ใกล้จะเที่ยงคืนแล้วแต่ที่ลานจอดรถของสถานีโทรทัศน์ยังคงมีรถวิ่งเข้าวิ่งออกตลอดเวลา
ก่อนจะเดินขึ้นรถซูอี้เฉิงก็ได้โทรศัพท์หาเสี่ยวเฉิน
“ผมได้ดูถ่ายทอดสดTopModel ด้วยนะครับ ใจหายใจคว่ำกันเลยทีเดียว” เสี่ยวเฉินเอ่ย “ว่าแต่รองเท้าของคุณหนูลั่วอยู่ดีๆทำไมถึงขาดได้ล่ะครับ? หรือว่าเป็ฝีมือของคู่แข่ง?”
“เป็ไปได้”แววตาของซูอี้เฉิงมืดมนยิ่งกว่าท้องฟ้าในยามค่ำคืน “ไปสืบเื่นี้มาให้ฉันถ้าได้เื่อะไรให้แจ้งฉันทันที”
“ทราบแล้วครับ”เสี่ยวเฉินตอบรับ “ผมจะรีบจัดการทันที”
เมื่อซูอี้เฉิงวางสายคนขับรถจึงเดินมาเปิดประตูรถให้เขา
“ผอ.ซูครับจะกลับอพาร์ตเมนต์เลยหรือว่า...”
“เลิกงานได้เลย”ซูอี้เฉิงพูดขัด “เดี๋ยวฉันขับเอง”
คนขับรถนิ่งไปก่อนเอ่ย“ถ้าอย่างนั้นระวังตัวด้วยนะครับ”
ซูอี้เฉิงรับกุญแจรถมาก่อนจะเข้าไปนั่งบนที่นั่งคนขับเขาสตาร์ทรถและขับออกจากสถานีโทรทัศน์ แต่เมื่อขับมาถึงทางแยก เขาก็นำรถไปจอดที่ข้างทาง
ถ้าตรงไปจะเป็ทางกลับบ้านของเขาแต่ถ้าเลี้ยวรถคือทางไปอพาร์ตเมนต์ของลั่วเสี่ยวซี
สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่จุดตัดของทางแยกในสมองคิดไปถึงภาพที่ได้เห็นตอนเดินออกมาที่ลานจอดรถ
ฉินเว่ยถือช่อดอกกุหลาบสีแดงพลางเดินตรงไปหาลั่วเสี่ยวซีเธอรับมันไว้ก่อนจะแย้มยิ้มสดใสเสียยิ่งกว่าดอกไม้ในมือเธอโอบไหล่ของฉินเว่ยราวกับไม่เคยบาดหมางกันมาก่อน
จากนั้นเธอและฉินเว่ยก็แยกกันขับรถออกไปซึ่งคงจะไปเลี้ยงฉลองกันที่ไหนต่อแน่ๆ
คิดถึงตรงนี้แววตาซูอี้เฉิงก็เย็นเยียบเขาเหยียบคันเร่งก่อนจะเลี้ยวรถเพื่อตรงไปยังถนนอีกสาย
ตอนนั้นเองลั่วเสี่ยวซีกำลังเฮฮาอยู่กับเพื่อนๆในผับ
หลายปีที่ผ่านมาในยามค่ำคืนของลั่วเสี่ยวซีกว่าครึ่งเธอใช้ชีวิตอยู่ในผับ ไม่ว่าจะเป็ดนตรีหรืออะไรก็ตามเธอคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
ด้วยเหตุนี้ไม่นานนักลั่วเสี่ยวซีก็กลับกลายเป็คนเดิม เธอเป็จุดเด่นของงานราวกับราชินีมีเพียงสิ่งเดียวที่ต่างออกไปคือ เธอไม่ได้กินดื่มอย่างเต็มที่และพยายามหลีกเลี่ยงไม่ดื่มเหล้าให้มากไป
แต่ที่ลั่วเสี่ยวซีนึกไม่ถึงก็คือต่อให้เธอดื่มแต่น้ำผลไม้ พวกเพื่อนก็ไม่เชียร์ให้เธอดื่มเหล้ามีแต่หยอกล้อเธอเท่านั้น
“เสี่ยวซีทำไมเอาแต่ดื่มน้ำผลไม้ ดูไม่ใช่เธอเลย!” เพื่อนคนหนึ่งยิ้มร่าก่อนเอ่ย “ฉินเว่ยคงไม่ใช่เพราะนายไม่ยอมให้เสี่ยวซีกินเหล้าหรอกใช่ไหม”
“ต้องใช่แน่ๆ!”เพื่อนอีกคนรับมุกทันที “พอฉันบอกว่าคืนนี้จะต้องมอมให้เสี่ยวซีเมาให้ได้ฉินเว่ยถลึงตาใส่ฉันเลยนะ ใแทบแย่”
การพูดคุยของทั้งสองคนทำเอาคนทั้งกลุ่มหัวเราะเฮฮา
ลั่วเสี่ยวซีเข้าใจทันทีว่าเพื่อนกลุ่มนี้ไม่กล้าเชียร์เธอกับฉินเว่ยอย่างออกนอกหน้า แต่ก็ไม่วายหาทางจับคู่ให้จนได้
“หุบปากให้หมดเลยนะ!”
