วินาทีที่ชูชิงเอ่ยประโยคท้าทายนั้นจบลง เธอรู้สึกราวกับตนเองคือผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่า ทว่าเพียงชั่วพริบตา ความจริงก็กระแทกเข้ามากลางใจ... ปลายสายคือ 'เถาอี้เฉิน' ชายผู้ขึ้นชื่อเื่ความอำมหิตเืเย็น
ความห้าวหาญเมื่อครู่มลายหายวับ ชูชิงรีบเปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ "เมื่อกี้ฉันไม่ได้พูดกับคุณนะคะ คุยกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ต่างหาก... เรามาคุยกันต่อเถอะนะคะ..."
ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...
เสียงสัญญาณตัดสายดังกระแทกหู ชูชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เถาอี้เฉินไม่เปิดโอกาสให้เธอแก้ตัวแม้แต่วินาทีเดียว นี่เขาคงโกรธเธอจนควันออกหูแล้วแน่ๆ
การตกเป็เป้าความแค้นของมัจจุราชเดินดินไม่ใช่เื่สนุก แค่คิดก็ปวดขมับ ชูชิงก่นด่าตัวเองในใจว่าไม่น่าปากไวไปยั่วโทสะเขาเลย
เธอจ้องมองหูโทรศัพท์ที่วางแช่นิ่งอยู่บนแป้น ลังเลว่าจะโทรกลับไปอธิบายดีหรือไม่ เผื่อสถานการณ์จะดีขึ้น... แต่คิดอีกที... 'หมูตายไม่กลัวน้ำร้อนลวก' พูดไปแล้วก็เหมือนสาดน้ำ จะตามไปเก็บคืนได้อย่างไร
สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเดินคอตกออกจากห้องทำงานของผู้อำนวยการเฝิง
...
อีกด้านหนึ่ง... เถาอี้เฉินกำลังชงกาแฟร้อนๆ ให้ตัวเอง เขานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องนอน ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์
ทว่าสิ่งที่อยู่ในหัวกลับสวนทาง... คำพูดท้าทายของชูชิงไม่ได้ทำให้เขาโกรธเคืองแม้แต่น้อย แต่กลับกลายเป็ 'แรงสะกิด' ให้เขาฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาเสียมากกว่า
...
เวลา 11.30 น. หลังจากดูแลพ่อแม่ทานมื้อกลางวันเสร็จเรียบร้อย ชูชิงก็ออกจากโรงพยาบาล มุ่งหน้าสูู่เาซินเพื่อตามล่าสมุนไพร
ยังไม่ทันพ้นประตูเมือง สายตาก็ปะทะเข้ากับลุงฉินนักบัญชี ที่นั่งวางก้ามอยู่บนรถม้าลาก
ลุงฉินเห็นเธอก็รีบทักทายด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “อ้าว นี่มันหลานสาวนอกคอกบ้านตาเฒ่าหลี่นี่นา มาเยี่ยมพ่อแม่ที่โรงพยาบาลเหรอ?”
ชูชิงไม่คิดจะปั้นหน้ายิ้มให้ เธอสวนกลับทันควัน “ก็ธุรกิจรับซื้อขายไข่ ลุงเล่นเหมาไปหมดตลาดแล้วนี่ ฉันไม่มาโรงพยาบาล แล้วจะให้ฉันมาแย่งลุงขายไข่หรือไง?”
“แหม... ปากคอเราะร้ายจริงแม่คุณ พูดซะเหมือนข้าไปปล้นธุรกิจเอ็งมาอย่างนั้นแหละ” ลุงฉินแสร้งทำท่ากอดตะกร้าไข่ใบใหญ่ไว้แน่น เหมือนกลัวใครจะมาแย่ง
“แล้วไม่ใช่แย่งหรือไง? ไม่ยอมรับก็ช่างเถอะ ฉันขออวยพรให้ลุงขายไข่พวกนี้ออกไวๆ ก็แล้วกันนะ คนบางคนน่ะ... เก่งแต่รับซื้อ แต่ไอ้เื่ขายนี่สิ... ไม่รู้จะมีปัญญาหรือเปล่า”
ลุงฉินยืดอกอย่างภูมิใจ “เด็กเมื่อวานซืนอย่างเอ็งยังขายได้ แล้วทำไมชายอกสามศอกอย่างข้าจะขายไม่ได้ คอยดูฝีมือข้าเถอะ”
ชูชิงคร้านจะต่อปากต่อคำ เธอสะบัดหน้าเดินหนีมุ่งหน้าสูู่เาซินทันที
...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ชูชิงพาตัวเองเข้ามาอยู่ในเขตป่าลึกของูเาซิน หลังจากเก็บสมุนไพรพื้นฐานได้พอสมควร เธอก็แวบเข้าไปในมิติลับส่วนตัว
ภาพเบื้องหน้าทำเอาเธอตาค้าง... พื้นที่ว่างเปล่าหน้าอาคารสิบชั้น บัดนี้กลายเป็ทุ่งสมุนไพรอันกว้างใหญ่ไพศาล ดอกแดนดิไลออน ดอกสายน้ำผึ้ง และรากปานฉีก ชูช่อสะพรั่งอวดความงามจนสุดลูกหูลูกตา
“โอ้โห มิติ... ทำไมสมุนไพรถึงเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย”
แม้สมุนไพรพวกนี้ราคาจะไม่แพง แต่ถ้ามีปริมาณมหาศาลขนาดนี้ ก็ทำเงินเป็กอบเป็กำได้สบายๆ
เสียงทุ้มของมิติดังขึ้นในหัว “เป็ไงเ้าคะ? เซอร์ไพรส์ล่ะสิ?”
