ยามสายของวันนี้ครอบครัวของลู่ชิง จะย้ายไปพักอยู่ที่ร้านอาหารเป็การชั่วคราว ซึ่งเมื่อวานลู่ชิงได้แจ้งกับลูกค้าทุกคน ที่มาซื้ออาหารที่แผงไว้แล้วว่าจะหยุดขายอาหารที่แผงตรงนี้ โดยจะเปิดขายอาหารอีกครั้งที่ร้านอาหารของครอบครัว
ทุกคนสามารถตามไปซื้อ หรือนั่งทานอาหารที่ร้านได้ และยังได้บอกกับลูกค้าอีกว่า จะมีน้ำหลากสีที่ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นมาขายที่ร้านด้วย ลูกค้าที่ได้ฟังต่างก็เฝ้ารอ ให้ถึงวันเปิดร้านอาหารของครอบครัวลู่ชิง พวกเขาอยากไปชิมอาหารรายการที่จะมีเพิ่ม และน้ำหลากหลายสีที่เถ้าแก่น้อยได้บอกไว้เสียที
ทุกคนช่วยกันขนของที่เป็หีบใส่เสื้อผ้าเสียส่วนใหญ่ขึ้นเกวียน เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วลู่เวินก็เป็คนบังคับเกวียน เดินทางเข้าตำบลหย่งฝูใช้เวลาเพียงสองเค่อ พวกเขาก็มาถึงร้านแล้ว พี่ชายสองคนช่วยกันยกหีบใบขนาดกลางสองสามหีบ ลงจากเกวียนเพื่อที่ท่านพ่อจะได้นำเกวียนไปจอดด้านหลังร้าน
ลู่ชิงปล่อยให้บุรุษทั้งสามยกหีบขึ้นไปเก็บบนชั้นสอง ส่วนตนเองและมารดาเข้ามาอยู่ด้านในห้องครัว เพื่อจะนำเอาโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมขนาดนั่งได้สี่คน และเก้าอี้ไม้แบบมีพนักพิงออกมาจากมิติ รอบิดาและพี่ชายลงมาสมทบค่อยยกออกไปจัดวางด้านหน้าร้าน
ส่วนซุ้มขายน้ำลู่ชิงค่อยเอาออกมาตอนค่ำ ๆ ทุกคนช่วยกันยกโต๊ะเก้าอี้มาจัดวางได้สี่แถว ๆ ละสามโต๊ะ และยังคงขายให้กับคนที่้าซื้อกลับบ้านได้เหมือนเดิม ลู่ชิงนำผ้าปูโต๊ะออกมาคลุมจนครบทุกตัว ้าประตูหน้าต่างก็มีผ้าม่านบาง ๆ สีเขียวอ่อนไปติดไว้ ยามลมพัดผ้าม่านปลิวไสวยิ่งชวนให้น่ามองยิ่งขึ้น
ขั้นต่อไปก็เป็อุปกรณ์ในห้องครัว ลู่ชิงเอาออกมาจัดวางอย่างเป็ระเบียบ และสะดวกต่อการหยิบใช้ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่รับซื้อมาจากชาวบ้าน นางก็นึ่งด้วยความร้อนและผึ่งให้แห้งพร้อมใช้งานแล้ว
อาหารทั้งสามอย่างที่เคยขายก็ยังคงมีอยู่ แต่ลู่ชิงคิดว่าจะทำเพิ่มอีกสักสามอย่างคือผัดซีอิ้วหมู สุกี้หมูและขาหมูพะโล้ ซึ่งลู่ชิงและครอบครัวจะช่วยกันทำในวันพรุ่งนี้ โดยทำใส่หม้อใบใหญ่เก็บไว้ในมิติจะได้ไม่เน่าเสีย ขาหมูพะโล้ก็ตุ๋นจนเนื้อนุ่มละมุนลิ้น ยามคีบเข้าปากแทบละลายไม่ต้องเคี้ยว
