การเดินทางกลับเมืองหลวงครั้งนี้่ย่อมต้องใช้เวลาไม่น้อย ระหว่างทางเซวียนซานหลางตัดสินใจพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ลั่วเหมยและเซวียนเจ๋อช่วยประคองมู่หลานเฟินที่ตอนนี้เมาไม่ได้สติเข้าไปพักในห้องเรียบร้อยแล้ว ส่วนเซวียนซานหลางกำลังนั่งอยู่ในอ่างน้ำ ชายหนุ่มเอนศีรษะพิงกับขอบถังน้ำก่อนจะหลับตาลงช้า ๆ ม่านขนตาเรียวยาวมีไอน้ำพร่างพราวเกาะอยู่ มองดูแล้วช่างน่าหลงใหลเป็อย่างยิ่ง
เขานั่งนอนอยู่ในอ่างน้ำครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นมาสวมใส่เสื้อผ้า อยู่ ๆ ชายหนุ่มก็รับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวสายหนึ่งที่พุ่งเข้ามาในห้องนอน
สัญชาตญาณการป้องกันตัวของเซวียนซานหลางเริ่มทำงานทันที เขาคว้าดาบคู่ใจขึ้นมา ก่อนจะหันไปตวัดฟาดฟันใส่ผู้ที่เข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญในทันที
คนที่บุกเข้ามาเป็ชายชุดดำสามคน ฝีมือไม่ธรรมดา พวกมันอำพรางใบหน้าตน เซวียนซานหลางจ้องมองคนทั้งสามด้วยแววตาเ็า ก่อนจะเอ่ยถาม
"ผู้ใดส่งพวกเ้ามา"
"คนที่อยากให้เ้าตายอย่างไรเล่า"
เอ่ยจบนักฆ่าชุดดำสามคนก็พุ่งเข้าหาเซวียนซานหลางทันที แต่ชายหนุ่มเบี่ยงกายหลบได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะส่งสัญญาณเรียกองครักษ์ลับให้เข้ามาจัดการ นักฆ่าเมื่อรู้ว่าเริ่มประมือไม่ไหว จึงหลบหนี อย่างไรย่อมไม่อาจยอมให้เซวียนซานหลางจับตัวได้ ไม่อย่างนั้นเ้านายของพวกเขาจะต้องเดือดร้อนเป็แน่
เซวียนซานหลางไม่ได้สั่งให้คนของตนตามไป ชายหนุ่มส่งเสียงเหอะออกมา คนที่อยากให้เขาตายน่ะหรือ นอกจากแม่เลี้ยงแสนดีของเขาแล้วจะเป็ผู้ใดไปได้อีก
ชายหนุ่มวางดาบลงก่อนจะครุ่นคิดในใจ พวกมันคล้ายว่าจะรัับรู้ทุกความเคลื่อนไหวว่าเขาจะทำอะไร พักที่ไหน อีกทั้งยังลงมือตอนที่เขากำลังจะเดินทางกลับเมืองหลวง ช่างบังเอิญจริง ๆ
เขาไม่ได้สงสัยเซวียนเจ๋อ เ้าเด็กนั่นวัน ๆ เอาแต่เกาะติดเขาไม่มีเวลาไปรายงานเื่ของเขาให้มารดาตนรู้อยู่แล้ว
หรือว่าจะเป็มู่หลานเฟิน
เซวียนซานหลางมีท่าทางครุ่นคิด เขาไม่ใช่คนเดาสิ่งใดมั่วซั่วส่งเดชโดยไร้เหตุผล หลายวันที่ผ่านมาคนของเขาจับตาดูมู่หลานเฟินอยู่ตลอดเวลา นางไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
เซวียนซานหลางคิดไม่ตก เขาสั่งให้คนของตนเพิ่มการคุ้มกันให้แ่ามากกว่าเดิมเพื่อระวังภัยเอาไว้ หากไม่ใช่คนที่อวี้หลิงส่งมา อาจจะเป็ฝีมือคนอื่น
