ณ ถ้ำเพลิงวาโยภายในผาหทัยโดดเดี่ยวของตำหนักดาวเหนือ
จัวหลานชิวนั่งนิ่ง ดวงตาจดจ่อไปที่เว่ยซูเสวี่ย รับฟังเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในูเาไป่หลิงอย่างใจจดใจจ่อ ั้แ่วินาทีแรกที่เว่ยซูเสวี่ยพบกับหนิงเทียน ทุกรายละเอียด ทุกภาพเหตุการณ์ ล้วนถูกซักถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันไหลรินอาบแก้ม
เว่ยซูเสวี่ยเองก็รู้สึกตื้นตันใจอย่างสุดซึ้ง นางเข้าใจความรู้สึกของศิษย์พี่ และเข้าใจถึงความทุกข์ระทมศิษย์พี่ต้องเผชิญ
ทั้งสองโอบกอดกันร่ำไห้ ครู่ต่อมาจึงค่อยสงบลง
“เรียกิเยวี่ยมาเถิด นางคงจะดีใจเมื่อได้ยินข่าวนี้”
จัวหลานชิวเช็ดคราบน้ำตาให้แห้ง ก่อนเอ่ยเรียกหลิ่วิเยวี่ยให้เข้ามาภายในถ้ำ
“นี่คืออาจารย์อาของเ้านามว่าเว่ยซูเสวี่ย นางเป็นักบุญแห่งตำหนักดาวเหนือ”
หลิ่วิเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง จัวหลานชิวผู้เป็อาจารย์คืออดีตนักบุญแห่งตำหนักดาวเหนือ แล้วหญิงสาวตรงหน้าคนนี้เป็นักบุญคนใหม่ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากอาจารย์หรือ?
“ิเยวี่ยคารวะอาจารย์อาเว่ย”
นี่คือการพบกันครั้งแรกอย่างเป็ทางการระหว่างเว่ยซูเสวี่ยและหลิ่วิเยวี่ย
“ไม่ต้องเกรงใจ มาให้ข้าดูหน้าเ้าชัดๆ”
เมื่อเว่ยซูเสวี่ยได้ประคองมือของหลิ่วิเยวี่ย ดวงตาก็พลันเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
ในฐานะนักบุญของตำหนักดาวเหนือ เว่ยซูเสวี่ยเป็หนึ่งในสาวงามล้ำเลิศหาใครเปรียบไม่ได้
ทว่าเมื่อได้พบกับหลิ่วิเยวี่ย ใบหน้างดงามกลับทำให้นางถึงกับตะลึงงัน
“งาม งามยิ่งนัก งามกว่าศิษย์พี่เมื่อครั้งเยาว์กว่าสามแต้ม”
เว่ยซูเสวี่ยหันขวับกลับมามองจัวหลานชิวด้วยรอยยิ้มประดับบนใบหน้าแล้วชมเชย “ศิษย์พี่ช่างโชคดีจริงๆ ที่ได้ศิษย์เอกผู้เลิศล้ำเช่นนี้ พร์ล้ำเลิศ ดาวคู่ประสานธาตุ รากฐานมั่นคงน่าทึ่งยิ่งนัก”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้างามของจัวหลานชิว “นี่นับเป็ของขวัญจาก์ ช่างเป็ที่ชื่นใจนัก เอาละ มาเล่าเื่ราวของหนิงเทียนกันดีกว่า”
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของเว่ยซูเสวี่ย ก่อนจะเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในูเาไป่หลิงออกมา
หลิ่วิเยวี่ยตั้งใจฟัง บางครั้งก็ตื่นเต้น บางครั้งก็กังวล แม้ว่านางจะพยายามควบคุมอารมณ์ แต่ก็ไม่อาจกลบซ่อนความสุขที่เปี่ยมล้นภายในได้
“ตอนที่ข้าช่วยหนิงเทียนไว้บนชั้นที่แปดของเจดีย์ ข้าได้เอ่ยถึงเ้า เมื่อเขาได้ยินว่าเ้าถูกทรมานที่นี่ อารมณ์ของเขาก็พลุ่งพล่านจนอยากจะกำจัดซ่งอวี้ชุนให้สิ้นซาก เห็นได้ชัดว่าเขาใส่ใจเ้ามาก”