ชูชิงยิ้มจนแก้มปริ “เซอร์ไพรส์สุดๆ ไม่คิดเลยว่าจะเยอะขนาดนี้ งานนี้ฉันรวยเละแน่”
“อย่าเพิ่งฝันหวานไป ยิ่งโตเร็ว ก็ยิ่งเหี่ยวเร็ว ถ้าท่านไม่ดูแลให้ดี เดี๋ยวก็ได้ยืนมองกองหญ้าแห้งแทนเงินหรอก”
“ไม่ต้องห่วง ต่อไปนี้ฉันจะเป็เกษตรกรดีเด่นเลยเอ้า ว่าแต่... ฉันต้องทำยังไงบ้าง?”
“ง่ายๆ แค่เอาน้ำพุจากูเาซินมารดพวกมันทุกวัน”
“แค่นี้เอง สบายมาก”
“ฉันเชื่อว่าท่านทำได้ แต่เตือนไว้ก่อนนะ ่นี้อากาศร้อนขึ้นเรื่อยๆ น้ำพุอาจจะแห้งขอดได้ ท่านควรหาวิธีตุนน้ำไว้บ้าง”
“ได้เลย เดี๋ยวฉันจะหาถังพลาสติกใบใหญ่ๆ มาเก็บน้ำ หรือจะให้ขุดบ่อในมิติเลยดี?”
“อย่าหาทำ ขืนขุดมั่วซั่วเดี๋ยวระบบรวนหมด แค่หาถังน้ำหรืออ่างน้ำใหญ่ๆ มาใส่ก็พอแล้ว”
“รับทราบ”
ชูชิงลงมือขุดดอกแดนดิไลออนอย่างเพลิดเพลิน พลางคุยเจื้อยแจ้วกับมิติ มือก็คอยปลูกต้นใหม่ทดแทนลงไปในดิน
“ชิงชิง... ทำไมท่านไม่ถามข้าบ้างล่ะว่าอ่านข้อมูลอะไรจากสมองต้าลี่ได้บ้าง?” มิติเอ่ยถามขึ้นมา
“ไม่จำเป็ต้องถามหรอก” ชูชิงตอบเรียบๆ “ขนาดลุงต้าลี่ยังจำอะไรสับสนปนเป ข้อมูลที่เธออ่านได้ก็คงเละเทะไม่ต่างกัน อีกอย่าง ฉันก็จุดชนวนะเิใส่เถาอี้เฉินไปแล้ว เขาจะไปสืบต่อหรือเปล่าก็เื่ของเขา ฉันปล่อยวางแล้วล่ะ”
“แหม่... แต่ไอ้ประโยคทิ้งท้ายของท่านนี่เท่ชะมัด จำไว้นะ ต่อไปนี้เวลาอยู่ต่อหน้าเขา ท่านต้องสตรองเข้าไว้ ห้ามอ่อนข้อเด็ดขาด”
“สตรองเหรอ? เธอไม่รู้หรอกว่าหมอนั่นโหดขนาดไหน ชาติที่แล้วฉันเห็นกับตา เขาเล่นงานผู้หญิงคนนั้นจนแขนขาพิการเลยนะ”
“แปลกแฮะ... ข้าไม่เคยััถึงความโหดร้ายจากตัวเขาเลย รู้สึกแค่ว่าหมอนี่ลึกลับ อ่านยาก เดาทางไม่ถูก”
“เลิกคุยเื่เขาเถอะ... เปลี่ยนเื่ดีกว่า ฉันสงสัยเื่นังแม่ม่ายต่งมากกว่า ทำไมหล่อนถึงได้หน้าด้านหน้าทน มาตามตอแยพ่อฉันไม่เลิกราสักที?”
“ข้าจะบอกความจริงให้... แต่ท่านอย่าของขึ้นนะ”
“ว่ามา”
“แม่ม่ายต่งน่ะ แอบชอบพ่อท่านมานานแล้ว แถมยังเกลียดขี้หน้าแม่ท่านเข้าไส้ ยิ่งแม่ท่านโกรธจนอกแตกตายได้ หล่อนยิ่งสะใจ แถมยัยนี่ยังกล้าได้กล้าเสียสุดๆ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ถ้าหล่อนหลุดคดีออกมาได้เมื่อไหร่ พ่อท่านอาจโดนวางยาก็ได้”
“ชาติที่แล้วแม่ม่ายต่งไม่ได้บ้าคลั่งขนาดนี้นี่นา... หรือเป็เพราะตอนนั้นพ่อฉันขาพิการ?”