ลั่วเสี่ยวซีกระแทกแก้วน้ำผลไม้ลงบนโต๊ะเสียงดังเธอกำลังจะวีนออกไป ทว่าจู่ๆก็รู้สึกถึงความผิดปกติองร่างกาย
เธอพยายามคุมไม่ให้ตัวเองดื่มเหล้ามากเกินไปแต่แล้วทำไมเธอยังรู้สึกร้อนขึ้นมา
ช่างเถอะเธอควรจะเคลียร์เื่ทุกอย่างให้ชัดเจนก่อน
ลั่วเสี่ยวซีกำลังจะเอ่ยปากพูดแต่ฉินเว่ยกลับลากเธอออกไปก่อน
“นายจะทำอะไร?”เธอพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมของเขา “ฉันไม่ได้เป็อะไรกับนายถ้าไม่พูดให้ชัดๆ พวกนั้นก็คงไม่เลิกจับคู่ให้พวกเราแน่ๆ”
“จะไปโทษพวกนั้นก็ไม่ได้”ฉินเว่ยพูดอย่างช่วยไม่ได้ “คุณอาลั่วพูดกับคนอื่นไปทั่วว่าพวกเราจะแต่งงานกัน พวกนั้นคงคิดว่าไม่ช้าก็เร็วฉันกับเธอก็ต้องคู่กันอยู่ดี”
“อะไรนะ?”ลั่วเสี่ยวซีอ้าปากค้างก่อนจะสูดหายใจลึกอย่างพยายามเรียกสติ
เธอถลึงตาใส่ฉินเว่ยอย่างโมโห“แล้วทำไมนายไม่รู้จักปฏิเสธ?”
“ถ้าฉันปฏิเสธก็เท่ากับฉันไม่ไว้หน้าคุณอาลั่วน่ะสิ”ฉินเว่ยยิ้มหยันตัวเอง “เสี่ยวซี เธอคงไม่มีทางให้อภัยฉันใช่หรือเปล่า?เธอคงรู้สึกสะอิดสะเอียนที่ต้องถูกคนอื่นจับคุ่กับฉันใช่ไหม?”
ลั่วเสี่ยวซีเกือบจะพยักหน้าอยู่แล้วแต่เธอกับฉินเว่ยเคยเป็เพื่อนสนิทที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันเธอเคยระบายความทุกข์ใจกับเขา คิดว่าเขาเป็ูเี่อันในเวอร์ชันผู้ชายด้วยซ้ำ
“ฉินเว่ย”น้ำเสียงของเธออ่อนลง “เดิมที พวกเราสามารถเป็เพื่อนที่ดีต่อกันได้”
ฉินเว่ยถอนหายใจยาว“เสี่ยวซี วันนี้ทุกคนกำลังสนุกไว้ครั้งหน้าเราค่อยมาเคลียร์ปัญหานี้ได้หรือเปล่า?อีกอย่างถ้าตอนหลังเธอคบกับซูอี้เฉิงแล้วจริงๆ เื่พวกนี้ที่เธอรังเกียจนักก็คงจะค่อยๆหายไปเอง”
ลั่วเสี่ยวซีกำลังจะพูดอะไรต่อแต่จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่าอุณหภูมิในร่างกายเริ่มเพิ่มสูงขึ้นจนร้อนมาถึงลำคอ
“นายไปก่อนเถอะ”เธอขมวดคิ้วก่อนเอ่ยไล่ฉินเว่ย
“เป็อะไรหรือเปล่า?”ฉินเว่ยมองออกว่าลั่วเสี่ยวซีดูผิดปกติ เขายื่นมือจะเข้าไปประคองตัวเธอ“ไม่สบายงั้นเหรอ?”