หลังจากช่วยกันจัดร้านเรียบร้อยแล้ว จึงพากันมานั่งพักอยู่บนชั้นสองที่ลู่ชิงได้จัดวางโต๊ะเตี้ย ๆ พร้อมเบาะรองนั่งที่แสนจะนุ่มไว้ให้ สำหรับการพูดคุยหารือร่วมกัน
“ท่านพ่อท่านแม่ พวกเราจะทำอาหารเพิ่มอีกสามอย่างนะเ้าคะ เราจะเวียนให้มีอาหารรายการใหม่ทุกสามเดือน เพื่อให้ลูกค้าได้ทานอาหารที่หลากหลายเ้าค่ะ” ลู่ชิงเป็ผู้เริ่มบทสนทนาเป็คนแรก
“ชิงเอ๋อร์จะทำอาหารรายการใหม่เป็แบบไหนหรือลูก” ฟางซินที่ชื่นชอบในการทำอาหารไปแล้วในตอนนี้ ถามกับบุตรสาวทันที
“น้องเล็ก อาหารทั้งสามอย่างที่เ้าบอกจะทำเพิ่ม พวกเราก็ยังไม่เคยทานกันใช่ไหม?” ลู่เสียนที่หูผึ่งทุกครั้งยามได้ยินชื่ออาหารใหม่
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ข้ายังไม่ได้ทำอาหารทั้งสามอย่างนี้ ให้พวกท่านได้ชิมเลย อาหารใหม่สามอย่างจะมีผัดหนึ่งอย่าง และแบบน้ำสองอย่างเ้าค่ะ ประเภทผัดมีชื่อเรียกว่าผัดซีอิ้วหมู ส่วนแบบน้ำจะเป็สุกี้หมูและขาหมูพะโล้เ้าค่ะ” นางบอกชื่อของอาหารแต่ละอย่างให้ทุกคนฟัง
“ชิงเอ๋อร์ อาหารทั้งสามอย่างที่ลูกพูดมา ไม่เหมือนกับอาหารสองอย่างก่อนหน้านี้อย่างไรหรือ” ลู่เวินไม่รู้ว่าอาหารสามอย่างมันต่างกันอย่างไร
“ขาหมูพะโล้เราจะต้องทำความสะอาดขาหมูก่อน จากนั้นก็นำไปต้มกับเครื่องเทศที่เตรียมไว้ วัตถุดิบทำพะโล้อาจจะหลายอย่างสักหน่อย แต่พอต้มด้วยไฟกลางจนเปื่อยแล้ว ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ มีเครื่องเคียงเป็ผักดองด้วยยิ่งอร่อยเ้าค่ะ ส่วนสุกี้หมูจะต้มน้ำซุปไว้รอก่อน พอลูกค้าสั่งเราจะใช้หม้อใบเล็กใส่น้ำซุปลงไป พอน้ำเริ่มร้อนก็ตามด้วยเนื้อหมูหมัก ผักบุ้ง ผักกาดขาว ขึ้นฉ่าย วุ้นเส้น พอสุกแล้วก็ตักใส่ชาม และจะมีน้ำจิ้มสำหรับสุกี้ให้ด้วยเ้าค่ะ” ลู่ชิงที่อธิบายอาหารทั้งสองอย่างให้บิดาฟังก็รู้สึกอยากกินขึ้นมาเหมือนกัน
“ส่วนผัดซีอิ้วนำเส้นใหญ่หรือเส้นหมี่ ใส่ชามเติมซีอิ๊วดำคลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน ต่อด้วยตั้งกระทะใช้ไฟแรงใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนใส่กระเทียมและหมูหมักลงไปผัด เมื่อหมูเริ่มสุกตอกไข่ลงไปตามด้วยคะน้า ใส่เส้นใหญ่หรือเส้นหมี่ลงไปผัด ปรุงรสตามชอบผัดจนทุกอย่างเข้ากัน ตักใส่จานโรยด้วยพริกไทยป่นเล็กน้อย เท่านี้ก็ได้ผัดซีอิ้วแสนอร่อยแล้วเ้าค่ะ”
“น้องเล็ก พี่ใหญ่ฟังเ้าพูดมาก็รู้สึกอยากชิมแล้ว เย็นนี้เราลองทำเพื่อชิมกันก่อนดีหรือไม่” ลู่จื้อได้ฟังก็เหมือนว่าจะหิวขึ้นมาทันที
