การเดินทางผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นปลอดภัย
ในที่สุดิหยวนก็ผ่อนคลายลง เขาตกปลาเป็เพื่อนพวกเขาอย่างช่วยไม่ได้ ิเยี่ยแอบเปิดเผยเื่ที่เขาทำปลาเผาอร่อยที่สุด แล้วคราวนี้คนอื่นจะปล่อยให้เขาอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร บนดาดฟ้าเรือราวกับกำลังจัดงานเลี้ยง ลูกเรือร้องเพลงล่องเรืออันไพเราะ ทหารที่อยู่ไกลๆ ก็ร้องเพลงพื้นบ้านของตนเองสอดคล้องกัน กุ้งปลาในแม่น้ำสดอร่อยเสียจนรู้สึกอยากจะกลืนกินลิ้นตัวเองลงไปด้วย ปลาเผาที่เพิ่งยกออกจากเตา ไม่นานก็ถูกกวาดเรียบ แม้แต่จางจิ่วรั่งก็ยังนำสุราดอกอ้อที่เป็สัมภาระชิ้นเดียวที่เขานำติดตัวมาด้วย ออกมาแบ่งปันให้ทุกคน จนเขากลายเป็คนที่ทุกคนรักใคร่มากที่สุด
ในที่สุดก็มาถึงเขตปกครองโซ่วหยาง บรรดาผู้คุมกองเรือของพรรคต้าเจียงได้พาลูกน้องมารออยู่ที่ปากแม่น้ำแล้ว เหล่าลูกเรืออย่างเจียงต้าขวยก็รีบขนถ่ายสินค้าโดยนำกระสอบข้าวสารมากองรวมกัน จากนั้นทหารก็ลำเลียงใส่รถม้าแล้วมัดให้แ่า
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น เหล่าทหารเกราะเต็มยศวิ่งตรงมาที่ท่าเรือ เมื่อมาถึงที่หมาย นายทหารที่เป็ผู้นำกองทัพก็ประสานมือคำนับิหยวนและคนอื่นๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงดังฟังชัด “พวกข้าเป็ทหารกองหน้าของกองทัพเป่ยฝู่ รับคำสั่งให้นำเสบียงมาที่นี่!”
นายกองเสวี่ยเทา ผู้บังคับบัญชาทหารคุ้มกันเสบียง รีบเดินเข้าไปต้อนรับ “ข้าน้อยเสวี่ยเทา รับหน้าที่คุ้มกันเสบียง เดินทางมาเป็ระยะทางกว่าพันลี้ เสบียงไม่สูญหายแม้แต่เมล็ดเดียว ข้าวของไม่เสียหายแม้แต่ชิ้นเดียว จนส่งมอบถึงกองทัพ! ไม่ทราบว่าท่านนายกองมีนามว่าอันใด?”
“ดี! ดี! ดีมาก! ข้าชื่อ...” แม่ทัพผู้นั้นเอ่ยคำว่าดีต่อเนื่องกัน ขณะกำลังจะแนะนำตัว ทันใดนั้นก็หันกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาเป็ประกาย มือคว้าดาบออกมาจากฝัก “ข้าชื่อยมบาล!”
สิ้นเสียง ดาบคมกริบก็แทงทะลุร่างของเสวี่ยเทา
เสวี่ยเทาเบิกตากว้างด้วยความใ พยายามสูดหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะล้มฟุบกองกับพื้น
สถานการณ์พลิกผันกะทันหัน ทุกคนต่างตกตะลึง ิหยวนรีบชักดาบออกมาะโเสียงดัง “ข้าศึกบุก! ตั้งรับ!”
แต่มันสายเกินไป ศัตรูชักดาบออกมาแล้ว พวกเขาร่วมมือกันอย่างเป็ระบบ ในขณะที่ฝ่ายิหยวนไม่ได้เตรียมรับมือ เพราะกำลังยินดีต้อนรับกองกำลังพี่น้องและเตรียมส่งมอบเสบียง แม้เสียงดังเอะอะโวยวายด้านหน้าจะดังขึ้นเรื่อยๆ แต่คนที่อยู่ด้านหลังยังไม่ทันได้ตอบโต้ บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดเื่ใดขึ้น จึงได้แต่หันซ้ายหันขวาถามไถ่ด้วยความใ
ศัตรูร้ายกาจราวกับจะฆ่าหมูเชือดไก่ ฝ่ายิหยวนเสียผู้นำกองทัพไปอย่างกะทันหัน จึงขาดผู้บังคับบัญชา บ้างก็วิ่งหนีเอาตัวรอด บ้างก็ะโลงแม่น้ำอย่างไม่คิดชีวิต สุดท้ายก็ถูกกระแสน้ำพัดพาไปไกล กว่าครึ่งหนึ่งยังอยู่บนเรือ เมื่อเจอกับการโจมตี จึงไม่รู้จะขึ้นหรือลงดี ศัตรูโจมตีจากทุกทิศทุกทาง จากสถานการณ์ที่วุ่นวาย จึงกลายเป็การสังหารหมู่
“อย่าใ! หัวหน้ากองร้อยตั้งแถว! ฟังคำสั่งของข้า! ฉินซาน! พวกเ้ารีบไปคุ้มกันเสบียงที่อยู่บนเรือ! ห้ามให้สูญเสียแม้แต่น้อย! คนที่อยู่บนเรือให้ตั้งรับอยู่บนนั้น ห้ามะโลงน้ำ!”
