“นี่คุณชายเสิ่น เ้าจะไม่แนะนำคุณหนูที่อยู่ด้านหลังให้ข้ารู้จักสักหน่อยหรือ” อวิ๋นโม่เฟยเอี้ยวตัวเพื่อมองหญิงสาวด้านหลังให้ชัด ทว่าอีกฝ่ายกลับขัดขวางเอาไว้
“ไม่จำเป็...” ชายหนุ่มกระแทกเสียง
“พวกเ้าสองคนกลับบ้านไปก่อน” ชายหนุ่มหันมาจับแขนน้องชายน้องสาว ลากออกไปจากห้องรับรองทันที อวิ๋นโม่เฟยมองตามสามพี่น้องพร้อมกับจิ๊ปากเบาๆ
“จิ๊จิ๊ คนอะไร หวงแม้กระทั่งน้อง หวงมาก เ้าไม่เก็บเอาไว้ที่บ้านเสียเลยล่ะ อย่าปล่อยพวกเขาออกมาพบหน้าผู้คน” ชายหนุ่มะโตามหลัง พร้อมเอ่ยเหน็บแนมอย่างไม่จริงจังนัก
ความจริงที่เขามาที่นี่ก็เพราะเื่นี้ มายืนยันว่ามีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่สองคนจริง อีกทั้งยังได้ข้อมูลว่า นางคือน้องสาวต่างมารดาของเสิ่นลู่เสวียน และเื่นี้เป็คนอื่นที่ไหว้วานมา
หลังจากเสร็จธุระ รถม้าของจวนเสิ่นผิงโหวได้เคลื่อนออกจากประตูศาลต้าหลี่อย่างช้าๆ แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านม่านผ้าบางเข้ามาในรถม้า
เสิ่นเล่อเหยียนเอนตัวพิงพนักด้านหลัง ั์ตาเหม่อมองทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างไร้จุดหมาย นางไม่รู้ว่าต่อจากนี้ควรไปที่ใด ส่วนเสิ่นซีหยางที่นั่งอยู่ข้างกันกลับมีสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะโน้มกายออกไปพูดกับสารถีด้านนอก
“เ้าจะไปไหน” ร่างบางหันไปถามพี่ชายต่างมารดา
“ข้ามีที่ดีดีที่จะทำให้เ้าได้เปิดหูเปิดตา ตามไปแล้วจะรู้” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์ ร่างบางมองคนไม่เอาไหนตรงหน้าอย่างครุ่นคิด
ที่ดีดีหรือ เ้าโง่นี่คงไม่ได้คิดพานางไปขายใช่หรือไม่
ไม่นานนัก รถม้าก็พลันเปลี่ยนทิศทาง เสียงล้อบดไปตามถนนหินที่คึกคักขึ้นเรื่อยๆ เสียงผู้คนจอแจและกลิ่นอาหารจากร้านรวงสองข้างทางเริ่มชัดขึ้น บ่งบอกว่าพวกเขาได้เข้าสู่ย่านการค้าใจกลางเมืองหลวง
เมื่อรถม้าหยุดลง เสิ่นเล่อเหยียนแง้มม่านออกเล็กน้อย ภาพตรงหน้าทำให้นางนิ่งไปชั่วขณะ ตึกใหญ่สูงตระหง่านหกชั้นตั้งอยู่เบื้องหน้า โครงสร้างงดงามโอ่อ่า ประดับด้วยโคมแดงเรียงรายั้แ่ชั้นล่างจรดชั้นบน
เสียงดนตรีแ่เบาดังแว่วออกมาจากด้านใน ผสมกับกลิ่นหอมของกำยานที่ลอยอบอวลในอากาศ เหนือประตูใหญ่มีป้ายไม้สลักอักษรสีทองเด่นชัดว่า “หลงเยว่”
“หอหลงเยว่หรือ ช่างเป็ชื่อที่ยิ่งใหญ่เสียจริง” ร่างบางพึมพำเบาๆ สายตาเหม่อมองตัวอักษรบนนั้น ที่สะท้อนแสงแดดยามบ่ายระยิบระยับราวกับมีชีวิต
เสิ่นเล่อเหยียนก้าวลงจากรถม้าอย่างระมัดระวัง สายตาของหญิงสาวกวาดมองไปรอบๆ ผู้คนที่นี่ต่างแต่งกายหรูหราเดินเข้าออกไม่ขาดสาย บรรยากาศรอบด้าน เต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ให้ความรู้สึกแตกต่าง
ร่างบางก้มลงมองชุดที่ตนสวมใส่ ก่อนที่เสิ่นซีหยางจะเข้าใจสิ่งที่หญิงสาวกำลังคิด
“มานี่...ตามข้ามา วันนี้ข้าจะเปลี่ยนเ้าให้งดงามยิ่งกว่าสตรีใดในเมืองหลวง”