“เช่นนั้นเย็นนี้พวกเราก็ช่วยกันทำจะได้เสร็จเร็ว ๆ และเป็การทดลองชิมรสชาติอาหาร ก่อนทำขายให้ลูกค้ากันเถิดขอรับ” ลู่เสียนเป็ฝ่ายเสนอความคิดนี้ขึ้น เพราะเขาก็อยากชิมเหมือนกันว่ารสชาติจะเป็แบบไหน
ทุกคนเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ และเย็นวันนี้พวกเขาช่วยกันทำ ช่วยกันชิมจนได้รสชาติที่ถูกใจ และคิดว่าลูกค้าก็คงจะถูกใจเช่นกัน ก่อนถึงวันเปิดร้านหนึ่งวัน ครอบครัวสวีได้กลับไปที่หมู่บ้านอันผิง เพื่อรับซื้อผลิตภัณฑ์ของชาวบ้าน และเข้าไปดูนายช่างหานที่ได้เริ่มทำกำแพงบ้านแล้ว ลู่ชิงยังบอกพี่ชายให้ตามสหาย มาเรียนรู้การรับรายการอาหารที่ลูกค้าสั่ง โดยที่นางได้ทำใบสั่งอาหารขึ้นมา มีทั้งช่องชื่ออาหาร ช่องระบุจำนวนที่้าและช่องบอกราคา
เวลาคิดเงินค่าอาหารจะได้คำนวณได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสหายของพี่ชายก็เรียนรู้ได้เร็วพอสมควร แบบนี้วันเปิดร้านก็สามารถทำงานได้ไม่มีสะดุดอย่างแน่นอน
ยามเฉินของเช้าวันที่ห้าเป็ฤกษ์ดี ที่จะทำการเปิดร้านอาหารตระกูลสวีแล้ว ด้านหน้าร้านก็มีลูกค้ามารอชิมอาหารกันพอสมควร ก่อนหน้านี้ลู่ชิงให้บิดาไปเชิญนายอำเภอ เถ้าแก่หงและท่านหมอเกามาร่วมเป็ประธานในการเปิดร้าน เมื่อทุกคนมากันพร้อมแล้ว ท่านนายอำเภอก็กล่าวอวยพรและจุดประทัดที่หน้าร้าน เพื่อเป็การปัดเป่าสิ่งไม่ดีและเปิดทางในการรับโชคลาภ
“ขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่มาร่วมงานเปิดร้านอาหารตระกูลสวี วันนี้ทางร้านของเราจะลดราคาอาหาร ทุกรายการลงครึ่งหนึ่งเพื่อเป็การขอบคุณ เพียงวันนี้วันเดียวเท่านั้นนะเ้าคะ พรุ่งนี้ก็เปิดขายในราคาเดิม และพิเศษที่สุดของวันนี้คือ ทางร้านมีน้ำหลากสีเย็น ๆ ให้พวกท่านได้ชิม โดยไม่คิดเงินก่อนจะเปิดขายอย่างเป็ทางการเช่นกันเ้าค่ะ ถึงเวลา
ชิมอาหารอร่อยแล้วเชิญทุกท่านเข้าไปนั่งด้านในได้เลย ส่วนท่านไหนที่้าซื้อกลับไปทานกับครอบครัวที่บ้าน รบกวนพวกท่านแยกมาต่อแถวทางด้านซ้ายมือด้วยนะเ้าคะ จะมีลูกจ้างของทางร้านรอต้อนรับพวกท่านอยู่เ้าค่ะ”
และยังคงเป็ลู่ชิงที่จัดการระเบียบในการซื้ออาหารเช่นเคย เมื่อทุกอย่างเป็ระเบียบแล้วนางจึงไปประจำซุ้มขายน้ำของตน คอยตักน้ำใส่แก้วไม้ไผ่ให้กับลูกค้าได้ชิม
