เฉินเกอหันกลับมามองหนิงมู่ฉือที่มีท่าทีลังเล เขารู้ว่านางกำลังคิดเื่ใดอยู่ เขาถอนหายใจอย่างอ่อนใจ ยิ้มบางๆ ก่อนจะยื่นมือออกไป “ฉือเอ๋อร์ มาเถอะ”
หนิงมู่ฉือก้มหน้าขณะค่อยๆ วางมือลงบนมือของเฉินเกออย่างกล้าๆ กลัวๆ ทันทีที่เฉินเกอกุมมือนาง นางรีบชักมือกลับ กระแอมสองทีก่อนจะเอ่ยขึ้น “ข้า…ข้าไปเองดีกว่า”
เฉินเกอไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเช่นกัน เห็นหนิงมู่ฉือมีท่าทางเช่นนี้ ในใจเขาจึงรู้สึกเจ็บแปลบ เขาส่ายหน้ากับตัวเอง ดูท่านางจะยังหวาดระแวงเขาอยู่ แต่ไม่เป็ไร หนทางยังอีกยาวไกล ต้องมีสักวันที่นางเปิดใจให้เขา
นางทรุดนั่งลงด้านข้างเฉินเกอด้วยใจเต้นรัว หญ้าแห้งที่เขาปูให้นุ่มสบายมาก นางอดใจไม่ไหวนอนลงไป นอนได้สักพักนางก็รู้สึกง่วงงุน เฉินเกอเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ยิ้มด้วยความอ่อนใจ ประกายตาเต็มไปด้วยความรักใคร่
นางพยายามฝืนความง่วงลุกขึ้นนั่ง เฉินเกอมองมือของหนิงมู่ฉือที่หนาวจนซีดไร้สีเื ก่อนจะเอ่ยอย่างปวดใจว่า “เ้ารอข้าอยู่ที่นี่สักประเดี๋ยว ข้าจะไปหากิ่งไม้มาให้”
หนิงมู่ฉือมองเฉินเกอด้วยตาปรือพร้อมกับพยักหน้า เฉินเกอมองใบหน้าแดงเืฝาดเพราะความหนาวของหนิงมู่ฉือผาดหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
หนิงมู่ฉือเห็นเฉินเกอเดินจากไปแล้วถึงค่อยล้มตัวลงนอนบนหญ้าแห้ง หลับไปอย่างสบายใจ เฉินเกอได้ยินเสียงกรนก็หันหลังกลับไปมอง สตรีผู้นี้หลับไปแล้วจริงๆ ด้วย
มุมปากเขายกขึ้นเป็รอยยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เมื่อหากิ่งไม้มาได้ เขาเอาไปวางกองรวมกันด้านข้าง จุดไฟเพื่อที่หนิงมู่ฉือจะได้หลับสบาย
ถึงกระนั้นนางก็ยังคงตัวสั่นด้วยความหนาว ถ้าปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไป นางต้องไม่สบายเพราะต้องลมหนาวมากเป็แน่ เขาถอดเสื้อคลุมขนเตียวออก แล้วคลุมบนร่างนาง
หนิงมู่ฉือหลับสนิท ดวงตากลมโตปิดพริ้ม ขนตางอนยาวถูกแสงจากเปลวไฟส่องจนเกิดเป็เงาบนแก้ม หากก็ยังดูน่ารัก จมูกโด่งสูงทำให้ใบหน้ายิ่งดูน่ารักยิ่งขึ้นไปอีก ริมฝีปากเล็กบางน่าหลงใหล
เฉินเกอมองใบหน้ายามหลับของหนิงมู่ฉือ ทันใดนั้นเขาเกิดความคิดอยากจะเข้าไปจุมพิตผมหอมกรุ่นของนาง ทว่าเขาห้ามตัวเองเอาไว้ได้ เขามองนางที่นอนขดตัวอยู่ใต้เสื้อคลุมของเขา เห็นแล้วช่างน่าสงสารเหลือเกิน
เขาหันไปมองเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างเหม่อลอย เวลานี้เองที่เขาได้ยินเสียงละเมอของหนิงมู่ฉือ “ซื่อจื่อ…ท่านแม่…เขา…”
นางพูดอะไร เขารู้สึกสงสัยยิ่งนัก
สีหน้านางทั้งหนาวทั้งดูเศร้าและปวดร้าวในเวลาเดียวกัน เขาไม่อยากจะคิดเลยว่า นางที่ภายนอกดูมีความสุข ภายในใจจะมีเื่ราวที่น่าเ็ปมากเท่าใดเก็บเอาไว้
นางขยับตัวมาทางเขา ทำให้เขาได้สติกลับคืนมา เขาเอ่ยเรียกชื่อนางอย่างหยั่งเชิง “ฉือเอ๋อร์…”