ลั่วเสี่ยวซีมองมือของฉินเว่ยก่อนจะรู้สึกกลัวขึ้นมาเธอไม่อยากให้ใครมาโดนตัวเธอ เธอสังหรณ์ใจไม่ดีว่าหากใครมาโดนตัวเธอในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการถูกลากให้ลงนรก
“ออกไป!”ลั่วเสี่ยวซีเบี่ยงตัวหลบฉินเว่ยพลางตะคอกเสียงต่ำ “เรียกพี่แคนดี้มาหาฉัน!”
ฉินเว่ยเดินไปเรียกแคนดี้ลั่วเสี่ยวซีเดินหลบเข้าไปในห้องน้ำ เธอล้างหน้าด้วยน้ำเย็นไม่หยุดก่อนจะรู้ตัวว่าแก้มทั้งสองข้างของเธอในตอนนี้แดงก่ำไปหมด ซึ่งเป็เื่ผิดปกติ
ไม่ช้าลั่วเสี่ยวซีก็เริ่มเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองเธอกัดมือตัวเองอย่างแรงเพื่อใช้ความเ็ปมาเรียกสติ ก่อนจะเดินออกไปด้านนอก
เธอไม่รู้ว่าตัวเองยังประคองตัวเองให้ยืนตรงได้อีกหรือไม่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าร่างกายร้อนขึ้นเรื่อยๆ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวแสงไฟและเสียงดนตรีเริ่มเลือนราง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะล้มลง
“โย่วเสี่ยวซี” ไม่รู้ว่าใครผลักเธอจนเธอเซไปหาฉินเว่ย คนที่ผลักเธอเข้ามากระซิบข้างหูว่า
“คุณชายฉินของพวกเราช่วยเธอได้นะ...”
คราวนี้ลั่วเสี่ยวซีมั่นใจแล้วว่าในเครื่องดื่มที่เธอดื่มไปก่อนหน้านี้ต้องมียาบางอย่างผสมอยู่แน่นอน
และมีความเป็ไปได้สูงว่าจะเป็ฝีมือของคนที่ผลักเธอนี่แหละ
เธอผลักฉินเว่ยให้ออกห่างก่อนจะหันไปหาชายคนนั้นพลางแย้มยิ้มมุมปากและเตะเขาไปหนึ่งที
เรี่ยวแรงของเธอค่อยๆน้อยลงทุกทีทำให้เตะออกไปได้ไม่แรงนักชายตรงหน้าจึงแค่ร้องโอดโอยพอเป็พิธี ราวกับกำลังล้อเล่นเสียมากกว่า
คนอื่นที่ไม่ได้รู้เื่รู้ราวเริ่มส่งเสียงเฮ“อ้าว เสี่ยวเจี๋ย นายจะไปยั่วโมโหเสี่ยวซีทำไม? ระวังคุณชายฉินจะหึงเอานะ”
“นั่นน่ะสิ”คนรอบข้างเอ่ยย้ำ “คืนนี้เสี่ยวซีของเราเป็ของคุณชายฉินเท่านั้นนะ!”
ลั่วเสี่ยวซีอยากจะอะลาวาดเต็มทน
ฉินเว่ยรู้จักลั่วเสี่ยวซีดีเขาเองก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติจึงเดินเข้ามาใกล้
“เสี่ยวซี...”
“อย่ามาแตะตัวฉัน!”ลั่วเสี่ยวซีตอบด้วยสีหน้าเ็า “พี่แคนดี้ล่ะ?”
