ฉินหวงตะลึงกับเหตุการณ์ในออฟฟิศที่เกิดขึ้นตรงหน้า
เขามองหน้ามองหลังเพื่อดูว่าตัวเองถูกวาร์ปมาอีกจักรวาลหนึ่งหรือเปล่าหรือว่าเขาเปิดประตูผิด
“ฉินเฟิงแกกำลังทำบ้าอะไร ไอ้เด็กนี่?” หลังจากนั้นสักพัก เสียงทุ้มต่ำก็ดังออกมา
ฉินเฟิงรู้สึกตัวทันทีเขาผลักร่างของหานอิ๋งอิ๋งและวิ่งไปหาฉินหวง เขามองฉินหวงอย่างกระวนกระวาย
“ท่านประธานฉินท่านมาพอดีเลยถ้าท่านไม่มาผู้ช่วยหานได้ทำโทษนอกกฎกับผมแน่” ฉินเฟิงเช็ดตาและกล่าวต่อ “ผมเป็แค่พนักงานฝ่ายขายตัวเล็กๆที่มาส่งเอกสาร และผู้ช่วยหานก็ยืนกรานว่าให้ผมอยู่ดื่มชาก่อนผมบอกไปว่าผมไม่ดื่มชาแต่ถ้าน้ำผลไม้ก็ไม่เป็ไร”
“แล้ว…ผู้ช่วยหานก็โกรธเธอบอกว่าผมทำให้ร่างกายเธอรุ่มร้อนและผมต้องรับผิดชอบโดยการถอดเสื้อผ้าเธอออกและเป่าลมเย็นใส่เธอตอนนี้ผมคิดว่ามันเห็นแก่ตัวเกินไปหน่อยแต่ผมคิดว่าผู้ช่วยหานเป็ถึงผู้จัดการระดับสูง ดังนั้นเธอควรจะเป็คนดีและซื่อตรงแต่ที่ไหนได้ผมกลับพบว่าผมยังเด็กและไร้เดียงสาเกินไป...และท่านก็เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว”
หานอิ๋งอิ๋งมองการเล่นละครของฉินเฟิงด้วยปากพะงาบๆเธอพบว่าตัวเองพูดไม่ออกสักคำเธอสาวเท้ามาหาฉินเฟิงอย่างโกรธเกรี้ยวและจ้องเขาเขม็ง “ฉินเฟิงอย่าบิดเบือนความจริง คุณต่างหากที่เป็คน้าจะข่มขืนฉัน”
ฉินเฟิงแอบหลังฉินหวงด้วยอาการขวัญเสียเขาชี้ไปที่ถุงยางที่หานอิ๋งอิ๋งยังคงถืออยู่ในมือและกล่าว “ท่านประธานฉิน ดูสิ! นี่คือเครื่องมือที่เธอก่ออาชญากรรมเรามีหลักฐานมัดตัวขนาดนี้ คุณมีอะไรจะแก้ตัวไหม คุณผู้ช่วยหาน?”
