หลังจากซูเฟยหยิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็เปลี่ยนอารมณ์จากเยือกเย็นสง่างามเป็เทพธิดาที่แสนเย้ายวน หญิงสาวคิดว่ากระโปรงดำชุดนี้ค่อนข้างคับจึงย่นคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใส่ใจนัก มือขาวยกสะบัด กลุ่มลูกไฟปรากฏขึ้นเผาทำลายชุดกระโปรงสีขาวหิมะที่ฉีกขาด
“ดูเป็ยังไงบ้าง?”
ซูเฟยหยิ่งมือหนึ่งกอบกุมหน้าอกก่อนะโหมุนไปมา ผมยาวของเธอปลิวไสว ทำให้ผมดำเงางามดูราวกับหางนกยูงรำแพนโอ้อวดความสวยงาม ก่อนพับหางอันยั่วยวนเก็บกลับคืน มันช่างคล้ายผมยาวสยายดกดำของนางเหลือเกิน
ผู้หญิงแต่ละคนมักใส่ใจภาพลักษณ์ของตัวเอง แม้กระทั่งซูเฟยหยิ่งก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ท่าทางที่แสดงออกอย่างต่อเนื่องทำให้ภาพลักษณ์เธอมีเสน่ห์เปล่งประกายน่าอัศจรรย์ เย่เฟิงอดมีความคิดชั่วร้ายไม่ได้ ปล่อยให้เธอเล่นอยู่คนเดียวไปทั้งวันทั้งคืนเป็แรมปี
หากหลินซือฉิงเป็คนใส่ชุดนี้ เย่เฟิงคงไม่ประหลาดใจนัก แม้จะชมชอบอยู่เหมือนกัน แต่มันเทียบไม่ได้กับซูเฟยหยิ่งที่น่าตราตรึงใจ เป็รูปโฉมงดงามยามปกติที่ฝังลึกอยู่ในใจเขา ตอนนี้ซูเฟยหยิ่งราวกับกลายเป็สาวยั่วสวาท ทรวดทรงอันเย้ายวนน่าอัศจรรย์ชวนให้ผู้คนรุ่มร้อน
ชุดกระโปรงสีดำตัวนี้ค่อนข้างคับเกินไปจริงๆ หน้าอกกลมกลึง บั้นท้ายและต้นขาเข้ารูป ทุกส่วนโค้งเว้า แต่ละส่วนแทบทำให้บุรุษคลั่งได้เลย
“สวยมาก”
เย่เฟิงที่คล้ายตกอยู่ในภวังค์ ท้ายที่สุดก็เอ่ยออกมาสองคำ
ไม่ว่ามันจะเป็คำไหนก็ไม่เพียงพอที่จะพรรณนาความงดงามของซูเฟยหยิ่งในตอนนี้ได้เลย เย่เฟิงเพียงรู้อย่างเดียวว่า เป็ครั้งแรกที่เขามีความปรารถนาอย่างแรงกล้ากับซูเฟยหยิ่งั้แ่เกิดมา อย่างไรก็ตามเขาก็ได้สติ ซูเฟยหยิ่งเป็อาจารย์ของเขา เหตุใดเขาถึงมีความคิดประเภทนั้นได้?
ภายใต้กระโปรงสั้นเซ็กซี่ ขาเนียนขาวเรียวยาวราวกับแท่งหยก เพียงก้าวเดิน รูปโฉมทำให้หัวใจผู้คนแทบกระตุก ถึงขนาดเย่เฟิงไม่ทันได้สังเกตว่าซูเฟยหยิ่งเดินมาถึงเบื้องหน้าเขาแล้ว
“ตั้งสติได้แล้ว เหมือนจะมีคนอยู่ด้านนอก”
ใบหน้างดงามยั่วยวนของซูเฟยหยิ่งเข้ามาใกล้ ก่อนกระซิบข้างหูเย่เฟิง
ชายหนุ่มกลับมามีสติทันที การรับรู้ของเขาไม่ได้เหนือกว่าซูเฟยหยิ่ง ไม่ทันสังเกตเลยว่ามีเสียงบางอย่างอยู่ด้านนอกตำหนักศิลา จิตหยั่งรู้ไม่สามารถส่งผ่านม่านพลังของตำหนักออกไปตรวจสอบได้ ซูเฟยหยิ่งได้แต่พึ่งพาััการได้ยินจึงรู้ว่าด้านนอกมีผู้คนอยู่มาก
ร่างทรงเสน่ห์และบอบบางของหญิงสาวค่อยๆ เข้ามาใกล้ ทำให้เย่เฟิงอดยื่นมืออกไปไม่ได้ เขาคว้าแขนที่ดูไร้กระดูก มือของนางเย็นเยียบตลอดเวลา หากเย่เฟิงไม่เคยชินกับมัน เื่นี้คงทำให้เขารู้สึกหนาวสั่น
“ฉันจะไม่หลบอยู่เื้ัเธออีกแล้ว”
ขณะที่เย่เฟิงกุมมือเธอแน่น ซูเฟยหยิ่งก็พูดออกมาอย่างแน่วแน่
“ไม่ว่าใครอยู่ด้านนอก ถ้ามีโอกาสหนีไปได้ ก็นำศิลาิญญาแห่ง์ไปด้วย”
ซูเฟยหยิ่งไม่คิดตำหนิเขาพลางกระชับมือกลับ ั์ตาคู่งามเผยความเฉลียวฉลาด ก่อนค่อยๆ ประคองกันลุกขึ้น
“หมายความว่ายังไง?”