ร่างกายของหลิ่วิเยวี่ยสั่นเทา ความรู้สึกอึดอัดท่วมท้นหัวใจ ทุกครั้งที่นึกถึงหนิงเทียนและนึกถึงความเสียสละที่นางทุ่มเทให้เขาทว่ากลับถูกเขาเกลียดชัง มันเป็ความเ็ปที่ยากจะทนทาน
จัวหลานชิวโอบหลิ่วิเยวี่ยเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแล้วพูดเบาๆ “ร้องไห้ออกมาเถอะ น้ำตาจะช่วยให้เ้ารู้สึกดีขึ้นบ้าง หนิงเทียนช่างโง่เขลา ไม่รู้จักคุณค่าของสิ่งดีๆ ต่อไปข้าจะจัดการสอนบทเรียนให้เขาเอง ตอนนี้เขามีท่าทีเปลี่ยนใจบ้างแล้ว รอจนเขาได้รู้ความจริง ข้าอยากดูว่าเขาจะมีหน้ามาพบเ้าได้อย่างไร”
เสียงสะอื้นแ่เบาของหลิ่วิเยวี่ยดังก้อง ความหวังเริ่มก่อตัวในใจเมื่อนึกถึงการเปลี่ยนแปลงของหนิงเทียน แต่ก็แฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวว่าอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
นางมีสายสัมพันธ์พิเศษกับหนิงเทียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเหตุการณ์นั้นที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาขึ้นระหว่างทั้งสอง หากหนิงเทียนยังคงเกลียดชังนาง ความสัมพันธ์คงไม่มีทางดีขึ้น เช่นนี้แล้วชีวิตที่เหลืออยู่ของนางจะมีความหมายใดอีก?
เว่ยซูเสวี่ยเล่าเื่ราวต่อไป กล่าวถึงการต่อสู้ระหว่างหนิงเทียนกับชิวซานอวิ๋น และปิดท้ายด้วยการสร้างรากฐานจากเลขเก้าหลัก
ในเื่นี้เว่ยซูเสวี่ยเข้าใจอย่างถ่องแท้ เมื่อนางได้รับโอกาสในชั้นที่แปดของเจดีย์ นางได้ทำตามคำแนะนำของหนิงเทียนและเริ่มหลอมรวมรากฐานของขอบเขตผนึกดาราใหม่อีกครั้ง
ในฐานะนักบุญแห่งตำหนักดาวเหนือ เว่ยซูเสวี่ยเหนือกว่าเยวี่ยซิงเหอผู้มีพร์ล้ำเลิศและความเฉลียวฉลาดอันน่าทึ่ง
ทว่าหลังจากนางตัดสินใจหลอมรวมรากฐานใหม่ นางกลับต้องเผชิญความยากลำบากกับศาสตร์ลึกลับที่เรียกว่าเลขเก้าหลัก
ณ ดินแดนแห่งโชคชะตา เว่ยซูเสวี่ยอาศัยทรัพยากรล้ำค่า ฝึกฝนอย่างหนัก พยายามยกระดับตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า จากสามตัวเลขสู่ห้าตัวเลขและเจ็ดตัวเลข แต่นางก็ไม่อาจก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นไปได้
ต้องทราบว่าเว่ยซูเสวี่ยอยู่ในจุดสูงสุดของขอบเขตเปลี่ยนผ่านขั้นเก้า การปรับโครงสร้างรากฐานใหม่ถือเป็ข้อได้เปรียบในขอบเขต ด้วยเหตุนี้ เลขเจ็ดหลักจึงกลายเป็ขีดจำกัดที่นางไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ แต่ถึงกระนั้นพลังที่เว่ยซูเสวี่ยได้รับกลับพุ่งสูงขึ้นถึงสิบห้าเท่า
จัวหลานชิวและหลิ่วิเยวี่ยใมากเมื่อได้ยินสิ่งนี้ โดยเฉพาะหลิ่วิเยวี่ยที่กำลังอยู่ใน่เตรียมพร้อมเพื่อก้าวสู่ขอบเขตเปลี่ยนผ่าน เมื่อได้ฟังเื่ราวจากเว่ยซูเสวี่ย นางก็ตัดสินใจทันทีว่าจะต้องเสริมสร้างรากฐานของตนให้แข็งแกร่งขึ้นขณะที่ยังอยู่ในขอบเขตผนึกดารา
