หน้าบ้านสกุลกู้ หวางซื่อและเจียงซื่อมองจากไกลๆ เห็นชาวบ้านกำลังห้อมล้อมหยวนเหล่าเอ้อร์เอาไว้ และพูดคุยบางอย่างกันอยู่ ทั้งคู่หันมองหน้ากันก่อนจะเดินตรงเข้าไป
ครั้นไปถึงคนทั้งคู่ก็พลันร่ำไห้ออกมา “ท่านพ่อสามี ท่านแม่สามี อายุยังน้อยอยู่แท้ๆ เหตุใดถึงจากไปได้เล่า!”
“พวกท่านจากไปเหลือแต่บุตรชายที่อายุยังน้อย แล้วพวกเขาจะใช้ชีวิตอย่างไร…”
“ในบ้านยามนี้เหลือแต่คนพิการกับเด็ก แล้วพวกเขาจะเลี้ยงดูตัวเองกันได้อย่างไร!”
“ท่านพ่อสามี ท่านแม่สามี ทั้งที่พวกท่านเป็คนดี แต่ไฉนถึงจากไปไวถึงเพียงนี้ ์ช่างไม่ยุติธรรมเสียเลย…”
ชาวบ้านต่างหันไปมองคนทั้งคู่ด้วยสายตาพิกล ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เห็นรู้เลยว่าสตรีสกุลหยวนมีนิสัยเช่นนี้ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองหยวนเหล่าเอ้อร์พร้อมกับคิดในใจ หยวนเหล่าเอ้อร์ผู้นี้ช่างใช้ชีวิตได้ดีนัก ทำจนทุกคนว่าแต่เ้าตัว ไม่ทันสังเกตเห็นถึงนิสัยอันแท้จริงของคนอื่นๆ ในสกุลหยวน
โบราณกล่าวไว้ได้ถูกต้อง คนแบบเดียวกันมักจะอยู่ด้วยกัน หยวนเหล่าเอ้อร์มีนิสัยอันธพาลไม่เป็โล้เป็พาย แล้วบิดามารดา รวมถึงพี่ชายและพี่สะใภ้ใหญ่จะดีกว่ากันสักเท่าไรกันเชียว
ชาวบ้านต่างแหวกเปิดทางให้แก่สองสตรีสกุลหยวนซึ่งเวลานี้ยังคงร่ำไห้ไม่หยุด
หยวนเหล่าเอ้อร์ยกมือกอดอกมองมารดาและพี่สะใภ้ใหญ่ของตนด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ที่ประตูบ้านสกุลกู้ กู้ซิ่วไฉเอามือเกาะขอบประตูเพื่อพยุงตัว ขณะที่กู่ซื่อมีจ้าวซื่อช่วยประคอง ทั้งสองคนได้ยินเสียงร่ำไห้ของหยวนไท่ไท่กับสะใภ้ใหญ่ก็หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงรัวเร็วด้วยความโกรธเกรี้ยว
กู่ซื่อชี้มืออันสั่นเทาไปยังทั้งคู่ “สกุลกู้ของพวกเรามีความแค้นใดกับพวกท่านหรือ เมื่อวานบุรุษในสกุลท่านก็มาหาเื่ มาวันนี้พวกท่านทั้งสองยังมาหาเื่พวกเราอีก เห็นว่าพวกเรามาจากต่างถิ่นเลยคิดจะรังแกกันใช่หรือไม่! ถึงกับอยากให้พวกเราตาย หากพวกเราตายไปแล้วพวกท่านจะได้ประโยชน์อันใด!”