“คุยโทรศัพท์อยู่ข้างนอกเดี๋ยวก็คงเข้ามา” ฉินเว่ยตอบ
สิ้นคำแคนดี้ก็รีบวิ่งเข้ามาทันที “เสี่ยวซี เป็อะไรไป?”
ลั่วเสี่ยวซีทำหน้าเหมือนเห็นทางสว่างเธอโถมตัวหาแคนดี้ทันที
“พาหนูกลับทีอย่าให้ใครตามมานะคะ”
แคนดี้อยู่ในวงการนี้มานานเห็นอะไรมามาก แค่มองพวงแก้มอันแดงก่ำของลั่วเสี่ยวซีเธอก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นว่าแล้วจึงรีบพาลั่วเสี่ยวซีเดินไปด้านนอกโดยไม่พูดอะไรให้มากความ
ตอนนั้นเองฉินเว่ยก็เริ่มรู้แล้วว่าเกิดเื่อะไร เขากระชากตัวเสี่ยวเจี๋ยมาต่อว่า
“ทำบ้าอะไรของนายวะ?”
เสี่ยวเจี๋ยยักไหล่“นายชอบเสี่ยวซี ใครๆก็รู้ แต่ยัยนั่นชอบซูอี้เฉิงพวกเราหวังดีเลยช่วยกันคิดวิธีพิเศษๆมาช่วยนายไง”
“บ้าไปแล้วเหรอ!”ฉินเว่ยตะคอกด้วยความโมโห “เธอคงไม่ได้แค่โกรธ ดีไม่ดีอาจจะลากนายเข้าคุกไปเลยก็ได้!”
“ไม่มีทางหรอก”เสี่ยวเจี๋ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฉันคิดไว้แล้ว ตอนนี้เสี่ยวซีเข้าวงการเต็มตัวแถมเพิ่งได้เป็แชมป์ประจำสัปดาห์ กำลังเป็ประเด็นร้อนเลย เธอคงไม่กล้าทำเื่ราวให้ใหญ่โตแน่เพราะมันจะส่งผลเสียต่อเธอเอง ถ้านายถือโอกาสนี้จัดการ... โอ้ย!”
ไม่รอให้เขาพูดจบฉินเว่ยก็เตะออกไปเต็มแรง “พวกนายไม่รู้จักเสี่ยวซีดีพอ”
อย่างแรกลั่วเสี่ยวซีไม่เคยปล่อยให้ใครมารังแกง่ายๆ
อย่างที่สองเธอไม่เคยกลัวที่จะทำเื่ให้กลายเป็เื่ใหญ่
และสาม...เธอฉลาดกว่าที่ทุกคนคิดเอาไว้มาก
ฉินเว่ยหลับตาลงเพื่อนของเขานึกว่าตัวเองกำลังสร้างโอกาสให้เขากับลั่วเสี่ยวซีแต่ในความเป็จริง... หลังจากเกิดเื่แบบนี้ เสี่ยวซีคงไม่มีวันยกโทษให้เขาอีกต่อไป
ใช่ฉินเว่ยเดาถูก
ลั่วเสี่ยวซีฉลาดพอจะรู้ทุกอย่างว่าคนพวกนั้นคิดจะทำอะไร
ยาเริ่มออกฤทธิ์แรงขึ้นเรื่อยๆลั่วเสี่ยวซีนอนขดตัวอยู่ที่เบาะหลังเธอรู้สึกเ็ปเหมือนมีเข็มมาทิ่มแทงไปทั่วทั้งร่าง ได้แต่นอนกอดตัวเองอย่างทรมาน
“เสี่ยวซีฉันว่าเธอไปโรงพยาบาลดีกว่านะ” แคนดี้กล่าว
“ไม่ต้องหรอกค่ะ”ลั่วเสี่ยวซีกัดฟันทนความเ็ปที่ได้รับ “ถ้าเป็เมื่อก่อนที่ยังไม่มีคนรู้จักหนูก็คงไม่เป็ไรแต่ตอนนี้ถ้าไปโรงพยาบาลแล้วโดนคนเปิดเผยข้อมูลการรักษา ต่อไปหนูจะทำยังไงล่ะคะ”
แคนดี้ได้ยินดังนั้นจึงได้แต่ชวนลั่วเสี่ยวซีคุยเื่อื่นเพื่อเบนความสนใจ
“พรุ่งนี้เธอคิดจะจัดการยังไง”
“หนูต้องไปชำระแค้นแน่อยู่แล้ว”ทุกคำพูดของลั่วเสี่ยวซีเต็มไปด้วยความโมโห “คนพวกนั้นคงคิดว่าหนูไม่กล้าเอาเื่พรุ่งนี้หนูจะจัดการให้เข็ดไปเลย!”
