หลงเหยียนก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับหานเชียนมู่ ทั้งยังผลักชายที่ยืนอยู่ข้างกายนางออกไปจนพ้นทาง ชายวัยกลางคนเตรียมจะเดินขึ้นมาข้างหน้า กลับถูกเ้าสิงโตน้อยขวางทางเอาไว้เสียก่อน
“สาวน้อย เ้าทำลายชื่อเสียงของข้าครั้งแล้วครั้งเล่า แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือ เ้าบอกว่าข้าเคยถ้ำมองเ้ามาก่อนใช่หรือไม่ แล้วข้าได้เห็นอะไรของเ้าหรือ หรือรอยที่ข้าทิ้งเอาไว้ที่บั้นท้ายของเ้าั้แ่ครั้งก่อนยังไม่หายมาจนถึงตอนนี้”
ครั้งก่อน หลงเหยียนก็ได้เจอกับนางในโลกเฉียนคุนเช่นกัน ในตอนนั้นเขากดนางลงบนพื้นแล้วตีไปที่บั้นท้ายของนางแรงๆ ซึ่งการกระทำของเขาในครั้งนั้นก็กลายเป็เื่ใหญ่ที่ถูกลือกระฉ่อนไปทั่ว ผู้ฝึกยุทธ์มากมายที่นี่ต่างก็รู้เื่นี้ดี และพวกเขาก็มองว่าหลงเหยียนเป็คนที่มีความกล้าหาญเป็อย่างสูงมาโดยตลอด กลับไม่มีใครคิดถึงว่าครั้งนี้หลงเหยียนจะยอมรับออกมาตรงๆ เช่นนี้
เดิมที เว่ยเชียนมู่เตรียมจะหยามเกียรติหลงเหยียนให้สาสม ทว่าแผนการของนางกลับไม่สำเร็จ ทำให้ใบหน้าเล็กๆ ของนางเปลี่ยนไปเป็สีแดงเพราะความโกรธเกรี้ยว
ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งก่อนหลงเหยียนยังเอาชนะเทียนหลางมาอีก ทุกคน ณ ที่แห่งนี้ต่างก็รู้ดีว่าเว่ยเชียนมู่กับเทียนหลางมีความสัมพันธ์อย่างไรต่อกัน
“เอ๋ สตรีที่ยืนอยู่ข้างหลงเหยียนคือใครกัน หน้าตาไม่เลว ดูเหมือนจะสวยกว่าคุณหนูมู่ตั้งหลายเท่าตัวเลย”
ในตอนแรก พวกเขาเคยคิดว่าหลงเหยียนแอบชอบเว่ยเชียนมู่อยู่ แต่มาตอนนี้ เห็นๆ กันอยู่ว่าข้างกายหลงเหยียนมีสตรีที่งดงามเพียงใด เช่นนี้แล้ว มีหรือที่เขาจะหลงชอบเว่ยเชียนมู่?
คนมากมายพากันส่ายหน้าเบาๆ พวกเขาไม่เข้าใจเหตุผลของการกระทำของเว่ยเชียนมู่เลย ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าหลานสาวของท่านตงจวินคนนี้กำลังทำอะไรอยู่กันแน่
“หรือว่านางจะหมายตาหลงเหยียน” คนทั้งหลายคิดเป็อย่างอื่นไปไม่ได้เลยจริงๆ ไม่นาน ข่าวลือนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วฝูงคน เดิมทีพวกเขาคิดว่าจะมีเื่น่าสนุกให้ดูเสียอีก...