ด้วยอาหารที่ทำเตรียมพร้อมไว้ทั้งหมด ั้แ่เมื่อคืนที่ผ่านมา เมื่อลูกค้าสั่งจึงรอไม่นานอาหารก็ยกมาวางตรงหน้าแล้ว ทางด้านนายอำเภอ เถ้าแก่หงและท่านหมอเกา ลู่เวินจัดโต๊ะแยกต่างหากตรงซุ้มศาลาใต้ต้นไม้ข้างร้านของตน และเขาก็รับอาสายกอาหารมาด้วยตนเองครบทุกรายการ ซึ่งกลิ่นหอมของอาหารทุกจาน ช่างทำให้กระเพาะอาหารของแขกทั้งสาม ส่งเสียงเรียกร้องให้ส่งอาหารลงไปเสียที
“เถ้าแก่สวี เนื้อหมูที่อยู่ในน้ำสีเข้มแต่หอมเครื่องเทศนี้ เรียกว่าอะไรหรือข้าไม่เคยเห็นอาหารตุ๋นประเภทนี้มาก่อน” นายอำเภอถงเอ่ยถามขึ้นเพราะอาหารจานนี้กลิ่นหอมมีเอกลักษณ์มาก
“เรียนท่านนายอำเภอและทั้งสองท่าน อาหารชนิดนี้เรียกว่าขาหมูพะโล้ขอรับ เราตุ๋นขาหมูกับเครื่องเทศที่หลากหลาย จนเปื่อยนุ่มแต่เนื้อขาหมูยังไม่เละ พอทานกับข้าวสวยพร้อมผักดองจะอร่อยมากเลยขอรับ” ลู่เวินที่เป็ผู้ช่วยทำอาหารนี้เช่นกัน ได้อธิบายให้นายอำเภอและแขกอีกสองท่านได้ฟัง
นายอำเภอถงรู้สึกแปลกใหม่กับอาหารจานนี้ ไม่คิดว่าครอบครัวของลู่เวินจะมีความคิดใหม่ ในการรังสรรค์อาหารอร่อย ๆ ออกมาไม่ซ้ำได้
เมื่อแขกทั้งสามท่านได้ชิมอาหารรายการใหม่ ก็ถึงกับเอ่ยชมไม่หยุดเลยทีเดียว เพราะร้านอาหารของตระกูลสวี ทำออกมาแต่ละอย่างล้วนมีความแตกต่าง โดยเฉพาะรสชาติของอาหาร ก็มีเอกลักษณ์อยู่ในตัวอีกด้วย
“นี่เถ้าแก่สวี ครอบครัวพวกเ้าทำอาหารอะไร ก็อร่อยไปเสียทุกอย่างเช่นนี้ คงจะขายดีลูกค้าแน่นร้านทุกวันเป็แน่ พวกท่านสองคนเห็นด้วยกับข้าหรือไม่” เถ้าแก่หงที่ยังคีบอาหารไม่หยุด เอ่ยชมออกมา พร้อมถามความคิดเห็นของแขกอีกสองท่านด้วย
“ขอบคุณที่ชมขอรับ” ลู่เวินทำได้เพียงยิ้มรับและกล่าวขอบคุณ
ด้านในร้านเสียงชื่นชมรสชาติอาหารดังไม่หยุด มีลูกค้าบางคนได้ยินคนพูดถึงอาหารที่นี่ ก็ตัดสินใจลองมาชิมบ้างว่า จะอร่อยอย่างที่ได้ยินคนพูดถึงหรือไม่ สุดท้ายก็ติดใจรสชาติอาหารไปอีกหลายราย ถึงกับไปบอกต่อสหายและคนรู้จัก ให้มาลองชิมอาหารที่ตำบลหย่งฝูเท่านั้น
“อร่อย!! อร่อยเกินไปแล้วร้านนี้ เ้าของร้านจะทำอาหารอร่อยทุกอย่างไม่ได้นะ ข้าไปทำธุระที่เมืองอื่นจะหาของอร่อย เหมือนที่ร้านนี้ทานได้อย่างไร”
“เนื้อหมูพะโล้ช่างนุ่มละมุนลิ้นยิ่งนัก น้ำซุปก็กลมกล่อมและยังมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ ไม่มีร้านไหนทำได้เหมือนที่นี่อย่างแน่นอน”
“นี่คือความอร่อยที่พอดีและลงตัวมาที่สุด!”
