บทที่ 127 ชั่วร้ายเกินไปแล้ว
ฉินชูคิดว่าแผนการของเฉียนหลิงเทียนและหลัวเจินจะสำเร็จ ผู้นำระดับสูงของศาลาดาวฤกษ์ถูกสังหาร เช่นนั้นศาลาดาวฤกษ์สาขาหลักและราชวงศ์ดาราเหมันต์ย่อมไม่มีทางทนได้ พวกเขาต้องวางแผนแก้แค้น และเป้าหมายการแก้แค้นก็ไม่พ้นสำนักดาบโลหิตและตำหนักราชันย์หมาป่า พวกเขาคงคิดว่าสำนักดาบโลหิตและตำหนักราชันย์หมาป่าคิดจะกำจัดศาลาดาวฤกษ์ทิ้ง จากนั้นทั้งสองสำนักก็จะค่อยแบ่งเขตแดนแคว้นหนานเหยียนกันเอง
“กล้าว่าเสด็จพี่ของข้าเ้าเล่ห์ เ้าเป็คนแรกแน่นอน! หากในตอนนั้นข้าเป็จักรพรรดิเฉียน ข้าไม่มีทางทำได้ดีเท่าเขา” เฉียนหลิงอู่กล่าว ระยะนี้นางได้เห็นถึงความเก่งกาจของเฉียนหลิงเทียน ไม่เพียงแต่อดกลั้นฝืนทนทั้งที่มีพลังความสามารถแข็งแกร่ง แต่ยังวางแผนรอบคอบรัดกุมอีกด้วย เื่นี้นางไม่อาจทำได้
“นั่นก็ไม่แน่ เพราะท่านไม่ได้ขึ้นไปนั่งในตำแหน่งนั้น จึงไม่ได้ไตร่ตรองถึงเื่หลายอย่าง หากได้นั่งบนตำแหน่งนั้น ท่านอาจจะต้องใคร่ครวญถี่ถ้วนขึ้น บางทีอาจทำได้ดีเท่าท่านพี่ของท่านเองก็เป็ได้” ฉินชูกล่าว
เฉียนหลิงอู่หัวเราะออกมา “ข้าไม่เคยรู้เลย ว่าเ้าจะคุยเก่งเช่นนี้!”
“เก่งหรือ? เหตุใดข้าถึงไม่รู้ตัวเลย” ฉินชูมองดูตัวเอง
“หากเ้าคุยไม่เก่ง ก็ไม่มีใครคุยเก่งแล้ว จื่อหลวนก็ถูกเ้าหลอกล่อจนเชื่อเ้าสนิทใจไม่ใช่หรือ ข้าเองก็ถูกเ้าหลอกล่อจนเชื่อทุกสิ่งที่เ้าพูดเช่นกัน” เฉียนหลิงอู่กล่าว
“เพราะข้าจริงใจกับพวกท่านต่างหาก ข้าถึงได้รับความเชื่อใจ” ฉินชูประเมินตนเอง
ระหว่างที่เฉียนหลิงอู่และฉินชูสนทนากัน โม่เต้าจื่อและหลิงหยุนจื่อทั้งสองคนก็กลับมา สีหน้าของพวกเขาดูย่ำแย่เป็อย่างมาก
“เป็อย่างไรบ้างท่านผู้เฒ่า?” ฉินชูเอ่ยถาม
หลิงหยุนจื่อตบโต๊ะทีหนึ่ง “พวกเขาไร้ความจริงใจยิ่งนัก บอกว่าพวกเราเพ้อฝัน นอกจากนั้น ยังไม่ยอมรับว่าคนของสำนักชิงหยุนที่ปักหลักอยู่นอกหุบเขาเทียนเซียงถูกพวกเขาสังหาร ช่างไร้ยางอายสิ้นดี”
“ฉินชู ครั้งนี้มีอันตรายเป็อย่างมาก เ้าต้องระวังให้ดี ทั้งสามสำนักได้ตกลงเงื่อนไขกันแล้ว นั่นคือจะกำจัดสำนักชิงหยุนของเราให้พ้นทาง ไม่คิดเปิดโอกาสให้สำนักชิงหยุนของเราได้หญ้าหอมนภา” โม่เต้าจื่อกล่าว
“เหตุผลนั้นง่ายนัก สำนักชิงหยุนเป็กลุ่มอิทธิพลท้องถิ่น พวกเขาไม่อยากเห็นกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นของแคว้นหนานเหยียนแข็งแกร่งขึ้น” เฉียนหลิงอู่กล่าว นางคาดการณ์เื่บางอย่างไว้แล้ว เฉียนหลิงเทียนเชี่ยวชาญด้านการวางแผน ในฐานะพี่น้อง สติปัญญาของนางจะต่ำหรือ
คำตอบคือไม่
“เช่นนั้นก็สู้ ระหว่างเข้าร่วมการประลอง ข้าจะพยายาม พวกเขาคิดจะแตกหัก เช่นนั้นก็ต้องถูกตราหน้าว่าไร้ยางอาย ไม่มีหลักคุณธรรมในการยืนหยัดในยุทธภพ” ฉินชูกล่าว เขามีพลังตบะขั้นหลิงหยวนระดับสอง นับว่าไม่เลว แต่ในการต่อสู้ระหว่างกลุ่มอิทธิพล ขั้นสี่หลิงหยวนยังถือว่าอ่อนด้อย
ในขณะเดียวกัน ประตูทางเข้าศาลาดาวฤกษ์กลับถูกบุกโจมตี ผู้ฝึกตนขั้นหกหวางเจ่อ่กลางผู้หนึ่ง นำพาผู้ฝึกตนขั้นห้าเทียนหยวนจำนวนหนึ่งลงมือกับศาลาดาวฤกษ์ เ้าสำนักศาลาดาวฤกษ์ถูกสังหาร ผู้าุโอีกจำนวนหนึ่งก็ถูกปลิดชีพ
ก่อนคนเหล่านี้จะไป ได้กล่าวไว้ ว่าสิ่งที่ไม่ใช่ของตนเอง อย่ายื่นมือเข้ามา หากยังจะทำ ยื่นมือข้างไหนก็จะตัดมือข้างนั้นทิ้งเสีย!