ชายวัยกลางคนมองไปยังหลงเหยียนด้วยแววตาแค้นเคือง ราวกับ้าจะฆ่าหลงเหยียนให้ตาย
“เ้าหนุ่ม ทางที่ดี ระวังตัวให้มากล่ะ ข้าต้องรีบเข้าไปในโลกเฉียนคุน ไม่มีเวลามาสิ้นเปลืองกับเ้าต่อ แน่จริงเราค่อยไปเจอกันในโลกเฉียนคุนแล้วกัน” พูดจบ ชายวัยกลางคนก็ลากเว่ยเชียนมู่ แล้วะโลงไปในหุบเหวซึ่งเป็ทางเข้าทันที
หลงเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเ้าเล่ห์ “คิดจะสั่งสอนตัวข้า? ก็ได้ มาดูกันว่าใครจะเป็ฝ่ายสั่งสอนใครกันแน่”
ในตอนที่หลงเหยียนเตรียมจะะโลงไป อยู่ๆ หลงหลิงก็ดึงเขาเอาไว้ “เ้าควรจะอธิบายเื่นี้กับข้าสักหน่อยไม่ใช่หรือ เ้ากับเด็กคนนั้นเคยเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมนางถึงคอยหาเื่เ้าทุกทางแบบนี้ อีกอย่าง ดูเหมือนเ้าจะเอาเปรียบนางมาไม่น้อยเลยนี่”
“ข้า... ข้าเปล่าเสียหน่อย เป็เด็กคนนั้นต่างหากที่คอยจ้องจะหาเื่ข้าเพื่อพี่เทียนหลางอะไรของนาง เ้าดูไม่ออกเลยหรือ?”
“ไม่ๆๆ... พี่เหยียน ท่านจะหาว่าพี่เสี่ยวหลิงพูดไปเรื่อยไม่ได้นะ เพราะเท่าที่ข้าจำได้ ครั้งก่อน ท่านยังจับก้นนางอยู่เลย”
หลงเหยียนมองเขม่นเ้าสิงโตน้อย รู้สึกคันไม้คันมือเหลือเกินที่เห็นอีกฝ่ายเปิดโปงตนต่อหน้าหลงหลิงเช่นนี้
“เ้าสิงโตน้อย มานี่สิ ข้าสัญญาว่าจะไม่กระทืบเ้าให้ตายคาเท้า”
เสี่ยวหลิงมีสายตาเ็า “เ้าสิงโตน้อย มาหลบที่หลังข้า ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขากล้าหรือไม่!”
หลงเหยียนก้มหน้าลงต่ำ เขาสบถด่าในใจ ดูเหมือนต้องรีบหาสาวสวยมาอยู่เป็คู่ใจให้เ้าสิงโตน้อยโดยเร็วแล้ว ไม่เช่นนั้น ชีวิตต่อจากนี้ของตนต้องไม่สงบสุขแน่
‘หยุนฉี ให้หยุนฉีมาที่เมืองอู่ตี้เถิด นางจะได้อยู่เป็เพื่อนเ้าสิงโตน้อยได้ ไม่สิ เ้าสิงโตน้อยเป็พวกหัวงูตัวจริงเลย จะดึงหยุนฉีเข้ามาเกี่ยวไม่ได้เด็ดขาด’
“ตงฟางเยียนหราน ดูเหมือนต่อไปข้าคงต้องให้เ้าเป็ผู้เสียสละทำเื่นี้แล้ว”
หลงเหยียนคิดจบก็ะโลงไปในเหวทันที เ้าสิงโตน้อยได้ใจยิ่งนัก ั้แ่ที่หลงหลิงปรากฏตัวขึ้น ความเป็อยู่ของเ้าสิงโตน้อยก็ดีขึ้นอย่างมหาศาล เพราะแต่ก่อน เขามักจะถูกหลงเหยียนรังแกอยู่เรื่อย
ในตอนที่เ้าสิงโตน้อยกับเสี่ยวหลิงะโตามหลงเหยียนลงไป ชายคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากเ้าสิงโตน้อยก็หันไปพูดกับชายอีกคน “เฮ้อ... หลงเหยียนไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจริงๆ เกรงว่าอีกไม่นานเขาต้องได้พบกับอันตรายถึงชีวิตแน่ ได้ยินมาว่าเทียนหลางถูกรับเข้าไปเป็สมาชิกของตระกูลพยัคฆ์ขาวแล้ว อีกทั้งท่านปู่ของเขา เจิ้งเซียงอวี่ ก็เป็ถึงหนึ่งในสิบผู้าุโอีกด้วย เจิ้งเซียงอวี่ หรือใต้เท้าอวี่เป็ถึงทายาทหลักของตระกูลพยัคฆ์ขาวซึ่งเป็หนึ่งในตระกูลชั้นในเชียวนะ”