โชคดีที่ิหยวนสนิทสนมกับทหารจำนวนไม่น้อย รู้จักทั้งหัวหน้ากองร้อยและหัวหน้ากองสิบ เขาจึงรีบรวบรวมกำลังพล จัดกำลังพลตามที่เซี่ยโหวเจี๋ยเคยสอน พยายามรักษาจุดยุทธศาสตร์สำคัญเอาไว้ แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายเกินกว่าจะกู้คืน
ิหยวนกวัดแกว่งดาบยาวในมือ ฟันไปที่ทหารที่กำลังวิ่งเข้ามาหาโหวฟาง ก่อนจะหันไปเห็นเจียงเสี่ยวเจียงะโเข้ามาสมทบ ด้านโหวฟางชักดาบอ่อนออกมาจากเอวเพื่อป้องกันตัว ิหยวนรับมือกับศัตรูทีละคน ทีละคน ไม่คาดคิดว่าคนอย่างจางจิ่วรั่งจะเอาตัวรอดได้ เขาส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือพลางถือไหสุราขนาดใหญ่ไว้แน่น ปัดป้องการโจมตี ิหยวนรีบพุ่งเข้าไปหา กวัดแกว่งดาบยาวในมือจนศัตรูได้รับาเ็สาหัส ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดเซี่ยโหวเจี๋ยถึงบอกว่าดาบเป็อาวุธของสุภาพบุรุษ หากมาอยู่ในสนามรบ อาวุธอย่างดาบหรือขวานย่อมเหมาะสมกว่า เพราะการต่อสู้แบบนี้ไม่มีเวลาให้ใช้กระบวนท่าอันงดงาม
หนิงตวนเฉิงทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ เขาพยายามปกป้องรถม้าที่บรรทุกเสบียงอย่างสุดกำลัง แม้ฝีมือการต่อสู้ของเขาจะไม่ได้โดดเด่น อีกทั้งยังไม่เคยผ่านสนามรบมาก่อน บนร่างกายเต็มไปด้วยาแ แต่เขาก็ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
“หยวนเก้อเอ๋อร์!” ิหยวนกำลังจะเข้าไปช่วย ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากหัวเรือ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าิเยี่ยกับสวี่หรงยังอยู่บนเรือ! ิเยี่ยโยนค้อนไม้มาให้เขา ิหยวนรับมันไว้ มือหนึ่งถือดาบยาว อีกมือถือค้อนไม้ เพิ่มพลังโจมตีได้มาก
ิหยวนกำลังกระวนกระวายใจ กวัดแกว่งดาบยาวในมือ จนเืศัตรูสาดกระเซ็น หวังอี้จือที่ยืนอยู่ไม่ไกลพลันล้มลงตรงหน้าเขา
“สหายหวัง!” ิหยวนใรีบเข้าไปประคองอีกฝ่าย เขาหมดสติไปแล้ว เมื่อตรวจดูตามร่างกายก็ไม่พบร่องรอยาแ ิหยวนเรียกเท่าไหร่เขาก็ไม่ตื่น จะปล่อยเขาไปเฉยๆ ก็ไม่ได้ จึงได้แต่โยนค้อนไม้ในมือทิ้ง จากนั้นก็ประคองอีกฝ่ายด้วยมือข้างหนึ่ง กวัดแกว่งดาบป้องกันตัวเองด้วยมืออีกข้างหนึ่ง องครักษ์ทั้งสองของหวังอี้จือเห็นเป็เช่นนั้น จึงรีบวิ่งเข้ามารับตัวหวังอี้จือไป ิหยวนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงร้อง “โอ๊ย!” เมื่อหันไปมองก็พบว่าิเยี่ยกำลังยืนบังสวี่หรงอยู่ ดาบโค้งของศัตรูฟันเข้าที่ไหล่ของิเยี่ยอย่างจัง ทันใดนั้น ิเยี่ยก็ใช้ดาบในมือแทงเข้าที่อกของอีกฝ่ายอย่างแรง ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะร่วงลงจากดาดฟ้าเรือ
“ิเยี่ย—”
ิหยวนร้องเสียงดังด้วยความใ เขาอยากจะเข้าไปช่วยเหลือ ทว่าก่อนหน้านี้คนหนึ่งอยู่บนฝั่ง อีกคนอยู่บนเรือ ยามนี้คนหนึ่งตกลงไปในน้ำ อีกคนถูกล้อมไว้จนหนีไปไหนไม่ได้
“ิเยี่ย—”
ิหยวนะโเรียกอีกครั้งพลางกวัดแกว่งดาบในมืออย่างบ้าคลั่งเพื่อหาทางฝ่าวงล้อมออกไป ทว่ากลับได้เห็นภาพที่น่าใยิ่งกว่า “คุณหนูสวี่!”
สวี่หรงยืนอยู่ตรงดาดฟ้าเรือ เพราะการต่อสู้ทำให้ผมของนางหลุดรุ่ย สยายไปกับสายลม เสริมให้นางดูงดงามปราดเปรียว นางเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะะโลงไปด้านล่าง “ไม่ว่าเขาจะใจร้ายกับข้า หรือช่วยข้าชีวิตไว้ก็ตาม แต่ข้ากับเขามีการหมั้นหมายต่อกัน ข้าไม่อาจทิ้งเขาไปได้! หากเกิดเื่ไม่คาดฝัน คุณชายิกับพี่ฟางช่วยไปกราบขอขมาท่านพ่อท่านแม่ของข้าด้วย!”
สิ้นเสียง นางก็ะโลงไปที่เรือลำเล็กที่ผูกไว้กับเรือลำใหญ่ จากนั้นก็ใช้มีดสั้นตัดเชือกออกอย่างรวดเร็ว เรือลำเล็กไหลไปตามกระแสน้ำอย่างรวดเร็ว เหล่าทหารเห็นว่าเป็หญิงสาวรูปงามก็รีบะโลงไปในน้ำเพื่อไล่ตามนาง
“เยี่ยเก้อเอ๋อร์! คุณหนูสวี่!”
-----
