว
แม่ทัพใหญ่ที่เพิ่งลาจากวังวนแห่งความอ่อนหวานมาหมาดๆ ยังคงอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ฟุ้งซ่าน คนกลับมาแล้ว แต่ใจยังไม่ได้กลับมา
สีหน้าของเขากลับมาเคร่งขรึมดังเดิม แต่ในใจกลับกำลังเบิกบาน
จนกระทั่งมีทหารเดินเข้ามาแจ้งว่า “ท่านแม่ทัพ! รองแม่ทัพฉินพาองค์หญิงแห่งหนานจ้าวไปยังเขาพานหลงเพื่อทดสอบอาวุธ เกิดอุบัติเหตุองค์หญิงทรงได้รับาเ็...”
ฟู่ถิงเย่โกรธจัด “เหลวไหล! ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?!”