“แม้หลงเหยียนจะมีพร์ล้ำเลิศ ทว่ากลับไม่รู้จักการเข้าสังคมและการวางตัวเอาเสียเลย จริงอยู่ที่ตอนนี้ท่านตงจวินชอบเขาเพราะเขามีพร์ล้ำเลิศ ทว่าหากมีเื่บาดหมางกับเทียนหลางขึ้นมาจริงๆ เขายังจะมีโอกาสที่จะรอดชีวิตไปได้อีกหรือ ยิ่งไปกว่านั้น ได้ยินว่าเทียนหลางก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นต่ำเป็ที่เรียบร้อยแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่าเทียนหลางเองก็มีพร์ที่ไม่เลวเหมือนกัน ยิ่งเทียนหลางยังมีสายเืของตระกูลชั้นสูงอย่างพยัคฆ์ขาวอีก ดูเหมือนสิ่งที่ตระกูลอู่ตี้ให้ความสำคัญมากที่สุดก็ยังเป็สายเือยู่ดีสินะ”
เ้าสิงโตน้อยจดจำคำพูดของคนผู้นั้นเอาไว้อย่างเงียบๆ ไม่นานมันก็เดินตามหลงเหยียนจนทัน จากนั้นก็เล่าเื่ราวที่ได้ยินมาให้หลงเหยียนฟัง ซึ่งนั่นก็ทำให้เขากำหมัดแน่น
“เพียงเพราะมีสายเืที่ล้ำค่าก็เลยถูกรับเข้าไปในตระกูลชั้นในหรือ? ดูเหมือนไม่ว่าอย่างไร ข้าก็เดินตามเทียนหลางคนนี้ไม่ทันอยู่ดีสินะ ช่างพวกเขาเถิด ในเมื่อข้าเอาชนะเขาได้แล้วครั้งหนึ่ง ก็ต้องเอาชนะเขาเป็ครั้งที่สองได้อย่างแน่นอน”
ทว่าเมื่อคิดถึงชายวัยกลางคนเมื่อครู่ หลงเหยียนก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ “หากเป็เมื่อก่อน คิดจะรังแกตัวข้า ข้าอาจเกรงขามในตัวเ้าเล็กน้อย ทว่าตอนนี้ ลำพังแค่พลังระดับชีพธรณีขั้นต่ำ... ฮึฮึ...”
เขาเปลี่ยนไปคิดถึงเทียนหลางต่อ ครั้งก่อนตนเอาชนะเทียนหลางที่กำลังคลั่งมาได้ ตอนนี้ อีกฝ่ายก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นต่ำ ทั้งยังเข้าไปเป็สมาชิกของตระกูลพยัคฆ์ขาวเป็ที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าตอนนี้ เ้าหมอนั่นต้องได้ใจมากแน่ อย่างไรเสียก็คงจะรู้สึกไม่พอใจต่อตนมากเช่นกัน
ดูเหมือนว่าตนต้องเผชิญหน้ากับเทียนหลางอย่างแท้จริงแล้ว ครั้งก่อนตนเคยปล่อยให้เขารอเก้ออยู่บนลานประลอง มาครั้งนี้ หลงเหยียนตัดสินใจว่าหากมีโอกาสอีก ต้องเอาชนะเทียนหลางต่อหน้าผู้ใหญ่ในสำนักให้จงได้ เขาจะทำให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้อย่างแท้จริง
นี่เป็ครั้งที่สองแล้วที่หลงเหยียนเข้ามาในโลกเฉียนคุน ครั้งก่อนเขาเข้ามาเพื่อฝึกฝนและหาประสบการณ์ ทว่าครั้งนี้ เป้าหมายของหลงเหยียนคือการสังหารปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่