“ผมเป็พนักงานระดับต่ำสุดในหวงเจียกรุ๊ปเทียบกับคุณที่เป็ถึงระดับหัวหน้าอันสูงส่ง ผมมันไม่สำคัญ ผมทำทุกอย่างที่คุณบอกและก็ไม่เคยปฏิเสธหรือบ่น…แต่นี่มันเกินกว่าที่ผมจะรับได้”
“ในฐานะลูกผู้ชายที่ไม่เคยท้อถอยผมไม่จำเป็ต้องทำงานนี้ ผมยอมถูกกดขี่แต่...ผมจะไม่ขายร่างกายและจิติญญาตัวเองแน่นอน”
“เอาเลยไล่ผมเลย ผมจะทิ้งงานนี้และจะเอาสิทธิของผมคืนมา ผมจะไม่บ่นหรือเสียใจทั้งนั้น”
ฉินหวงและหานอิ๋งอิ๋งมึนตึ้บพวกเขามองฉินเฟิงที่ทำตัวเป็เดี่ยวไมโครโฟนด้วยความตะลึงต่อมาหานอิ๋งอิ๋งก็กลับคืนสติ
“อาฉินคะทำไมคุณอาไม่ให้ฉินเฟิงไปเรียนพวกการแสดงหรือการสื่อสารคะ…ดิฉันจริงจังนะคะ”
“อะแฮ่มๆ!” ฉินหวงก็รู้สึกตัวและกระแอมอย่างอึดอัดสองทีเขาจ้องฉินเฟิงเขม็ง “หุบปาก ไปนั่งตรงนั้นซะ”
หลังพูดจบเขามองหานอิ๋งอิ๋งอย่างขอโทษขอโพยและบอกอย่างกระอักกระอ่วน “อิ๋งอิ๋งเอาไอ้นั่นไปเก็บเถอะ มันคงจะไม่ดีถ้ามีพนักงานคนอื่นมาเห็น…ถ้าไม่มีทางเลี่ยงเธอกับฉินเฟิงค่อยไปต่อกันที่คฤหาสน์ตอนกลางคืนก็ได้ อาไม่ว่าอะไรหรอก”
“วัยรุ่นสมัยนี้นี่ช่าง…เฮ้อ!” ฉินหวงถอนหายใจและส่ายหน้าออกจากออฟฟิศไป
ใบหน้าขาวผ่องของหานอิ๋งอิ๋งแดงมากจนหยดน้ำแทบจะไหลออกมาเธอจ้องไปที่ฉินเฟิงอย่างโเี้และปาถุงยางลงในถังขยะ
“ฉินเฟิงอย่าเพิ่งไป ฉันยังมีเื่ต้องถามคุณ!” เมื่อฉินเฟิงเห็นว่าพ่อของเขาออกไปแล้วเขาก็เริ่มที่จะโกยบ้าง หานอิ๋งอิ๋งไปถึงประตูก่อนและปิดมันเธอเอนหลังพิงประตูและมองฉินเฟิงอย่างเ็า
“คุณต้องได้ยินเื่ของตระกูลอวี่ในเมืองจิ้นเฉิงแล้ว”
“ใช่”เมื่อเื่นี้ถูกกล่าว ฉินเฟิงจึงเคร่งเครียด
“ทำไม?” บรรยากาศเย็นะเืปล่อยออกจากตัวของหานอิ๋งอิ๋งเธอจ้องเขาเขม็งเหมือนกับว่าอยากจะมองเข้าไปในหัวของเขา
“คุณหมายความว่าไง‘ทำไม’?” ฉินเฟิงพูดขณะที่เกาหัวอย่างไม่ใส่ใจ
“ฉินเฟิงคุณหลอกคนอื่นได้ แต่คุณหลอกฉันไม่ได้หรอกนะ เพราะฉันมาจากเมืองจิ้นเฉิงและตระกูลหานเราก็มีอิทธิพลที่นั่น มันจึงเป็ธรรมดาที่ฉันจะส่งคนไปดู และฉันก็พบบันทึกวิดีโอของคุณที่กำลังฆ่าล้างตระกูลอวี่”
หลังจากที่กล่าวความจริงอาการในิดหน่อยก็ไหลผ่านสายตาของหานอิ๋งอิ๋ง เธอพบว่าจริงๆแล้วเธอไม่เคยเข้าใจฉินเฟิงเลย นิสัยของนายน้อยคนนี้ไม่มีอะไรคล้ายกับข่าวลือ
แน่นอนว่านอกจากที่เขาเป็คนลามกบ้ากามจริงๆทุกอย่างที่เหลือก็เป็เพียงคำนินทาว่าร้าย
ในที่สุดสีหน้าที่เฉยเมยของฉินเฟิงก็เปลี่ยนเขาไม่รอให้หานอิ๋งอิ๋งได้ตั้งตัวและรีบพุ่งไปหาเธอทันทีเขายื่นมือรวบคอขาวหิมะที่งดงามของหานอิ๋งอิ๋งเขาจ้องเธออย่างโเี้และพูดเสียงต่ำ “บันทึกอยู่ไหน? มีใครเห็นมันหรือยัง?”