ทฤษฎีเลขเก้าหลักนั้นเข้าใจง่าย แต่การนำไปปฏิบัติจริงกลับยากเย็นยิ่งกว่าขึ้น์
จัวหลานชิว เว่ยซูเสวี่ย และหลิ่วิเยวี่ยศึกษาและหารือร่วมกัน และแต่ละคนล้วนมีมุมมองที่แตกต่าง
“บัดนี้เมื่อข้าลองคิดทบทวนดูแล้ว หนิงเทียนคงมีเจตนาจะอาศัยข้าเป็สื่อกลางถ่ายทอดวิธีการเสริมสร้างรากฐานนี้ให้แก่เ้า ครั้งก่อนเ้าช่วยชีวิตเขาไว้ เขาคงรู้สึกละอายใจ จึงอยากตอบแทนเ้าด้วยวิธีนี้”
เว่ยซูเสวี่ยหัวเราะคิกคัก แต่หลิ่วิเยวี่ยกลับหน้าแดงด้วยความเขินอาย
หลังจากนั้นหลิ่วิเยวี่ยก็เริ่มเสริมสร้างรากฐานของนาง โดยมีเว่ยซูเสวี่ยคอยให้คำแนะนำ และมีจัวหลานชิวให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด
หลิ่วิเยวี่ยตั้งใจฝึกฝนรากฐานให้แข็งแกร่ง นางเริ่มต้นด้วยการฝึกศาสตร์แห่งตัวเลข มุ่งมั่นยกระดับขั้นตอนจากเจ็ดสู่แปดได้อย่างรวดเร็วท่ามกลางความประหลาดใจของจัวหลานชิวและเว่ยซูเสวี่ย
“นางมีพร์เหนือกว่าพวกเราเสียแล้ว”
เว่ยซูเสวี่ยเอ่ยด้วยความทึ่ง นางและศิษย์พี่ต่างเป็ผู้มีคุณสมบัติชั้นเลิศในตำหนักดาวเหนือ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีสิทธิ์ได้เป็นักบุญ
ทว่าหลิ่วิเยวี่ยกลับมีแววโดดเด่นยิ่งกว่า แม้นางอยู่ที่จุดสูงสุดของขอบเขตผนึกดารา แต่นางกลับไม่หยุดนิ่งและมุ่งมั่นก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยแรงผลักดันจากภายใน
หลิ่วิเยวี่ยรู้สึกคาดหวังอยู่ในใจ นางเห็นด้วยกับคำพูดก่อนหน้าของเว่ยซูเสวี่ยและรู้สึกว่าหนิงเทียนชายผู้เป็ดั่งแสงสว่างในชีวิต มีเจตนาถ่ายทอดเลขเก้าหลักให้นางโดยได้รับความช่วยเหลือจากเว่ยซูเสวี่ยจริงๆ
เมื่อเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของหนิงเทียนปรากฏชัด หลิ่วิเยวี่ยย่อมเก็บงำไว้ด้วยความหวงแหน นางตั้งปณิธานแน่วแน่ที่จะยึดมั่นในเลขเก้าหลักเช่นเดียวกับหนิงเทียน
ในมุมมองของหลิ่วิเยวี่ย เก้าคือขีดจำกัดสูงสุดของตัวเลข ภายใต้เก้าจำนวน ล้วนเป็เพียงสรรพสัตว์ที่ต่ำต้อย นางจำเป็ต้องบรรลุมาตรฐานเลขเก้าเท่านั้นจึงจะสามารถเคียงข้างหนิงเทียนไปได้ตลอด
หลิ่วิเยวี่ยลองผิดลองถูกอยู่นานหลายครั้งด้วยความมุ่งมั่นและความเพียรพยายาม ในที่สุดนางก็ประสบความสำเร็จ
เว่ยซูเสวี่ยเอ่ยขึ้นว่า “วิธีเสริมสร้างรากฐานนี้ใช้ทรัพยากรอย่างมหาศาล พลังเพลิงวาโยในถ้ำแห่งนี้เป็ทรัพยากรพิเศษ หากเ้าสามารถกลั่นกรองมันเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตนเองได้ ย่อมส่งผลดีต่อการฝึกฝนของเ้าในอนาคต”
จัวหลานชิวถอนหายใจ “ที่นี่ไม่มีทรัพยากรสำหรับการฝึกฝนอื่นใด ลำบากเ้าเสียแล้ว”