แต่เป็ฝีมือของผู้ใดกันนะ
เช้าวันต่อมามู่หลานเฟินตื่นนอนั้แ่เช้ามืด นางรู้สึกปวดหัวจนแทบะเิ เมื่อคิดทบทวนก็จำได้ว่าตนเองดื่มสุราหนักไปหน่อย หลังจากนั้นก็จำสิ่งใดไม่ได้อีก นางลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตา รอจนแสงอาทิตย์เริ่มมาเยือน จึงออกมาจากห้องนอนเพื่อลงไปกินอาหารมื้อเช้า
เมื่อมาถึงก็พบกับเซวียนเจ๋อที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขากวักมือเรียกนางให้ไปกินอาหารด้วยกัน ก่อนจะยิ้มและมองนางไม่ละสายตาจนมู่หลานเฟินสงสัย
"ท่านยิ้มอันใดกัน"
เซวียนเจ๋อยังคงยิ้มไม่หุบ ก่อนจะเล่าเื่ที่นางกอดขาเซวียนซานหลางพลางร้องเรียกเขาว่าบิดาไม่หยุดหย่อนโดยไม่ตกหล่นแม้แต่เหตุการณ์เดียว เมื่อได้ยินอย่างนั้นมู่หลานเฟินก็ทำหน้าไม่ถูก นางยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วตนเองเพื่อกลบเกลื่อนความอับอาย
ให้ตายเถอะ นางดื่มหนักจนเพี้ยนไปแล้วจริง ๆ
ไม่นานนักเซวียนซานหลางก็ลงมากินมื้อเช้ากับพวกนาง มู่หลานเฟินเมื่อนึกถึงเื่ที่ตนเรียกเขาว่าบิดาก็อดประหม่าไม่ได้
หลังจากที่กินมื้อเช้าอิ่มแล้ว เซวียนซานหลางก็หันมาเอ่ยกับพวกนาง
"เมื่อคืนนี้มีนักฆ่ามาลอบสังหารข้า ยังไม่แน่ชัดว่าเป็ฝีมือผู้ใดกันแน่"
เซวียนเจ๋อและมู่หลานเฟินที่กำลังกินซาลาเปาพลันชะงักพลางขมวดคิ้วมุ่น เซวียนเจ๋อยิ่งมีสีหน้าไม่สู้ดี ส่วนมู่หลานเฟินนั้นใบหน้ามีแต่คำว่าสงสัยเต็มไปหมด
ทุกการกระทำของนางอยู่ในสายตาของเซวียนซานหลางทั้งหมด
เมื่อกินมื้อเช้าอิ่มแล้วคนทั้งหมดก็เร่งเดินทางกลับเมืองหลวง เซวียนซานหลางยังมีงานอีกมากที่ต้องกลับไปสะสาง หลายวันต่อจากนั้นก็เดินทางกลับถึงเมืองหลวงอย่างราบรื่น เมื่อรถม้าจอดลง มู่หลานเฟินก็บิดกายไปมาอย่างเกียจคร้าน นั่งอยู่ในรถม้านานสองนาน นางเมื่อยจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว หญิงสาวรีบลงจากรถม้า เมื่อมาถึงก็พบกับสวีเมิ่งเหยาที่กำลังยืนอยู่หน้าจวนตระกูลเซวียน สวีเมิ่งเหยาปรายตามองมู่หลานเฟินอย่างไม่เป็มิตร มู่หลานเฟินคร้านจะใส่ใจจึงทำเป็มองไม่เห็นนางเสีย
สวีเมิ่งเหยาที่รู้ข่าวว่าเซวียนซานหลางกลับมาเมืองหลวงแล้วก็ดีใจมาก นางรีบมารอต้อนรับเขาโดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น อีกทั้งยังชวนเขาสนทนาพาที ยามนี้เมืองหลวงเปิดกว้างให้บุรุษและสตรีสามารถไปมาหาสู่กันได้แล้ว จึงนับว่าทางสะดวกยิ่งนัก