“เ้าผัดซีอิ้วนี่ใส่ทั้งเนื้อหมูทั้งผักและยังมีไข่ไก่อีก ราคาก็ไม่แพงข้าต้องเป็ลูกค้าประจำที่นี่เสียแล้ว”
“ยิ่งน้ำหลากสีที่ร้านให้ลองชิม พอดื่มแล้วมันช่างสดชื่นจริง ๆ”
ยังมีอีกมากมายกับคำชมของลูกค้า ที่ได้ชิมรสชาติอาหารใหม่วันนี้ แขกพิเศษทั้งสามท่านกลับไปได้สักพักแล้ว พอเข้าถึงปลายยามเว่ยอาหารทุกอย่างก็หมดไม่มีเหลือเลย สหายของพี่ชายก็ล้วนเดินเข้าออก เพื่อยกอาหารเก็บจานชามแทบไม่ได้นั่งพัก แต่พวกเขาก็ยังทำงานด้วยรอยยิ้มกันทุกคน
ลู่ชิงได้ทำสัญญาจ้างงานกับสหายของพี่ชาย โดยจ่ายค่าจ้างเดือนละหนึ่งตำลึงเงิน แต่เพราะวันนี้เป็วันเปิดร้านวันแรก คนจึงเยอะเป็พิเศษ ฉะนั้นลู่ชิงจะให้รางวัลพวกเขาสักหน่อย เพื่อเป็กำลังใจในการทำงานต่อไป หลังจากทุกคนช่วยกันเก็บทำความสะอาดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ชวนกันมานั่งพักอยู่ที่โต๊ะหน้าร้านร่วมกัน ลู่ชิงเองก็นำแก้วน้ำหลากหลายรสชาติมาให้ทุกคนได้ดื่ม นางยังแอบหยดน้ำวิเศษลงไปแก้วละสองหยด สำหรับช่วยคลายความเหนื่อยล้าของร่างกาย
“วันนี้ขอบคุณทุกคนที่ทำงานเหนื่อยั้แ่เช้า พออาหารหมดเร็วก็จะได้พักผ่อนไวขึ้น พวกเ้าทั้งสี่คนด้วยนะ เดี๋ยววันต่อ ๆ ไปคงไม่เหนื่อยมากเหมือนวันนี้แล้วล่ะ” ลู่เวินทั้งสุขใจและโล่งอก ที่วันนี้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี
“ใช่แล้วเ้าค่ะ พวกพี่ชายมาแต่เช้า แทบจะไม่ได้นั่งพักกันเลย วันนี้เริ่มงานวันแรกก็เหนื่อยมากเสียแล้ว เช่นนั้นในถุงนี้ถือเป็อั่งเปาสำหรับการเริ่มต้นที่ดีนะเ้าคะ” ลู่ชิ่งพูดจบก็ยื่นถุงที่ใส่เงินพิเศษให้กับสหายของพี่ชาย นางใส่เงินให้ทุกคนเท่ากันคนละหนึ่งร้อยอีแปะ
“ขอบคุณมากน้องสาวลู่ชิง พวกข้าสัญญาจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด” เว่ยหลินยืนขึ้นกล่าวขอบคุณ
“พวกข้าก็เช่นกัน” ทั้งสามคนก็ทำตามบ้าง
“เอาล่ะวันนี้ก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนก่อนเถิด พรุ่งนี้พวกเ้าทั้งสี่คนก็มาเวลาปกตินะไม่ต้องรีบ” ลู่เวินอยากให้ทุกคนได้พักผ่อนจึงให้กลับบ้านได้
สำหรับการเปิดร้านอาหารในวันแรก ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร แม้จะลดราคาอาหารลงครึ่งหนึ่งก็ตาม แต่เงินค่าอาหารที่ขายวันนี้ ยังได้เกินกว่าที่เคยขายที่แผงเช่าก่อนหน้านี้อีก