“ท่านอาจารย์ไม่ต้องกังวล คำพูดของอาจารย์อาตรงกับความคิดของข้า พลังเพลิงวาโยสามารถขัดเกลาตัวข้าได้”
หลิ่วิเยวี่ยเผยใบหน้างดงามไร้กังวล ่เวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับจัวหลานชิวช่างเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น ราวกับนางได้กลับไปอยู่ใต้ร่มเงาแห่งรักของมารดาที่เฝ้าทะนุถนอมดั่งดวงใจ
เว่ยซูเสวี่ยเอ่ยขึ้นว่า “อีกสักระยะข้าจะพาเ้าไปที่ตำหนักดาวเหนือ และจัดแจงให้เ้าไปฝึกตนในทุ่งิญญา”
“ขอบคุณอาจารย์อา”
หลิ่วิเยวี่ยฝึกฝนรากฐานด้วยเลขเก้าหลักอยู่ภายในถ้ำเพลิงวาโย เส้นลมปราณเส้นแรกใช้เวลาถึงเก้าวันเก้าคืนในการก้าวจากแนวหอคอยกระแสวังวนพลังไปสู่ระดับหอคอยพลัง ในพริบตาที่เส้นลมปราณทั้งเจ็ดพันสามร้อยแปดสิบเส้นในชั้นที่สี่ถูกกระตุ้น ทันใดนั้นถ้ำเพลิงวาโยทั้งถ้ำก็สั่นะเืดังกึกก้อง ราวกับว่าเทพสังหารกำลังก่อตัวเป็ทัณฑ์์
ใบหน้าของเว่ยซูเสวี่ยและจัวหลานชิวเต็มไปด้วยความตกตะลึง พวกนางอุทานพร้อมกันว่า “โอ้! กลิ่นอายช่างน่าหวาดหวั่น รากฐานจากเลขเก้าหลักช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก”
“ศิษย์พี่ อนาคตข้างหน้าศิษย์ของท่านผู้นี้ย่อมเทียบชั้นกับหนิงเทียนได้อย่างแน่นอน”
การเริ่มต้นนั้นย่อมยากลำบาก ก้าวแรกของหลิ่วิเยวี่ยช่างแสนทรหด แต่นางก็อดทนผ่านมันมาได้
...
ณ ใจกลางูเาไป่หลิง เยี่ยหลิงหลานก็ใช้เลขเก้าหลักขัดเกลาทุกขั้นตอนของการบ่มเพาะตนเอง เพื่อมุ่งสู่ความสมบูรณ์แบบ
ขณะที่หนิงเทียนกำลังเข้าฌาน ละวางทุกสิ่งทุกอย่าง และไตร่ตรองถึงเื่ราวอันน่าอัศจรรย์ที่ตนได้ประสบพบเจอมาตลอดเส้นทาง บ้างก็อิ่มเอมใจ บ้างก็น่าสับสน
ตัวอย่างเช่น เื่ราวการชดเชยของิญญาผีเสื้อสังเวยยังคงเป็ปริศนาที่เขาไม่เข้าใจ ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานแล้วก็ตาม
โลกนั้นเกี่ยวพันกับจักรพรรดิมรกต ชายชราหลังค่อมในแผ่นศิลา้าให้หนิงเทียนสังหารจักรพรรดิมรกต ขณะที่ิญญาผีเสื้อสังเวยกลับให้เขาส่งข้อความถึงจักรพรรดิมรกต ทั้งที่หนิงเทียนไม่รู้แม้กระทั่งว่าจักรพรรดิมรกตคือใครและอยู่ที่ใด
ิญญาอาวุธวาดหทัยเคยพูดไว้ว่า รอยประทับของจักรพรรดิมรกตเกี่ยวพันกับบุคคลสำคัญในอาณาจักรจิติญญา จากการวิเคราะห์ข้อนี้ จักรพรรดิมรกตน่าจะมาจากอาณาจักรจิติญญา
แต่หนิงเทียนไม่รู้ว่าอาณาจักรจิติญญาอยู่ที่ใด
่เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฝ่ายหยวนซิวต่างมุ่งความสนใจไปที่หญิงสาวในชุดขาวและกองทัพโครงกระดูก แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าแดนลับที่เคยเงียบสงัดกลับมีสัญญาณเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ประตูมิติเปิดออก และมีผู้คนกว่าสิบคนพุ่งพรวดออกมาจากภายใน