สีหน้าหวางซื่อกับเจียงซื่อแปรเปลี่ยนเป็ไม่ดีนัก ประเดี๋ยวแดงก่ำประเดี๋ยวซีดขาว
“ท่านแม่สามี ท่านเข้าใจผิดแล้ว พวกเราได้ยินสะใภ้รองบอกว่าที่บ้านท่านเกิดเื่ใหญ่จึงรีบมาดู ด้วยเห็นว่าที่บ้านท่านมีแต่เด็กเลยคิดจะมาช่วยเหลือ แต่ดูพวกท่านพูดเข้าสิ ทำอย่างกับว่าพวกเรามีเจตนาร้ายอย่างนั้น”
“คงคิดจะมาฮุบสมบัติเขาละสิ!” หนึ่งในหมู่ชาวบ้านะโขึ้นมา
สิ้นเสียงนี้ทุกคนต่างพากันหัวเราะออกมา จากนั้นจึงรวมตัวกันพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ถึงเื่นี้ยกใหญ่ กล่าวว่าที่บ้านใหญ่สกุลหยวนมาที่นี่ถึงสองครั้งสองคราก็เพื่อ้าเข้าฮุบสมบัติของสกุลกู้!
คนสกุลกู้มาจากต่างถิ่น เ้าหกแต่งงานเพื่อขจัดอัปมงคลให้แก่กู้ต้าหลาง บ้านใหญ่สกุลหยวนจึงคิดว่าตัวเองคือผู้ใหญ่ของเ้าหก หากสองสามีภรรยาสกุลกู้จากไป สมบัติก็จะต้องตกเป็ของบ้านใหญ่สกุลหยวน!
“แบบนี้ใช้ได้ที่ใดกัน ที่กู้ต้าหลางต้องกลายเป็เช่นนี้เพราะช่วยชีวิตเสียวเป่าของสกุลหยวน บ้านใหญ่ไม่เพียงไม่ซาบซึ้งในบุญคุณแต่ยังคิดจะฮุบสมบัติของพวกเขาอีก”
“พวกเ้าพูดไร้สาระอันใดกัน ฮุบสมบัติอันใด พวกเรามิใช่คนเช่นนั้น!” หวางซื่อกระทืบเท้าพร้อมกับแก้ตัวอย่างร้อนรน “ทำไมจะไม่สำนึกในบุญคุณ ในเมื่อพวกเราก็ให้เ้าหกแต่งเข้าสกุลกู้เพื่อขจัดอัปมงคงแล้วอย่างไรเล่า! บ้านใหญ่กับบ้านรองยังไม่ได้แยกบ้านกัน บ้านรองก็ถือเป็คนสกุลหยวนเช่นกัน!”
จบประโยคหวางซื่อก็ทำท่าจะเข้าไปเล่นงานจ้าวซื่อ “ข้าจะตีเ้าให้ตาย เ้านี่มันตัวซวยเสียจริง เป็เพราะเ้าะโว่าเกิดเื่ใหญ่ขึ้น ข้าถึงได้เข้าใจผิด!”
จ้าวซื่อะโหลบไปอีกทาง กู่ซื่อที่ไม่มีคนคอยประคองจึงซวนเซจะล้มลงกับพื้น โชคดีที่ได้เ้าหกซึ่งไม่รู้ว่าโผล่มาจากที่ใดมากอดขาเอาไว้ กู่ซื่อถึงกลับมายืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
“ข้ามิได้พูดโกหก สกุลกู้เกิดเื่ใหญ่จริงๆ” จ้าวซื่อวิ่งวนไปรอบตัวกู่ซื่อหนึ่งรอบ ก่อนจะวิ่งออกจากบ้านสกุลกู้ไปหลบในหมู่ชาวบ้าน “ท่านพ่อสามีกับท่านท่านแม่สามีกล่าวว่าจะรับเ้าหกของพวกเราเป็บุตรบุญธรรม นี่ไม่ใช่เื่ใหญ่หรืออย่างไร พวกเขาเป็คนดี กู้ต้ากลางกลัวว่าการแต่งงานครั้งนี้จะทำให้เ้าหกเสียเวลา สกุลกู้จึงได้รับนางเป็บุตรสาวบุญธรรมแทน หากอนาคตพอเ้าหกเติบใหญ่ขึ้นยังคิดจะหาสามีที่ดีให้แก่นางด้วย แล้วก็ได้เตรียมสินเดิมไว้ให้ด้วย! ท่านแม่ ท่านคิดว่าทุกคนจะเป็หมาป่าตาขาวเหมือนพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่หรือ ใต้หล้านี้คนดีมีถมเถไป”
เจียงซื่อรู้สึกมีน้ำโหขึ้นมาในทันใด นางถกแขนเสื้อขึ้นพุ่งเข้าไปหมายจะทำร้ายจ้าวซื่อ “ข้าขอสู้ตายกับเ้า ใครใช้ให้เ้าพูดจามั่วซั่ว!”