เจียวมิ่งและสามพี่น้องแซ่ก้ง ที่รีบเร่งออกเดินทางตามคำสั่งซื่อจื่อมาได้หลายวันแล้ว พวกเขาหยุดพักตามจุดพักม้าน้อยมาก แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็คงไปไม่ทัน วันเปิดกิจการของคุณหนูลู่ชิงอยู่ดี อาจจะไปถึงช้าสองสามวัน ขณะที่กำลังจะออกเดินทาง มีหน่วยลับคนหนึ่งมาหา บอกว่าซื่อจื่อให้ติดตามไปด้วย เผื่อว่าคุณหนูลู่ชิงจะมีอะไรฝากกลับมาบ้าง พอได้ฟังหน่วยลับคนนี้พูดจบ เจียวมิ่งถึงกับพูดอะไรไม่ออก
ร้านอาหารตระกูลสวีเปิดมาได้สี่วันแล้ว ลูกค้าเข้าออกร้านั้แ่เช้ามีทั้งนั่งทานที่ร้าน และซื้อกลับบ้านเหมือนเช่นเคย ส่วนน้ำหลากสีเย็นสดชื่นก็ขายดีไม่ต่างกัน ลู่ชิงขายเพียงแก้วละสามอีแปะเพราะอย่างไรรายได้หลักก็เป็อาหาร รวมถึงการค้าอีกสองอย่างอยู่ดี ขณะที่ลู่ชิงกำลังตักน้ำหลากสีขายอยู่นั้น ก็มีเสียงบุรุษเอ่ยถามขึ้นมานางจึงหยุดมือไว้ก่อนและเงยหน้ามองคนที่มาใหม่
“ขออภัย ไม่ทราบว่าแม่นางน้อยใช่คุณหนูลู่ชิงหรือไม่ขอรับ” เจียวมิ่งที่สอบถามชาวบ้านมาแล้วว่า ร้านอาหารเปิดใหม่อยู่ที่ใด เมื่อมาถึงหน้าร้านก็เห็นเด็กสาวคนหนึ่งจึงลองเอ่ยถามดู
“ข้าไม่ได้เป็คุณหนูแต่ชื่อของข้าคือลู่ชิงเ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านถามไปทำไมหรือเ้าคะ” จู่ ๆ ก็มีคนแปลกหน้ามาเรียกนางคุณหนูไม่ชินเอาเสียเลย
“หากคุณหนูรู้จักคุณชายเซียว ข้าคือคนที่คุณชายส่งมาช่วยงาน ตามที่คุณหนูได้ขอให้คุณชายช่วยเหลือไปขอรับ” ช่างเป็เด็กสาวที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ไม่แปลกที่จะทำให้ซื่อจื่อหวั่นไหวได้ โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นของนาง
“ท่านเป็คนที่พี่ชายเซียวส่งมาหรือเ้าคะ มากันกี่คน เพิ่งมาถึงใช่หรือไม่ ทานอะไรมาหรือยังเ้าคะ ถ้ายังไม่ทานพวกท่านไปนั่งด้านในร้านก่อน เดี๋ยวข้าจะเข้าไปในครัวให้คนยกอาหารออกมาให้เ้าค่ะ”
ลู่ชิงพอได้ยินว่าพวกเขาเป็คนที่พี่ชายเซียวส่งมา ก็ถามรัวเป็ชุดจนเจียวมิ่งไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนดี เหมือนลู่ชิงจะรู้ตัวว่าเสียมารยาทไป จึงเปลี่ยนเป็การพาทุกคนไปนั่งในร้านเสียก่อน ให้พวกเขาพักหายใจหายคอสักหน่อยค่อยพูดคุยกัน นางไม่คิดว่าพี่ชายเซียวจะส่งคนมาให้หลายคน นางขอแค่สองคนแต่ทำไมเขาถึงส่งมาให้ตั้งห้าคนล่ะเนี่ย