ตอนนี้เธอทรมานมากแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมาจึงได้แต่กัดข้อมือตัวเองอย่างอดกลั้น
เมื่อกี้มันยังพอช่วยได้แต่ตอนนี้ความทรมานเริ่มมากขึ้นจนเธอไม่อาจใช้อะไรมาเบนความสนใจได้อีก แคนดี้เองก็ไม่รู้จะช่วยเธอยังไงจึงได้แต่ขับรถให้เร็วขึ้นพลางคิดโทษตัวเอง
“ต้องโทษฉันเมื่อกี้ที่ฉินเว่ยส่งข้อความมา ฉันไม่น่าพาเธอไปที่ผับเลย”
“ั้แ่หนูเผลอหลุดปากเื่แผนงานของซูอี้เฉิงไปทุกครั้งที่เจอฉินเว่ยไม่เคยมีเื่ดีเลย” ลั่วเสี่ยวซีพยายามอดกลั้นความทรมานที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ“ต่อไปพี่ต้องช่วยหนูระวังกว่านี้นะคะอย่าปล่อยให้หนูกลายเป็เหยื่อของคนอื่นอีกล่ะ”
แคนดี้ฝืนยิ้มออกมา“ฉันก็นึกว่าฉินเว่ยแค่อยากจะทำให้เธอดีใจ”
อาจจะเป็ไปได้แต่ฉินเว่ยคงไม่รู้ว่าลั่วเสี่ยวซีในตอนนี้พยายามหนีห่างจากพวกเพื่อนเ่าั้เธอไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเมื่อก่อนอีก แต่เขากลับลากเธอให้เข้าสู่วังวนนั้นอีกครั้งโดยคิดว่าเธอจะสนุกกับมัน
ทั้งที่จริงๆแล้วลั่วเสี่ยวซีคิดได้และไม่อยากใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมายแบบนั้นอีกต่อไป
ครึ่งชั่วโมงให้หลังรถก็จอดลงตรงหน้าอพาร์ตเมนต์ของลั่วเสี่ยวซี แคนดี้ประคองเธอลงจากรถ
“เดี๋ยวฉันขึ้นไปส่งนะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ”ลั่วเสี่ยวซีตอบ “คืนนี้พี่มีงานที่ต้องไปจัดการอีกนี่คะ นี่ก็ถึงแล้ว หนูโอเคค่ะ”
แคนดี้มีงานที่ต้องไปทำจริงๆเธอเห็นว่าลั่วเสี่ยวซียังพอควบคุมตัวเองได้จึงปล่อยมือ
“ถ้าไม่ไหวจริงๆก็อย่าฝืนล่ะมีอะไรก็โทรมา”
ลั่วเสี่ยวซีพยักหน้าก่อนจะแตะบัตรเข้าไปในตึกเมื่อเดินเข้าไปในลิฟต์เธอก็กัดตัวเองอีกครั้ง
ในที่สุดเธอก็มาถึงหน้าห้องลั่วเสี่ยวซีล้วงกุญแจออกมาไขประตู เธอแทบจะทรุดลงไปกองที่พื้นทันทีเมื่อเดินเข้ามาด้านใน
แต่สุดท้ายลั่วเสี่ยวซีก็พยายามเกาะกำแพงประคองตัวเองเดินเข้าไปในห้องรับแขกทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว อยู่ๆก็มีเงาสูงใหญ่ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดต่อหน้าเธอ
เธอยกมือทาบอกอย่างใจนแทบจะล้มลงไปกองกับพื้น