“น่าจะใช่ ยัยนี่มันเห็นแก่ตัว รักแต่ตัวเอง ถ้าพ่อท่านสมบูรณ์แข็งแรง หล่อนก็พร้อมกระโจนใส่ แต่ถ้าป่วยใกล้ตาย หล่อนก็สลัดทิ้งทันที”
“งั้นฉันต้องเตือนพ่อกับแม่ให้ระวังตัวแจเลย”
“บางเื่... ระวังอย่างเดียวอาจไม่พอนะ”
“หมายความว่า... เปิดก่อนได้เปรียบ งั้นเหรอ?”
“ถูกต้อง”
“นี่... มีความลับอะไรของหล่อนหรือเปล่า? จุดอ่อนน่ะ มีไหม?”
มิติหัวเราะชอบใจ “ถามได้ถูกจุด ข้าไปเจอข้อมูลเด็ดมาอย่างนึง... การตายของผัวเก่านาง มีเงื่อนงำ และนางก็มีเอี่ยวเต็มๆ”
“หล่อนฆ่าผัวตัวเองเหรอ?”
“ไม่เชิงฆ่าโดยเจตนา แต่เข้าข่ายฆ่าคนโดยประมาท ผัวนางตายในหน้าที่ก็จริง แต่ก่อนออกไปทำงาน เขาเผลอกินยาที่นางยื่นให้ไปสองเม็ด จนหัวใจวายเฉียบพลัน”
“แล้วผัวนางยอมกินง่ายๆ เลยเหรอ?”
“ตอนนั้นเขาเป็หวัด นึกว่าเมียหวังดีเอายาแก้หวัดให้ ก็เลยกินเข้าไปโดยไม่ทันดู”
“ยาบ้าอะไรนั่น? หรือว่าเป็ยาที่ไอ้ต่งปิ่งขโมยมา?”
“บิงโก”
“แล้วทำไมหล่อนต้องทำร้ายผัวตัวเองด้วย?”
“ก็ผัวนางชอบซ้อมนางไง นางแค้นจัด เลยกะว่าจะให้กินยาเข้าไปแล้วเจ็บหัวใจเล่นๆ สักวันสองวัน ใครจะไปคิดว่าฤทธิ์ยาจะแรงจนถึงตาย”
“แล้วจะหาหลักฐานได้จากไหน?”
“ไม่มีหลักฐานเหลือแล้วล่ะ... นอกจากท่านจะไปกล่อมให้จางผิ่นใช้วิธี 'ต้มตุ๋น' หลอกถามความจริงจากปากนางเอง”
“เยี่ยม ไว้ฉันจะหาเวลาไปคุยกับพี่จางผิ่น”
...
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ชูชิงเริ่มล้าจนแขนยกแทบไม่ขึ้นจึงยอมหยุดมือ
ผลประกอบการวันนี้: ดอกแดนดิไลออน 20 ถุง, ดอกสายน้ำผึ้ง 10 ถุง, และรากปานฉีกอีก 10 ถุง ทั้งหมดบรรจุแน่นในถุงแป้งขนาด 10 กิโลกรัม
เธอจัดการมัดถุงสมุนไพรทั้ง 40 ถุงรวมกันเป็สองพวงมหึมา แบกขึ้นบ่าซ้ายขวาอย่างทุลักทุเล ก่อนจะก้าวออกจากมิติ
สภาพของชูชิงตอนนี้เหมือนตู้สมุนไพรเดินได้ แทบจะมองไม่เห็นตัวคน โชคดีที่จุดวาร์ปออกมาอยู่ไม่ไกลจากที่ดินของลุงต้าลี่มากนัก
เห็นหลังไวๆ ลุงต้าลี่กับตาหลี่กำลังง่วนอยู่กับการปลูกข้าวโพด
ชูชิงวางสัมภาระกองโตลงบนพื้น แล้วะโสุดเสียง “ตาคะ ลุงคะ มาช่วยหนูหน่อยยย”
ต้าลี่หูไว รีบทิ้งจอบวิ่งแน่บมาทันที ตาหลี่เองก็รีบตามมาติดๆ
เมื่อเห็นกองถุงแป้งพะเนินเทินทึก ตาหลี่ถึงกับอ้าปากค้าง “โอ้โห... ชิงชิง นี่มันอะไรกันเนี่ย?”
“สมุนไพรค่ะตา ถึงราคาต่อหน่วยจะถูก แต่เยอะขนาดนี้ หนูว่าน่าจะขายได้สักสองสามหยวนเลยนะคะ”
สองสามหยวนในยุคนี้ไม่ใช่เงินน้อยๆ เลย ตาหลี่ได้ยินแล้วตาเป็ประกาย ปรบมือชอบใจ
“เยี่ยมไปเลยหลานรัก เดี๋ยวปลูกข้าวโพดเสร็จเมื่อไหร่ ตาจะไปช่วยเ้าขุดสมุนไพรอีกแรง”