เื่นี้ทำให้ศาลาดาวฤกษ์เดือดดาล เ้าสำนัก และผู้าุโหลายท่านนั้นล้วนแต่เป็บุคคลสำคัญของศาลาดาวฤกษ์ แต่กลับถูกสังหารจนสิ้นในคราเดียว
คนของศาลาดาวฤกษ์มาถึงหมู่บ้านเทียนเซียง พวกเขาบอกกับสำนักดาบโลหิต ตำหนักราชันย์หมาป่า และสำนักชิงหยุน ว่าให้เลื่อนกำหนดการประลองยุทธ์สี่สำนักใหญ่ออกไป ระหว่างนี้หากฝ่ายใดกล้าเข้าสู่หุบเขาเทียนเซียง ศาลาดาวฤกษ์จะสู้ยอมแลกกับทุกสิ่ง
งานประลองยุทธ์จึงถูกเลื่อนออกไป นี่ทำให้ฉินชูรู้สึกโมโหไม่น้อย เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากจัดการเื่คราวนี้เสร็จ ก็จะออกจากพื้นที่นี้เพื่อไปหาเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิง ไปตามหาเบาะแสชาติกำเนิดของตนเอง แต่งานประลองยุทธ์ชนรุ่นใหม่ของสี่สำนักใหญ่กลับถูกเลื่อนออกไป เขาจึงไปไหนไม่ได้ หากไปก็เท่ากับละเลยหน้าที่ เป็การกระทำของคนขี้ขลาดที่ไร้ความรับผิดชอบ
เฉียนหลิงอู่มายังห้องของฉินชู “เ้ากำลังคับข้องใจเื่ใด? สภาพการณ์ในตอนนี้นับเป็เื่ดี ศาลาดาวฤกษ์เสียหายอย่างหนักแล้ว”
“เป็เื่ดีอย่างแท้จริง แต่งานประลองยุทธ์ชนรุ่นใหม่ของสี่สำนักใหญ่ถูกเลื่อนออกไป ข้าไม่อาจออกจากแคว้นหนานเหยียนไปตามสืบชาติกำเนิดของตัวเองได้เสียที” ฉินชูบ่นพึมพำ เื่ในใจบางอย่างเขาไม่คิดจะปิดบังเฉียนหลิงอู่
“คับข้องใจเื่นี้ไปก็เสียเวลาเปล่า เหตุใดเ้าไม่ใช้เวลานี้ฝึกฝนเล่า? พลังตบะของเ้าในยามนี้ จะไปสืบค้นความลับของเผ่าศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่ต่างอะไรกับไปรนหาที่ตาย!” เฉียนหลิงอู่มองฉินชูพร้อมกล่าว
“จะให้พูดอย่างไรพวกท่านก็มีเหตุผลทั้งนั้น” ฉินชูเหลือบมองเฉียนหลิงอู่แวบหนึ่ง ไม่กล่าวอะไรอีก
ในความเป็จริง สถานการณ์ดำเนินไปตามทิศทางที่เฉียนหลิงเทียนและหลัวเจินคาดคิดไว้ การโต้ตอบของศาลาดาวฤกษ์เริ่มต้นขึ้นแล้ว พวกเขาส่งผู้ฝึกตนขั้นหกหวางเจ่อผู้หนึ่งลงมือบุกโจมตีสำนักดาบโลหิตและตำหนักราชันย์หมาป่าเช่นกัน
เหตุใดเฉียนหลิงเทียนจึงคิดว่าแผนการจะสำเร็จ? เพราะในแถบพื้นที่นี้ไม่มีผู้ฝึกตนบุรุษที่เป็ขั้นหกหวางเจ่อ ผู้ฝึกตนขั้นหกหวางเจ่อเพียงหนึ่งเดียวเป็สตรี นั่นคือเฉียนหลิงอู่ อีกทั้งสามสำนักใหญ่ไม่รู้เื่ของเฉียนหลิงเทียนและจื่อหลวน
สถานการณ์กลายเป็ราชวงศ์เฉียนและสำนักชิงหยุนคอยชมพยัคฆ์ขับเขี้ยวกันเอง ศาลาดาวฤกษ์เปิดฉากต่อสู้นองเืกับสำนักดาบโลหิตและตำหนักราชันย์หมาป่า