เย่เฟิงขมวดคิ้วสงสัย
“ฉันไม่เป็อะไรหรอก เชื่อเถอะ”
ซูเฟยหยิ่งจ้องตาทั้งสองข้างของเขาพลางพูดอย่างเด็ดขาด
เย่เฟิงมองกลับไปที่ั์ตาคู่งาม พลันคิดอะไรบางอย่างได้ ท้ายที่สุดก็พยักหน้าหลายครั้ง “ผมรู้”
เขาคลายมือของอีกฝ่ายก่อนก้าวออกไปข้างหน้า ยืนอยู่เบื้องหน้าซูเฟยหยิ่ง เผชิญหน้ากับประตูหิน ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
เื้ัเขาตอนนี้มีสาวสวยทรงเสน่ห์ที่แทบจะทำให้ว้าวุ่นใจ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเขาจะต้องรักษาชีวิตเอาไว้ให้ได้ เพื่อจะมีโอกาสดูแลกันและกันได้ ไม่ว่าใครอยู่ด้านนอกตำหนักนี้ ไม่ว่าจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่เขาจำเป็ต้องหลบหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้เป็อย่างแรก ไม่รู้เลยว่าใครเป็ผู้แข็งแกร่งที่สุด แม้กระทั่งแมงมุมดำั์ก่อนหน้านี้ ตอนนี้พวกเขาสามารถสู้มันได้อย่างสบาย
เย่เฟิงต้องใช้วิชากระบี่ไร้ตัวตนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้เพื่อเคลื่อนย้ายพริบตาหนีไป ส่วนซูเฟยหยิ่งจะคอยขัดขวางศัตรูให้
ประตูตำหนักศิลาแง้มเปิดเล็กน้อย เย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งเพ่งสมาธิจนถึงขีดสุด เตรียมพร้อมใช้วิชาเซียนทุกเมื่อ
ครืน…
ประตูหินแ่าค่อยๆ เปิดออกช้าๆ เย่เฟิงส่งจิตหยั่งรู้ออกไปทันทีขณะที่มีรอยแง้มนิดเดียว ภาพที่รับรู้ทำให้เขาใพลันครุ่นคิด ด้านนอกจะมีผู้ใดแข็งแกร่งน่ากลัวไปกว่าสหายคนนี้อีกหรือ แต่เขาไม่คิดเลยว่าจะยัง…
ประตูหินเปิดขึ้น ผู้คนสองฝ่ายทั้งด้านในและด้านนอกต่างใกันอย่างเหลือเชื่อ ไม่คาดคิดเลยว่าบุคคลที่เปิดประตูหินจากด้านนอกจะเป็เฉินเจี้ยนสยงและเหล่าจอมยุทธ์!
เย่เฟิงโล่งอก แต่ก็สงสัยในทันที พวกเฉินเจี้ยนสยงมากันได้อย่างไร แล้วเ้าแมงมุมดำั์ตัวนั้นล่ะ? ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทั้งสองฝ่ายก็ถือเป็ศัตรูกันอยู่ดี นอกจากนี้อีกฝ่ายจะมีพรรคพวกที่แข็งแกร่งอยู่อีกมากมาย หรือพูดได้ว่าเย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาในตอนนี้เลย
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือซูเฟยหยิ่งมีสภาพอ่อนแอ เมื่อต้องเจอกับการปิดล้อมเช่นนี้ก็ไร้พลังต้านทาน ก่อนหน้านี้ตกลงร่วมมือกัน เพื่อหาสมบัติวิเศษที่จะใช้เป็พลังงานอุปกรณ์จุดวาร์ป แต่พวกเขาทอดทิ้งเฉินเจี้ยนสยงระหว่างทางที่มาตำหนักศิลา หลายวันที่ติดอยู่ในตำหนักนี้หิวโหยจนจะอดตายแล้ว
“พวกแกอยู่ที่นี่เองเรอะ!”