จ้าวซื่อรีบวิ่งไปหลบหลังผู้เป็สามี หยวนเหล่าเอ้อร์เห็นเจียงซื่อวิ่งจนใกล้ถึงตัว จึงหรี่ตาพร้อมกับยื่นเท้าไปขัดขาอีกฝ่ายไว้ ทำให้เจียงซื่อที่วิ่งมาโดยไม่ทันมองต้องสะดุดล้มลงไปกองกับพื้น
ขณะที่เจียงซื่อกำลังจะล้มลงไปนั้น มือยื่นออกไปไขว่คว้าสิ่งที่อยู่รอบตัวเพื่อเป็หลักยึดตามสัญชาตญาณ ซึ่งประจวบเหมาะเหลือเกินที่หวางซื่อวิ่งเข้ามาหมายจะช่วยนางพอดี จึงทำให้ถูกดึงล้มลงไปพร้อมกัน
“ไอ้หยา พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านดึงท่านแม่ให้ล้มลงไปด้วยเหตุใดกัน ทำเช่นนี้ช่างอกตัญญูยิ่งนัก!” หยวนเหล่าเอ้อร์แสร้งทำเป็ต่อว่า ก่อนจะเข้าไปช่วยพยุงหวางซื่อให้ลุกขึ้นยืน ทั้งยังช่วยปัดเศษดินเศษฝุ่นที่ติดตามตัวให้ด้วย
เพียงแต่ตอนช่วยปัดเขาจงใจออกแรงมากกว่าปกติ ทำให้หวางซื่อรู้สึกเหมือนบุตรชายคนรองใช้มือฟาดลงมาที่ตัวมากกว่า
หยวนไท่ไท่โมโหไม่ใช่น้อย นางตวาดเสียงดังลั่น “หลบไป!” กล่าวจบก็สะบัดแขนเสื้อเดินออกไปอย่างเร็วรี่
ฮึ่ย ช่างน่าขายหน้าเหลือเกิน!
หยวนเหล่าเอ้อร์รีบเดินตามไป “ท่านแม่ รอเดี๋ยว ท่านอย่ารีบเดิน ประเดี๋ยวจะล้มลงไปอีก”
ทว่าเพิ่งจะพูดจบหวางซื่อก็เดินสะดุดล้มลงไปบนพื้นอีกครั้ง
ชาวบ้านที่มองดูเหตุการณ์นี้อยู่พากันส่งเสียงหัวเราะออกมา แต่สำหรับเจียงซื่อกับหวางซื่อแล้วกลับเป็เสียงหัวเราะที่เสียดแทงใจเหลือเกิน แยกบ้าน! กลับไปพวกนางต้องแยกบ้าน! จะต้องไล่พวกบ้านรองออกไปให้จงได้!