นอกจากนั้น ยังมีข่าวที่ทำให้ผู้นำระดับสูงของศาลาดาวฤกษ์ สำนักดาบโลหิต และตำหนักราชันย์หมาป่าต้องเกิดเพลิงโทสะ นั่นคือไม่รู้ว่าศิษย์ในสำนักรู้ได้อย่างไร ว่าพวกเขาเป็กลุ่มอิทธิพลจากต่างพื้นที่ พวกเขาจึงสู้เพื่อยึดครองดินแดนให้กลุ่มอิทธิพลที่อยู่เื้ั เื่นี้ทำให้ความศรัทธาของศิษย์ในสำนักเริ่มสั่นคลอน พวกเขาไม่ยินยอมจะช่วยคนนอกมาบุกโจมตีกลุ่มอิทธิพลในเขตพื้นที่ที่ตนอยู่อาศัย
ศาลาดาวฤกษ์จับตัวคนที่ปล่อยข่าวได้ ผลคือคนผู้นี้ปลิดชีพตัวเอง เมื่อเห็นรอยสักบนไหล่ของศพ ศาลาดาวฤกษ์จึงยืนยันได้ว่าเป็ฝีมือของคนจากตำหนักราชันย์หมาป่า เพราะรอยสักนั่นเป็รูปหัวหมาป่า
ในสำนักดาบโลหิตและตำหนักราชันย์หมาป่า ก็เกิดเหตุการณ์เดียวกัน ทำให้การปะทะกันระหว่างสามสำนักใหญ่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อได้รู้ข่าวนี้ ฉินชูรู้สึกว่าแผนการของเฉียนหลิงเทียนโหดร้ายเกินไป เพราะเขาคาดเดาได้ว่า คนที่ถูกจับตัว ต้องเป็นักรบกล้าตายของราชวงศ์เฉียนเป็แน่ ใช้ชีวิตคนเพื่อให้ร้ายอีกฝ่าย
“ทั้งที่มองได้ง่ายขนาดนั้น แต่ผู้อยู่ในเหตุการณ์กลับมองไม่ขาด” ฉินชูกล่าวอย่างปลงอนิจจัง วิธีการของเฉียนหลิงเทียนเหลี่ยมจัดเกินไป
“ในเื่นี้มีปัจจัยสำคัญอยู่อย่าง นั่นคือราชวงศ์เฉียนและสำนักชิงหยุน ไม่มีผู้ฝึกตนบุรุษที่เป็ขั้นหกหวางเจ่อ และยามนี้ผู้ฝึกตนขั้นหวางเจ่อที่ปรากฏตัวล้วนเป็บุรุษ ดังนั้นจึงไม่มีใครคิดว่าเื่นี้เกี่ยวข้องกับราชวงศ์เฉียนและสำนักชิงหยุน” เฉียนหลิงอู่กล่าว
“พวกท่านต่ำช้าเกินไปแล้ว ข้ากลัวพวกท่านยิ่งนัก!” ฉินชูมองเฉียนหลิงอู่พร้อมกล่าว
ในเวลานี้แววตาของเฉียนหลิงอู่ฉายประกายผิดคาด แฝงเร้นด้วยความเ็ป “ฉินชู เ้าอย่าเข้าใจพวกข้าผิดไป ข้าจริงใจต่อเ้าอย่างแน่นอน”
“ข้าไม่ได้เข้าใจท่านผิด ข้าเพียงรู้สึกว่ายุทธภพนี้ช่างน่ากลัวนัก เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมกลอุบาย” ฉินชูกล่าว
“แต่ข้าไม่มีทางทำเช่นนั้นกับเ้า เ้าเองก็ไม่มีทางทำเช่นนั้นกับข้า ถูกหรือไม่?” เฉียนหลิงอู่มองฉินชูพร้อมกล่าว
“ข้ารู้ แต่ข้าจะอยู่ให้ห่างพี่ชายของท่าน” ฉินชูรู้สึกอคติต่อเฉียนหลิงเทียนเล็กน้อย เขาชั่วร้ายเกินไป หากไม่ระวังอาจถูกเล่นงานได้
“เขาดีต่อข้ามาก เรียกได้ว่าใช้ชีวิตปกป้องคุ้มครองข้า ยิ่งพวกเรามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน เขาไม่มีทางคิดเล่นงานเ้า เขาเองก็จนใจยิ่งนัก ยุทธภพก็เป็เช่นนี้ เว้นเสียแต่เ้าจะมีพลังต่อสู้อันแข็งกร้าว แล้วใช้พลังต่อสู้จัดการกับปัญหาเสีย” เฉียนหลิงอู่กล่าว
สุดท้ายแล้วก็ยังต้องมีพลังความสามารถ ถึงจะจัดการปัญหาที่เข้ามาได้