คนเหล่านี้ ได้แก่ ชิวอีเซี่ยน หยางวั่นอวิ๋น อูเหรินเจี๋ย เหมยฉินเสวี่ย อู๋เยวี่ยฮุย หร่วนซิ่งหลิน และซ่งอวี้ชุน ซึ่งล้วนเป็ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง
ก่อนหน้านี้ เมื่อแดนลับปิดตัวลง ทุกคนต่างคิดว่าผู้คนจากโลกนั้นไม่มีโอกาสได้กลับมาเห็นแสงตะวันที่นี่อีกแล้ว แต่ใครจะคาดคิดว่าพวกเขาจะปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลันในวันนี้
เหตุการณ์นี้เป็ดังหนิงเทียนเคยคาดเดาไว้ แผ่นศิลาที่อยู่ทางทิศบูรพาคือกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขาสามารถหนีออกจากโลกนั้นมาได้จริงๆ
“ฮ่าๆ! ในที่สุดข้าก็รอดมาได้”
ชิวอีเซี่ยนหัวเราะสุดเสียง ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มแห่งความดีใจ เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวเขา
จากเหล่าศิษย์สำนักต่างๆ สามสาย รวมเจ็ดสิบสองคนที่เข้าไปในโลกปริศนาภายในห้องโถงหลัก สุดท้ายมีเพียงสิบแปดคนเท่านั้นที่รอดชีวิตออกมาได้ นอกเหนือจากพวกหนิงเทียน ซูอวิ๋น และเว่ยซูเสวี่ยแล้ว ยังมีพวกเขาอีกสิบสี่คนที่โชคดีพอที่จะหนีออกมาจากนรกได้
คนที่เหลือบางคนสิ้นชีวิต บางคนถูกกักขังไว้ ไร้โอกาสได้กลับออกมา
“ทุกคนดูแลตัวเองด้วย หวังว่าเราจะมีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง”
หร่วนซิ่งหลินยังคงหวาดกลัว หากไม่มีหนิงเทียนที่เอ่ยเตือน เขาคงไม่มีวันหนีออกมาได้
เหล่าผู้โชคดีกว่าสิบคนต่างกล่าวคำอำลาก่อนจะแยกย้ายกันไป จากนั้นเื่ราวนี้ก็เริ่มแพร่กระจายไปทั่ว ซึ่งดึงดูดความสนใจจากเหล่ายอดฝีมือจากสำนักต่างๆ
เยี่ยหลิงหลานมองดูอยู่ห่างๆ อย่างไร้ความสนใจ
หนิงเทียนจบการฝึกสมาธิในอีกหนึ่งวันต่อมา และเยี่ยหลิงหลานก็พาเขาไปยังอีกสถานที่หนึ่ง เพื่อให้เขาฝึกฝนต่อ
การต่อสู้ระหว่างสำนักต่างๆ ของหยวนซิวกับกองทัพโครงกระดูก เกิดขึ้นหลายครั้ง แต่พวกเขาก็ไม่ได้เปรียบอะไรเลย
ขณะที่ยอดฝีมือจื๋อซิวต่างนิ่งเฉย และยอดฝีมือซิงซิวก็จากไปแล้ว ทุกสิ่งดูเหมือนจะกลับสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
ทว่าบนดินแดนหยวนซิง กลับมีกระแสน้ำเชี่ยวกรากใต้ดินแฝงเร้นอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ
บรรดาสำนักน้อยใหญ่และเหล่าผู้บำเพ็ญชั้นยอดต่างมีเื่ราวอันน่าพิศวงถ่ายทอดสืบต่อกันเล่าว่าภัยพิบัติอันยิ่งใหญ่กำลังจะบังเกิดขึ้น
หนิงเทียนใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนภายในูเาไป่หลิง เพื่อทำความเข้าใจความลับที่แท้จริงของดอกไม้ ต้นหญ้า ต้นไม้ และเถาวัลย์
...
