“นี่พวกเราคือ....!?”
“ใช่ถ้าเราคือเสี้ยวของภพกำเนิดภพซู่อวี้แห่งนี้ พระแม่แห่งจิติญญาคือผู้ให้กำเนิดและเยียวยาจิติญญาทั้งปวง องค์พุทธะคือผู้ปลอบประโลมเมตตาให้แสงสว่างแก่ทุกดวงจิต พวกท่านทั้งสองก็คือผู้สร้างและผู้ปกปักษ์ของทุกสรรพสิ่งทุกสรรพชีวิต จิ้งจอกดำเก้าหางและัขาวคือผู้พิทักษ์ และราชันย์กะโหลกคือดวงจิตแห่งผู้ทำลายที่หลุดเล็ดลอดออกจากวงจรการกำเนิดของสรรพสิ่ง
ท่านทั้งสองเคยสละพลังจักราแห่งการสร้างและปกปักษ์รักษาเพื่อสร้างเมล็ดแห่งธาตุขึ้นเพื่อเป็ต้นกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง ผ่านมาหลายหมื่นปีที่ทุกอย่างดำเนินมา บัดนี้พลังนั้นถูกคืนสู่พวกท่านทั้งสอง ผู้สร้างเ้าวั่งซู และ ผู้ปกปักษ์ฮวาเฟยฟา ท่านทั้งสองคือผู้ให้กำเนิดที่แท้จริงของสรรพสิ่งและยิ่งใหญ่เหนือทุกสรรพชีวิต” เหวินหลานเอ่ยพร้อมก้มโค้งเคารพ
“อย่างนี้นี่เอง! ที่องค์พุทธะและพระแม่แห่งจิติญญา กล่าวว่ามีสิ่งที่อยู่เหนือกว่า และพวกเราต้องออกตามหาเอง การที่พวกเราถูกกำหนดให้มา เป็ผู้ตามภวังคจิตและทำลายจอมมาร พลังในการรวมภพหรือแยกภพ การที่ครองศาตราวุธที่แข็งแกร่งที่สุด มันคือชะตาชีวิตของเราแต่เริ่ม ในฐานะผู้สร้างและผู้ปกปักษ์ของทุกสรรพสิ่ง พวกเราเป็คนเริ่มต้นทุกสิ่งมาเอง” ฮวาเฟยฟาและเ้าวั่งซูมองกันอย่างเข้าใจและซาบซึ้ง
“ในฐานะผู้สร้างและผู้ปกปักษ์ ที่ต้องดูแลรักษาทั่วทุกภพ พวกท่านสามารถผ่านทะลุไปมาได้ทุกที่ ได้โปรดกลับมาเยือนภพเล็กๆ ที่เป็ภพต้นกำเนิดแห่งนี้บ้าง” เหวินหลานกล่าว
“ได้สิเหวินหลาน ขอบคุณท่านมากที่อยู่ที่นี่มาตลอดหมื่นปีไม่เคยห่างหายไปไหน ที่นี่ขอฝากท่านด้วย จนกว่าพวกเราจะกลับมา” เ้าวั่งซูเอ่ย
“ท่านผู้สร้างโปรดอย่ากังวล ภารกิจพวกท่านยังไม่จบ หน้าที่นี้ยิ่งใหญ่นัก ขอให้พวกท่านปลอดภัย และทำสำเร็จเพื่อปกป้องการมีอยู่อย่างสงบจากพลังมืดราชันย์กะโหลกของทุกสรรพสิ่ง ข้าจักส่งพลังใจให้พวกท่านเสมอ ด้วยความภักดี” สิ้นเสียง เหวินหลานก็ผายมือในอากาศ เกิดความปั่นป่วนในลำธารแห่งชีวิต สายน้ำแยกเปิดทางและเข้าโอบร่างทั้งสี่ไว้
“สู่ภพุ์ ที่นั่นเริ่มเกิดวิกฤตภวังคจิตแผ่ความดำมืดเพราะเ้าภพอ่อนพลัง” สิ้นเสียงเหวินหลาน พร้อมร้อยยิ้มมุมปากน่ารักแบบเด็ก สายธารแห่งชีวิตก็ซัดกลบและพัดพาทั้งสี่หมุนวนไปตามเส้นทางและกาลเวลาสู่ภพุ์
เมื่อทั้งสี่เหยียบเท้าเข้าสู่ภพุ์