ชายหนุ่มลากหญิงสาวไปยังร้านขายอาภรณ์ชื่อดังที่สุดในเมืองหลวง และยังตั้งอยู่ใจกลางย่านการค้า อาคารสองชั้นประดับด้วยม่านแพรสีสดและโคมไฟแกะลายงดงาม กลิ่นหอมของกำยานอ่อนๆ ลอยอบอวลอยู่ทั่วร้าน บ่งบอกถึงความหรูหราและรสนิยมของผู้มาเยือน
เสิ่นซีหยางพาเสิ่นเล่อเหยียนก้าวเข้าไปด้านใน ท่ามกลางสายตาของข้ารับใช้และผู้ดูแลร้านที่ต่างก็ก้มศีรษะให้ด้วยความเคารพ
ชายหนุ่มเดินตรงไปยังจุดขายอาภรณ์สำเร็จรูป ที่จัดเรียงอย่างประณีต ก่อนจะหยุดอยู่ด้านหน้าชุดผ้าไหมสีม่วงอ่อนที่ปักลายดอกเหมยงดงาม
“เอาชุดนี้ แล้วก็ช่วยแต่งหน้าให้น้องสาวของข้าด้วยนะขอรับ”
เสิ่นเล่อเหยียนถูกพาเข้าไปยังห้องแต่งตัวด้านใน ขณะที่เสิ่นซีหยางออกไปนอกร้านเพื่อจัดการบางอย่าง เวลาผ่านไปไม่นาน ชายหนุ่มกลับมาพร้อมกล่องไม้แกะสลักลายดอกโบตั๋น
ภายในบรรจุเครื่องประดับไข่มุกทั้งชุด ทั้งปิ่นปักผม สร้อยคอ และต่างหู ทุกชิ้นเปล่งประกายแสงนวลราวหยดน้ำค้างยามรุ่งสาง
ที่เขาเลือกไข่มุกให้เป็เครื่องประดับให้เสิ่นเล่อเหยียน เพราะคิดว่ามันดูบริสุทธิ์และงดงาม เหมือนกับน้องสาวของตน
เมื่อเสิ่นเล่อเหยียนแต่งกายเสร็จ ผู้ดูแลร้านยังช่วยแต่งหน้าให้อย่างประณีต แป้งขาวบางแต้มสีแก้มให้ระเรื่อ ริมฝีปากแตะสีชมพูอ่อน ผมยาวถูกรวบขึ้นอย่างงดงาม และประดับด้วยปิ่นไข่มุก
หลังจากพนักงานในร้านรับเครื่องประดับจากชายหนุ่ม นำไปส่งยังห้องแต่งตัว เพียงไม่นานประตูห้องก็เปิดออก เสิ่นเล่อเหยียนจึงก้าวออกมาช้าๆ
เสิ่นซีหยางที่ยืนรออยู่ถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ ภาพตรงหน้าทำให้เขาหวนนึกถึงอดีต ใบหน้าของหญิงสาวในยามนี้ช่างละม้ายคล้ายมารดาผู้ล่วงลับของนางราวกับคนคนเดียวกัน
ความทรงจำในวัยเด็กผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน ตอนที่มารดาของเสิ่นเล่อเหยียนเข้ามาเป็อนุในจวน เขาเพิ่งอายุได้เพียงสามขวบ แต่ยังจำได้ดีถึงรอยยิ้มอ่อนโยน และดวงตาอบอุ่นของนาง ความงดงามนั้นตราตรึงในใจของเขาเสมอมา
“เป็อะไร ข้างดงามเกินไป เลยทำให้เ้าเป็ใบ้ไปแล้วหรือ” หญิงสาวเอ่ยเย้าพี่ชายคนรอง ความจริงนางเห็นกับตา ว่าสายตาของเขาไม่ได้มองมาที่นาง หากแต่อาจมองไปยังอดีตเห็นมารดาของนางแทน
“เ้าเด็กนี้! งดงามก็งดงามอยู่หรอก แต่คำพูดคำจาของเ้าไม่มีความเป็กุลสตรีเลยสักนิด”
“จะพูดอยู่ที่นี่ หรือจะเข้าไปที่หอหลงเยว่”
“ได้ๆ เ้าชนะ ข้าไปจ่ายเงินก่อน”
ร่างสูงยกมือยอมแพ้ ก่อนจะหันไปจัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมด แน่นอนว่าต้องส่งหนังสือเรียกเก็บเงินไปยังจวนเสิ่นผิงโหว เพราะเสิ่นเล่อเหยียนก็เป็สมาชิกคนหนึ่งของที่นั่น
หลังจากเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ เสิ่นเล่อเหยียนในชุดผ้าไหมสีม่วงอ่อนและเครื่องประดับไข่มุกทั้งชุด ยามนี้นางดูราวกับหญิงสูงศักดิ์ผู้มีชาติตระกูล