อีกด้านหนึ่งของสันเขากูอวิ๋น ฟ้าครึ้มปกคลุมเหนือถ้ำเพลิงวาโย สายฟ้าฟาดฟัน ประกาศก้องกังวานถึงทัณฑ์์ที่กำลังก่อตัว ซึ่งดึงดูดความสนใจของยอดฝีมือหลายคนจากสาขากู่หยุนของตำหนักดาวเหนือให้ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์อัศจรรย์ที่เกิดขึ้น
สายฟ้าฟาดลงบนผาหทัยโดดเดี่ยว เสียงฟ้าร้องกึกก้องกัมปนาทะเืขวัญ อัสนีบาตจาก์พุ่งทะลุทะลวงหินผา ถาโถมเข้าใส่ร่างของหลิ่วิเยวี่ยผู้กำลังฝ่าด่านสู่ขอบเขตเปลี่ยนผ่าน
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาหลิ่วิเยวี่ยทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนัก โดยใช้คัมภีร์ดาวเหนือ์ศักดิ์สิทธิ์เป็หลัก ร่วมกับรากฐานจากศาสตร์เลขเก้าหลัก สร้างหอคอยพลังเก้าแห่งภายในร่างกาย ทั้งยังดึงพลังจากถ้ำเพลิงวาโยจนเกือบหมดสิ้น
เว่ยซูเสวี่ยกลับไปยังตำหนักดาวเหนือสามครั้ง ลอบนำยาและหินิญญากลับมาให้หลิ่วิเยวี่ย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฝ่าด่านสู่ขอบเขตเปลี่ยนผ่านของนาง
ทัณฑ์์ร้ายแรงเช่นคราวนี้หายากยิ่งในสามภพ ซึ่งดึงดูดความสนใจของปรมาจารย์เหนือเมฆาจำนวนมาก
เว่ยซูเสวี่ยและจัวหลานชิวต่างก็กังวลเล็กน้อย พวกนางไม่คาดคิดว่าหลิ่วิเยวี่ยจะก่อให้เกิดเื่ราวใหญ่โตเช่นนี้
ยามย่างเท้าจากขอบเขตผนึกดาราเข้าสู่ขอบเขตเปลี่ยนผ่าน ฟ้าพิโรธจักฟาดฟันลงมาเป็ทัณฑ์์
ยามชิวซานอวิ๋นและซูอวิ๋นก้าวเข้าสู่ขอบเขตเปลี่ยนผ่าน ฟ้าพิโรธที่พวกเขาเผชิญนั้นช่างน่าพิศวง แต่หากเทียบกับฟ้าพิโรธที่ฟาดฟันลงใส่หลิ่วิเยวี่ยแล้ว สิ่งเ่าั้ล้วนเปรียบเสมือนผงธุลีที่ปลิวไสว ไร้ค่าควรแก่การกล่าวถึง
สายฟ้าเก้าสีถาโถมลงมาจากนภา ฟ้าผ่าขนาดมหึมาดั่งเสาแสงปกคลุมทั่วทั้งผาหทัยโดดเดี่ยว
หลิ่วิเยวี่ยเกรงว่าทัณฑ์์จะส่งผลกระทบต่ออาจารย์ของนาง ดังนั้นนางจึงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ต่อสู้ฟาดฟันกับสายฟ้าอย่างดุเดือดกลางท้องนภา
เว่ยซูเสวี่ยยืนสงบนิ่งบนก้อนเมฆ คอยช่วยปกป้องหลิ่วิเยวี่ยในฐานะนักบุญของตำหนักดาวเหนือ พร้อมตักเตือนผู้คนรอบข้างไม่ให้เข้าใกล้