ครานี้พวกเขารู้สึกถึงความแตกต่างไปจากที่มาเยือนครั้งที่แล้ว คราก่อนที่นี่เต็มไปด้วยิญญาเถื่อนที่ดุหิวโหย และ้าอยู่ตลอด บรรยากาศขมุกขมัวแบบน่าขนลุก แต่มาครานี้ ที่นี่กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเศร้าโศก และความสิ้นหวังที่แผ่กระจายไปทั่ว อากาศหนาวเหน็บ ฟ้าสีเทาครึ้ม และไม่มีแสงแดด แต่ม่านหมอกก็ยังคงมีอยู่ ุ์มากมายที่เดินผ่านไปมาไร้ท่าทางจะเข้าโจมตีแต่กลับกันต่างมีสีหน้าเศร้าซึม บางตนร่ำไห้ บางตนเดินเซื่อง ร้องโหยหวนซึมไร้จุดหมาย
"ที่นี่...ผิดแปลกไปแล้ว" ฮวาเฟยฟากระซิบ สายตาเฝ้าุ์รอบตัว "พลังของภพุ์อ่อนแอมาก" เ้าวั่งซูเอ่ย
มีกลุ่มควันปรากฏด้านหน้าทั้งสี่ ปินลู่ซีเฉินปรากฏตัวขึ้น ในร่างุ์ลักษณะคล้ายมนุษย์ชายแก่ หน้าตาตอบ จมูกแหลมคล้ายพ่อมด แต่มีปีกภูติงอกออกที่หลัง สวมชุดดำยาวคลุมแต่ศีรษะลงมา ถือตะเกียงที่มีแสงสว่างในมือ ใบหน้าซีดขาว ดวงตาเศร้าโศก “สหายแห่งข้า เ้าวั่งซู ฮวาเฟยฟา ไป่ชิงหลง หลิ่งกวาง ข้าเฝ้ารอการมาเยือนของพวกท่าน ั้แ่แยกกันจากภพพืชพันธุ์ครานั้น เราก็กลับมาที่นี่ในรูปของจิติญญา และเข้ารวมร่างกับ เย่ซื่อมิง พ่อมดผู้ทรงปัญญาแห่งภพุ์ เค้าคือผู้รู้ในทุกสิ่ง ข้าคิดว่าข้าจะเป็ผู้ปกครองที่ดีได้ในร่างนี้ระหว่างที่ร่างแห่งเ้าภพยังอยู่ใน่หลับใหลและจำศีล”
“ปินลู่ซีเฉิน สหาย ดีใจที่ได้พบท่านและรู้ว่าท่านยังอยู่ในร่างที่สามารถดูแลภพนี้ได้ปกติ” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ทำไมบรรยากาศที่นี่ถึงแปลกประหลาดนัก ต่างจากที่มาคราก่อนไปมาก ดูเศร้าหมองหดหู่ พวกุ์ดูขาดความกระหายและสงบนิ่ง” เ้าวั่งซูเอ่ยสงสัย
“เพราะพลังแห่งเ้าภพอ่อนแรงลง และภวังคจิตนั่นกำลังเปล่งแสงความมืดครอบคลุมไปทั่ว เมื่อขาดพลังที่ปกปักษ์ พลังแห่งความชั่วร้ายนั่นก็แผ่ขยายเร็วขึ้น มีุ์หลายคนที่เสียการควบคุม คลุ้มคลั่งอาละวาด ช้าต้องจำต้องทำลายดวงิญญาเ่าั้ไปหลายดวง”
“ถ้าเป็แบบนี้ท่าจะไม่ดีละ และภวังคจิตนั่นอยู่ที่แห่งใด!?”
“เพราะพลังแห่งเ้าภพอ่อนแรงลง และภวังคจิตนั่นกำลังเปล่งแสงความมืดครอบคลุมไปทั่ว เมื่อขาดพลังที่ปกปักษ์ พลังแห่งความชั่วร้ายนั่นก็แผ่ขยายเร็วขึ้น มีุ์หลายคนที่เสียการควบคุม คลุ้มคลั่งอาละวาด ช้าต้องจำต้องทำลายดวงิญญาเ่าั้ไปหลายดวง”
“ถ้าเป็แบบนี้ท่าจะไม่ดีละ และภวังคจิตนั่นอยู่ที่แห่งใด!?”