เฉินเจี้ยนสยงเมื่อเห็นเย่เฟิงก็โมโหทันที เขาค้นพบแผนผังดาราบนเพดานเหนือตำแหน่งกับดักทะเลเพลิง จนพบเส้นทางปลอดภัยจึงผ่านมาได้ ในที่สุดก็ค้นพบตำหนักศิลาแห่งนี้ ไม่คาดคิดเลยว่าเย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งจะอยู่ที่นี่
“แล้วยังไง?”
เย่เฟิงยกยิ้มอย่างดูแคลน หลังจากใช้จิตหยั่งรู้ตรวจสอบด้านนอกก็พบว่าสถานการณ์ทางประตูด้านนอกถูกปิดกั้นเอาไว้ จากนั้นร่างเขาก็หายไป วิชากระบี่ไร้ตัวตน! ในเมื่อประตูหินเปิดอยู่ เขาก็เหมือนกับปลากระดี่ได้น้ำ เคลื่อนย้ายชั่วพริบตาออกไปทันที
เฉินเจี้ยนสยงไม่ทันรู้ตัว เย่เฟิงก็ปรากฏตัวใกล้ทางเดินด้านนอกแล้ว ปรากฏกระบี่ขึ้นด้านข้างและฟันลงไปที่ลำคอของศิษย์ตำหนักไท่จี๋ซึ่งคอยคุ้มกันประตู ขณะที่ภายในตำหนักศิลา เส้นไหมเงาหิมะเพิ่มความยาวออกไปอย่างต่อเนื่อง
วูบ!
เส้นไหมเงาหิมะพันรอบร่างเฉินเจี้ยนสยงและเลี้ยวคดโค้งไปพันอีกหลายสิบคนในทันที ขณะที่ไม่รู้ตัว พวกเขาก็ถูกรั้งเข้าไปภายในตำหนักศิลาด้านในพร้อมกันทุกคน มีเพียงเย่เฟิงคนเดียวที่ไปด้านนอกได้ เขาปราศจากความลังเลดึงกลไกปิดประตูหินทันที
ประตูตำหนักศิลาทรงกลมค่อยๆ ปิดลงมา!
ภายในตำหนัก เฉินเจี้ยนสยงและเหล่าจอมยุทธ์ที่มีวรยุทธ์ก็ลงมืออย่างรวดเร็ว กำลังภายในปะทุขึ้น เส้นไหมเงาหิมะบิดหดลงจากด้านข้าง ก่อนที่จะถูกทำลายไป ความสามารถการต่อสู้ของซูเฟยหยิ่งในตอนนี้อ่อนแอลงมาก แน่นอนว่าเธอไม่สามารถรับมือเหล่าจอมยุทธ์ที่มีระดับพลังรวมกันถึงพันปีได้
ภายในตำหนักหิน ซูเฟยหยิ่งต้องเผชิญหน้ากับเฉินเจี้ยนสยงและจอมยุทธ์จำนวนมากเพียงลำพัง สถานการณ์นี้น่าวิตกกังวลเป็ที่สุด แต่เธอไม่กังวลเลยสักนิดเมื่อเห็นเย่เฟิงวิ่งออกไปจากตำหนักเรียบร้อยแล้ว ในใจรู้สึกโล่ง พลังชี่ภายในร่างโคจรมารวมกันอย่างฉับพลัน
วิชาเซียน สุสานดวงดาวเยือกแข็ง!
วิชานี้ต้องมีวรยุทธ์บรรลุหนึ่งร้อยปีจึงจะใช้วิชาเซียนนี้ได้ มันจะทำให้ซูเฟยหยิ่งติดอยู่ในแท่งน้ำแข็งคล้ายกับหลุมฝังศพ มีเพียงคนที่มีวรยุทธ์สูงกว่านางถึงสามเท่า ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางที่จะทำลายโลงน้ำแข็งนี้ได้อย่างแน่นอน
ครืน!
อุณหภูมิภายในตำหนักลดลงฮวบฮาบ ส่วนคนที่ถูกดึงเข้าไปภายในตำหนัก เหล่าจอมยุทธ์พวกนั้นต่างมีใบหน้าม่วงคล้ำ