เห็นนางยังคงนอนหลับสนิท เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก ขยับเสื้อคลุมที่คลุมตัวนาง ทว่าทันใดนั้นเองนางกลับลุกขึ้นมานั่งมองเขาอย่างใพร้อมกับเอามือจับเสื้อผ้าตัวเองไว้ เขามีสีหน้ากระอักกระอ่วนทันที
เขาหน้าแดงอย่างอับอาย หนิงมู่ฉือก้มมองเสื้อคลุมของเฉินเกอที่ห่มอยู่บนตัวของนาง พลันคิดได้ว่า นางเข้าใจเขาผิดไป นางเงยหน้ามองเขาซึ่งมีสีหน้าดูไม่ดีนักพร้อมกับเอ่ยว่า “จอมยุทธ์น้อยเฉิน ขอโทษด้วย ร่างกายข้ามันเป็ไปเอง ข้าไม่ได้คิดว่าท่านจะทำอะไรข้า ในใจข้าท่านเป็คนดีมากๆ” นางเอ่ยอย่างอึกอัก
เฉินเกอลุกขึ้นยืนก่อนจะหันหลังไปอีกทาง “เ้าลุกขึ้นก่อน คือข้าแค่จะบอกว่า เ้าดิ้นจนเสื้อผ้าคลายออกหมดแล้ว”
หนิงมู่ฉือได้ฟังเช่นนั้นก้มมองเสื้อผ้าตัวเอง ก่อนจะพบว่ามันคลายออกจนเกือบจะเผยให้เห็นหน้าอกของนางอยู่รอมร่อ นางอุทาน “อ๊ะ“ ก่อนที่หน้าจะแดงก่ำ นางรีบจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย กลับปรากฏว่ายิ่งจัดมันยิ่งยุ่ง นางบ่นพึมพำออกมา “เสื้อผ้าสตรีนี่ช่างวุ่นวายซับซ้อนเสียจริง!”
เฉินเกอได้ยินเสียงหนิงมู่ฉือบ่นจึงเอ่ยว่า “ข้างหน้ามีตลาด ไปถึงตลาดแล้ว เ้าซื้อเสื้อผ้าบุรุษมาใส่ดีหรือไม่ ความจริงข้าคิดั้แ่เมื่อวานแล้ว หากเ้าใส่เสื้อผ้าบุรุษจะสะดวกและปลอดภัยกว่า”
หนิงมู่ฉือพยักหน้า หลังจากจัดเสื้อผ้าเรียบร้อยก็หันไปมองเฉินเกออย่างขอบคุณ ก่อนจะยื่นเสื้อคลุมคืนให้ นางก้มหน้าอย่างเขินอายไม่กล้ามองหน้าเขา “ขอบคุณจอมยุทธ์น้อยเฉินมาก ลำบากท่านแล้ว”
เฉินเกอยิ้ม นี่เป็ครั้งแรกที่นางเห็นเขายิ้มจนเห็นฟันครบทั้งสามสิบสองซี่ เป็รอยยิ้มที่ดูมีความสุขจนนางอดยิ้มตามไม่ได้ “จอมยุทธ์น้อยเฉิน ฟันของท่านขาวเหลือเกิน”
เฉินเกอก้มมองแขนสีน้ำตาลเข้มของตัวเองก่อนจะเอ่ยอย่างอารมณ์ดีว่า “คงเป็เพราะข้าดำเกินไป ไม่ได้มีผิวขาวเช่นเ้า ฟันจึงดูขาวเป็พิเศษกระมัง”
หนิงมู่ฉือยิ้มจนเห็นลักยิ้มบนแก้มได้ลางๆ ดวงตาโค้งเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว ผู้ใดเห็นก็อดที่จะยิ้มตามไปด้วยไม่ได้
นางในตอนนี้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก นางยิ้มพร้อมกับเอ่ยว่า “จอมยุทธ์น้อยเฉิน เดิมทีข้านึกว่า จอมยุทธ์ที่ขึ้นเหนือล่องใต้เดินทางไปทั่วใต้หล้าอย่างท่านจะเป็คนโหดร้ายเสียอีก ไม่คิดว่า…”
เฉินเกอยิ้ม ใช่ คนที่ท่องไปทั่วใต้หล้ามักจะมีนิสัยโเี้ แต่เมื่อเขาได้เห็นนาง ตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าการทำตัวโเี้ต้องทำเช่นไร เขารู้แต่ว่าเขาอยากจะปกป้องนาง ดูแลนาง หรือนี่คือที่เขาว่ากันว่า หากชายหญิงอยู่ด้วยกันมักจะเติมเต็มและขัดเกลาซึ่งกันและกัน
แต่กับสตรีคนอื่นเขาไม่เห็นมีความรู้สึกเช่นนี้เลย
“แล้วข้าไม่โเี้หรือ” เขามองอย่างรอคอย
หนิงมู่ฉือใช้มือลูบคาง ก่อนจะส่ายหน้า แววตาใสกระจ่างประดุจสายน้ำที่ไร้การรบกวน