ทุกย่างก้าวของนางสะกดสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปมา ตลอดเส้นทางจากร้านขายอาภรณ์ไปจนถึงหอหลงเยว่ ผู้คนต่างหันมองพวกเขาด้วยสายตาตกตะลึง ต้องบอกให้ถูกว่า สายตาทั้งหมดนั้นจับจ้องอยู่ที่เสิ่นเล่อเหยียนเพียงผู้เดียว
หญิงสาวที่เมื่อไม่นานมานี้ ยังแต่งกายเรียบง่ายราวกับชาวบ้านธรรมดา บัดนี้กลับกลายเป็ดั่งหงส์ที่เปล่งประกายท่ามกลางหมู่คน แววตาเยือกเย็นและท่วงท่าที่สงบนิ่งของนาง ทำให้พวกเขาคิดว่านางอยู่สูงเกินเอื้อม
เสิ่นซีหยางเดินเคียงข้างด้วยท่าทีภาคภูมิใจ ชายหนุ่มเชิดหน้าขึ้น ราวกับ้าให้ทุกคนเห็นว่า นี่คือน้องสาวของเขา
เมื่อทั้งสองก้าวเข้าสู่หอหลงเยว่ กลิ่นหอมของชาและอาหารชั้นเลิศลอยอบอวลอยู่ทั่วบริเวณ
ชั้นแรกของอาคารเต็มไปด้วยผู้คนในชุดหรูหรา เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังคลอไปกับเสียงพิณที่บรรเลงเบาๆ โต๊ะอาหารแต่ละโต๊ะจัดเรียงอย่างประณีต อาหารที่ส่งถึงลูกค้า...ล้วนเป็รายการอาหารใหม่ที่เปลี่ยนทุกเดือน ทำให้ที่นี่กลายเป็สถานที่ยอดนิยมของชนชั้นสูงในเมืองหลวง
แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือชั้นบน
เสิ่นซีหยางพาน้องสาวไปยังบันไดไม้แกะลายัที่ทอดตัวขึ้นไปยังชั้นสอง ซึ่งมีบานประตูขนาดใหญ่ที่แกะสลักัเกี้ยวจันทรากางกั้นเอาไว้ พร้อมป้ายติดชัดเจนว่า “เฉพาะสมาชิกเท่านั้น”
ชายหนุ่มควักตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงออกมามอบให้ผู้ดูแล เพื่อทำบัตรผ่านทางให้เสิ่นเล่อเหยียนโดยเฉพาะ เพราะตัวเขามีป้ายผ่านทางอยู่แล้ว
เมื่อสองพี่น้องก้าวขึ้นไปยังชั้นสอง บรรยากาศรอบด้านดูเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เสียงพูดคุยเบาลง กลายเป็เสียงะโโห่ร้องและเสียงหัวเราะที่แฝงความตื่นเต้น
ห้องโถงกว้างถูกจัดเป็โต๊ะพนันหลากหลายรูปแบบ ทั้งการทอยเต๋า การจับสลาก การทำนายผลจากลูกแก้ว และการพนันที่แปลกตาอีกมากมายที่เสิ่นเล่อเหยียนไม่เคยเห็นมาก่อน
ดูเหมือนที่ชั้นสอง หากไม่เป็คนที่มีภูมิหลัง ก็คงไม่สามารขึ้นมาที่นี่ได้ง่ายๆ
แสงจากโคมไฟสีส้มอ่อนสะท้อนบนพื้นที่ถูกขัดจนวาว ผู้คนแต่งกายหรูหรา บางคนถือพัด บางคนถือถ้วยสุรา ทว่าใบหน้าเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และความโลภที่ซ่อนอยู่ในแววตา
“นี่! เ้ามาที่นี่บ่อยๆ หรือ” หญิงสาวมองป้ายหยกสีเืที่ชายหนุ่มยื่นให้ผู้เฝ้าประตู
“ที่ไหนกันเล่า! นานๆ ทีข้ามาสักครั้ง แต่เื่นี้เ้าห้ามบอกพี่ใหญ่เด็ดขาด” เสิ่นซีหยางยิ้มแหยๆ พลางยกมือเกาศีรษะเล็กน้อย ท่าทีลนลานของพี่ชายต่างมารดา เห็นแล้วทำให้คนรู้สึกอ่อนใจ
ภายในห้องโถงที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความวุ่นวาย เสิ่นเล่อเหยียนกลับดูโดดเด่นราวกับดอกเหมยท่ามกลางหิมะ งดงาม เยือกเย็น และไม่อาจแตะต้องได้
“ที่วันนี้ข้าพาเ้ามาที่นี่ ก็เพียงอยากให้เปิดหูเปิดตาเท่านั้น ถ้าไม่ชอบ เราขึ้นไปชั้นบนก็ได้”
“ไม่เป็ไร อย่างไรก็มาแล้ว ลองเสี่ยงดวงดูสักหน่อย”