ไม่เพียงเท่านั้นสวีเมิ่งเหยายังลอบส่งสายตายั่วโทสะมาให้มู่หลานเฟินที่ยืนอยู่ไม่ไกลอีกด้วย เซวียนซานหลางมีหรือจะดูไม่ออกว่าสวีเมิ่งเหยาคิดจะยั่วโมโหคน
แต่ดูเหมือนมู่หลานเฟินจะไม่สนใจเสียด้วยซ้ำ เมื่อจัดการสั่งให้สาวใช้ขนของไปเก็บแล้ว นางก็รีบเดินเข้าจวนไปพร้อมกับเซวียนเจ๋อ ทำเหมือนไม่เห็นสวีเมิ่งเหยาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
"ซื่อจื่อ ท่านเดินทางกลับมาเหนื่อย ๆ ข้านำขนมมาให้ท่านกินรองท้อง ท่านลองชิมเสียหน่อยดีหรือไม่"
"ขอบคุณคุณหนูสวี แต่ข้าคงจะต้องขอตัวก่อน เพราะยังมีเื่ให้ต้องไปจัดการ"
เอ่ยจบเขาก็ให้อาต่งรับขนมนั้นไว้แทน ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่วังหลวง สวีเมิ่งเหยามองตามหลังของเขาไปด้วยแววตาชื่นชมอยางไม่ปิดบัง
ด้านอวี้หลิงที่ได้รับรายงานว่าลั่วเหมยทำงานไม่สำเร็จก็รอลงโทษคนด้วยโทสะ เมื่อได้ยินว่าคนกลับมาแล้วจึงให้สาวใช้ไปช่วยกันลากตัวลั่วเหมยมารับโทษ มู่หลานเฟินที่ทราบเื่จึงไปที่เรือนของอวี้หลิงและต่อว่าต่อขานกันยกใหญ่
"หรานหร่าน เ้าจะอกตัญญูกับข้าหรือ"
อวี้หลิงเอ่ยอย่างเดือดดาล พร้อมทั้งปรายตามองเซวียนเจ๋อบุตรชายของตนที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างมู่หลานเฟินอย่างไม่สบอารมณ์ มู่หลานเฟินถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย นางเดินทางกลับมาเหนื่อย ๆ ไม่ได้พักแล้วยังต้องมาสู้รบปรบมือกับป้าที่เป็โรคประสาทของตนเองอีก
"ท่านป้า ข้าไม่มีวันยอมให้ท่านทำแผนการนี้สำเร็จหรอก ท่านไม่กลัวตายหรือไร ชีวิตของท่านยามนี้ออกจะสุขสบาย แต่ท่านยังโลภมาก"
"นังเด็กคนนี้ ดีนัก วันนี้ข้าจะโบยลั่วเหมยกับพี่สาวของนางให้ตาย ดูสิว่าเ้าจะช่วยอย่างไร"
เอ่ยจบอวี้หลิงก็สั่งให้คนโบยลั่วเหมยและพี่สาวของนางทันที มู่หลานเฟินหมดความอดทนแล้ว นางเดินเข้าไปถีบบ่าวคนนั้นพร้อมกับแย่งไม้ในมือมาหักทิ้ง ก่อนจะโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี
"หยุดสักที! เื่ที่ท่านส่งคนไปฆ่าเซวียนซานหลางก่อนกลับมาถึงเมืองหลวง คิดว่าเขารู้ไม่ทันแผนการของท่านหรือ!"
อวี้หลิงเมื่อได้ยินก็ชะงักไปเล็กน้อย ท่าทางมึนงงเป็อย่างมาก
"เ้ากล่าววาจาเหลวไหลอันใดกัน ใครส่งคนไปฆ่าเขากัน"
"ไม่ใช่ท่านหรือ?"
"ไม่ใช่ข้า!"
เมื่อได้ยินอย่างนั้นมู่หลานเฟินจึงหันไปสบตากับเซวียนเจ๋อในทันที
หากไม่ใช่อวี้หลิง แล้วเช่นนั้นเป็ฝีมือของใครกัน เซวียนซานหลางเขายังมีศัตรูที่ไหนอีกอย่างนั้นหรือ?