หลงเหยียนคิดคำนวณในใจ หากตนเข้าไปในแถบของชีพมนุษย์ ในนั้นก็จะมีแค่ปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สามเท่านั้น ซึ่งสำหรับหลงเหยียนในตอนนี้แล้ว ปีศาจอสูรระดับนั้นไม่มีความท้าทายเลยแม้แต่น้อย
ไม่นานนัก หลงเหยียนก็ก้าวเข้าไปในเขตชีพธรณีเป็ที่เรียบร้อยแล้ว หากเป็ไปได้ เขาอยากเข้าไปในเขตชีพ์มากกว่า เพราะมีแค่ที่นั่นถึงจะมีปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่
โลกเฉียนคุนยังคงเหมือนเดิม ไม่ต่างไปจากตอนที่หลงเหยียนมาเมื่อครั้งก่อนมากนัก สิ่งเดียวที่ต่างออกไปก็คือ ครั้งนี้ ที่นี่มีศิษย์ชั้นนอกเป็จำนวนมาก และมีคนมากมายที่หลงเหยียนไม่รู้จัก โดยคนส่วนมากจะเดินทางกันเป็กลุ่มเป็พรรค หลงเหยียนกระจายพลังจิตทั้งหมดออกไป พลังการรับรู้ที่แข็งแกร่งของิญญาัทำให้หลงเหยียนหลบเลี่ยงการพบปะกับศิษย์เ่าั้ไปได้ไม่ยากนัก ด้วยเกรงว่าจะเกิดความบาดหมางขึ้น จึงพยายามหลีกเลี่ยงเช่นนี้นั่นเอง
หลงเหยียนกับพวกเดินอยู่ในโลกเฉียนคุน ที่แห่งนี้ทำให้หลงหลิงรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมาก
“พี่เหยียน คิดไม่ถึงเลยว่าเมืองเล็กๆ แบบนี้จะมีโลกเฉียนคุนอยู่ด้วย อีกทั้งโลกเฉียนคุนนี้ยังมีธาตุพลังที่แข็งแกร่งมากอีกด้วย”
“นั่นน่ะสิ เสี่ยวหลิง เ้าไม่รู้หรอกว่าครั้งก่อนพวกเราต้องลำบากแค่ไหนถึงจะเอาชนะปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สี่อย่างพยัคฆ์สายฟ้ามาได้ หวังว่าครั้งนี้ พวกเราจะฆ่าปีศาจอสูรรระดับมายาขั้นที่สี่ได้อย่างราบรื่นนะ”
ระหว่างทาง หลงเหยียนเดินเลี่ยงปีศาจอสูรระดับมายาขั้นที่สามไปหลายตัว กระทั่งครึ่งวันต่อมาหลงเหยียนก็พบว่าเบื้องหน้ามีคนกลุ่มหนึ่ง สมาชิกของคนกลุ่มนี้มีอายุไม่มากนัก มีแค่ชายคนหนึ่งที่น่าจะมีอายุประมาณสามสิบกว่าๆ แล้ว
หลงเหยียนเดินเข้าไปหาชายคนนั้น เขารับรู้ได้ว่าสมาชิกคนอื่นๆ ซึ่งยังมีอายุน้อยอยู่นั้นล้วนมีพลังอยู่ในระดับชีพมนุษย์ทั้งสิ้น ทั้งที่พวกเขาดูคล้ายเพิ่งมีอายุแค่สิบสามหรือสิบสี่ปีเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีเด็กหลายคนที่มีพลังอยู่ในระดับชีพธรณีเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ชายที่มีอายุมากที่สุดก็มีพลังอยู่ในระดับชีพธรณีแล้วเช่นกัน ซึ่งเป็พลังระดับเดียวกับผู้นำแห่งสำนักมารนั่นเอง
หลงเหยียนเดินเข้าไปใกล้แล้วกล่าวทักทายพวกเขาอย่างเป็มิตร “พี่ชาย พวกท่านเองก็มาฝึกฝนที่นี่หรือ? ทำไมข้ารู้สึกว่าเด็กๆ ที่มากับท่านล้วนมีพลังที่แข็งแกร่งไม่น้อยเลย”
--------------------