ฉินเฟิงเปลี่ยนไปทันทีเหมือนสายฟ้าแลบหานอิ๋งอิ๋งเพิ่งได้สติเมื่อเธอรู้สึกว่าคอของเธอเจ็บมากจนออกเสียงไม่ได้
เธอมองไปที่ฉินเฟิงในตอนนี้ด้วยความหวาดกลัวนี่เป็ครั้งแรกที่หานอิ๋งอิ๋งเห็นฉินเฟิงโกรธ และมันก็น่ากลัวเหมือนปีศาจจากขุมนรกมีบรรยากาศความหนาวเย็นและจิตสังหารอยู่รอบๆ หานอิ๋งอิ๋งคิดว่าฉินเฟิงอาจจะบีบคอเธอให้ตายเมื่อไรก็ได้
“ฉินเฟิง…ป..ปล่อย”หานอิ๋งอิ๋งปล่อยลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมาและพูดเสียงแหบ
ฉินเฟิงคลายกำมือและตั้งสติเล็กน้อยแต่เขายังมองหานอิ๋งอิ๋งด้วยความเ็า “โทษที ผมหุนหันเกินไปหน่อยนี่มันเกี่ยวพันกับความหายนะของตระกูลฉินผมหวังว่าคุณจะเข้าใจและส่งบันทึกมาให้ผม”
บันทึกนั้นสำคัญมากสำหรับฉินเฟิงเขาฆ่าคนไปเยอะในคืนนั้น และถ้ามันตกอยู่ในมือของตำรวจแม้แต่ตระกูลฉินที่เมืองหลวงก็คงไม่อาจช่วยเขาได้
หานอิ๋งอิ๋งเห็นเนื้อหาของบันทึกแล้วดังนั้นจึงเป็ธรรมดาที่เธอจะรู้ว่ามันสำคัญต่อฉินเฟิงขนาดไหนเธอลบบันทึกวิดีโอการฆ่าไปนานแล้ว และไม่มีใครอื่นเห็นมันอีก ตอนแรกเธอกำลังจะถามว่าทำไมฉินเฟิงถึงฆ่าล้างตระกูลอวี่ทั้งตระกูลแต่ใครจะรู้ว่าเขาจะรุนแรงแบบนี้รอยจ้ำสีแดงที่เป็รูปนิ้วมือห้านิ้วยังคงติดอยู่บนคอของหานอิ๋งอิ๋งและมันก็ยังระคายเคืองอยู่
แม้ทั้งคู่จะมีเจตนารมณ์ของตัวเองแต่พวกเขาก็รู้ชัดเจนว่าไม่ได้ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างตรงไปตรงมาพวกเขาอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกันและทำงานในบริษัทเดียวกันดังนั้นพวกเขาจึงพิจารณาได้ว่าเป็เพื่อนที่ค่อนข้างสนิทกัน
ฉินเฟิงจะยกระดับความตั้งใจเพื่อฆ่าเพื่อนสนิทในทันทีได้อย่างไร?หานอิ๋งอิ๋งส่ายหน้าและพูดด้วยความท้อแท้ “ฉินเฟิง ฉันลบบันทึกนั้นไปเรียบร้อยแล้วและไม่มีใครอื่นนอกจากฉันเห็นมัน ถ้าคุณไม่เชื่อ คุณสามารถลงมือตอนนี้ได้เลย”
หัวใจของฉินเฟิงะเืเล็กน้อยเขามองหานอิ๋งอิ๋งและรอยจ้ำห้านิ้วที่ติดบนคออันเรียบเนียนของเธอคอที่ขาวผ่องก่อนหน้านี้ เขารวบหานอิ๋งอิ๋งเข้ามาในอ้อมกอดทันที“ครั้งนี้ผมเป็หนี้คุณ ต่อไปถ้าคุณเจอกับปัญหาอะไรก็ตาม แค่มองหาผมก็พอ”
หานอิ๋งอิ๋งซบในอ้อมกอดของฉินเฟิงและไม่ได้ขัดขืนเธอรู้สึกผิดเล็กน้อยและ้าให้ใครบางคนปลอบเธอ เธอดมกลิ่นที่คุ้นเคยของฉินเฟิงก้มหัวและอารมณ์ของเธอก็ค่อยๆ มั่นคง