ครั้นชาวบ้านเห็นว่าหวางซื่อกับเจียงซื่อกลับไปแล้วจึงพากันแยกย้ายกลับบ้านของตนไป จ้าวซื่อประคองกู่ซื่อกลับเข้าบ้าน ประคองให้อีกฝ่ายนั่งลงเรียบร้อยจึงค่อยเข้าไปในห้องครัว นางยังต้องต้มยาให้สองสามีภรรยากู้และกู้ต้าหลางอีก จ้าวซื่อชอบอยู่ที่นี่ แม้จะไม่มีเนื้อให้กินทุกวัน แต่อย่างน้อยก็มีข้าวกินให้อิ่มท้อง และมีไข่ให้กินทุกมื้อ
กู่ซื่อจูงมือเ้าหกมาที่ข้างเตียงก่อนจะหยิบหวีที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงมาแปรงผมให้ เหตุการณ์วุ่นวายเมื่อครู่ทำให้ผมของเ้าหกยุ่งเหยิงไม่เป็ทรง เสร็จเรียบร้อยก็จับตัวเ้าหกให้หันหน้ากลับมา แววตาสดใสที่มองมายังนางอย่างเป็ห่วงทำให้คนถูกมองอดใจละลายมิได้
นางยกมือลูบศีรษะเ้าหกก่อนจะดึงตัวเข้ามากอด เสียดายที่ร่างกายนางไม่เอาไหน หากแข็งแรงกว่านี้นางจะพาเ้าหกไปเดินเล่นที่หมู่บ้านทุกวัน แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่ไม่อาจฝืนลิขิต์ได้
ระหว่างที่กู่ซื่อกำลังคิดเสียดายอยู่ในใจนั้น เ้าหกได้คิดใคร่ครวญอยู่ในใจไปด้วยว่าอาการป่วยของท่านแม่จะชักช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว นางต้องรีบคิดหาวิธีช่วยเหลือ มิฉะนั้นท่านแม่คงอยู่ไม่พ้นฤดูหนาวนี้เป็แน่
เพราะนางยังอยากกินบะหมี่น้ำแกงไก่ฝีมือท่านแม่อีก!
นางเค้นสมองคิดหาวิธีแต่ไม่อาจให้เืได้ ทว่าหากเป็น้ำแกงโสมยังพอทน เมื่อคิดหาวิธีได้ก็เผยยิ้มกว้าง เอาหน้าถูไถกับหน้าอกของกู่ซื่ออย่างออดอ้อน “ท่านแม่ ท่านต้องดีขึ้นแน่นอนเ้าค่ะ”
พูดจบหันไปมองท่านพ่อกู้ซึ่งกำลังมองมาที่นางอย่างอ่อนโยน แม้ชายผู้นั้นจะอายุมากแล้วทว่าหน้าตายังคงดูดีกว่าคนวัยเดียวกันมาก ท่านลุงที่หน้าตาดีเช่นนี้หากปล่อยให้จากไปเร็วคงน่าเสียดายมาก อย่างไรเสียน้ำแกงโสมก็มีให้กินไม่จำกัด ไม่เหมือนเืของนางที่มีค่าอย่างมาก ทั้งยังมีอยู่จำกัด เช่นนั้นถือเสียว่าเป็การช่วยเหลือพวกเขาทั้งสองก็แล้วกัน
คิดได้เช่นนี้นางเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านพ่อก็ต้องดีขึ้นเหมือนกันเ้าค่ะ พี่ชายก็เหมือนกัน ทุกคนต้องดีขึ้นกันหมด เพียงแต่ท่านพ่อกับท่านแม่อาจจะดีขึ้นช้ากว่าพี่ชายเล็กน้อย”
“ข้ารู้แล้ว” กู้ซิ่วไฉพยักหน้าพร้อมกับยิ้มอ่อน ไม่รู้เป็เพราะเหตุใดทั้งที่ประโยคนี้เป็เพียงคำพูดปลอบโยนจากเ้าหก แต่เมื่อได้ฟังแล้วกลับรู้สึกว่ามีเรี่ยวแรงฟื้นคืนขึ้นไม่น้อย อีกทั้งในใจยังเกิดความคิดอันน่าประหลาดขึ้นมา เขารู้สึกว่าประโยคนี้ของเ้าหกมิใช่ประโยคที่แค่พูดปลอบใจเท่านั้น
“พ่อขอบใจเ้ามาก”
กู่ซื่อยิ้มพร้อมกับใช้มือเช็ดน้ำตาซึ่งคลออยู่ที่หางตา ไฉนเ้าหกถึงได้เป็เด็กดีถึงเพียงนี้นะ ดีจนนางไม่อยากตาย อยากอยู่เป็เพื่อนเ้าหกจนเติบใหญ่ ได้จัดงานแต่งให้ คอยอยู่เคียงข้างยามที่บุตรบุญธรรมผู้นี้ต้องคลอดบุตร และช่วยเลี้ยงดูบุตรจนเติบใหญ่ต่อไป
